[นอกเมืองหรูหนาน] ป่าเป่ยปิงเซียว

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2021-10-10 17:06:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด


เควสประจำวัน รับแร่จากหมู่บ้านเซิ่งหุน

ตอนที่ 5 หญิงชรากับโจรโพกผ้าเหลือง (ส่วนแรก เควสสอนการดวล : ช่วยคุณยายจากน้ำมือโจร)



นอกเมืองหรูหนานไปทางทิศเหนือ เป็นเส้นทางไปสู่เมืองสวี่ซางซึ่งเส้นทางดังกล่าวตัดผ่านป่าใหญ่อันอุดมสมบูรณ์มีเสียงสัตว์ต่าง ๆ ร้องระงมอยู่แทบจะตลอดเวลา ทั้งสัตว์น้อยใหญ่ และนกนานาชนิด ระหว่างทางยังสามารถพบสมุนไพรและของป่าหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจ ที่แห่งนี้คงเป็นแหล่งทำมาหากินหลักของบรรดาพรานป่าและชาวบ้านที่มาล่าสัตว์หาของป่าเป็นแน่แท้


ยามนี้ก็บ่ายแก่จนเกือบจะเย็นเสียแล้ว เก้อหลี่รีบเร่งฝีเท้าเพื่อจะเดินทางไปยังเมืองหรูหนาน เมืองแห่งสุดท้ายก่อนจะไปยังหมู่บ้านเซิ่งหุนที่เป็นจุดหมายปลายทางของวันนี้ ซึ่งช่วงเวลาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้เขาแทบไม่ได้หยุดพักเลย เว้นเสียแต่ตอนที่พักทานอาหารที่โรงเตี้ยมของท่านหลิวไท่เหวินนอกด่านลู่เหลากวน แล้วดันเกิดอาการแพ้อาหารจนสลบไป แต่ถึงอย่างนั้นโชคยังดีที่มีพ่อค้าเฒ่าผู้หนึ่งช่วยไว้และยังเมตตาให้เขาติดเกวียนไปยังเมืองสวี่ซางเสียด้วย จนถึงตอนนี้หลังจากเขาได้ช่วยเหลือชาวบ้านอ้อม ๆ จากการถูกพ่อค้าอาวุธผู้หนึ่งที่คิดจะหลอกลวงชาวบ้านเสร็จแล้ว เขาก็รีบเดินทางมาตามเส้นทางนี้โดยทันที แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ดูจะเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วสิ . . .


กริ๊ดดด !!!


เสียงกรีดร้องดังลั่นป่า ที่ทำให้นกและสัตว์ป่าในบริเวณนั้นตกใจพากันหนีหายแยกย้ายกันไปอย่างชุลมุน เสียงนั้นทำให้ชายหนุ่มต้องหันซ้ายหันขวามองหาที่มาของเสียงด้วยความสงสัย ก่อนจะหยิบคว้าทวนสามพยัคฆ์แล้วกำไว้มั่น วิ่งไปหาเจ้าของเสียงกรีดร้อง


“ค ใครก็ได้ ช ช่วยข้าด้วยยย !!!”


เสียงร้องตะโกนที่สั่นเครือดังขึ้นอีกครั้ง ดังชัดเจนขึ้นทำให้ชายหนุ่มพอจะคาดเดาได้ว่า เจ้าของเสียงร้องตะโกนคงจะอยู่ไม่ไกล ว่าแล้วเขาก็วิ่งผ่านพุ่มไม้ไปเรื่อย ๆ จนพบกับหญิงชราที่ยืนถือไม้เท้าสะพายย่ามที่บรรจุสมุนไพรด้านหลัง นางมีท่าทางตัวสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว เนื่องด้วยเบื้องหน้านางนั้นเป็นชายร่างสูงใหญ่หน้าตาน่ากลัว บนศีรษะของชายผู้นั้นโพกผ้าสีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์ของโจรโพกผ้าเหลืองอยู่


“ฮ่า ๆๆ ยายแก่เอ้ย ส่งทรัพย์สินและอาหารของเจ้ามาเสียดี ๆ แล้วข้าจะไว้ชีวิตให้ หาไม่แล้วก็จงเป็นผีเฝ้าป่าแห่งนี้ซะ”


เสียงห้าวดุที่ฟังดูน่ากลัว รับกับท่าทางอันกักขฬะของโจรผู้นั้น มันค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้หญิงชราอย่างช้า ๆ นั่นทำให้หญิงชราที่กำลังหวาดกลัวอยู่ค่อย ๆ ถอยหลังไปเรื่อย ๆ แต่ด้วยความลนลานของนาง กลับทำให้เท้าเล็ก ๆ นั่นสะดุดกับรากไม้จนล้มลงไปนอนกองกับพื้น นางพยายามตวัดไม้ป้องกันตัวราวกับสุนัขจนตรอก แต่ก็ดูเหมือนว่าจะสร้างความรำคาญให้กับโจรร้ายเสียมากกว่า


“อย่าเข้ามานะ อย่า !!!”


“คิดจะสู้งั้นหรือ งั้นก็ตายซะเถอะยายแก่”


โจรผู้น่ากลัวเงื้อดาบหมายจะฟาดฟันร่างของหญิงชรา แต่แล้วก็ปรากฎว่ามีทวนเล่มหนึ่งพุ่งออกมารับการฟาดฟันนั้นอย่างรวดเร็ว เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งนั่นเอง สร้างความตกตะลึงให้กับทั้งโจรป่าและหญิงชราเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มตวัดทวนขึ้นก่อนจะแกว่งเอาด้ามทวนกระทุ้งไปยังท้องของโจรโพกผ้าเหลืองกระเด็นถอยหลังไปสองสามก้าว


“อั่ก !!! เอ็งเป็นใครวะ มาแส่หาเรื่อง โอย”


เสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดปนจุกเสียดจากการถูกด้ามทวนกระทุ้งดังขึ้น โจรโพกผ้าเหลืองมองดูชายหนุ่มที่ยืนกำด้ามทวนอยู่ด้วยใบหน้าโกรธแค้น พลางกัดฟันดังกรอด ชายหนุ่มยืนนิ่งรอตั้งรับการเข้ามาโจมตีของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ใบหน้าของเขายามนี้นิ่งเรียบ ดวงตาของเขาจับจ้องมองชายร่างสูงใหญ่เบื้องหน้าราวกับจะพยายามอ่านใจอีกฝ่าย


“คิดจะทำร้ายหมายเอาชีวิตหญิงชราที่ไร้ทางสู้เช่นนี้ช่างไร้เกียรติยิ่งนัก ยอมวางอาวุธเสีย แล้วก็ไปเสียให้พ้น ๆ หาไม่แล้วก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้กำลังกัน”


เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น แต่ดูเหมือนจะเรียกเสียงหัวเราะที่ดูน่ากลัวจากอีกฝ่าย


“หึ วางอาวุธงั้นหรือ หนุ่มน้อยร่างบางเช่นเจ้าก็ได้แต่เล่นทีเผลอเท่านั้นแหละว่ะ”


ว่าแล้วโจรโพกผ้าเหลืองผู้นั้นก็กำดาบไว้แน่นแล้วกระโจนพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มราวกับพยัคฆ์หมายเอาชีวิตมฤคา แต่เหมือนชายหนุ่มจะอ่านการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ทัน จึงได้จับทวนแล้วเบี่ยงตัวหลบได้ทันอย่างฉิวเฉียด โจรร่างสูงใหญ่เห็นดังนั้นก็นึกโกรธที่อีกฝ่ายหลบการโจมตีของตนได้ จึงหันไปตวัดดาบจะฟาดฟันใส่อีกคน แต่ชายหนุ่มก็ตั้งรับการโจมตีของอีกฝ่ายได้อีกครั้ง ก่อนจะเริ่มโต้ตอบกลับด้วยการแทงด้วยปลายแหลมของทวนบนล่างสองสามที ตามด้วยฟาดฟันซ้ายขวาอีกสองรอบ ซึ่งฝ่ายโจรโพกผ้าเหลืองก็ได้แต่ตั้งรับการโจมตีชุดใหญ่ของชายหนุ่มด้วยดาบ แต่ด้วยกำลังที่ต่างกันทำให้ชายหนุ่มที่ไม่ค่อยจะคุ้นชินนักกับการใช้อาวุธหนักเช่นนี้ต้องกลับมาตั้งรับเพื่อไม่ให้เสียกำลังไปมากกว่านี้ เขากระโจนถอยไปตั้งหลัก ก่อนจะยืนหายใจหนักแต่ก็พยายามไม่แสดงอาการให้ดูเหน็ดเหนื่อยมากนักเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ถึงการอ่อนกำลังของตน ฝ่ายโจรโพกผ้าเหลืองก็ยืนหอบตัวโยนเช่นกันเพราะมันก็ใช้กำลังไปเยอะในการแบ่งรับแบ่งสู้กับชายหนุ่ม


“ฝีมือก็ใช้ได้นี่หว่า แต่คราวนี้ถึงจุดจบของเอ็งแล้วว่ะ ไอ้หนุ่ม ย้ากกก !!!”


ร่างสูงใหญ่พุ่งกระโจนใส่หมายจะปลิดชีพฝ่ายตรงข้ามด้วยการฟันดาบลงในฉับเดียว แต่นั่นก็ดูเหมือนจะช้ากว่าชายหนุ่มเพียงนิดเดียว เก้อหลี่หลบไปข้าง ๆ ก่อนจะฟาดเข้าที่กลางหลังของโจรโพกผ้าเหลืองผู้นั้นด้วยสันทวนของเขาอย่างจัง ทำให้อีกฝ่ายถึงกับเสียหลัก ช้ายหนุ่มไม่รอช้าจัดการเตะตัดขาทำให้อีกฝ่ายที่เสียจังหวะอยู่แล้วถึงกับล้มลง มือใหญ่พยายามเอื้อมคว้าดาบเพื่อที่จะต่อสู้แต่ก็ถูกชายหนุ่มใช้เท้าเหยียบด้ามดาบไว้ไม่ให้อีกฝ่ายหยิบมาใช้ได้ ก่อนจะใช้เท้าอีกข้างเหยียบอกกว้าง แล้วปลายทวนจ่อที่คอหอยของอีกฝ่าย โจรโพกผ้าเหลืองเห็นว่า จุดจบของตัวเองคงมาถึงแล้วก็กัดฟันกรอด ๆ ด้วยความโกรธ ก่อนจะตะโกนใส่ชายหนุ่ม


“เอ็งชนะแล้ว ก็ฆ่าข้าเสียเลยสิวะ ข้าไม่กลัวหรอก ฆ่าเลย !!!”


ชายหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายตาไม่กระพริบด้วยเข้าใจดีว่า หากตนเผลอเพียงนิดเดียว อีกฝ่ายที่ตอนนี้เป็นดั่งสุนัขจนตรอกคงจะใช้โอกาสเพียงเสี้ยววินาทีจัดการเขาเป็นแน่ ชายหนุ่มเงื้อทวนอย่างเต็มที่ โจรโพกผ้าเหลืองเห็นดังนั้นก็เบิกตาโพลง แต่แล้วภาพก็ตัดในทันที . . .



ชายหนุ่มใช้เวลาจัดการมัดตัวโจรโพกผ้าเหลืองที่เขาใช้ด้ามทวนฟาดที่ปลายคางจนสลบในครั้งเดียวจนแน่นหนา แล้วทำการค้นตัวปลดอาวุธอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ก็หันไปมองหญิงชราที่ยังคงนั่งตัวสั่นมองดูเขาอยู่ ก่อนจะเดินไปนั่งชันเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้าหญิงชรา แล้วยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร


“ไม่เป็นไรแล้วนะแม่เฒ่า ท่านปลอดภัยแล้ว”


เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพลางปลอบประโลมหญิงชรา ก่อนจะยื่นมือมาประคองให้นางลุกขึ้นยืนได้ หญิงชราถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้ง นางแทบจะลงไปนั่งคุกเข่าให้ชายหนุ่มแต่ก็ถูกชายหนุ่มห้ามไว้เสียก่อน


“ขอบคุณเจ้ายิ่งนักเลยนะพ่อหนุ่ม ฮืออ ถ้าไม่มีเจ้าข้าคงถูกไอ้โจรชั่วนั่นฆ่าทิ้งแล้วล่ะนะ ฮืออ”


ชายหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะช่วยหญิงชราเก็บสมุนไพรที่ตกกระจายใส่ลงในตะกร้า แล้วยิ้มให้


“ไม่หนักหนาเลยแม่เฒ่า ว่าแต่ท่านเป็นชาวเมืองหรูหนานกระนั้นหรือ”


หญิงชราเริ่มหยุดร้องไห้ มีเพียงเสียงสะอื้นเล็กน้อย นางพยักหน้าเบา ๆ


“ใช่แล้วล่ะพ่อหนุ่ม ข้าเป็นเพียงชาวบ้านที่เลี้ยงชีพด้วยการเก็บสมุนไพรในป่าไปขายให้หมอยังโรงหมอในเมืองเพื่อหาเงินมาประทังชีวิตไปวัน ๆ”


ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองชายร่างสูงใหญ่ที่ยังสลบอยู่ ก่อนจะหันกลับไปมองหญิงชรา


“ข้ากำลังจะเดินทางไปยังหมู่บ้านเซิ่งหุน แต่ยังไงก็ต้องผ่านเมืองหรูหนานอยู่ดี เช่นนั้นข้าจะพาท่านไปส่งยังโรงหมอละกันนะ หญิงชราเดินทางในป่าคนเดียวเช่นนี้อันตรายยิ่งนัก”


คำพูดของชายหนุ่มที่เอ่ยออกมานั้นทำให้หญิงชราถึงกับตื้นตันใจจนพูดอะไรไม่ออก นางสะอื้นอยู่อีกพักหนึ่ง ก่อนจะเช็ดน้ำตา แล้วยิ้มกว้างให้กับชายหนุ่ม


“ขอบคุณเจ้ายิ่งนักเลยพ่อหนุ่ม ข้าไม่รู้จะตอบแทนเจ้าเช่นไรดีเลยพ่อหนุ่มเอ้ย”


“อย่าได้กังวลเลยแม่เฒ่า ข้าไม่ได้หวังผลตอบแทนใด ๆ จากท่านอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วที่ยามเมื่อเห็นผู้อื่นเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือ”


ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่นั้น ดูเหมือนว่า โจรโพกผ้าเหลืองจะเริ่มรู้สึกตัวตื่นแล้ว ชายหนุ่มที่เหลือบไปเห็นจึงลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าโจรที่ถูกมัดไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย โจรโพกผ้าเหลืองที่พึ่งฟื้นสติสะบัดหน้าเพื่อขับไล่อาการปวดหัวออกไป เมื่อมองเห็นเท้าคู่หนึ่งอยู่เบื้องหน้าก็เงยหน้ามองดูปรากฎว่า เป็นชายหนุ่มที่เขาต่อสู้ไป นี่เขายังไม่ตายสินะ เจ้านี่ไว้ชีวิตเขางั้นหรือ


“ใยเจ้าไม่ฆ่าข้าเสียล่ะพ่อหนุ่ม เอ็งมีโอกาสแล้วนะ หรือเจ้าไม่กล้า”


โจรโพกผ้าเหลืองตะโกนด่าใส่ชายหนุ่มไม่ยั้ง ซึ่งชายหนุ่มยืนฟังเงียบ ๆ ก่อนจะนั่งลงแล้วค่อย ๆ แก้มัดโจรโพกผ้าเหลืองออก นั่นทำให้ทั้งโจรและหญิงชราตกใจเป็นอย่างมาก


“ข้าไม่ต้องการให้เลือดของเจ้าต้องมาแปดเปื้อนมือของข้า . . .”


“แล้วเอ็งคิดจะปล่อยข้าไป ไม่คิดว่าข้าจะหาทางมาแว้งฆ่าเอ็งและยายแก่อีกครั้งรึไงล่ะ”


ชายหนุ่มแก้มัดโจรโพกผ้าเหลืองเสร็จก็ลุกขึ้นยืน มองดูอีกฝ่ายอย่างใจเย็น แล้วยิ้มเล็กน้อย


“หากเป็นเช่นนั้น จะรออะไรอยู่ล่ะ เจ้ามีโอกาสแล้วนี่”


โจรโพกผ้าเหลืองมองดูชายหนุ่มด้วยความฉงนสงสัย ว่าชายผู้นี้จะซ่อนกลอะไรไว้หรือไม่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา


“ครั้งนี้ไม่ละ ข้าไปดีกว่า . . .”


“ไปเพื่อที่จะกลับไปใช้ชีวิตเฉกเช่นโจรถ่อยไร้เกียรติเช่นนี้ต่อไปงั้นหรือ”


ไม่ทันที่โจรโพกผ้าเหลืองจะก้าวเดิน เขาก็ต้องหันกลับไปมองชายหนุ่มอีกครั้ง แล้วยักไหล่ให้กับเก้อหลี่ที่ยืนกอดอกมองดูเขา


“แน่ล่ะ บัดนี้ข้าไม่มีที่ไปแล้วนี่นา พ่อแม่ลูกเมียข้าก็ตายเพราะความอดอยากเสียหมดสิ้น ดังนั้นชีวิตข้าก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วล่ะ”


“กระนั้นหรือ ไฉนเลยแทนที่จะใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเช่นนี้ ไม่ลองไปสวามิภักดิ์เข้าร่วมกับบรรดาขุนพลเล่า เจ้าก็ใช่ว่าจะไร้ฝีมือ”


“หึ ไปให้โดนตัดหัวสิไม่ว่า ข้าเป็นโจรนะเว้ย ไม่ใช่ทหารเลวของพวกขุนพล”


“เช่นนั้นก็เลิกเป็นโจรเสียไม่ดีกว่าหรือ . . .”


คำพูดของชายหนุ่มทำให้โจรโพกผ้าเหลืองรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เขาเดินกลับมายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มแล้วกอดอกเช่นเดียวกัน ก่อนจะจ้องมองดู


“เลิกเป็นโจรงั้นหรือ แล้วจะให้ข้าทำมาหากินเช่นไร ที่นาก็โดนพวกขุนนางยึด ใช้แรงงานก็โดนพวกเจ้านายเอารัดเอาเปรียบ”


ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ แล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือไปตบไหล่กว้างของโจรแล้วยิ้ม


“เช่นนั้นแล้ว ในเมื่อเจ้าไม่มีญาติพี่น้องพ่อแม่ลูกเมียแล้ว เอางี้ ลองไปกับข้า ข้าอาจจะหาหนทางใหม่ให้กับเจ้าได้ เจ้าคิดว่าไงล่ะ”


โจรโพกผ้าเหลืองเลิกคิ้วเล็กน้อยมองดูชายหนุ่ม ไอ้นี่ท่าจะบ้าเสียกระมัง ก่อนหน้าพึ่งคิดจะฆ่าฟันกันมาบัดนี้คิดจะชวนให้เลิกเป็นโจรแล้วให้ไปด้วยกัน


“เอ็งคิดจะให้คนที่พึ่งหมายจะเอาชีวิตเอ็งมาเป็นพรรคพวกงั้นหรือ ถ้าไม่บ้าก็คงโง่เหลือคณานับเลยล่ะนะ แต่เอาเถอะ ข้ายอมเสียก็ได้ถือเป็นการตอบแทนที่เอ็งไว้ชีวิตข้า แต่อย่าได้คิดว่าข้าจะเชื่อใจเอ็งนะ และเอ็งก็อย่าได้เชื่อใจข้า”


ชายหนุ่มยิ้มแล้วพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือให้อีกฝ่ายจับมือ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตรมากขึ้น


“อย่างไรก็ดี หากว่าชีวิตเจ้าไม่ได้ดีขึ้นเหมือนดังที่ข้าชักชวนเจ้า เจ้าจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ตามแต่เจ้าปรารถนา แต่หากเจ้าจะติดตามข้าไปด้วย ขอเพียงอย่างเดียว จงเลิกทำสันดานโจรและทำตัวเหมือนดั่งปุถุชนคนสามัญเสีย”


โจรโพกผ้าเหลืองยืนเอามือเท้าคางครุ่นคิดพลางมองดูชายหนุ่มเพื่อพิจารณาถึงผลประโยชน์ที่ตนจะได้ ซึ่งดูแล้วก็อาจจะดีกว่าที่เขาเป็นโจรอยู่เช่นนี้ เขาพยักหน้าแทนการยอมรับแล้วยื่นมือไปจับมืออีกคน


“ย่อมได้ ข้าติดตามเอ็งไปก็ได้ ข้าชื่อ เฉินกวง ก่อนหน้านี้ข้าเป็นชาวนาที่เมืองสุยหยาง แต่ก็อย่างที่บอกคนในครอบครัวข้าตายหมดแล้วเพราะโรคระบาด หวังว่าเจ้าจะไม่คิดจะหลอกใช้ข้าหรอกนะไม่งั้นล่ะก็ข้าจะฆ่าเอ็งด้วยมือทั้งสองข้างของข้านี่แหละ”


“ข้าเก้อหลี่ เป็นบุตรของชาวนาเมืองอู๋เว่ย แน่ล่ะตราบใดที่เจ้ารักษาสัญญา ข้าจะนับถือเจ้าเป็นพี่น้องอีกคนนึงของข้า ก่อนอื่นเลย เจ้าควรจะขอขมาแม่เฒ่าเสียเถอะ แล้วช่วยนางแบบตะกร้ากับเมือง ข้ามีภารกิจที่ต้องทำต่อดังนั้นเร็วเข้าเถอะ”


ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะปล่อยมือที่จับมือชายร่างสูงใหญ่ออก แล้วผายมือไปยังหญิงชราที่กำลังยืนงงด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ ในตอนนี้ช่างสับสนงุนงงโดยแท้ อดีตโจรโพกผ้าเหลืองกลับใจผู้นี้หันไปมองตามพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมทำตามเสียแต่โดยดี เขาเดินย่างสามขุมไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหญิงชราที่ดูจะหวาดกลัวเขาอยู่ นางค่อย ๆ เดินถอยหลังไปสองสามก้าว แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายโค้งตัวให้กับนางก็รู้สึกแปลกใจ


“ข้าขออภัยด้วยนะยายแก่ ในสิ่งที่ข้าล่วงเกินท่านไป ข้ารู้ว่าท่านคงไม่ให้อภัยข้า แต่ถึงกระนั้น ข้าขออภัย”


หญิงชรายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองยังชายหนุ่มที่ยืนพยักหน้าให้กับนาง นางจึงพยักหน้าแทนการยินยอม ก่อนจะยื่นตะกร้าเก็บสมุนไพรให้กับชายร่างสูงใหญ่ ว่าแล้วชายผู้นั้นก็รับตะกร้ามาสะพายไว้ที่หลัง


“เอาล่ะเดินทางกลับเมืองกันเถอะ ท่านแม่เฒ่านำทางพวกเราไปเลย อ้อส่วนเจ้าเฉินกวงถอดผ้าโพกหัวนั่นเสีย รวมถึงสิ่งของต่าง ๆ ที่มันแสดงถึงว่าเจ้าเคยเป็นโจรโพกผ้าเหลืองทิ้งไป ไม่เช่นนั้นหากเจ้าไปในสภาพเช่นนี้ข้าก็คงจะช่วยเจ้ามิได้จากการถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์นะ . . .”



ลักษณะนิสัยรักสงบ

-10 ลดความเครียด

 

ลักษณะนิสัยขยัน

-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือกิจกรรมใด ๆ ไม่ให้ว่าง

 

ลักษณะนิสัยหลังตรง

+15 EXP จากการโรลสร้างความน่าเคารพศรัทธาต่อผู้พบเห็น

+15 ความสัมพันธ์แรกเริ่มเมื่อได้ทำความรู้จักสหายใหม่

 

ลักษณะนิสัยว่องไว

+1 Point จากการโรลต่อสู้

+1 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย

+10 EXP จากการโรลทำงาน

 

ลิงค์การประลอง : https://rotk.xyz/dzs_npccomrade-fight.html?aid=440

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตะกร้าสาน
เกราะเกล็ดมังกร
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x10
x9
x30
x1
x1
x5
x30
x12
x4
x4
x4
x1
x1
x2
x10
โพสต์ 2021-10-13 18:54:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เทศกาลฉงหยาง
เดินทางสู่ท่าเรือ
.
.

           จิ้นอิ๋งไม่ทันได้นึกว่าการนั่งรถม้ากับบุรุษสองต่อสองจะสร้างความกระอั่กระอ่วนถึงเพียงนี้ แต่นางก็ได้แต่คิดว่านางไม่ควรรู้สึกเช่นนี้มิใช่หรือ กับผู้เป็นสหายทำไมต้องไม่สบายใจ

           และเพราะความสับสนตีกันในหัวเช่นนี้ ในยามนี้ที่ดรุณีน้อยนั่งทิ้งระยะกับอีกบุรุษยังอีกฝั่งของรถก็คล้ายผินสายตามองออกทางหน้าต่างที่ม่านผ้าถูกเลื่อนเปิดแทบจะตลอดเวลา ริมฝีปากเล็กถูกขบไปมาราวกับกำลังอยากหาเรื่องสัพเพเหระมาพูดคุยด้วยกับสหายแซ่กัว ทว่าจนแล้วจนรอดบนตัวรถม้าก็ยังคงเงียบสนิทไร้เสียงสนทนาไปตลอดทาง

           " เจ้าดูอะไรอยู่หรืออาอิ๋ง? "

           และเป็นกัวเจียที่เอ่ยทำลายบรรยากาศ เสียงที่ดังใกล้ตัวทำเอาเด็กสาวลอบสะดุ้งพลางเร่งผินใบหน้าหาอีกฝ่ายที่เข้ามานั่งเคียงนางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ จนจิ้นอิ๋งแทบเขยิบตัวถอยหนีเสียแทบชิดผนังรถม้า กัวเจียที่เห็นก็ลอบเลิกคิ้วมองฉงนก่อนสีหน้าพลันปรากฏร่องรอยความไม่สบายใจบางอย่างเช่นกัน สักพักอีกบุรุษจึงผละถอยตัวออกมาพร้อมเอ่ยน้ำเสียงฟังตัดพ้อเล็ก ๆ

           " เจ้าไม่สบายใจที่ข้าเดินทางมาด้วยหรือ? ขออภัยด้วย.. ไว้ถึงเมืองถัดไปจะให้ข้าไปนั่งกับคนม้าก็ได้ถ้าจะทำให้แม่นางสบายใจขึ้น "

           จิ้นอิ๋งที่แทบไม่เคยเจอการกระทำนี่ของสหายพลันมองตาค้างด้วยความตกใจ เฝ้ามองตามกัวเจียที่เลื่อนตัวไปนั่งชิดยังหน้าต่างอีกฝั่งเช่นกันก่อนเลื่อนสายตามองออกไปด้านนอกหน้าต่างเลียนแบบพฤติกรรมของจิ้นอิ๋งก่อนหน้า ทำเอาเด็กสาวพึงระลึกได้ขึ้นมาว่าทำตัวไม่ดีให้เข้าใจผิดกันเข้าให้เสียแล้ว

           ดรุณีน้อยคล้ายอึกอักไม่รู้จะเอ่ยง้อหาสหายแซ่กัวอย่างไรดี ดวงตากลมมองยังข้างใบหน้าของอีกบุรุษที่ถูกมือที่เท้าศอกกับหน้าต่างยกเท้าคางปิดบังริมฝีปากจนไม่อาจเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจนนัก ก่อนในตอนที่ผินสายตามองเห็นยังเรือนผมที่ผูกกันไม่เรียบร้อยนักของกัวเจียจะทำให้จิ้นอิ๋งก้มลงไปหยิบเอาของในย่ามตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนร่างเล็กจะขยับไปนั่งเยื้องด้านหลังของอีกฝ่ายเอาไว้

           " กัวเจีย… กัวเจียเจ้าคะ "

           เสียงหวานแว่วเอ่ยหา แต่เจ้าของนามก็คล้ายทำปั้นปึ่งไม่สนใจนาง ถ้าเป็นยามปกติจิ้นอิ๋งคงยู่ปากกับการกระทำเป็นเด็กของอีกบุรุษไปแล้ว แต่เพราะครานี้เป็นนางเองที่ไม่รู้ประหม่าอะไรจนเผลอนั่งเงียบทำตัวเกร็งให้ผู้ร่วมเดินทางต้องอึดอัดไปด้วย จะน้อยใจกันก็คงไม่แปลกนัก นางจึงไม่เอ่ยคาดโทษอะไรไปมากกว่าพยายามเอ่ยเรียกบุรุษแซ่กัวตรงหน้าอีกหน

           โดยที่นางไม่รู้ตัวเลยว่าหลังมือที่ปิดบังริมฝีปากของอีกบุรุษกำลังเผยรอยยิ้มหนึ่งที่เด็กสาวหายเกร็งแล้วยอมเข้ามาหาตนเช่นนี้

           " กัว ...อาเจีย "

           แต่ดูคล้ายดรุณีน้อยจะทำตัวเหนือคาดไปเสียหน่อย จากการเรียกหาที่ลดระยะห่างที่ทำเอาเจ้าของนามแทบจะผินสายตากลับมาหาจิ้นอิ๋งด้วยแววตาติดตระหนก ซึ่งเรียกรอยยิ้มของเด็กสาวให้วาดออกเสียเดี๋ยวนั้นที่เรียกความสนใจจากอีกฝ่ายได้ ก่อนมือเล็กข้างหนึ่งที่ถือหวีเอาไว้จะพลันถูกยกให้กัวเจียได้เห็นว่าตนต้องการจะเข้าหาเพื่อช่วยเหลือสิ่งใด

           " ข้าเห็นอาเจียมัดผมไม่ค่อยเรียบร้อย ให้ข้าช่วยแก้ให้นะเจ้าคะ " จิ้นอิ๋งเอ่ยหาอย่างกระตือรือร้นให้เห็นว่านางไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจใดที่ได้เดินทางร่วมกับอีกฝ่าย ก่อนท่านั่งของนางที่คุกเข่าเมื่อครู่จะพลันยืดตัวยืนเข่าเพื่อเตรียมช่วยจัดแต่งทรงผมให้แก่บุรุษแซ่กัวใหม่ ทว่ากลับโดนอีกฝ่ายคว้ารั้งยังข้อมือเล็กทั้งสองเอาไว้เสียก่อน

           " เจ้า… รู้อยู่ใช่หรือไม่ว่าการแตะหัวบุรุษไม่ใช่สิ่งที่ควรเท่าไหร่น่ะ " กัวเจียเอ่ยหาเสียงกลั้วขำ ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่ดูแล้วทั้งระอาหากแต่ก็แฝงความขบขันชอบใจไว้หลายส่วน

           ฝั่งจิ้นอิ๋งที่พอจะรู้ความเหมาะสมไม่เหมาะสมอยู่บ้างก็พยักหน้ารับแผ่วก่อนค่อยคอยบิดข้อมือออกจากการจับกุมอย่างเก้อกระดากโดยที่กัวเจียก็ยอมผละปล่อยไม่รั้งไว้ต่อ หลังเห็นว่าอีกสตรีคงไม่กล้าแตะยังเรือนผมของเขาให้ยิ่งกระอั่กกระอ่วนกันเข้าไปใหญ่ ถึงอย่างนั้นจิ้นอิ๋งก็ยังไม่ผละถอยไปไหน ยังยืนเข่าให้ช่วงศีรษะสูงกว่าอีกฝ่ายอยู่เช่นนั้นคล้ายยังไม่ยอมแพ้

           " งั้น.. อาเจียจะลองมัดผมเองดูใหม่ดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าว่าตรงเชือกมันแอบเบี้-- ไอหยา! "

           ทว่าขณะที่กำลังจะยื่นหวีชี้บอกตำแหน่งที่อยากให้จัดการเชือกที่มัดผมใหม่เสร็จ รถม้าที่ขยับโคลงเคลงเล็ก ๆ จากเส้นทางถนนขรุขระเป็นปกติมาตลอดทางพลันเคลื่อนผ่านรากไม้ใหญ่ท่อนหนึ่งให้รถพลันโคลงขยับหนักจนคนโดยสารแทบตัวลอย จิ้นอิ๋งที่ไม่ได้นั่งแนบกับตัวรถจากการยืนเข่าก่อนหน้าก็แทบเสียหลักล้มหาคนตรงหน้าที่ด้านหลังมีหน้าต่างให้เด็กสาวนึกผวาว่าจะล้มออกจากตัวรถไป

           และคล้ายกัวเจียจะรู้ว่าด้านหลังตนมีช่องหน้าต่างของตัวรถอยู่ อีกบุรุษจึงวาดแขนอ้อมรัดยึดยังเอวเล็กของจิ้นอิ๋งเอาไว้ แต่น้ำหนักตัวก็พาเหวี่ยงให้ตัวของนางแนบหาอีกฝ่ายอยู่ดี จนตอนนี้ใบหน้าคมจึงฝังเข้ากับลาดไหล่บางของเด็กสาว

           .
           หลังผ่านความสุ่มเสี่ยงของเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาได้ รถม้าก็กลับมาเคลื่อนปกติให้จิ้นอิ๋งถอนหายใจออกมาผะแผ่วด้วยความโล่งอก แต่พอมาตั้งสติสติไว้ตนกำลังค้ำไหล่คนตรงหน้าเอาไว้พร้อมกับใบหน้าที่แนบหายังช่วงไหล่ เด็กสาวก็แทบดีดตัวออกมาแทบไม่ทัน กระนั้นไม่ใช่เพราะความอายแต่เป็นความห่วงว่าไหล่นางไปกระแทกโดนหน้าของกัวเจียหรือไม่ ยิ่งเห็นดวงหน้าคมของอีกบุรุษแดงฝาดทั่วก็พาลนึกไปว่ากระแทกเข้าให้แล้วแน่จนมือเรียวปะป่ายลูบแผ่วยังใบหน้าที่ขึ้นสีของอีกฝ่ายราวอยากช่วยให้สร่างเจ็บ

           " อาเจีย!.. เจ็บหรือไม่เจ้าคะ ไหล่ข้ากระแทกโดนหน้าหรือไม่เจ้าคะ? แดงไปหมดเลย ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ.. " เสียงหวานพลันเอ่ยขึ้นอย่างลนลาน แต่ผู้โดนถามกลับหลับตาแน่นพร้อมขบกรามก่อนจะยึดข้อมือของจิ้นอิ๋งให้หยุดจับต้องยังใบหน้าของตน

           " ไม่เจ็บ หน้าข้าไม่ได้โดนไหล่เจ้ากระแทก.. "

           กัวเจียสิ้นสุดประโยคไว้แค่นั้น ก่อนเงยสบมองหาคนที่ยังยืนเข่าอยู่เบื้องหน้าตน และหลังครุ่นคิดย้อนกลับเหตุการณ์ไปได้จิ้นอิ๋งก็คล้ายเข้าใจถึงความแนบชิดก่อนหน้าที่นางลืมนึกสังเกตเพราะมาติดห่วงอีกฝ่าย จนร่างเล็กแทบระเห็จถอยมานั่งชิดยังอีกฝั่งของรถม้าเช่นเดิม ซึ่งดูเหมือนครั้งนี้อีกบุรุษก็ไม่คิดตามไปอย่างเก่า มองออกนอกตัวหน้าต่างเช่นเดิมพร้อมเสี้ยวหน้าที่ยังระเรื่อฝาดไม่จางหาย พอ ๆ กับดรุณีน้อยที่แทบจะมีท่าทางมองออกช่องหน้าต่างของอีกฝั่งไม่ต่างกัน ดวงหน้านวลร้อนไปทั่วจนกลัวว่าตนจะจับไข้

           .
           ในรถม้าที่กลับคืนบรรยากาศเดิม ๆ ที่ไร้ซึ่งบทสนทนา แต่สำหรับจิ้นอิ๋งกลับไม่ได้เงียบลงเช่นเดิมเพราะมีเสียงบรรเลงของบทเพลงหนึ่งดังก้องไปทั้งอกข้างซ้ายจนอื้ออึงทั้งสองหู มือเรียวพลันยกทุบแผ่วเสียหลายหนราวกับอยากให้ภายในนี้ลดเสียงลงไป

           หยุดเดี๋ยวนี้… เจ้าเป็นอะไรไปเนี่ย กู่จิ้นอิ๋ง



ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
สถานะธาตุหลัก : +10 ความสัมพันธ์ [028] ธาตุดินและปีนักษัตรเหมือนกัน
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-11-18 18:05:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด


                                                                                                     





       ในยามเว่ย เลี่ยงจินได้เดินทางไปตามเมืองในแถบกันจงเพื่อออกสำรวจแผนที่จนตอนนี้เขาได้กลับมายืนอยู่ที่ป่านอกเมืองหรูหนาน เพื่อมาสำรวจพื้นที่ภายในป่าแห่งนี้

       "กรี๊ดดดดด...."
  
       'เสียงของผู้หญิง!'  เลี่ยงจินตกใจตื่นตระหนกกับเสียงกรีดร้องที่ได้ยินเมื่อครู่
       เสียงกรี๊ดดังลั่นป่า พลอยทำให้ฝูงสัตว์ นกในป่าแห่งนี้พลอยตกใจบินเตลิด วิ่งกันชุลนุม ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าของเสียงคือผู้ใด
      
   
       เลี่ยงจินรีบวิ่งไปยังทิศที่เป็นต้นเสียง เขารีบสาวเท้าวิ่งผ่านสัตว์ป่าและต้นไม้เพื่อที่จะสามารถไปถึงให้เร็วที่สุด หากเขาไปช้าเกินไปอาจจะเกิดเหตุร้ายขึ้นก็เป็นได้

        "ใครก็ได้ช่วยที ช่วยข้าด้วยยย" เสียงสั่นเครือของยายชราที่เคราะห์ร้ายเจอโจรโพกผ้าเหลือง

       "ข้ามาช่วยท่านแล้ว!" หนุ่มลูกครึ่งวิ่งกระโดดมาขวางหน้าโจรโพกผ้าเหลืองที่จะเข้ามาโจมตีใส่หญิงชรา

       ยายชราที่ถือไม้เท้าสะพายที่บรรจุสมุนไพรด้านหลัง ตัวสั่นเครือ จนเธอถอยหลังก้าวล้มลง ตวัดไม้ด้วยความกลัว "อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามานะ" ยายชราหลับตาปรื๋อตวัดมีดไปมาอย่างกลัว ๆ
      
       "ข้าจะเป็นคู่มือให้เจ้าเอง" เลี่ยงจินหยิบขวานคู่กายออกมา เขาชี้ปลายขวานหันใส่โจรโพกผ้าเหลืองเบื้องหน้า

        เขาเข้าใช้ขวานรับดาบปัดป้องการโจมตีของอีกฝ่าย พลางใช้ดวงตาประเมิณคู่ต่อสู้

       'งั้นหรือ…'

  ชายหนุ่มพาคู่ต่อสู้ย้ายสถานที่การต่อสู้ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้หญิงชราโดนลูกหลงจากการโดนตีและจากการถูกจับเป็นตัวประกัน


    "พวกเรามาเริ่มเอาจริงกันดีกว่า"

     ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบกลับ เข้าประชิดตัวโจมตีโจรผู้นี้แต่เลือกที่จะหลีกเลี่ยงจุดตายและไม่ทำให้บาดเจ็บหนักแต่เน้นทำให้อีกฝ่ายหมดแรงไปเอง  เพราะเขาเองก็มีเรื่องที่อยากจะพูดคุยบางสิ่งด้วย

   ใช้เวลาพักใหญ่โจรโพกผ้าเหลืองล้มลงไปบนพื้นอย่างแทบหมดสิ้นแรง เสียงลมหายใจที่อ่อนแรงและเหนื่อยหอบ มันพยายามดันตัวลุกขึ้นมาอีกครั้ง
              
   
      "อ๊ากกก แก..." โจรโพกผ้าเหลืองหงุดหงิดชะเหลือเกิน ฝืนตัวเองลุกขึ้นดาบปักดิน
  
       "เจ้ายอมแพ้เถอะ ฝืนรังสู้ต่อไปก็มีแต่จะส่งผลเสีย"
  
     "ฝันไปเถอะไอสัส บังอาจแส่เรื่องชาวบ้านแกอย่าฝันจะรอดไปได้" โจรโพกผ้าเหลืองปลายแถวหงุดหงิดเกินจะอารมณ์ดี มันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งจู่โจมอีกฝ่าย
      
    แต่ทว่าร่างที่กำลังวิ่งเข้ามานั้นก็ล้มลงไปกับพื้นอย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ไม่สามรถแม้แต่จะลุกขึ้นยืนด้วยตนเองด้วยซ้ำ

       "ข้าจะให้เลือกว่าระหว่างเดินทางไปกับข้า กับตายลงที่นี่เจ้าจะเลือกอะไร" เลี่ยงจินยืนพูดกับโจรโพกผ้าเหลืองที่ล้มอยู่กับพื้น
  
       "นี่แกเสียสติไปแล้วรึไง จะให้ฆาตกรชั่วอย่างข้าเดินทางไปกับแกงั้นรึ"
     
         "เจ้าจะกล่าวว่าข้าเสียสติเป็นบ้า หรืออะไรก็ช่าง แต่ข้าขอถามคำถามเดียว เจ้าเคย'ฆ่าคน'จริงหรือ"

  นัยน์ตาสีฟ้าครามอันสงบนิ่งจดจ้องไปในดวงตาสีดำนิลราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งภายในนั้น ทุกสิ่งตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาทั้งสองประสานกันแต่ไร้ผู้ใดพูดคำใดลอดเร้นออกมา

         "ถ้าเจ้าไม่คิดจะตอบอะไร ข้าก็ขอตัว.."

         "ข้ามีนามว่าว่าอัน แซ่จาง แล้วเจ้ามีนามว่าอะไร"

     ก่อนที่เลี่ยงจินจะเดินจากไป โจรโพกผ้าเหลืองได้เริ่มเอ่ยปากบอกชื่อแซ่ของตน

         "ข้ามีนามว่าเลี่ยงจินไม่มีแซ่ หรือเจ้าจะเรียกข้าว่าซีเปียนก็ได้ ตามสะดวกของเจ้าเถอะ"

        "เจ้านั่งพักไปก่อนก็ได้หรือจะตามไปรอหน้าเมือง แต่จงระวังไม่ให้ใครเจอตัวเข้า"

     หลังจากบอกกับจางอันไปเช่นนั้น เลี่ยงจินก็ได้ไปหาแม่เฒ่าที่เขาปล่อยให้คอยในทันที

       "ท่านแม่เฒ่า เป็นอะไรมากรึเปล่าขอรับ" เลี่ยงจินรีบไปผคองร่างของของหญิงชราขึ้นมา และสังเหตุอาการบาดเจ็บส่วนอื่น


       "คุณชายเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ" ยายชรากล่าวถามพลางขอบคุณอีกฝ่ายที่มาช่วยผคอง
      
       "ไม่เป็นอันใดหรอก ข้าปลอดภัยดีว่าแต่ท่านเถอะ มีตรงไหนบาดเจ็บรึเปล่า" เขาจับร่างกายของหญิงชราพลิกดูเพื่อหาบาดแผล แต่โชคดีที่ไม่พบ

       "ขอบคุณพ่อหนุ่มมากเชียวนะ ถ้าไม่ได้เธอยายคงไม่รอดวันนี้แล้ว..." ยายชรากล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะเป็นยกมือเวียนศีรษะ "พอดียายกำลังเก็บสมุนไพรป่าจะนำไปขายโรงหมอในเมืองหาเงินประทังชีวิต"
      
      "งั้นข้าจะพาท่านไปส่งเอง เดี๋ยวถ้ามีโจรเข้ามาท่านจะได้มีคนช่วย"

       "ขอบคุณหลานมากนะ ยายไม่รู้จะตอบแทนเช่นไรดี" ยายกล่าวด้วยความซาบซึ้งกินใจ น้ำตาบนใบหน้าหยดไหลลงมาด้วยความใจดีของอีกฝ่าย พลางกล่าวยิ้มด้วยความเป็นมิตรก่อนจะหยิบเงินเล็กน้อยออกมาตอบแทนและข้าวของจำนวนหนึ่ง "นี่ยายให้หลานนะ ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อย"
      
     "ท่านแม่เฒ่า จะดีหรือ" เมื่อเห็นหญิงชรามอบสิ่งของให้ชายหนุ่มก็ไม่รู้จะกล่าวเช่นไร

     "รับเอาไว้เถอะนะพ่อหนุ่ม ถือว่าเป็นข้าขอแล้วกัน"

เมื่อพูดคุยกันเป็นอันเรียบร้อยเขาและแม่เฒ่าก็ออกจากป่ามุ่งสู่โรงหมอต่อไป











  หลักฐานการเอาชนะ




(โจรโพกผ้าเหลือง : จาง อัน )


อัจฉริยะ
+5 Point จากการโรลต่อสู้


หูดี
+3 Point ทุกครัั้งที่โรลต่อสู้ผ่านระบบ






←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
ขวานไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x20
x30
x3
x3
x1
x12
x3
x3
x3
x40
x14
x14
x4
x2
x1
x4
x6
โพสต์ 2022-5-16 00:43:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[เควสสอนการดวล] ช่วยคุณยายจากน้ำมือโจร

" อืมมม!!"

ปากที่กำลังเคี้ยวหมั่นโถวอยู่เต็มปาก พร้อมกับสองมือที่ถือหมั่นโถวอยู่ทั้งสองมือ อีกมือหนึ่งก้อนหมั่นโถวถูกกัดไปแล้ว ส่วนอีกมือหนึ่งยังคงเป็นก้อนขาวสวยอยู่ หลังสะพายกระเป๋าพร้อมกับดาบใบหลิวติดพู่แดงที่อยู่ด้านหลัง ตัวของเปิ่นหยางเดินอย่างสบายใจพร้อมกับกลืนหมั่นโถวคำแรกและกัดเข้าไปอีกหนึ่งคำจนมือข้างขวาว่าง

"ดีจริงๆเลย......ไม่นึกเลยว่าท่านผู้เฒ่าจะมีดาบของนายกองทหารดีๆอย่างนี้ ปกติข้าได้ใช้อะไร? ฮ้า! ทวน!"

ชายวัยกลางคนเดินไปบ่นไประหว่างที่ในปากเองก็กำลังเคี้ยวหมั่นโถวไปด้วยก่อนจะกลืนลงและมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

"แล้ว......ต่อจากนี้......ข้าจะไปที่ใด?.."

เขาเดินนึกไปพร้อมกับยัดหมั่นโถวอีกก้อนหนึ่งเข้าไปในปากทั้งชิ้นก่อนจะนำมือทั้งสองข้างปัดทำความสะอาดมือและเศษแป้งที่ตกอยู่ตามเสื้อของตัวเขาไปด้วย

" ลู่หยางเองพ่อข้าก็เคยบอกไว้นะว่าสวยงามมาก.........สงสัยข้าเองคงจะต้องสัมผัสด้วยตาของตนเองบ้างซะแล้ว!"

พอเดินมาถึงเขตป่า ตัวของเปิ่นหยางก็คิดเป้าหมายต่อไปของชีวิตเขาได้แล้ว

"อีกอย่าง เมืองยิ่งใหญ่ซะขนาดนั้น คงจะหางานง่ายกว่าเมืองแถวๆ-"

ยังไม่ทันที่จะได้บ่นกับตัวเองจบ อยู่ดีๆก็เกิดเรื่องขึ้น....

"กรี๊ดดดดด...."

" .........ห๊ะ??! "

ตัวของเปิ่นหยางเมื่อได้ยินเสียงของกรี๊ดดังลั่นออกมา ทำให้ตัวเขาหยุดเดินทันทีก่อนจะยืนฟังอย่างตั้งใจ

เสียงกรี๊ดดังลั่นป่า พลอยทำให้ฝูงสัตว์ นกในป่าแห่งนี้พลอยตกใจบินเตลิด วิ่งกันชุลนุม ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าของเสียงคือผู้ใด

" สงสัยคงจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น?...สัตว์ป่า? โจร? พวกสวะผ้าเหลือง??!"

"ใครก็ได้ช่วยที ช่วยข้าด้วยยย" เสียงสั่นเครือของยายชราที่เคราะห์ร้ายเจอโจรโพกผ้าเหลือง

ตัวของเปิ่นหยางรีบวิ่งไปยังที่เกิดเหตุแถบจะภายในทันที ในหัวของเขาเต็มไปด้วยโทสะ สายตาจ้องมองไปตรงหน้าด้วยความเครียดแค้น

"ถ้าหากเป็นโจรผ้าเหลืองจริงๆ...........สหายข้า........ข้าจะขอล้างแค้นให้พวกเจ้า!!!"


ตัวเปิ่นหยางนึกในใจก่อนจะวิ่งจนมาถึงที่เกิดเหตุ

ยายชราที่ถือไม้เท้าสะพายที่บรรจุสมุนไพรด้านหลัง ตัวสั่นเครือ จนเธอถอยหลังก้าวล้มลง ตวัดไม้ด้วยความกลัว "อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามานะ" ยายชราหลับตาปรื๋อตวัดมีดไปมาอย่างกลัว ๆ

"เห้ย! ไอบ้าผ้าเหลือง! ข้าเกา เซว่ยจ้าง ขอนำเลือดของเจ้า ชำระแค้นสหายข้า!!"

ว่าแล้วตัวของเปิ่นหยางที่เห็นโจรโพกผ้าเหลืองคนหนึ่งถือดาบกำลังเตรียมที่จะสังหารคุณยายผู้น่าสงสาร ตัวของเปิ่นหยางจึงตะโกนเพื่อดึงความสนใจก่อนจะคว้าดาบใบหลิวจากด้านหลังพร้อมกับจับมันด้วยมือทั้งสอง แต่เขาก็จับมันไม่ค่อยสะดวกนักเพราะนิ้วก้อยมือซ้ายของเขาพิการ ตัวเปิ่นหยางวิ่งพุ่งตรงเข้าไปหาโจรโพกผ้าเหลืองในทันที!...

ดาบของทั้งคู่ปะทะกันพร้อมหน้าของทั้งสองที่ประจันกัน

" ดะ....เดียวก่อน! แกเป็นใครวะ! แล้วมายุ่งอะไรกับเรื่องของข้า!!"

โจรโพกผ้าเหลืองพูดติดๆขัดๆเพราะตกใจในน้ำเสียงของเปิ่นหยาง พร้อมกับปัดให้ตัวของเปิ่นหยางถอยหลังไป ตัวของเปิ่นหยางรีบถอยออกมาสองก้าวก่อนจะตั้งท่าคมดาบหันหาศัตรูอีกครั้งหนึ่ง

" ก็บอกไปแล้วไงฟ่ะ?! หรือต้องบอกนามรองของข้า เปิ่นหยาง!!"

ตัวเปิ่นหยางตะโกนออกมาก่อนจะใช้แรงเท่าที่มี วิ่งพุ่งตรงเข้าไปหาตัวของโจรโพกผ้าเหลืองจนมันล้มลง

"แรงดีนี่ไอสวะ! มา!"

ตัวเปิ่นหยางเปิดโอกาสให้โจรโพกผ้าเหลืองค่อยๆลุกขึ้นมา ก่อนที่มันจะพูดเชิงชื่นชมและทั้งคู่ก็ปะทะกันอีกครั้ง!!..................จนในที่สุด!



"อ๊ากกก แก..."

โจรโพกผ้าเหลืองหงุดหงิดชะเหลือเกิน ฝืนตัวเองลุกขึ้นดาบปักดิน

"เห้อ....เห้อ......"

ตัวเปิ่นหยางที่เห็นโจรยังพยายามจะสู้ต่อ ก็ชี้คมดาบไปทางโจรโพกผ้าเหลืองอีกครั้ง

"ไอผ้าเหลืองนี่...ยอมแพ้ซะ"

"ฝันไปเถอะไอสัส บังอาจแส่เรื่องชาวบ้านแกอย่าฝันจะรอดไปได้"

โจรโพกผ้าเหลืองปลายแถวหงุดหงิดเกินจะอารมณ์ดี มันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งจู่โจมอีกฝ่าย

ตัวเปิ่นหยางจ้องไปยังคู่ต่อสู้ ก่อนที่จะใช้สันดาบทุบไปที่คอในจังหวะที่โจรเตรียมจะก้มตัวแทงไปที่ท้องของชายกลางคน จนตัวของมันล้มลงไปบนพื้นอย่างสิ่นสภาพ
     
"อ้าาาาาาา! ในที่สุด!...เออจริงสิ!"

ตัวเปิ่นหยางเก็บดาบกลับไปที่หลังของตนเองก่อนจะนึกถึงคุณยายที่เกือบจะถูกปล้นทรัพย์ไปแล้ว ตัวเปิ่นหยางรีบวิ่งไปหาคุณยายทันที

" มาๆ โห่ยายถ้าไม่ได้ผมช่วยนะ ป่านนี้เป็นผีเฝ้าป่าไปแล้วมั้งเนี่ย? "

ตนพูดระหว่างที่ผคองตัวของคุณยายขึ้นอย่างช้าๆ

"คุณชาย เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ"

ยายชรากล่าวถามพลางขอบคุณอีกฝ่ายที่มาช่วยผคอง

"ผมไม่เป็นไรหรอกยาย...ยายเองเถอะ เป็นสตรีแล้วยังจะเข้าป่าตัวคนเดียวเนี่ยนะ?"

ตัวเปิ่นหยางพูดเชิงสงสัย

"ขอบคุณ พ่อหนุ่ม มากเชียวนะ ถ้าไม่ได้เธอยายคงไม่รอดวันนี้แล้ว..."

ยายชรากล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะเป็นยกมือเวียนศีรษะ

"พอดียายกำลังเก็บสมุนไพรป่าจะนำไปขายโรงหมอในเมืองหาเงินประทังชีวิต"

" เอ้าลูกหลานหรือ...อ้าๆ ช่างมันเถอะครับ"

พอนึกๆไปแล้ว เกรงว่าถามไปคงไม่ได้ความอะไรจึงเลิกถามก่อนที่จะมองไปที่ยายอีกครั้งพร้อมยิ้มออกมา

"ขอบคุณหลานมากนะ ยายไม่รู้จะตอบแทนเช่นไรดี"

ยายกล่าวด้วยความซาบซึ้งกินใจ น้ำตาบนใบหน้าหยดไหลลงมาด้วยความใจดีของอีกฝ่าย พลางกล่าวยิ้มด้วยความเป็นมิตรก่อนจะหยิบเงินเล็กน้อยออกมาตอบแทนและข้าวของจำนวนหนึ่ง

"นี่ยายให้หลานนะ ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อย"

เปิ่นหยางรีบนำมือจับไปที่มือของยายทันทีก่อนจะมองไปที่หน้าของยาย

"ไม่ต้องหรอกยาย.......เอาไว้ให้ผมพายายไปถึงเมืองก่อนแล้วคอยให้ผมก็ได้...เดินป่าคนเดียวอันตรายจะตาย!"

ตัวของเปิ่นหยางยังคงบ่นพร้อมส่ายหน้าก่อนจะนึกอะไรได้..จึงขอตัวยายซักครู่หนึ่ง

เขาเดินไปที่อีกฝั่งหนึ่งของป่าตรงจุดที่โจรโพกผ้าเหลืองและตัวของเปิ่นหยางสู้กัน ตัวของเปิ่นหยางเดินไปยังตัวของโจรที่ยังนอนเจ็บอยู่ ตัวของเปิ่นหยางค่อยๆย่อตัวลงก่อนจะนำมือแตะไปยังตัวของโจร

"เห้ยๆ...เงยหน้ามาๆ....ข้ามีอะไรอยากตกลงกับเจ้า"

โจรโพกผ้าเหลืองค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาด้วยร่างกายที่เจ็บชำ ตัวของเปิ่นหยางถอนหายใจออกมาพร้อมกับส่ายหัว

"ตอนแรกข้าคิดว่าข้าจะฆ่าเจ้าเพื่อล้างแค้นให้สหายที่พวกบ้าผ้าเหลืองอย่างพวกเจ้าสังหารไป แต่พอมาคิดๆดู........เจ้ายังอายุน้อยไปที่จะตาย ทั้งความสามารถ ทั้งฝีมือ ทั้งพละกำลัง...ข้าว่าเจ้าอนาคตยังคงอีกยาวไกล"

ตัวของเปิ่นหยางลุกขึ้นยืนก่อนจะชี้ไปที่ตัวของโจรโพกผ้าเหลือง

"ถ้าหากเจ้ามาร่วมกับข้า....เงินทอง...ชื่อเสียง....ผู้หญิง เจ้าจะได้มาอย่างง่ายๆแน่นอน!"

โจรโพกผ้าเหลืองค่อยๆก้มหน้าลงพร้อมทำสีหน้าเคร่งเครียด

"ว่าไงล่ะ....เจ้าคิดว่าอย่างไร?"

ในที่สุด เจ้าโจรก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดบางอย่างขึ้น

" ฮัน..หยวง...ข้าน้อยฮันหยวง...."

เปิ่นหยางยิ้มออกมาก่อนจะค่อยๆก้มตัวลงและผคองตัวของโจรโพกผ้าเหลืองขึ้น

"ฮัน หยวงสินะ...มาๆ...เจ้าคอยตามข้ามาก็แล้วกันนะ...เดียวยายแก่จะตกใจหากเห็นเราทั้งสองอยู่ด้วยกัน คอยๆแอบตามข้ามาแล้วก็เอาผ้าเหลืองออกด้วยล่ะ"

ฮันหยวงที่ยืนหลังค่อมเพราะอาการเจ็บกันหันมามองตัวเปิ่นหยาง

"ทำไมท่านถึงเชื่อใจข้าล่ะท่านเปิ่นหยาง ข้าอาจจะใช้โอกาสนี้ในการหนีก็ได้นะ"

ตัวของเปิ่นหยางหัวเราะออกมาก่อนจะตบหลัง

"ข้าเชื่อใจ..ในตัวเจ้า!"

เสียงของเปิ่นหยางยังคงหนักแน่นดุจหมีป่าทำให้ตัวฮันหยวง คงไม่กล้าตระบัดสัตย์ เมื่อตกลงอะไรกันเสร็จแล้ว เขาก็เดินกลับมาหายายก่อนที่ทั้งคู่จะมุ่งหน้าไปที่เมืองที่อยู่ใกล้ๆ โดยมีฮันหยวงแอบเดินตามอย่างช้าๆอยู่ด้านหลัง

+7 EXP จากการโรลขู่คนด้วยน้ำเสียง
+3 Point จากการโรลต่อสู้




นามของโจร : ฮันหยวง



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดาบใบหลิว
เตากำยาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x1
x1
x10
x1
x8
x8
x2
x4
x2
x8
x15
โพสต์ 2022-6-3 14:19:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LiuLing เมื่อ 2022-6-3 14:23

         ความเงียบสงัดยามกลางวันของวันใหม่
                   ป่าใหญ่นอกเมืองหรูหนาน

                        


      ในช่วงเวลาที่ยามเที่ยงตรงของป่าแห่งหนึ่งบนเส้นทางไปยังเมืองสวี่ซาง พลันทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นทำให้หนุ่มที่พวมเดินเท้าอยู่นั้นตกใจ ' กรี๊ดดดดดดดดดดดช่วยด้วย ! ' เสียงร้องของสตรีวัย 50 ดังขึ้น บุรุษหนุ่มในชุดอาภรสีขาวดวงตาเบิกโพลงเมื่อได้ยินความช่วยเหลือ จึงหยุดม้าที่ซื้อมาจากเมืองหรูหนานนั้นแล้วนิ่งเร่งฟังเสียงว่ามาจากที่แห่งใดจึงทราบว่าอยู่ด้านซ้ายมือไม่ไกลมากจึงรีบเก็บมัดม้าไว้แล้สวิ่งกระโจมไปยังต้นตอของเสียงทันที


       " ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ช่วยด้วยเถิด ข้ามีเพียงสมุนไพร ปล่อยข้าไปเถิด ! "


     สตรีวัยกลางคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ พร้อมกับแรงที่ไม่มีจะวิ่งหนีอีกต่อไปได้แต่หลับตาสวดภาวนาขอให้พระโพธิสัตว์พระพุทธเจ้าคุ้มครอง


      " ยัยแก่ ! หากไม่มีเงินก็ส่งอาหารมาให้ข้าไม่เช่นนั้นตาย ! "


     เสียงทุ่มใหญ่ดั่งชายฉกรร์ดังขึ้นในลักษณะขู่กระโฉกริบทรัพย์อย่างหนักหากไม่อยากตาย หลิวหลิง ที่พุ่งตัวมาแล้วพบเช่นนั้นจึงพุ่งเข้าไปใช้เท้าถีบชายฉกรรผู้นั้นในตอนที่มันกำลังจะเงื้อมดาบฟันหญิงวัยกลางคนนั้นจนโดนถีบกระเด็นล้มลงไปไกลพอควร


      " โอ้ย ! น่อยเจ้านี้ หน้าตาอย่างกับคนเล่นงิ้วสะเออะมายุ่ง !
"


   เมื่อเป็นเช่นนั้นโจรหนุ่มจึงลุกขึ้นพร้อมกับพุ่งกระโจนมาหาตัวโดยเร็วชายหนุ่มรีบคว้าเอาทวนที่สะพายบนหลังของตนออกมาแล้วพุ่งตัวเข้ารับต้านเพลงกระบี่ของอีกฝ่ายทันที โป๊ะ ป๊ะ ตุ๊บ ! ! เสียงเสียดสีและกระแทกของโลหะจากด้ามอาวุธดังขึ้นระรั่ว ชายหนุ่มตวัดทวนรับอย่างดุดัน หันปลายแหมพุ่งแทนอย่างไม่หยุดยั้ง ต่อสู้ในตอนแรกนั้นดูท่าทาง หลิวหลิงจะต้านไว้ได้สบาย แต่พอนานเข้ากำลังแรงของตนก็เริ่มอ่อนล้าในขณะที่อีกฝ่ายนั้นยังทึกทนอยู่ และ แล้วในจังหวะนั้น ตุบ!!! เท้าของอีกฝ่ายก็ถือจังหวะเวี่ยงเตะเข้าชี่โครงของตนทำให้ หลิวหลิงถึงขั้นกระเด็นไปไกลพอสมควร

     "  หึๆ ! เจ้าเด็กนี้แช่หาเรื่องนัก ไสหัวไปซ่ะถ้าไม่อยากตาย ! "


   หลิวหลิงกระอักเลือดออกมาเล็กน้อยเนื่องจากอาการบอบซ้ำจากการโดนชัดเข้าหลายจุดหนัก แต่หนุ่มน้อยก็มิยอมแพ้ มีหรือที่เขาจะยอมจึงได้พยุงตัวขึ้นในสภาพปางตายเช่นนี้

                  " ไอ่หนุ่มยังมิยอมสินะ หึ ! ย๊า !!!!!! "

  หลิวหลิงใช้แรงเฮือกสุดท้ายชัดด้ามเข้าใส่มือของอีกฝ่ายอย่างจังจนดาบหลุดจากมือล่นมาที่ตน แลใช้แรงเฮือกเดียวถีบอีกฝ่ายอย่างจังทำให้ล้มอย่างแรง หลิวหลิงได้จังหวะจึงเอาดาบจ่อคอโจรทันทีพร้อมเอ่ยขึ้นว่า :


    " เป็นลูกผู้ชายมีแรงมีกำลังไฉนจึงออกเป็นโจรปล้นเขาด้วยหรือ ! "


  โจรที่เงยคอรับการโดนแทงอย่างมิอาจเลี่ยง เมื่อได้ยินชายหนุ่มกล่าวจึงเงยหน้าลงมามองชายหนุ่มผู้นี้ก่อนจะกล่าวออกมาว่า :


   " หึ ! เจ้าก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้แผ่นดินเป็นอย่างไรไปสมัครงานที่ใดใครจะรับข้า ครอบครัวก็ตายเพราะโรคระบาดถูกราชสำนักปล่อยปละละเลยอย่างไม่ได้รับความเอาใจใส่จากราชสำนักจนพวกเขาสิ้นชีวีต เมียก็ทรยศละทิ้งข้าไปเป็นชู้กับลูกน้องของขุนนางในเมืองใส่ความข้าจึงต้องหนีออกมา ทำให้ข้าตัดสินใจมาเป็นโจรเช่นนี้ ก็เพื่อปากท้องของตน เจ้าชนะ ! เชิญฆ่าข้าเสียชีวิตจะได้จบๆไป "



  หลิวหลิงได้ฟังเช่นนั้นโดยที่ตนนั้นคิดจะให้ชายผู้นี้กลับตัวกลับใจเสียใหม่จึงว่าออกมาว่า


" เจ้าขี้เกียจเกียจค้านสิมิว่า ...... ข้าหวังทำการใหญ่แผ่นดินจึงต้องการผู้มีฝีมือเจ้าเองเป็นคนเก่งเช่นนั้นเจ้าจงเปลี่ยนแปลงละทิ้งนิสัยโจรที่ชอบเสียแล้วมาเป็นผู้ช่วยข้า ! เจ้าจะได้รับชีวิตใหม่ที่ดีกว่านี้ ! "



  โจรผู้นั้นได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกเหมือนมีความหวัง และ ได้รับชีวิตใหม่อีกครั้งพร้อมหัวใจที่เริ่มกลับมาเป็นคนดีอีกครั้งจึงได้ยิ้มออกมาแล้วลุกขึ้นตาลีตาลานคุกเข่ากระทำคำนับต่อ หลิวหลิง อย่างใหญ่ในฐานะผู้มีพระคุณ และ มอบชีวิตให้ใหม่


     " นายท่านข้าพเจ้ามีนามว่า ต๋องอ๋วน ขอเป็นข้ารับใช้ท่านตลอดไป "


  " กลับตัวซ่ะอย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครเขาอีก ! "



   ในขณะเดียวกันตนจึงเดินไปประคองยายแก่ผู้นั้นที่หอบเหนื่อยล้านั้นเต็มแรง พร้อมกับยิ้มหวานเป็นการโบยเสน่ห์ของตนโดยไม่รู้ตัว
  
         " ขอบใจพ่อพ่อหนุ่มน้อยมากเลยนะที่ช่วยเหลือยาย ยายชื่อเจิมหงี พอดียายพึ่งกลับจากการเก็บสมุนไพรไปขายยังเมือง แต่มิคิดว่าจะเจอโจรปล้นเลยหากมิมีหนูยายคงได้กลายเป็นผีไปเสียแล้ว หืม!เป็นเช่นไรบ้าง "


ยายคนนั้นกล่าวขอบคุณอย่างใหญ่หลวงก่อนจะสังเกตุเห็นอาการของชายหนุ่มจึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

                   " มิเป็นไรขอรับ ! "


ตนกล่าวก่อนจะหันหน้าไปหาลูกสมุนคนใหม่นั้นที่พวมคุกเข่าอยู่นั้นแล้วเอ่ยให้มาคำนับขอโทษต่อยายคนนี้อย่างเร็ว

   " อ่ะ ! ข.....ขอรับ ........................ ข้าน้อยขออภัยท่านยายที่สร้างความเดือดร้อน และ เกือบทำร้ายท่าน "


   โจรหนุ่มคุกเข่าขอโทษอย่างใหญ่ หญิงชราผู้นั้นพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเงื้อมไม่เท้าฟาดไปที่หัวของโจรอย่างแรง พร้อมดุด่าจนนางพอใจจึงกล่าวว่า :


" ต่อไปจงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สมกับพ่อหนุ่มคนนี้ไว้ชีวิตนะ อย่าเที่ยวปล้นหรือสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก ! "



   โจรหนุ่มก้มหน้ารับอย่างสำนึกผิด ชายชราเห็นก็อมยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าวกับชายหนุ่มว่า


" หนูช่างเป็นคนหล่อเหลางดงามแถมยังนิสัยดีอีกด้วย กล้ามอบชีวิตให้คนที่เคยทำผิดจนคิดกลับตัวกลับใจได้นับว่าหายาก ยายต้องขอขอบใจอีกครั้งเอานี้ ยายขอมอบให้หลานถือเป็นน้ำใจ "



  ชายหนุ่มเร่งปฎิเสธแต่ก็โดนยายเซ้าซี้จนยอมรับเอาไว้ในที่สุด ก่อนที่ตนจะกล่าวขึ้นว่า


" ท่านยายเจิมหงีมากับหลาน หลานจะไปส่งท่านเองมาเถิด "



   ยายแก่ขอบใจอย่างใหญ่ก่อนที่หลิวหลิงจะขึ้นม้าแล้วให้ยายแก่ซ้อนท้ายของตนพร้อมกับออกคำสั่งให้ลูกสมุนคนใหม่เป็นคนจูงม้าพากลับเข้าเมือง
[  ไว้ชีวิตโจรและกล่อมจนเข้ามาลูกน้องตน ]

       [ เลือกไปส่งยายแก่ที่เมืองหรูหนาน ]
  
                  

                      ใช้เอฟเฟกต์ต่างๆ
                         ทะเยอทะยาน

                     + 2 point โรลต่อสู้
                              งดงาม
                   + 6 point บริหารเสน่ห์
                           คนมือร้อน
                  + 1 point การโรลต่อสู้ระบบ

                     

                         นามของโจร : ต๋องอ๋วน
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนสามพยัคฆ์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x1
x1
x1
x5
x1
x2
x1
x1
x10
x1
x10
x29
x8
x2
x4
x4
x5
x1
x1

5

กระทู้

491

ตอบกลับ

1 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
13339

ผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกนักบริหารใบอนุญาตเข้าเมือง(สวี)นักวางแผนนักวิชาการ

STR
600+118
INT
603+52
POL
603+0
LEA
600+47
CHA
426+5
VIT
400+99
หวัง ฟู่เหยา
เลเวล 1
คุณธรรม
18038
ความชั่ว
533
ความโหด
17248
โพสต์ 2022-6-22 19:17:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ออกเดินทาง
นำจดหมายไปส่ง 6 เดินทางกลับ

เวลาต่อมา...
หญิงสาวเดินทางอย่างเร่งรีบ จนกระทั่งผ่านนอกเมืองสวี่ซางอย่างรวดเร็วจนมาถึงนอกเมืองหรูหนาน เมื่อเร่งรีบมานานเธอจึงค่อยๆเดินทางโดยการพักบ้างระหว่างทาง
แล้วค่อยๆออกเดินทางต่อ..

เมื่อถึงป่านอกเมืองหรูหนาน หญิงสาวไม่ได้คิดจะเข้าไปอยู่แล้ว
แต่พอมองเห็นทางแยกไปสู่หมู่บ้านเซิ่งหุน หญิงสาวจึงฉุกคิดครูนึง...

"....." หญิงสาวมองไปครู่เดียวก่อนจะขี่ม้าต่อไปโดยหันมองข้างหน้าเท่านั้น
"ไว้ข้าจะกลับมา.." หญิงสาวมุ่งหน้าไปยังนอกเมืองซินเอี๋ยก่อนเป็นอันดับแรก ไว้จะกลับมาเยี่ยมใหม่ถ้าสิ่งที่เธอต้องการนั้นลุล่วงแล้ว...

+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ ทะเยอทะยาน
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้ นักวิชาการ
รวม 6 Point

---------------------------

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าฮั่นเสีย
ตลับผงชาด
ผ้าคลุมขาว
ชุดหนี่ว์จิงเจี๋ยฟางเฉอ
เกาทัณฑ์จย่าเจี๋ยอู๋เยว่
คัมภีร์หนี่กุ้ยเว่ย
ไก่ฟ้าทองแดง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x77
x9
x1
x100
x2
x27
x47
x41
x88
x3
x45
x105
x70
x55
x180
x3
x1
x4
x2
x3
x6
x2
x10
x2
x6
x14
x19
x7
x6
x8
x4
x4
x4
x4
x60
x2
x2
x40
x25
x25
x40
x20
x20
x40
x5
x5
x1
x73
x48
x28
x9
x60
x20
x5
x3
x50
x3
x4
x30
x3
x3
x19
x4
x4
x2
x5
x10
x135
x30
x30
x86
x6
x100
x46
x1
x5
x377
x20
x40
x10
x98
x346
x2
x2
x53
x1
x5
x105
x20
x204
x45
x304
x20
x10
x5
x3
x15
x1
x6
x2
x10

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-8-19 23:40:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เดินทางสู่ซินเอี๋ย - หรูหนาน



เหนือฟ้ามีวิหกโผบินเงาของร่มไม้พัดผ่านชายเสื้อ ในยามที่เดินทางโม่เสวียนค้นพบว่าตนได้เรียนรู้ความสงบเงียบจากธรรมชาติมากมาย

ไม่เพียงเท่านั้นบุรุษชุดคราายังได้เก็บบันทึกในตอนนึงของบรรพบุรุษขึ้นมาอ่าน

ฟังว่ากวีหลิ่งจือหนึ่งในบรรพบุรุษของตระกูลเสิ่นเป็นนักเดินทางตัวยง ในหนึ่งปีเขาแทบไม่ได้กลับบ้าน สามปีฉลองชิงหมิงหนึ่งหน

ชีพจรลงขาโดยแท้ ระหว่างที่อ่านไปปล่อยให้ม้าเดินไปเพลินๆพวกเขาเปลีย่นม้าไปสองรอบหลังจากออกสวี่ซาง

เสบียงของวันนี้เป็นเนื้อตากแห้งและหมั่นโถวที่ยังนุ่มอยู่ จวี้ซินนำเอาหมั่นโถวไปผิงไฟจนนิ่มถึงนำมาให้เขา เวลากัดลงไปจะได้กลิ่นของถ่านหอมๆ แปลกใหม่

ด้านขององค์ชายน้อยมีขนมและของว่างในกล่องไม้สนที่ราชครูเตรียมไว้ให้ น่าแปลกที่ถึงแม้ชายผู้นั้นจะรักสะอาดขนาดไหนก็ยังยอมมานั่งพูดคุยฉีกเยื้อย่างทานกับพวกคนในขบวน

พวกเขาเดินทางรอนแรมด้วยกันมาหลายวัน เริ่มสนิทสนมขึ้นมากใจกก็กล้าพอจะร่วมดื่มกิน ความถือตัวที่มีนั้นมลายหายไปจนหมด

อนาคตไม่รู้ว่าจะมีโชคชะตาแบบใดรอคอยพวกตนอยู่อีก เมื่อยามฟ้าสางก็ถึงเวลาออกจากป่าใหญ่ มุ่งหน้าเข้าสุ่ตัวเมืองซินเย่ต่อไป





←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

5

กระทู้

491

ตอบกลับ

1 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
13339

ผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกนักบริหารใบอนุญาตเข้าเมือง(สวี)นักวางแผนนักวิชาการ

STR
600+118
INT
603+52
POL
603+0
LEA
600+47
CHA
426+5
VIT
400+99
หวัง ฟู่เหยา
เลเวล 1
คุณธรรม
18038
ความชั่ว
533
ความโหด
17248
โพสต์ 2022-8-24 21:31:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ออกเดินทาง
เดินทางกลับ 10

ผ่านเมืองสวีซาง ก็มาถึงเมืองหรูหนานอันเป็นเมืองถัดมาจากนั้น ซึ่งเธอไม่ได้เข้าไปแวะอะไรเมืองนั้นแต่อย่างใด
แต่อีกอย่างนึงก็คือ เส้นทางไปหมู่บ้านเซิ่งหุน ที่จะไปแวะเวียนพบคุณชายนั้น จะว่าไปเราก้ไม่ได้มาพบสักพักหนึ่งเลย เขาน่าจะยังคงสบายดีสินะ..

เธอหวังอย่างนั้น แต่ว่าเรื่องของเมือง ในฐานะเจ้าเมืองต้องมาก่อน ต้องรีบเดินทางกลับ..

เมื่อผ่านเขตนอกเมืองหรูหนานกับทางเข้าหมู่บ้านเซฺ่งหุนไปแล้ว เธอจึงเดินทางต่อไปยังเส้นทางตะวันตก-ใต้ทันที...

-----------------------


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าฮั่นเสีย
ตลับผงชาด
ผ้าคลุมขาว
ชุดหนี่ว์จิงเจี๋ยฟางเฉอ
เกาทัณฑ์จย่าเจี๋ยอู๋เยว่
คัมภีร์หนี่กุ้ยเว่ย
ไก่ฟ้าทองแดง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x77
x9
x1
x100
x2
x27
x47
x41
x88
x3
x45
x105
x70
x55
x180
x3
x1
x4
x2
x3
x6
x2
x10
x2
x6
x14
x19
x7
x6
x8
x4
x4
x4
x4
x60
x2
x2
x40
x25
x25
x40
x20
x20
x40
x5
x5
x1
x73
x48
x28
x9
x60
x20
x5
x3
x50
x3
x4
x30
x3
x3
x19
x4
x4
x2
x5
x10
x135
x30
x30
x86
x6
x100
x46
x1
x5
x377
x20
x40
x10
x98
x346
x2
x2
x53
x1
x5
x105
x20
x204
x45
x304
x20
x10
x5
x3
x15
x1
x6
x2
x10
 เจ้าของ| โพสต์ 2022-8-29 22:11:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด


  
.: แขกที่สัญจรมาที่นี่  :.

กติกาการโรลเพลย์สนทนาทำความรู้จักขุนพลสัญจรผ่านมา
(1) 1 โรลเพลย์ สามารถเจอได้แค่ 1 คนเท่านั้น ยกเว้นมีระบุว่า xx นั่งกับ xx
(2) ในโรลเพลย์สร้างสถานการณ์พบเจอครั้งแรกได้อิสระ โดยไม่แหกนิสัย NPC
(3) นอกจากทำความรู้จัก พูดคุย ใน 1 โรลเพลย์สามารถมอบของขวัญให้ 1 ชิ้นเท่านั้น
(4) การชักชวนเข้ากองกำลัง บาง NPC ไม่จำเป็นต้องหัวใจเต็ม 10 ดวงเสมอไป นอกจากอยู่ที่การให้ของแล้ว การพูดคุย โรลทิ้งท้ายไว้ และ กำกับว่า "ชักชวน"
ทางทีมงานจะมาคอมเม้นท์ว่าชวนสำเร็จหรือไม่ ถ้าสำเร็จคุณจะได้โต้วาทีกับเขา ถ้าชนะแสดงว่าเขายอมรับใช้คุณ


ความสำคัญก่อนโรลสร้างความสัมพันธ์ NPC
(1) สำคัญมาก ที่คุณจะต้องตรวจเช็ค (ลักษณะนิสัยขัดแย้งกันหรือไม่ สามารถเช็คได้จากที่นี่ คลิก)
(2) รองลงมา ตรวจเช็ต ธาตุวันเกิด และ ปีนักษตร ชงกันหรือไม่ สามารถเช็คได้ที่นี่ (คลิก)
(3) ทุก ๆ การโรลเพลย์ที่มีความขัดแย้งในด้านนิสัย และ ธาตุหรือปีนักษัตรชงกัน เนื้อหาโรลเพลย์คุณจะต้องสร้างให้สมเหตุสมผล
เมื่อความสัมพันธ์ต้องลบลงในโรลเดียวกับจีบ ที่ความสัมพันธ์เพิ่ม โดยการครีเอทสร้างสถานการณ์โรลเพลย์ไม่ถึงกับทะเลาะ ขัดแย้งกัน
แต่ให้คุณเผลอทำอะไรที่ไม่ดี หรือใช้คำพูด หรือ บางอย่างเกี่ยวกับนิสัย ตัวคาร์คุณในโรลนั้นด้วย เพื่อให้มีความเมคเช้นส์ในการลดความสัมพันธ์








←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-8-30 23:34:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทวงคืนสัญญา
ชักชวนจ้าวอู๋ซวี่
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
            จากคำบอกเล่าของชาวเมืองพวกเขาพบโจรป่าระหว่างเดินทางออกจากหรูหนานมายังซินเย่ ท่านเจ้าเมืองเสิ่นอยุ่ในช่วงหาเวลาไปออกกำลังกายเมื่อได้ยินเข้าก็ไม่รอช้าคว้าธนูคุ่ใจออกมาพร้อมกับผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง ตั้งใจว่าจะสืบข่าวคราวและดูลาดเลากองโจรเสียหน่อย
            ใครจะไปทันคิดว่าเขาวางแผนมาอย่างดิบดีเมื่อมาถึงนอกป่าเมืองหรูหนานกลับพบเพียงซากศพไร้หัวของเหล่าโจรร้าย คนทั้งกลุ่มตึงเครียดขึ้นมาลลอบสะกดรอยตามไปจนถึงปลายสุดของรอยเท้าเลือดกลับพบเพียงบุรุษสวมเกราะกำลังล้างลูกตุ้มหนามโชกโลหิตคาวอยุ่อย่างใจเย็น
            “เจ้าเป้นผู้ใด แสดงตัวมา!!” ผู้ติดตามของท่านเจ้าเมืองเห้นว่าคนผู้นี้อันตรายนัก หากสามารถจัดการโจรนับสิบได้ลำพังคนเดียวฝีมือย่อมร้ายกาจจึงถลันออกมายืนปกป้องเจ้าเมือง
            บุรุษปริศนาเงยหน้าขึ้นมองร่างบนหลังม้า ก่อนทัง้ตัวจะสั่นสะท้านด้วยความยินดี รอยยิ้มของเขาคือการทักทายโม่เสวียน หากทว่าคนชุดครามยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยสั่งความ
            “....พวกเจ้าไปอีกทางหนึ่งก่อน ข้ามีเรื่องจะสนทนากับคนผู้นี้”
            “แต่ว่า..” มันอันตราย ทุกคนต่างคิดพ้อต้องกัน น่าเสียดายที่ค้านคำสั่งเจ้าเมืองมิได้ จนกระทั่งเหลือเพียงพวกเขาทั้งสองคน โม่เสวียนจึงเอ่ยทักทยอีกฝ่ายเป้นประโยคแรก
            ไเห็นยังอยู่ดีแบบนี้แปลว่ารอดชีวิตจากศึกป๋อไห่มาได้สินะ.. ท่านกำลังคิดจะไปไหนรึ”
            คนตรงหน้าของเขาก๋คือจ้าวเจี้ยนเหริน จ้าวอู๋ซวี่ สหายผู้อาสาไปรบยินดีช่วยเจ้าเมืองจี้โจวเพื่อล้างมลทิน แต่กลับไม่เชื่อว่าคนอย่างโม่เสวียนเองก็สามารถหาทางล้างชื่อให้อีกฝ่ายได้เช่นกัน
            “น้องเสิ่น.. ไม่สิ ตอนนี้คงต้องเรียกเจ้าว่าท่านเจ้าเมืองเสิ่นแล้ว สบายดีรึไม่ ข้าได้ยินข่าวจากจี้โจวก็เร่งเดินทางเพื่อมาพบเจ้าในทันที” อู๋ซวี่ยิ้มแย้มอย่างเปิดเภย ไม่ผิดที่เขารุ้สึกยินดีกับอีกฝ่ายอย่างจริงใจ สหายก้าวกน้าเป็นใหญ่เป็นโตถึงอย่างนั้นตนก็ยังแอบคิดว่าคนตรงหน้าจะจดจำสัญญาในโรงเตีย้มชิงหมิงได้อยุ่รึไม่
            “ท่านหาข้าหรือ? หากเพื่อแสดงความยินดี ซินเย่ย่อมต้อนรับ.. คงจะคอแห้งสินะ มิสู้ดิ่มไปแลกเปลีย่นเรื่องราวที่ผ่านมากันไปด้วย?”
            โม่เสวียนจัดหาสุราหนึ่งไหมาเปิดผนึก ปล่อยให้อีกฝ่ายสอบถามและเล่าควาเมป้นมาในศึกที่พึ่งผันผ่าน บ้างก็ยิ้มขัน บ้างก็มีสีหน้าที่เศร้าลงเมื่อพูดถึงสหายร่วมศึกที่จอกไป หนึง่ชั่วยามผ่านไปเมื่อไหสุราเริ่มพร่องลง โม่เสวียนก็ลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวกลับ
            “เจ้าจะไปแล้วหรือ.. น้องเสิ่น ถึงแม้คราก่อนเราจะจากกันไม่ค่อยราบรื่น แต่คำสัตย์ที่ข้าให้ไว้กับเจ้านัน่คือเรื่องจริง มันมาจากใจของข้า”
            โม่เสวียนรั้งเท้าไว้หันหลับมาถาม “ที่ว่าหากล้างมลทินให้ตนเองได้ในวันใด ยินดีจะติดตามข้าสร้างยุคสมัยที่รุ่งเรืองน่ะหรือ?”
            “เจ้ายังจำได้!”
            “แน่นอนว่าข้าจำได้ ทั้งยังจำได้อรกด้วยว่าท่านไร้ศรัทธาต่อความเชื่อดั้งเดิม เหตุใดไม่มาทำงานร่วมกับข้า ไม่แน่ว่าความเชื่อในการพัฒนาตนเองของเจียหลุนชางอาจเหมาะกับท่านนะพี่จ้าว”
            “เจียหลุนชาง?”
            โม่เสวียนเปลีย่นมานั่งลงและเรื่อมอธิบายบัญญัติกับกุจประสงค์ของศาสนาตนตามคัมภีร์ให้ฟัง คราวนี้เขารอบคอบขึ้นมาก หากจะรับใครมาติดตามใกล้ชิด เรื่องอขงความเชื่อที่ตรงกันย่อมเป็นสิง่ที่สำคัญรองจากความสามารถ
.
ใช้ 500 ศรัทธา เปลี่ยนความเชื่อจ้าวอู๋ซวี่
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
-เอฟเฟคตัวละคร-
(สถาปนิก)
+2 Point เมื่อโรลเพลย์บริหารพัฒนาเมือง
(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลพัฒนาเมือง
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(อัจฉริยะ)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
รวม 28 Point 55exp +30 โหด -25 ความเตรียดจากการกิน
—------
(จ้าวอู๋ซวี่ 221)
+35 มอบสุราเบญจมาศ
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
(เลื่อมใสศรัทธา)
+35 ชื่นชอบนิสัยทะเยอทะยาน
+ 20 ธาตุเกื้อหนุน (ดิน หนุน ทอง)
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไร้ศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +120
—-----------



@Watcher





←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้