แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuFeng เมื่อ 2022-5-12 04:17
====================================================
====================================================
ชื่อทางการ: สวี เชียงซาน Xu XiangShan 徐香善 ชื่อรอง: - เพศ: หญิง เชื้อชาติ: ฮั่น ภูมิลำเนาบ้านเกิด: ฉางอาน วันเกิด: 8 มิถุนายน เจี้ยนหนิงศก ปีที่ 1 ในรัชสมัยอดีตหวงตี้ (ฮั่นหวนตี้) ธาตุประจำตัว: ธาตุน้ำ / หยิน  ปีนักษัตรประจำตัว: ขาล  ส่วนสูง (cm): 170 น้ำหนัก (kg): 56 สัดส่วน: 36 - 26 - 34 โรคประจำตัว: ไม่มี
====================================================
ชื่อบิดา: สวี ชิง (เสียชีวิต) ชื่อมารดา: สวีฮูหยิน (เสียชีวิต)
====================================================
ลักษณะนิสัยกายภาพ: เลื่อมใสศรัทธา เป็นคนเลื่อมใสศรัทธาในคำสอนที่ตนยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นดังเช่นคำสอนและข้อปฏิบัติของตนที่เรียนรู้มากับอยากจะเผยแพร่ให้ทุกคนได้รับรู้ เธอชอบชื่นชมคนมีความสามารถต่างๆไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และยังไม่ชอบการเห็นการกดขี่ทุกรูปแบบ ถ่อมตน มีสัมมาคารวะ สุภาพ ให้เกียรติต่อทุกคนไม่ว่าจะเป็นชนชั้นใดๆก็ตาม มองทุกคนอย่างเท่าเทียม ยังมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นถ้าทำได้ มองหาสันติวิธีในการตัดสินต่างๆเท่าที่จะทำได้ ทะเยอทะยาน มีความมุ่งมั่น แน่วแน่ที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่างในแผ่นดินที่วุ่นวายนี้ด้วยการฝึกฝนตนเองให้เก่งยิ่งขึ้น เธอไม่ยอมหยุดแน่นอนหากแผ่นดินนี้ยังไม่สงบสุข และสร้างความเท่าเที่ยมไปทั่วทั้งแผ่นดิน
====================================================
อัตลักษณ์แต่กำเนิด:
หลังตรง บุคลิกดี น่าเชื่อถือ ผู้คนมองแล้วเคารพตั้งแต่แรกเห็น หูดี เป็นผลดีต่อการใช้ชีวิต คิ้วหงส์ ดวงตาสวย คิ้วงอนงาม มีผลในการหาทรัพย์หรือดำเนินการทูตใดๆจะสำเร็จด้วยดี
====================================================
ศาสนา: ไม่นับถือศาสนา ความสามารถพิเศษ: มีความสามารถในงานศิลป์ / วาทศิลป์การเล่าเรื่อง / มุมานะที่จะเรียนทั้งศาสตร์บู๊และบุ๋น / งานอดิเรก: ท่องไปยังที่ต่างๆ / อ่านหนังสือ / วิเคราะห์สิ่งที่ตนเองเชื่อ / เรียนรู้สิ่งต่างๆที่ตนสามารถทำได้ คติประจำใจ: สตรีหรือบุรุษก็เท่าเทียมกัน มีชื่อเสียงในด้าน: สตรีผู้สง่า ที่มุ่งมั่นในอุมดมการณ์การส่งเสริมสตรี ปณิธาน/อุดมการณ์: สร้างลัทธิสตรีขึ้นมาบนแผ่นดิน สร้างความสงบและผาสุขถ้วนหน้าแก่สตรีทุกคน กำจัดกฏเกณฑ์และประเพณีจารีตที่กดขี่สตรีทุกรูปแบบออกไปจากแผ่นดิน ====================================================
จุดแข็ง: มีความสามารถรอบด้าน / อ่อนนอก แข็งใน / มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างแน่วแน่ จุดอ่อน: เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อจนเกินไป / ช่วยเหลือผู้อื่นจนบางครั้งตัวเองก็เจ็บตัว / อาจถูกเอาเปรียบได้จากนิสัยตน
====================================================
ลักษณะทางกายภาพ สีผิว: ขาวนวลผ่องอำไพ สีตา: สีเหลืองอำพัน แต่ดวงตามักจะดูเหมือนปิดอยู่ตลอดเวลาทำให้เดาแววตาได้ยาก จะลืมตาก็ต่อเมื่อเจอเรื่องราวอิมแพคต่างๆ สีผม: สีดำเนียนทั้งเรือนผม ใบหน้า: ใบหน้าคมเรียว ริมฝีปากบาง ดวงตาแล้วคิ้วมีเสน่ห์ดูเป็นลักษณะผู้ดี ร่างกาย: ร่างกายสมส่วนสตรี หลังตรงดูมีความน่าเชื่อถือเมื่อใครต่างพบเห็น ส่วนสูงเหมาะสมกับสตรีผู้ดี ท่าทางสง่างาม
====================================================
ประวัติ หญิงสาวตระกุลสวีที่เกิดในตระกูลขุนนางสืบเชื้อสายมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ปักหลักลงฐานมาเนิ่นนานแล้ว จนกระทั่งถึงช่วงหนึ่ง ตระกูลหลี่ ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับตระกุลสวีได้ถูกทางการจับกวาดล้าง บรรพบุรุษตระกุลหลี่สายหลักถูกประหารสิ้น แต่เชื้อสายตระกูลสวีสามารถอยู่รอดมาได้ ตระกุลสวีจึงนับว่าเป็นตระกูลที่มีความสามารถรอบด้าน มีประวัติทางด้านการต่อสู้และทางการทูต ดังเช่นประวัติว่าได้ไปเจริญสัมพันธ์ไมตรียังดินแดนตะวันตกไกลโพ้น รวมถึง ชมพูทวีปด้วย หญิงสาวเติบโตมาในตระกูลสวีที่ดำเนินทางการทูตเสียส่วนใหญ่ ในบ้านของนางมีหลายรูปปั้นลัทธิหรือคำสอนต่างๆ ซึ่งตระกูลสวีได้เก็บรูปปั้นกับคำสอนบทหนึ่งมาเนื่องจะนำมาไว้ศึกษา ซึ่งมันคือ รูปปั้นพระแม่ทุรคาและบทคำปฏิบัติของพระแม่ทุรคา คำสอนและเรื่องเล่าของพระแม่นั้นสะดุดตาของนางมาก นางศึกษาจนเริ่มเข้าใจและเห็นด้วยกับแนวทางของสิทธิสตรีที่ควรมีขึ้นบนแผ่นดินบ้าง เธอได้ศึกษาแล้วนำไปเล่าต่อให้คนอื่นๆฟังบ้างประปราย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อ เพ้อเจ้อไร้สาระ แต่เธอก็ไม่คิดที่จะละทิ้งความพยายามในครั้งนั้น ตลอดเวลาที่เคยเดินทางไปมาหลายเส้นทางการค้า เธอเห็นผู้หญิงมากมายตกเป็นเบี้ยล่าง ถูกขายแลกกับบางสิ่งราวกับสิ่งของ สุดท้ายลงเอยที่หอนางโลมหรือทาส ไม่นึกว่าจะมีระบบการกดขี่สตรีเช่นนี้ เธอเห็นแล้วยอมไม่ได้ แต่ก็เก็บเอาไว้อยู่ในใจ เมื่ออายุได้ 17 ปี เธอติดตามครอบครัวไปทำธุรกรรมที่เขตฝั่งตะวันออกและภาคเหนือ ในขณะนั้นที่ทำการทูตอยู่ ก็เกิดการลุกฮือของกลุ่มกบฏโพกผ้าเหลืองสร้างความปั่นป่วนไปทั่ว และเมื่อโจรมาถึงหมู่บ้านที่ครอบครัวของนางอยู่พวกเขาจึงเข้าปล้นโดยไม่ลังเล บิดาได้นำเธอไปซ่อนไว้ในห้องเก้บของและนำสินค้ามาห่มไว้มิดชิดเพื่อไม่ให้พวกโจรเห็น และแล้วเสียงกรีดร้องที่พลันดังอยู่นานก็เงียบลง พร้อมกับฝีเท้าของม้าและเสียงต่างๆนาๆที่บ่งบอกว่าเป็นการปล้นครั้งสุดโต่งมากที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา.. หลังจากการปล้นครั้งนั้นผ่านไป หัวหน้าโจรผ้าเหลืองได้สั่งลูกน้องให้ถอยเพราะทหารทางการกำลังมา พวกมันทิ้งไว้เพียงหมู่บ้านที่ร้างและไร้ผู้คนอีกแล้ว เธอได้ออกมาเห็นภาพเหล่านี้ก้รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก… ก่อนจะออกจากหมู่บ้านไป เธอเหมือนไร้ที่พึ่งและศรัทธาใดๆ จนกระทั่งค้นหลังรถม้าที่ถูกปล้นไปก็พบกับรูปปั้นและคำสอนของพระแม่ทุรคาที่ยังอยู่ในสภาพดีครบถ้วนไม่ได้ถูกปล้นแต่อย่างใด เธอแปลกใจแต่ก็เก้บมันมาเพราะว่าเธอเชื่อในคำสอนความเชื่อของพระศาสดาองค์นี้ และเธอตั้งใจว่า จะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างเพื่อหยุดความขัดแย้งนี้ นั่นคือการใช้เมตตาธรรมและความเอื้ออารีต่อทุกคน โดยเฉพาะเพศหญิงเท่านั้นที่ทำได้ เธอต้องการกู้สิทธิสตรีกลับมาให้พ้นจากแผ่นดินที่กดขี่และวุ่นวาย |