12
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
เจ้าของ: Watcher

[หลังหมู่บ้านเซิ่งหุน] ถ้ำหานกั๋ว

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2021-11-16 23:17:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Liangjin เมื่อ 2021-11-16 23:18




    เลี่ยงจิงเดินทางมายังถ้ำหางกั๋วอันเป็นที่อยู่ของผู้มีพระคุณที่เคยได้ช่วยเขาเอาไว้ เขาหอบหิ้วข้าวมาพร้อมกับเจ้าไป๋จีที่นอนหลับฝันดีหลังเล่นจดหมดแรง

    เขาเดินเข้ามายังภายในถ้ำอันมืดสลัวแต่สุดพอเดินผ่านไปสักพักก็เจอกับแสงที่ลอดออกมาจากด้านบน

   'น่าจะเป็นท่านผู้นี้กระมัง ที่ได้ช่วยเราเอาไว้' เขาคิดเมื่อเห็นชายปริศนากำลังนั่งสมาธิอยู่บนพื้น เขานั่งคอยอยู่ข้างๆเพื่อรอให้ชายผู้นี้ออกจากสมาธิ


       อี้หลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิ ก่อนมองร่างคุ้นตาเด็กหนุ่มที่เขาช่วยเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนี่เอง "ดูเหมือนเจ้าจะหายดีแล้วสินะ"
      
       "ข้าหายดีแล้วล่ะ ดูนี่สิ" เขาควงแขนไปมาเพื่อเป็นการยืนยันว่าตนสบายดีไม่เป็นอะไรแล้ว
   
        "จริงสิท่าน ข้านำผัดผัดเก๋าฮะไฉ่มาให้ท่านด้วนนะ ดูสิ" เลี่ยงจริงยื่นชูภาชนะที่ใส่ผัดผักเก๋าฮะไฉ่ให้แก่คนเบื้องหน้าดู

         "แต่รสชาติอาจไม่ดีนักเท่าที่ท่านพ่อครัวทำ แต่ข้าว่าน่าจะพอทานได้อยู่"

       "อ่าห์ เจ้ารู้ได้ไงว่าข้าชอบเมนูจานนี้มาก" อี้หลิงกล่าวกับอีกฝ่าย ก่อนรับจานอาหารมาวางข้าง ๆ "แม้เจ้าเพิ่งหัดทำอย่ากังวลไป ข้าไม่ได้กินหรูอะไรมาก รสธรรมดาข้าก็สามารถทานได้"
      
     "ท่านผู้ใหญ่บ้านเป็นคนบอกข้าน่ะ ส่วนเรื่องรสชาติถ้าท่านโอเคก็ดีแล้วล่ะท่าน" เลี่ยงจินยื่นผัดผักพร้อมภาชนะไปให้อี้หลิงโดยทันที เขา

        "ตัวเจ้านับว่าเคยฝึกลมปราณอยู่ แต่ความสามารถเจ้าตอนนี้เหมือนโดนอะไรบางอย่างขัดทำให้มันไม่สามารถแสดงอานุภาพออกมาได้เต็มที่ เจ้าคงต้องค่อยๆ ฝึกฝนพัฒนาความสามารถไต่ระดับจาก 1 ใหม่ แต่ข้าเชื่อว่าสักวันเจ้าจะมีฝีมือกลับมาดั่งเดิมเป็นแน่ถ้าหมั่นฝึกฝน" จอมยุทธ์อี้งกล่าวอธิบายสอนอีกฝ่าย
      
     "ข้าจะขยันฝึกตามที่แนะ" เลี่ยงจินตอบกลับไป แต่อย่างที่อี้หลิงว่าเขารู้สึกลมปราณของเขาเหือดแห้งไปสิ้น จากปกติที่มีน้อยอยู่แล้วตอนนี้แทบไม่มีเลย
  
      "เจ้าคงกำลังคิดจะไปจากที่นี่สินะถึงตั้งใจมาอำลาข้าที่นี่ในวันนี้" จอมยุทธ์อี้งกล่าวขึ้นด้วยเขาสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายที่ดูไม่ค่อยสบายใจและไม่กล้าเอ่ยบางอย่าง
      
      "ข้าจะมาขอบคุณท่านและก็จะออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ไปแล้วล่ะ ขอบคุณท่านมากที่ได้ช่วยข้าเอาไว้ในครานั้น"

   เลี่ยงจิงโค้งคำนำให้จอมยุทธ์หนึ่งที เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณไปให้

       "หนุ่มน้อย แม้ข้าไม่อาจห้ามเจ้าได้ แต่ข้าขอกำชับแก่เจ้าให้ระวังตัวด้วย ภายนอกในเวลานี้เต็มไปด้วยโจรโพกผ้าเหลืองที่สร้างความเดือดร้อนให้แผ่นดินทั่วหล้า กองทัพราชสำนักเองก็ดูท่าทีว่าไม่น่าจะรับมือไหว" จอมยุทธ์อี้กล่าวพลางถอนหายใจอย่างอดสูกับความวิบัติแผ่นดินที่ขุนนางตงฉินน้อยนิดก็มิอาจช่วยราชสำนักได้ตราบที่สิบขันทียังครองอำนาจ
      
     "คงอีกไม่นาน…" เลี่ยงจินนึกย้อนความถึงโจรโพกผ้าเหลือง คงดังที่เขาว่าทางราชสำนักเองก็คงไม่ได้มีอำนาจทางการทหารมากมายเพียงนั้น แต่เขาก็มั่นใจอย่างยิ่งว่าทางราชสำนักนั้นน่าจะมีวิธีในการจัดการกลุ่มโจรเหล่านี้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ตัวเองเหนื่อย

  เลี่ยงจินครุ่นคิดถึงอนาคตของแผ่นดิน ไม่แน่คงใกล้ถึงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านราชวงศ์แล้วก็ได้กระมัง เขาย้อนย้อนคิดถึงประวัติศาสตร์ที่ผู้เป็นอาจารย์เคยสอน ในอดีตก็เคยมีคล้ายคลึงเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอยู่หลายครั้ง เมื่อไร้ซึ่งราชวงศ์ใดเป็นใหญ่จะมีกลุ่มรัฐมากมายถูกตั้งขึ้นแย่งชิงดินแดนอำนาจกัน ในครั้งอดีตเขาเคยได้ยินมาว่าบนแผ่นดินเคยมีสงครามระหว่างเจ็ดรัฐยืดเยื้อหลายร้อยปี หากมันเกิดขึ้นอีกครั้งจะมีผู้เข้าร่วมมากเท่าใดกันหนอ

      "ข้าอยากรู้จริงว่าจะทำอะไรได้บ้าง.." ชายหนุ่มเอ่ยรำพันกับตนอย่างแผ่วเบา แต่ดูเหมือนจะลอดไปถึงหูของจอมยุทธ์อี้ด้วย

       "คนหนุ่มสาวเช่นพวกเจ้ามีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ วันหน้าข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะต้องประสบความสำเร็จได้เป็นแน่" จอมยุทธ์อี้กล่าวต่ออีกฝ่าย ก่อนจะหยิบถุงเงินกับสิ่งของหนึ่งออกมา
        "เงินพวกนี้หวังว่าจะช่วยในการเดินทางของเจ้าไม่มากก็น้อยเพื่อตามฝันได้ ส่วนนี่เตากำยานเจ้าสามารถสวมใส่มันช่วยฝึกฝนด้านกำลังภายใน (QI) ได้เป็นอย่างดี"
      
      "ขอบคุณท่านมาก สำหรับเงินและเตากำยาน" เขาก้มไปดูเงินและเตากำยาน ของพวกนี้คงมีประโยชน์ไม่น้อย

      "อีกเรื่องเจ้าจำไว้ด้วย ในแผ่นดินกลียุคเช่นนี้จักต้องระวังตัวไว้ให้มาก มีผู้คนมากหน้าหลายตาที่เจ้าจะพบเจอข้างนอก มีทั้งคนมีคุณธรรมจิตใจดีแต่หายากยิ่ง ส่วนใหญ่ล้วนแสวงหาผลประโยชน์จากเธอและและบุคคลที่จะแทงด้านหลังย่อมมีถมเถไป อย่าวางใจทาง อย่าไว้ใจคน" จอมยุทธ์อี้กล่าวบอกแก่คุณที่กำลังจะออกกลับสู่ยุทธภพอีกครั้ง
   
     "ข้าขอรับคำแนะนำของท่านไว้"

       "หวังว่าเจ้าจะโชคดีและประสบความสำเร็จในอุดมการณ์ของเจ้านะ" จอมยุทธ์อี้กล่าวบอกอีกฝ่าย "แล้วก็เจ้าอย่าผ่านเมืองพวกนี้ล่ะ เมืองเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของโจรโพกผ้าเหลือง กองทัพมันมากมายนัก ทำให้เมืองหลายที่โดนปิดล้อมไม่อาจเดินทางสัญจรเข้าไปได้ปรกติ ตอนนี้ภาคเหนือแถบโยวโจวโดนตัดขาดโดยสิ้นเชิง"
      
     "เดี๋ยวก่อน เจ้าได้หินล้ำค่าจากจอมยุทธ์โจวมาก่อนใช่ไหม" จอมยุทธ์อี้กล่าวถามอีกฝ่าย
      
      "อ๋อใช่แล้ว ข้าเกือบลืมไปเลย" หนุ่มลูกครึ่งหยิบหินล้ำค่าออกมาจากกระเป๋า เพื่อให้จอมยุมธ์อี้ดู

       "เช่นนั้นตามข้ามา ข้าจะสอนการใช้หินพวกนั้น" อีกฝ่ายพูดก่อนเดินนำไปยังแท่นหินที่เหมาะสำหรับนั่งสมาธิโคจรปราณสองคน ก่อนเขาเดินไปนั่ง "เจ้าก็มานั่งตรงนี้สิ"
      
    เลี่ยงจินเดินไปนั่งที่แท่นหินตามคำบอกของฝ่ายตรงข้ามโดยไม่อิดอ่อน คอยฟังคำสั่งต่อไปของจอมยุทธ์อี้

       "เจ้านำอาวุธที่ต้องการจะตีบวกมาวางตรงหน้าและวางหินไว้ทับอาวุธ ก่อนค่อย ๆ ผ่อนปรนลมหายใจเข้าและออก โคจรลมปราณไปที่จุดตันเถียน เดินกระแสลมปราณไหลเวียนไปทั่วร่างกายก่อนกลับมาบรรจบจุดตันเถียน" อีกฝ่ายอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
      
      เขาฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ในระหว่างนั้นก็พยายามนึกภาพตามคำที่อีกฝ่ายกล่าวออกมา หลังจากนั้นก็เริ่มทำเลียนแบบตาม
      "ตรึกตรองลมปราณให้เหมือนอุปกรณ์ตรงหน้าที่เจ้าจะดำเนินการ แปรรูปลมปราณพยายามนึกภาพให้มันเป็นอุปกรณ์อยู่ใจกลางท้องของเจ้า" จอมยุทธ์อี้อธิบายก่อนจะสังเกตอีกฝ่าย "เมื่อเจ้าสัมผัสมันได้จนเห็นภาพชัด ค่อย ๆ ตรึกตรองภาพนั้นให้มีทรงกลมล้อมรอบกลางท้อง"
      
     'เริ่มเห็นแล้ว…' เลี่ยงจินในห้วงภวังค์เริ่มมองเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย เขาค่อยๆจินตนาว่ามีทรงกลมล้อมรอบกลางท้อง

       "เมื่อเริ่มเข้าที่เข้าทางเจ้าค่อย ๆ ยื่นมือไปหยิบอาวุธและหินทั้งสองมาถูกันอย่างแผ่วเบา ในขณะนั้นทำสมาธิและถ่ายเทลมปราณผ่านไปยังหินและไหลสู่กระแสปราณของอาวุธ" อี้หลิงอธิบายก่อนจะพูดเตือน "ในขั้นนี้เจ้าจะได้ความแข็งแกร่งอาวุธมากน้อยขึ้น ๆ ลง ๆ ขึ้นกับวาสนา"
      
     "เช่นนี้หรือ"

  เขาหยิบอาวุธออกมาอยู่ในมือซ้ายส่วนหินอยู่ในมือขวา เลี่ยงจินนำทั้งสองมาถูไถกันอย่างแผ่วเบาพร้อมกับทำสมาธิถ่ายเทลมปราณผ่านเข้าไปยังหินและไหลสู่กระแสปราณของอาวุธ

     เลี่ยงจินตัดสินใจทำซ้ำอีกรอบ เขาเริ่มตั้งสมาธิใหม่อีกครั้งทำตามขั้นตอนที่จอมยุทธ์อี้สอน ค่อยๆทำไปทีละลำดับจนสำเร็จกระบวนการขั้นสุดท้าย


       "เจ้ารู้สึกดีขึ้นไหม" จอมยุทธ์อี้กล่าวถามอีกฝ่ายที่ออกจากสมาธิแล้ว
      
       "ข้ารู้สึกดีขึ้นมากเลย" ชายหนุ่มเอ่ยออกไป ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อยู่ คงเป็นผลพวงจากการทำเมื่อครู่

       "หินเมื่อใช้งานแล้วมันจะดับแสงลง กระแสลมปราณที่ไหลเวียนถูกดูดซับไปเป็นส่วนหนึ่งกับปราณอาวุธ ตอนนี้เจ้าคงคิดว่าอาวุธเจ้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหรือไม่" จอมยุทธ์อี้อธิบายการตีบวกอัพเกรดแก่อีกฝ่ายก่อนจะหันมาถาม "ตอนนี้เจ้ารู้สึกตัวเองแข็งแกร่งขึ้นบ้างไหม"
      
      "ข้าก็ไม่มั่นใจนัก แต่ข้ารู้สึกได้ว่าในตอนนี้มีพลังมากขึ้น" เลี่ยงจินแม้จะยังประมาณไม่ออกเท่าใดนักว่าตนเองแกร่งเพิ่มขึ้นมากเพียงใด แต่ก็พอจะรู้สึกว่าตนเองเก่งขึ้น

       "ไว้เจ้าออกจากนี่หาเวลาว่างโคจรลมปราณปลดผนึกซ่อมแซมจุดชีพจรที่สึกหรอของเจ้า เพื่อปลดผนึกความสามารถแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ก่อนเจ้าโดนทำร้ายมาให้ฝีมือกลับคืนมา"

    "ข้าก็หวังว่ามันจะกลับมาในเร็ววันนี้"

เลี่ยงจินก้มดูกายตน หากเทียบดูแล้วตนเองนอกจากปราณที่หดหายไป พลังกายบางส่วนก็ลดทอนลงไปมาก

       "เอาล่ะ ข้าไม่ส่ง ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย หวังว่าสักวันเราคงจะได้มีโอกาสเจอกันอีกนะ" จอมยุทธ์อี้กล่าวอำลาอีกฝ่าย
      
       "ลาก่อนท่านจอมยุทธ์"

เลี่ยงจินกล่าวร่ำราจอมยุทธ์ ไม่ลืมที่จะหยิบเจ้าไป๋จีกับสัมภาระของตนไปด้วย เขาคงจะได้ถึงเวลาออกไปข้างนอกหมู่บ้านแล้ว

   สุขุม
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้

      หนอนหนังสือ
+4 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
         
       อัจฉริยะ
+5 Point จากการโรลเรียนรู้

                                                                 @Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
ขวานไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x20
x30
x3
x3
x1
x12
x3
x3
x3
x40
x14
x14
x4
x2
x1
x4
x6
โพสต์ 2022-4-22 23:25:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
"ข้าละสงสัยจริงๆ เป็นถึงจอมยุทธ์ ใยถึงมาอยู่ในหมู่บ้านไกลผู้คนถึงเพียงนี้ น่าจะออกผจญภัย ท่องยุทธภพเสียมากกว่า  ยิ่งยามวุ่นวายเช่นนี้ เกียรติยศหาได้มิยากหรอก!"

ระหว่างทางที่เดินไปยังสถานที่ๆชายเฒ่าได้บอกให้ตนไปเพื่อพบกับท่านผู้มีพระคุณ ตัวเปิ่นหยางก็ได้บ่นออกมาพลางๆระหว่างที่เดินไปด้วย สายตายังคงจ้องมองไปยังถนนหนทางพร้อมกับกระเป๋าที่สะพายเอาไว้ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมานิดหน่อย เขาเดินมาเรื่อยๆจนถึงถ้ำที่ผู้เฒ่าได้บอกมา ก็ได้พบกับชายผู้หนึ่ง...ไม่ผิดแน่ๆ

"ท่านคือ.....อาหลิงใช่ไหม?"  ตัวของเปิ่นหยางที่เดินมาเจอกับคนในสมาธิอยู่ภายในถ้ำคนเดียว ก็คิดว่าใช่คนนี้แน่นอนจึงเดินเข้าไปทักทาย

อี้หลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิ ก่อนมองร่างคุ้นตา เด็กหนุ่ม ที่เขาช่วยเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนี่เอง "ดูเหมือนเจ้าจะหายดีแล้วสินะ"

"ขอรับท่านผู้มีพระคุณ ข้าหายดีแล้ว...ขอบพระคุณท่านมากๆ!" พูดจบเขาก็คุกเข่าลง ก่อนจะชูมือและโค้งคำนับ

"ตัวเจ้านับว่าเคยฝึกลมปราณอยู่ แต่ความสามารถเจ้าตอนนี้เหมือนโดนอะไรบางอย่างขัดทำให้มันไม่สามารถแสดงอานุภาพออกมาได้เต็มที่ เจ้าคงต้องค่อยๆ ฝึกฝนพัฒนาความสามารถไต่ระดับจาก 1 ใหม่ แต่ข้าเชื่อว่าสักวันเจ้าจะมีฝีมือกลับมาดั่งเดิมเป็นแน่ถ้าหมั่นฝึกฝน" จอมยุทธ์อี้งกล่าวอธิบายสอนอีกฝ่าย

"ลม...ลมปราณเหรอ? " ตัวเปิ่นหยางเงยหน้าและทำหน้าตาสงสัยออกมาเล็กน้อย ที่ผ่านมาเขาก็แถบไม่ได้ฝึกอะไรจริงๆจังๆมาเลยเว้นแต่การฝึกภายในกองทัพทั่วๆไป คงจะเป็นภายในกองทัพมั้ง? หรืออาจจะเป็นคติธรรมบ้าๆบอๆอะไรอีกหรือเปล่า? ที่ว่าลมปราณอยู่ในทุกกิจกรรม?

"เจ้าคงกำลังคิดจะไปจากที่นี่สินะถึงตั้งใจมาอำลาข้าที่นี่ในวันนี้" จอมยุทธ์อี้งกล่าวขึ้นด้วยเขาสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายที่ดูไม่ค่อยสบายใจและไม่กล้าเอ่ยบางอย่าง

"ขอรับ...ข้าคิดว่าข้าจะมาขอบคุณตัวท่านที่ช่วยตัวข้าไว้...ถึงแม้ข้าจะไม่ได้ช่วยงานอะไรท่านเลย แต่ข้าหวังว่าคำขอบคุณนี้จะแทนบุญคุณในครั้งนี้ได้ขอรับ! " ตัวของเขาโค้งคำนับอีกครั้งหนึ่ง

"หนุ่มน้อย แม้ข้าไม่อาจห้ามเจ้าได้ แต่ข้าขอกำชับแก่เจ้าให้ระวังตัวด้วย ภายนอกในเวลานี้เต็มไปด้วยโจรโพกผ้าเหลืองที่สร้างความเดือดร้อนให้แผ่นดินทั่วหล้า กองทัพราชสำนักเองก็ดูท่าทีว่าไม่น่าจะรับมือไหว" จอมยุทธ์อี้กล่าวพลางถอนหายใจอย่างอดสูกับความวิบัติแผ่นดินที่ขุนนางตงฉินน้อยนิดก็มิอาจช่วยราชสำนักได้ตราบที่สิบขันทียังครองอำนาจ

"ตั้งแต่ที่สหายข้าตายไปจากการโจมตีในครั้งนั้น ข้าคงคิดว่าข้าไม่อาจกลับไปรับใช้ในกองทัพราชสำนักได้อีกแล้วล่ะขอรับ.....แต่ข้าก็หวังว่าจะมีใครซักคนเขามากุมอำนาจและทำให้บ้านเมืองสงบเสียที " ตัวของเปิ่นหยางอธิบายความในใจของเขาออกมาหลังจากที่ท่านจอมยุทธ์พูดเสร็จ

"คนหนุ่มสาวเช่นพวกเจ้ามีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ วันหน้าข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะต้องประสบความสำเร็จได้เป็นแน่" จอมยุทธ์อี้กล่าวต่ออีกฝ่าย ก่อนจะหยิบถุงเงินกับสิ่งของหนึ่งออกมา

"เงินพวกนี้หวังว่าจะช่วยในการเดินทางของเจ้าไม่มากก็น้อยเพื่อตามฝันได้ ส่วนนี่เตากำยานเจ้าสามารถสวมใส่มันช่วยฝึกฝนด้านกำลังภายใน (QI) ได้เป็นอย่างดี"

"ขอบพระคุณมากขอรับ!" ตัวเขานำมือทั้งสองรับของมาจากตัวของจอมยุทธ์พร้อมทั้งพูดขอบคุณ ก่อนจะเก็บของและชูมือโค้งคำนับอีกครั้ง

"อีกเรื่องเจ้าจำไว้ด้วย ในแผ่นดินกลียุคเช่นนี้จักต้องระวังตัวไว้ให้มาก มีผู้คนมากหน้าหลายตาที่เจ้าจะพบเจอข้างนอก มีทั้งคนมีคุณธรรมจิตใจดีแต่หายากยิ่ง ส่วนใหญ่ล้วนแสวงหาผลประโยชน์จากเธอและและบุคคลที่จะแทงด้านหลังย่อมมีถมเถไป อย่าวางใจทาง อย่าไว้ใจคน" จอมยุทธ์อี้กล่าวบอกแก่คุณที่กำลังจะออกกลับสู่ยุทธภพอีกครั้ง

" ขอบคุณท่านจอมยุทธ์ที่ชี้แนะ ข้าจะระวังตัวให้มาก " เปิ่นหยางพูดขึ้นพร้อมกับยังคงค้างในท่าขอบคุณอยู่

"หวังว่าเจ้าจะโชคดีและประสบความสำเร็จในอุดมการณ์ของเจ้านะ" จอมยุทธ์อี้กล่าวบอกอีกฝ่าย "แล้วก็เจ้าอย่าผ่านเมืองพวกนี้ล่ะ เมืองเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของโจรโพกผ้าเหลือง กองทัพมันมากมายนัก ทำให้เมืองหลายที่โดนปิดล้อมไม่อาจเดินทางสัญจรเข้าไปได้ปรกติ ตอนนี้ภาคเหนือแถบโยวโจวโดนตัดขาดโดยสิ้นเชิง"

"ข้าจะพยายาม..ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือข้า..ข้าสัญญาว่าจะทดแทนให้ท่านในซักวัน" ตัวของเปิ่นหยางพูดจบก็โค้งคำนับหนึ่งที ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืนและเดินออกมาจากถ้ำ พร้อมทั้งถอนหายใจให้แก่โลกอันกว้างใหญ่ที่กำลังรอตัวของเขาอยู่

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดาบใบหลิว
เตากำยาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x1
x1
x10
x1
x8
x8
x2
x4
x2
x8
x15
โพสต์ 2022-6-5 22:25:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด

          เขาเดินมาตามเส้นทางในหมู่บ้านก่อนที่จะออกมาจนถึงถ้ำ ซึ่งดูเหมือนที่นี่จะเป็นที่สุดท้ายของการเรียนรู้ ตั้งแต่ตอนที่ผู้ใหญ่บ้านซ่งต้าเผยเล่า เรื่องที่มีคนช่วยเหลือเอาไว้กว่าจะมาถึงที่นี่ ต้องเรียนรู้หลายอย่างไม่ว่าจะเลี้ยงไก่ ฝึกตัดไม้หรือการหลอมอาวุธ ทุกอย่างนั้นล้วนแต่มีประโยชน์สามารถนำไปใช้ได้ในอนาคต กระทั่งมาเยือนจนถึงด้านหน้าเห็นบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งสมาธิ

          “..........ท่าน?”

          อี้หลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิ ก่อนมองร่างคุ้นตา บุรุษที่เขาช่วยเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนี่เอง “ดูเหมือนเจ้าจะหายดีแล้วสินะ”
      
          “ท่านเป็นคนช่วยข้าไว้สินะขอรับ ข้าทำผัดผักเก๋าฮะไฉ่ มาฝาก ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกปากหรือไม่ เพิ่งจะลองหัดทำได้ไม่นาน” มั่นใจในฝีมือทักษะทำอาหาร เพียงแค่ตอบให้มันดูนอบน้อมถ่อมตน มองจานอาหารก่อนจะยื่นมอบให้เป็นของตอบแทน “นี่คงเป็นเพียงสิ่งที่ข้ามอบให้ได้อย่างเดียว น่าเสียดายที่ไม่มีของดีๆที่จะมอบให้ผู้มีพระคุณ”

          “อ่าห์ เจ้ารู้ได้ไงว่าข้าชอบเมนูจานนี้มาก” อี้หลิงกล่าวกับอีกฝ่าย ก่อนรับจานอาหารมาวางข้าง ๆ “แม้เจ้าเพิ่งหัดทำอย่ากังวลไป ข้าไม่ได้กินหรูอะไรมาก รสธรรมดาข้าก็สามารถทานได้”

          “ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนบอกข้ามาว่าท่านชอบ ข้าก็เลยลองฝึกทำอาหารมาให้ดู เหมือนว่าท่านจะชอบจริงๆสินะขอรับ เท่านี้ข้าก็สบายใจแล้ว”

          “ตัวเจ้านับว่าเคยฝึกลมปราณอยู่ แต่ความสามารถเจ้าตอนนี้เหมือนโดนอะไรบางอย่างขัดทำให้มันไม่สามารถแสดงอานุภาพออกมาได้เต็มที่ เจ้าคงต้องค่อยๆ ฝึกฝนพัฒนาความสามารถไต่ระดับจาก 1 ใหม่ แต่ข้าเชื่อว่าสักวันเจ้าจะมีฝีมือกลับมาดั่งเดิมเป็นแน่ถ้าหมั่นฝึกฝน” จอมยุทธ์อี้กล่าวอธิบายสอนอีกฝ่าย

          “การต่อสู้เป็นสิ่งที่…….” ไร้สาระ ผู้มีปัญญาส่วนใหญ่ไม่ต่อสู้กันหรอก มันแสดงถึงความป่าเถื่อนอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเคยมีฝีมือแบบไหนมาก่อน ยังไงตัวเขามันก็คือตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ไม่ต่างกัน ด้านชาไร้ความรู้สึก ขนาดความรู้สึกเจ็บปวดทรมานยังไม่สามารถรับรู้ได้ อากาศหนาวเย็นก็เช่นกัน ความหนาวและความร้อนมันคืออะไร?

          “เจ้าคงกำลังคิดจะไปจากที่นี่สินะถึงตั้งใจมาอำลาข้าที่นี่ในวันนี้” จอมยุทธ์อี้กล่าวขึ้นด้วยเขาสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายที่ดูไม่ค่อยสบายใจและไม่กล้าเอ่ยบางอย่าง

          ”การที่มาหาท่านที่นี่ก็ส่วนหนึ่งก็เพื่ออำ ถ้าต้องการที่จะไปเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเรื่องศาสนาที่แตกต่าง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เหมือนกับนิทานหรือเรื่องเล่าก็อยากจะบอกให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงการมีอยู่ ท่านอี้หลิง อยากจะฟังหน่อยหรือไม่” ไม่ทันรอให้ชายคนนั้นได้ตอบอะไร จึงกลายเป็นคนพูดเผยแพร่ความเชื่อกันตรงนี้ “ แนวคิดของข้ามันอาจจะฟังดูแปลกไปสักหน่อยที่อยากจะให้ผู้คนนั้นมีความเท่าเทียมกันไม่ใช่เพียงแค่ความเท่าเทียมอย่างเดียวเรื่องการแต่งงานหรือเรื่องความรักของเพศเดียว เหตุใดถึงจะต้องจำกัดความไว้ว่าสตรีและบุรุษจำเป็นจะต้องรักกันอย่างเดียว และข้าก็อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น กลายเป็นลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์ ที่รวมผู้คนไว้ด้วยกัน สตรีสามารถแต่งงานกับบุรุษได้หลายคน เฉกเช่นที่บุรุษสามารถมีอนุได้”

          "หนุ่มน้อย แม้ข้าไม่อาจห้ามเจ้าได้ แต่ข้าขอกำชับแก่เจ้าให้ระวังตัวด้วย ภายนอกในเวลานี้เต็มไปด้วยโจรโพกผ้าเหลืองที่สร้างความเดือดร้อนให้แผ่นดินทั่วหล้า กองทัพราชสำนักเองก็ดูท่าทีว่าไม่น่าจะรับมือไหว" จอมยุทธ์อี้กล่าวพลางถอนหายใจอย่างอดสูกับความวิบัติแผ่นดินที่ขุนนางตงฉินน้อยนิดก็มิอาจช่วยราชสำนักได้ตราบที่สิบขันทียังครองอำนาจ
  
          “เพื่อการใหญ่แล้วเรื่องพวกนั้นไม่มีทางยอมแพ้ ข้าเดินมาไกลกว่าที่จะถอยหลังกลับไป” ตอบกลับด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทุกคำพูด มันไม่สามารถจะถอยหลังได้จริงๆ หากเขาจะกลับไปที่ตระกูลตัวเอง จำเป็นจะต้องแสวงหาอำนาจจนยิ่งใหญ่ ขึ้นชื่อว่าอัจฉริยะจะไม่ยอมน้อยหน้าเป็นอันขาด
         
       “คนหนุ่มสาวเช่นพวกเจ้ามีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ วันหน้าข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะต้องประสบความสำเร็จได้เป็นแน่” จอมยุทธ์อี้กล่าวต่ออีกฝ่าย ก่อนจะหยิบถุงเงินกับสิ่งของหนึ่งออกมา

          “เงินพวกนี้หวังว่าจะช่วยในการเดินทางของเจ้าไม่มากก็น้อยเพื่อตามฝันได้ ส่วนนี่เตากำยานเจ้าสามารถสวมใส่มันช่วยฝึกฝนด้านกำลังภายใน (QI) ได้เป็นอย่างดี”
      
          “กำลังภายในรึ ขอบคุณขอรับ” รับของสิ่งนั้นมาดูซึ่งเป็นเตากำยาน เอาไว้เดี๋ยวจะลองศึกษาอีกทีหลังจากที่สนทนากับอีกฝ่ายเสร็จสิ้น นอกจากนั้นยังได้เงินมาอีกจำนวนหนึ่ง มันจะเพียงพอในการดำรงชีวิตต่อไปได้อีกหลายเดือน รู้ตัวอีกทีก็เผลอทำท่าทีเย่อหยิ่ง ความที่มักจะใช้เงินฟุ่มเฟือยไม่เคยคิดเก็บเงิน

          “อีกเรื่องเจ้าจำไว้ด้วย ในแผ่นดินกลียุคเช่นนี้จักต้องระวังตัวไว้ให้มาก มีผู้คนมากหน้าหลายตาที่เจ้าจะพบเจอข้างนอก มีทั้งคนมีคุณธรรมจิตใจดีแต่หายากยิ่ง ส่วนใหญ่ล้วนแสวงหาผลประโยชน์จากเธอและและบุคคลที่จะแทงด้านหลังย่อมมีถมเถไป อย่าวางใจทาง อย่าไว้ใจคน” จอมยุทธ์อี้กล่าวบอกแก่คุณที่กำลังจะออกกลับสู่ยุทธภพอีกครั้ง

          “ขอรับ ข้าจะจดจำและฟังคำสอนนั้นไว้เป็นอย่างดี” เสแสร้งฟังตามคำพูดของอีกฝ่าย ไม่เคยไว้ใจใครอยู่แล้ว ต้องคิดไตร่ตรองทุกอย่างอย่างรอบคอบและวางแผน ด้วยความระมัดระวังกลียุคเช่นนี้ชีวิตเหมือนกับแขวนอยู่บนเส้นด้าย

          “หวังว่าเจ้าจะโชคดีและประสบความสำเร็จในอุดมการณ์ของเจ้านะ” จอมยุทธ์อี้กล่าวบอกอีกฝ่าย “แล้วก็เจ้าอย่าผ่านเมืองพวกนี้ล่ะ เมืองเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของโจรโพกผ้าเหลือง กองทัพมันมากมายนัก ทำให้เมืองหลายที่โดนปิดล้อมไม่อาจเดินทางสัญจรเข้าไปได้ปรกติ ตอนนี้ภาคเหนือแถบโยวโจวโดนตัดขาดโดยสิ้นเชิง”

          “เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน” เตรียมตัวเดินหันหลังกลับออกไปจากถ้ำ ทว่าจอมยุทธ์อี้หลิง ได้เรียกเขาไว้ซะก่อน จึงหยุดชะงักและหันกลับไปอีกรอบนึง “มีกระไรหรือขอรับ”

          “เดี๋ยวก่อน เจ้าได้หินล้ำค่าจากจอมยุทธ์โจวมาก่อนใช่ไหม” จอมยุทธ์อี้กล่าวถามอีกฝ่าย
      
          “อ่อ หินพวกนี้ใช่หรือไม่” นำหินล้ำค่าออกมาซึ่งเป็นสิ่งของที่ได้รับ เหมือนว่าหินพวกนี้มันจะมีประโยชน์เอาไว้ใช้ทำบางอย่าง รูปทรงหินมีลักษณะที่สวย มันแตกต่างจากพวกอัญมณีและแร่ สามารถมองได้เพลินตาทั้งวัน

          “เช่นนั้นตามข้ามา ข้าจะสอนการใช้หินพวกนั้น” อีกฝ่ายพูดก่อนเดินนำไปยังแท่นหินที่เหมาะสำหรับนั่งสมาธิโคจรปราณสองคน ก่อนเขาเดินไปนั่ง "เจ้าก็มานั่งตรงนี้สิ"

          “ตรงนี้?” ร่างสูงเดินตามไปยังแท่นหิน โดยที่ถือหินเอาไว้ คอยฟังทุกสิ่งทุกอย่างที่ชายคนนั้นสั่งสอน
         
          “เจ้านำอาวุธที่ต้องการจะตีบวกมาวางตรงหน้าและวางหินไว้ทับอาวุธ ก่อนค่อย ๆ ผ่อนปรนลมหายใจเข้าและออก โคจรลมปราณไปที่จุดตันเถียน เดินกระแสลมปราณไหลเวียนไปทั่วร่างกายก่อนกลับมาบรรจบจุดตันเถียน” อีกฝ่ายอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
      
          ฟังการอธิบาย คอยจับจ้องมองดู ใช้ความจำเอาล้วนๆ การใช้หินตีบวกจำเป็นจะต้องใช้กำลังภายในอย่างนั้นหรอกหรอ สายตามองดูด้วยความเฉยชา “........”

          “ตรึกตรองลมปราณให้เหมือนอุปกรณ์ตรงหน้าที่เจ้าจะดำเนินการ แปรรูปลมปราณพยายามนึกภาพให้มันเป็นอุปกรณ์อยู่ใจกลางท้องของเจ้า” จอมยุทธ์อี้อธิบายก่อนจะสังเกตอีกฝ่าย “เมื่อเจ้าสัมผัสมันได้จนเห็นภาพชัด ค่อย ๆ ตรึกตรองภาพนั้นให้มีทรงกลมล้อมรอบกลางท้อง”

          เซียนซีพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำความเข้าใจ เพียงแค่ทำตามคำสอน ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งรู้มากมีวิธีการอัพเกรดอาวุธ หากไม่ได้ออกเดินทางจากจวน เขาคงไม่รู้วิธีการอันแปลกประหลาดเฉกเช่นนี้ นี่คงเป็นวิธีของพวกจอมยุทธ เรื่องไหนที่สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างได้ก็จะนำไปทำตาม ส่วนเรื่องไหนที่คิดว่ามันยากเกินความสามารถ อืม เอาไว้ทีหลัง

          “เมื่อเริ่มเข้าที่เข้าทางเจ้าค่อย ๆ ยื่นมือไปหยิบอาวุธและหินทั้งสองมาถูกันอย่างแผ่วเบา ในขณะนั้นทำสมาธิและถ่ายเทลมปราณผ่านไปยังหินและไหลสู่กระแสปราณของอาวุธ” อี้หลิงอธิบายก่อนจะพูดเตือน “ในขั้นนี้เจ้าจะได้ความแข็งแกร่งอาวุธมากน้อยขึ้น ๆ ลง ๆ ขึ้นกับวาสนา”

          “ขอรับ”

          จากนั้นเขาจึงเริ่มทำตั้งแต่ขั้นตอนแรก โดยการนำอาวุธมาวางไว้ตรงหน้าก่อนที่จะถ่ายเทลงไปผ่านไปยังหิน หลังจากที่หินทั้งสองได้ถูกกันอย่างแผ่วเบา เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วจึงค่อยๆลืมตาขึ้น ออกจากสมาธิ

          “เจ้ารู้สึกดีขึ้นไหม” จอมยุทธ์อี้กล่าวถามอีกฝ่ายที่ออกจากสมาธิแล้ว
      
          “ข้า…..รู้สึกดี” ตอบกลับพลางอมยิ้ม ความรู้สึกดีที่หมายถึงนั้นคืออะไร มีแต่คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว ไม่เห็นรับรู้ถึงอะไรได้เลย ตอบคำตอบที่อีกฝ่ายนั้นอยากฟังแทนที่จะเลือกตอบในความเป็นจริง ส่วนใหญ่แล้วคนมักจะชอบฟังในสิ่งที่อยากฟังมากกว่าข้อเท็จจริงเสมอนั่นแหละ

          “หินเมื่อใช้งานแล้วมันจะดับแสงลง กระแสลมปราณที่ไหลเวียนถูกดูดซับไปเป็นส่วนหนึ่งกับปราณอาวุธ ตอนนี้เจ้าคงคิดว่าอาวุธเจ้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหรือไม่” จอมยุทธ์อี้อธิบายการตีบวกอัพเกรดแก่อีกฝ่ายก่อนจะหันมาถาม “ตอนนี้เจ้ารู้สึกตัวเองแข็งแกร่งขึ้นบ้างไหม”
      
          “ขอรับ” แข็งแกร่ง…… ไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน มันชินชาไปแล้ว บางทีถ้าเกิดเขาอยากจะรู้สึกคงจะต้องตายแล้วเกิดใหม่ เซียนซีไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ ยังคงตั้งใจในการฟัง ปล่อยให้ชายผู้นั้นพูด
         
       “ไว้เจ้าออกจากนี่หาเวลาว่างโคจรลมปราณปลดผนึกซ่อมแซมจุดชีพจรที่สึกหรอของเจ้า เพื่อปลดผนึกความสามารถแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ก่อนเจ้าโดนทำร้ายมาให้ฝีมือกลับคืนมา”

          “นั่นสินะ ข้าคงทำฝึกลมปราณ” สถานที่การฝึกคงจะต้องเป็นที่เงียบสงบ

          “เอาล่ะ ข้าไม่ส่ง ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย หวังว่าสักวันเราคงจะได้มีโอกาสเจอกันอีกนะ” จอมยุทธ์อี้กล่าวอำลาอีกฝ่าย

          “ข้าน้อยปิงต๋าขอตัวลา ท่านจอมยุทธ์ บุญคนนี้จะไม่มีวันลืม”

          ก่อนที่จะออกเดินทางไกล ซึ่งการออกจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นก้าวใหม่ แห่งการมาเยือนในสถานที่ที่แตกต่างกัน


เลื่อมใสศรัทธา
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา

ถ่อมตน
+2 Point จากการโรลให้เกียรติอีกฝ่าย
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+10 EXP จากการโรลสรรเสริญคู่สนทนาด้วยความจริง

เจ้าเล่ห์/เสแสร้ง
+4 Point จากการโรลวางแผนใช้อุบาย
+30% คุ้มครองแผนการของคุณไม่ถูกเปิดโปง

อัจฉริยะ
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้

สุรุ่ยสุร่าย
+2 Point จากการโรลหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี

หูดี
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ

รวม 55 ความศรัทธา / 20 Point / +15 EXP

ระดับเริ่มต้น - คนจรเล่าเรื่อง
ทุกค่า EXP ที่ได้รับจากการโรลเพลย์ / +49 ความศรัทธา

X2 ศรัทธา





←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ซัวเหวินเจี่ยจื้อ
เตากำยาน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
กระบองแปดทิศ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x5
x2
x1
x1
x50
x91
x300
x300
x300
x300
x300
x300
x600
x300
x45
x95
x90
x140
x2
x9
x84
x990
x84
x980
x90
x55
x80
x1000
x182
x200
x600
x200
x382
x16
x600
x860
x880
x100
x100
x60
x80
x20
x92
x196
x98
x93
x98
x1000
x11
x269
x17
x860
x27
x7
x442
x39
x44
x88
x36
x300
x11
x750
x1372
x430
x60
x60
x2128
x28
x336
x86
x828
x52
x75
x100
x52
x324
x40
x4
x962
x970
x1353
x4
x5
x18
x22
x21
x2
x3
x17
x1
x11
x32
x11
x9
x20
x610
x3
x3908
x1
x1
x4
x89
x477
x403
x20
x62
x86
x1010
x24
x19
x121
x1
x785
x3
x3
x3
x920
x2046
x1136
x1030
x103
x14
x10
x1
x31
12
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้