แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Liangjin เมื่อ 2021-11-16 23:18
เลี่ยงจิงเดินทางมายังถ้ำหางกั๋วอันเป็นที่อยู่ของผู้มีพระคุณที่เคยได้ช่วยเขาเอาไว้ เขาหอบหิ้วข้าวมาพร้อมกับเจ้าไป๋จีที่นอนหลับฝันดีหลังเล่นจดหมดแรง
เขาเดินเข้ามายังภายในถ้ำอันมืดสลัวแต่สุดพอเดินผ่านไปสักพักก็เจอกับแสงที่ลอดออกมาจากด้านบน
'น่าจะเป็นท่านผู้นี้กระมัง ที่ได้ช่วยเราเอาไว้' เขาคิดเมื่อเห็นชายปริศนากำลังนั่งสมาธิอยู่บนพื้น เขานั่งคอยอยู่ข้างๆเพื่อรอให้ชายผู้นี้ออกจากสมาธิ
อี้หลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิ ก่อนมองร่างคุ้นตาเด็กหนุ่มที่เขาช่วยเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนี่เอง "ดูเหมือนเจ้าจะหายดีแล้วสินะ" "ข้าหายดีแล้วล่ะ ดูนี่สิ" เขาควงแขนไปมาเพื่อเป็นการยืนยันว่าตนสบายดีไม่เป็นอะไรแล้ว "จริงสิท่าน ข้านำผัดผัดเก๋าฮะไฉ่มาให้ท่านด้วนนะ ดูสิ" เลี่ยงจริงยื่นชูภาชนะที่ใส่ผัดผักเก๋าฮะไฉ่ให้แก่คนเบื้องหน้าดู
"แต่รสชาติอาจไม่ดีนักเท่าที่ท่านพ่อครัวทำ แต่ข้าว่าน่าจะพอทานได้อยู่"
"อ่าห์ เจ้ารู้ได้ไงว่าข้าชอบเมนูจานนี้มาก" อี้หลิงกล่าวกับอีกฝ่าย ก่อนรับจานอาหารมาวางข้าง ๆ "แม้เจ้าเพิ่งหัดทำอย่ากังวลไป ข้าไม่ได้กินหรูอะไรมาก รสธรรมดาข้าก็สามารถทานได้" "ท่านผู้ใหญ่บ้านเป็นคนบอกข้าน่ะ ส่วนเรื่องรสชาติถ้าท่านโอเคก็ดีแล้วล่ะท่าน" เลี่ยงจินยื่นผัดผักพร้อมภาชนะไปให้อี้หลิงโดยทันที เขา
"ตัวเจ้านับว่าเคยฝึกลมปราณอยู่ แต่ความสามารถเจ้าตอนนี้เหมือนโดนอะไรบางอย่างขัดทำให้มันไม่สามารถแสดงอานุภาพออกมาได้เต็มที่ เจ้าคงต้องค่อยๆ ฝึกฝนพัฒนาความสามารถไต่ระดับจาก 1 ใหม่ แต่ข้าเชื่อว่าสักวันเจ้าจะมีฝีมือกลับมาดั่งเดิมเป็นแน่ถ้าหมั่นฝึกฝน" จอมยุทธ์อี้งกล่าวอธิบายสอนอีกฝ่าย "ข้าจะขยันฝึกตามที่แนะ" เลี่ยงจินตอบกลับไป แต่อย่างที่อี้หลิงว่าเขารู้สึกลมปราณของเขาเหือดแห้งไปสิ้น จากปกติที่มีน้อยอยู่แล้วตอนนี้แทบไม่มีเลย "เจ้าคงกำลังคิดจะไปจากที่นี่สินะถึงตั้งใจมาอำลาข้าที่นี่ในวันนี้" จอมยุทธ์อี้งกล่าวขึ้นด้วยเขาสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายที่ดูไม่ค่อยสบายใจและไม่กล้าเอ่ยบางอย่าง "ข้าจะมาขอบคุณท่านและก็จะออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ไปแล้วล่ะ ขอบคุณท่านมากที่ได้ช่วยข้าเอาไว้ในครานั้น"
เลี่ยงจิงโค้งคำนำให้จอมยุทธ์หนึ่งที เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณไปให้
"หนุ่มน้อย แม้ข้าไม่อาจห้ามเจ้าได้ แต่ข้าขอกำชับแก่เจ้าให้ระวังตัวด้วย ภายนอกในเวลานี้เต็มไปด้วยโจรโพกผ้าเหลืองที่สร้างความเดือดร้อนให้แผ่นดินทั่วหล้า กองทัพราชสำนักเองก็ดูท่าทีว่าไม่น่าจะรับมือไหว" จอมยุทธ์อี้กล่าวพลางถอนหายใจอย่างอดสูกับความวิบัติแผ่นดินที่ขุนนางตงฉินน้อยนิดก็มิอาจช่วยราชสำนักได้ตราบที่สิบขันทียังครองอำนาจ "คงอีกไม่นาน…" เลี่ยงจินนึกย้อนความถึงโจรโพกผ้าเหลือง คงดังที่เขาว่าทางราชสำนักเองก็คงไม่ได้มีอำนาจทางการทหารมากมายเพียงนั้น แต่เขาก็มั่นใจอย่างยิ่งว่าทางราชสำนักนั้นน่าจะมีวิธีในการจัดการกลุ่มโจรเหล่านี้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ตัวเองเหนื่อย
เลี่ยงจินครุ่นคิดถึงอนาคตของแผ่นดิน ไม่แน่คงใกล้ถึงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านราชวงศ์แล้วก็ได้กระมัง เขาย้อนย้อนคิดถึงประวัติศาสตร์ที่ผู้เป็นอาจารย์เคยสอน ในอดีตก็เคยมีคล้ายคลึงเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอยู่หลายครั้ง เมื่อไร้ซึ่งราชวงศ์ใดเป็นใหญ่จะมีกลุ่มรัฐมากมายถูกตั้งขึ้นแย่งชิงดินแดนอำนาจกัน ในครั้งอดีตเขาเคยได้ยินมาว่าบนแผ่นดินเคยมีสงครามระหว่างเจ็ดรัฐยืดเยื้อหลายร้อยปี หากมันเกิดขึ้นอีกครั้งจะมีผู้เข้าร่วมมากเท่าใดกันหนอ
"ข้าอยากรู้จริงว่าจะทำอะไรได้บ้าง.." ชายหนุ่มเอ่ยรำพันกับตนอย่างแผ่วเบา แต่ดูเหมือนจะลอดไปถึงหูของจอมยุทธ์อี้ด้วย
"คนหนุ่มสาวเช่นพวกเจ้ามีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ วันหน้าข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะต้องประสบความสำเร็จได้เป็นแน่" จอมยุทธ์อี้กล่าวต่ออีกฝ่าย ก่อนจะหยิบถุงเงินกับสิ่งของหนึ่งออกมา "เงินพวกนี้หวังว่าจะช่วยในการเดินทางของเจ้าไม่มากก็น้อยเพื่อตามฝันได้ ส่วนนี่เตากำยานเจ้าสามารถสวมใส่มันช่วยฝึกฝนด้านกำลังภายใน (QI) ได้เป็นอย่างดี" "ขอบคุณท่านมาก สำหรับเงินและเตากำยาน" เขาก้มไปดูเงินและเตากำยาน ของพวกนี้คงมีประโยชน์ไม่น้อย
"อีกเรื่องเจ้าจำไว้ด้วย ในแผ่นดินกลียุคเช่นนี้จักต้องระวังตัวไว้ให้มาก มีผู้คนมากหน้าหลายตาที่เจ้าจะพบเจอข้างนอก มีทั้งคนมีคุณธรรมจิตใจดีแต่หายากยิ่ง ส่วนใหญ่ล้วนแสวงหาผลประโยชน์จากเธอและและบุคคลที่จะแทงด้านหลังย่อมมีถมเถไป อย่าวางใจทาง อย่าไว้ใจคน" จอมยุทธ์อี้กล่าวบอกแก่คุณที่กำลังจะออกกลับสู่ยุทธภพอีกครั้ง "ข้าขอรับคำแนะนำของท่านไว้"
"หวังว่าเจ้าจะโชคดีและประสบความสำเร็จในอุดมการณ์ของเจ้านะ" จอมยุทธ์อี้กล่าวบอกอีกฝ่าย "แล้วก็เจ้าอย่าผ่านเมืองพวกนี้ล่ะ เมืองเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของโจรโพกผ้าเหลือง กองทัพมันมากมายนัก ทำให้เมืองหลายที่โดนปิดล้อมไม่อาจเดินทางสัญจรเข้าไปได้ปรกติ ตอนนี้ภาคเหนือแถบโยวโจวโดนตัดขาดโดยสิ้นเชิง" "เดี๋ยวก่อน เจ้าได้หินล้ำค่าจากจอมยุทธ์โจวมาก่อนใช่ไหม" จอมยุทธ์อี้กล่าวถามอีกฝ่าย "อ๋อใช่แล้ว ข้าเกือบลืมไปเลย" หนุ่มลูกครึ่งหยิบหินล้ำค่าออกมาจากกระเป๋า เพื่อให้จอมยุมธ์อี้ดู
"เช่นนั้นตามข้ามา ข้าจะสอนการใช้หินพวกนั้น" อีกฝ่ายพูดก่อนเดินนำไปยังแท่นหินที่เหมาะสำหรับนั่งสมาธิโคจรปราณสองคน ก่อนเขาเดินไปนั่ง "เจ้าก็มานั่งตรงนี้สิ" เลี่ยงจินเดินไปนั่งที่แท่นหินตามคำบอกของฝ่ายตรงข้ามโดยไม่อิดอ่อน คอยฟังคำสั่งต่อไปของจอมยุทธ์อี้
"เจ้านำอาวุธที่ต้องการจะตีบวกมาวางตรงหน้าและวางหินไว้ทับอาวุธ ก่อนค่อย ๆ ผ่อนปรนลมหายใจเข้าและออก โคจรลมปราณไปที่จุดตันเถียน เดินกระแสลมปราณไหลเวียนไปทั่วร่างกายก่อนกลับมาบรรจบจุดตันเถียน" อีกฝ่ายอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เขาฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ในระหว่างนั้นก็พยายามนึกภาพตามคำที่อีกฝ่ายกล่าวออกมา หลังจากนั้นก็เริ่มทำเลียนแบบตาม "ตรึกตรองลมปราณให้เหมือนอุปกรณ์ตรงหน้าที่เจ้าจะดำเนินการ แปรรูปลมปราณพยายามนึกภาพให้มันเป็นอุปกรณ์อยู่ใจกลางท้องของเจ้า" จอมยุทธ์อี้อธิบายก่อนจะสังเกตอีกฝ่าย "เมื่อเจ้าสัมผัสมันได้จนเห็นภาพชัด ค่อย ๆ ตรึกตรองภาพนั้นให้มีทรงกลมล้อมรอบกลางท้อง" 'เริ่มเห็นแล้ว…' เลี่ยงจินในห้วงภวังค์เริ่มมองเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย เขาค่อยๆจินตนาว่ามีทรงกลมล้อมรอบกลางท้อง
"เมื่อเริ่มเข้าที่เข้าทางเจ้าค่อย ๆ ยื่นมือไปหยิบอาวุธและหินทั้งสองมาถูกันอย่างแผ่วเบา ในขณะนั้นทำสมาธิและถ่ายเทลมปราณผ่านไปยังหินและไหลสู่กระแสปราณของอาวุธ" อี้หลิงอธิบายก่อนจะพูดเตือน "ในขั้นนี้เจ้าจะได้ความแข็งแกร่งอาวุธมากน้อยขึ้น ๆ ลง ๆ ขึ้นกับวาสนา" "เช่นนี้หรือ"
เขาหยิบอาวุธออกมาอยู่ในมือซ้ายส่วนหินอยู่ในมือขวา เลี่ยงจินนำทั้งสองมาถูไถกันอย่างแผ่วเบาพร้อมกับทำสมาธิถ่ายเทลมปราณผ่านเข้าไปยังหินและไหลสู่กระแสปราณของอาวุธ
เลี่ยงจินตัดสินใจทำซ้ำอีกรอบ เขาเริ่มตั้งสมาธิใหม่อีกครั้งทำตามขั้นตอนที่จอมยุทธ์อี้สอน ค่อยๆทำไปทีละลำดับจนสำเร็จกระบวนการขั้นสุดท้าย
"เจ้ารู้สึกดีขึ้นไหม" จอมยุทธ์อี้กล่าวถามอีกฝ่ายที่ออกจากสมาธิแล้ว "ข้ารู้สึกดีขึ้นมากเลย" ชายหนุ่มเอ่ยออกไป ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อยู่ คงเป็นผลพวงจากการทำเมื่อครู่
"หินเมื่อใช้งานแล้วมันจะดับแสงลง กระแสลมปราณที่ไหลเวียนถูกดูดซับไปเป็นส่วนหนึ่งกับปราณอาวุธ ตอนนี้เจ้าคงคิดว่าอาวุธเจ้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหรือไม่" จอมยุทธ์อี้อธิบายการตีบวกอัพเกรดแก่อีกฝ่ายก่อนจะหันมาถาม "ตอนนี้เจ้ารู้สึกตัวเองแข็งแกร่งขึ้นบ้างไหม" "ข้าก็ไม่มั่นใจนัก แต่ข้ารู้สึกได้ว่าในตอนนี้มีพลังมากขึ้น" เลี่ยงจินแม้จะยังประมาณไม่ออกเท่าใดนักว่าตนเองแกร่งเพิ่มขึ้นมากเพียงใด แต่ก็พอจะรู้สึกว่าตนเองเก่งขึ้น
"ไว้เจ้าออกจากนี่หาเวลาว่างโคจรลมปราณปลดผนึกซ่อมแซมจุดชีพจรที่สึกหรอของเจ้า เพื่อปลดผนึกความสามารถแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ก่อนเจ้าโดนทำร้ายมาให้ฝีมือกลับคืนมา"
"ข้าก็หวังว่ามันจะกลับมาในเร็ววันนี้"
เลี่ยงจินก้มดูกายตน หากเทียบดูแล้วตนเองนอกจากปราณที่หดหายไป พลังกายบางส่วนก็ลดทอนลงไปมาก
"เอาล่ะ ข้าไม่ส่ง ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย หวังว่าสักวันเราคงจะได้มีโอกาสเจอกันอีกนะ" จอมยุทธ์อี้กล่าวอำลาอีกฝ่าย "ลาก่อนท่านจอมยุทธ์"
เลี่ยงจินกล่าวร่ำราจอมยุทธ์ ไม่ลืมที่จะหยิบเจ้าไป๋จีกับสัมภาระของตนไปด้วย เขาคงจะได้ถึงเวลาออกไปข้างนอกหมู่บ้านแล้ว
สุขุม +2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
หนอนหนังสือ +4 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ อัจฉริยะ +5 Point จากการโรลเรียนรู้
@Watcher
|