ลักษณะนิสัยกายภาพ


ถ่อมตน : เป็นคนที่ค่อนข้างให้เกลียดผู้อื่นเสมอและมีความถ่อมตน ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นใดก็ตามเขาก็มักจะยิ้มแย้มให้น้อยๆ การวางตัวดี ไม่จองหอง แม่ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นมันคืออะไรแต่เขาก็คิดว่าการทำแบบนั้นจะทำให้มีคนยกย่องศรัทธาในตนเองมากขึ้น เลยทำแบบนั้นมาตลอดเรื่อยๆ
เลื่อมใสศรัทธา : เวลาเจอคนที่ให้ความรู้หรือสอนสั่ง เซียนซี ชอบที่จะเลื่อมใสศรัทธาในตัวผู้สอนเสมอ เปรียบเสมือนเป็นครูบาอาจารย์ แม้ว่าความจริงตนเองจะไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นที่ออกมาจากใจจริง
เจ้าเล่ห์/เสแสร้ง : ตั้งแต่เกิดมามีความผิดปกติและบกพร่องของร่างกายทางด้านส่วนสมอง ไร้ความรู้สึก จึงต้องสร้างตัวตนและบุคลิกหลายตัวตนเพื่อมารองรับความรู้สึกนั้นให้มีชีวิตจิตใจ ตั้งแต่เด็กจนโตเสแสร้งในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เขาไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของการมีความสุข ความรู้สึกโศกเศร้า เจ็บปวด ชีวิตเหมือนม่านละครหลังฉากที่มีทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
อุปนิสัยตัวละคร: เบื้องหน้า
เป็นบุรุษที่จิตใจดีมีคุณธรรม ชอบช่วยเหลือสังคม ชอบสร้างความสัมพันธ์กับทุกเพศทุกวัย จิตใจอ่อนโยนโอบอ้อมอารี ชื่นชอบธรรมชาติหลงรักการเล่นดนตรี มีรอยยิ้มให้กับทุกคนเสมอไม่ว่าจะเจอปัญหาใดๆก็ตาม เวลาใครมีปัญหาอะไรทะเลาะเบาะแว้งกันเขามักจะเป็นคนกลางในการตัดสินอย่างเที่ยงธรรมให้อย่างความเสมอภาค แสดงความภาคภูมิของผู้ที่สง่า
เบื้องหลัง
‘อย่าเชื่อในสิ่งที่เซียนซีพูดจะดีกว่า’ เพราะเขาไม่เคยมีความรู้สึกเข้าใจหรือรับรู้ปัญหาที่แท้จริงจากเบื้องลึกหรือจิตสำนึกของจิตใจผู้อื่น เขาไม่ใช่ผู้ที่มีความเมตตา แต่เป็นคนที่ไม่ความรู้สึกอะไรเลยต่างหากล่ะ ชีวิตสำหรับเขามันคือการแสดง สามารถหลั่งน้ำตาออกมาแม้จะไม่ได้รู้สึกเสียใจ เป็นดั่งบทละครฉากใหญ่ที่ต้องเล่นจนกว่าจะจบบทบาท
ลักษณะนิสัยทางกรรมพันธุ์:




ก
อัจฉริยะ : แสดงให้เห็นถึงความสามารถอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับบุคคลในวัยเดียวกันในหลายด้าน เช่นด้านภาษา ด้านการคิดคำนวณ ด้านดนตรี และอีกบลาๆ มักสามารถทำสิ่งต่างๆได้ดีและโดดเด่นกว่าคนอื่นๆที่อยู่ในวัยเดียวกัน และไม่ต้องใช้ความพยายามในการทำสิ่งเหล่านั้นมากเท่ากับคนทั่วไป
หูดี : เป็นคนหูไว พอได้ยินเสียงแว่วๆ ก็ตื่นทันที มีประสาทหูไว ได้ ถึงจะซุบซิบนินทาเบาสักแค่ไหนเขาก็ได้ยินในสิ่งที่คนพวกนั้นคุยกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเองหรือเป็นการนินทาคนอื่น หากต้องการคุยกับเซียนซีอย่าคุยเสียงดัง
แพ้ขนสัตว์ : คนอื่นอาจแพ้ขนแมว ขนสุนัข ขนจิ้งจอก แต่เขาแพ้ขนกระรอก ตอนสามขวบเคยสัมผัสกระรอก เพียงแค่ผิวหนังได้โดนขนของมันก็ทำให้มีอาการภูมิแพ้เฉียบพลัน ผื่นคัน (มารดาเคยบอกไว้เพราะเห็นเขามีผื่นแดงๆขึ้นเต็มตัว เนื่องจากมี อาการCIPA ตั้งแต่กำเนิดจึงไม่มีความรู้สึกเหล่านั้น แต่ทางร่างกายจะแสดงออกมาให้เห็นอย่างเดียว)
สุรุ่ยสุร่าย : ชอบจับจ่ายใช้สอยสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น เช่น เขามีนิสัยสุรุ่ยสุร่าย เป็นข้อเสียหลักๆ เพราะเกิดมาบนกองเงินกองร่ำรวย มีแต่คนตามใจมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย พอได้ออกมาในโลกภายนอกที่ต้องทำงานหาเงินด้วยตัวเอง เขาก็จะใช้นิสัยนี้เป็นประจำ มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมแต่ชอบใช้เงินฟุ่มเฟือย จนบางคนต้องเอือมระอา ส่ายหน้าหนี เมื่อเห็นลิสต์รายชื่อการใช้เงินซื้อของ ของเขา
ศาสนา : เทียนหย่งเหิง
ความสามารถพิเศษ : โดดเด่นในความเป็นผู้นำ , ทักษะการดนตรีทุกประเภท , ทักษะด้านการเจรจาหรือการทูต , ทักษะด้านการวางแผน , การสังเกตผู้อื่นเพราะนิสัยที่ชอบมองพฤติกรรมคนอื่น , การทำอาหาร , มีการประสาทสัมผัสทางหู
งานอดิเรก : เล่นดนตรีคลายเหงา , ศึกษาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องการแพทย์และสมุนไพร , อ่านตําราพิชัยสงคราม , ล่าสัตว์ , ขี่ม้า , ยิงธนู , ตกปลา , แต่งกลอน
คติประจำใจ : ถูกเกลียดเพราะเป็นตัวของตัวเอง ยังดีกว่ามีคนรักในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น , ไร้ความเสี่ยง ก็ไร้ซึ่งโชค
มีชื่อเสียงในด้าน : ท่านผู้ลงมาจุติผู้มีความเมตตา เวลาพูดมักมีหลักการเสมอ เกลี้ยกล่อมทำให้คนนั้นหลงเชื่อได้โดยง่าย
ปณิธาน/อุดมการณ์ : สร้างลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์
จุดแข็ง : ประสาทสัมผัสเรื่องดวงตา ไวต่อแสงและความมืด
โกหกได้อย่างแนบเนียน เพราะตลอดชีวิตตั้งแต่เติบโตมา เขาโกหกมาตั้งแต่จำความได้
ควบคุมผู้ตามได้อย่างชาญฉลาด
จุดอ่อน : ดวงตาหายาก เป็นเหตุที่ทำให้พวกโจรอย่างได้ดวงตาของเขานำไปขาย
ไร้ความรู้สึก
ใช้เงินเก่งมาก เคยมีเงินใช้เติบมือ ทำให้มักเผลอใช้เงินเกินตัวแม้ว่าจะแทบไม่เหลือกินสักแดงเดียว

ลักษณะทางกายภาพ
สีผิว : ขาวบริสุทธิ์
สีตา : นัยน์ตาแซฟไฟร์รุ้ง ที่มีความโดดยามดวงตาคู่นี้ได้จับจ้องมอง เป็นดวงเนตรที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ
สีผม : สีดำออกน้ำตาล
ใบหน้า : ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเป็นสันที่มีลักษณะเรียวแหลมตรงปลายจมูก คิ้วหนาดำขลับเฉียงลงอย่างชัดเจน ริมฝีปากหยักมุมปากกว้างเล็กน้อยพอดิบพอดีได้รูปไม่ถึงขั้นหนามากจนเกินไปสีเนื้อ เส้นสีบรอนส์ทองยาวเกือบถึงกลางหลัง บนศีรษะสวมหมวกผ้าทรงสามเหลี่ยมซึ่งภายใต้หมวกผ้านั้นยังมีแผ่นผ้ารองหนังศีรษะอีกอัน มีกระดิ่งอันเล็กๆฝั่งละสองลูกเย็บติดกับหมวก นัยน์ตาแซฟไฟร์รุ้งไล่ระดับสีรอบม่านตาดุจดังอัญมณีประกายแสงยามรัตติกาล ช่วยเสริมส่งให้เครื่องหน้าหล่อเหลาอย่างพิศวงและแฝงเร้นลับด้วยความประหลาด
ร่างกาย : ร่างกายสูงใหญ่มีสง่าราศี ไหล่กว้าง เป็นบุรุษที่มีร่างกายมาตรฐานสมบูรณ์ทุกส่วนเหมาะแก่การไปเป็นทหาร แขนทั้งสองยาวและมีนิ้วมือเรียงตัวสวย ลักษณะการแต่งตัวชอบจะสวมใส่ชุดโปร่งๆไม่นานจนเกินไป มักจะใช้ผ้ามาพันตาทั้งสองข้างไว้
ประวัติตัวละคร
ช่วงอยู่ ซีอวี้-เทือกเขาหิมาลัย
เซียนซีเกิดมาในครอบครัวที่มีความเชื่อแปลกประหลาด เขาเป็นบุตรชายคนที่สามของตระกูลเซียวเซี่ย สายหลัก ซึ่งมีกฎเหล็กว่าห้ามแต่งงานกับคนนอก จำเป็นต้องแต่งงานกับคนในตระกูลเท่านั้น เพื่อสืบทอดสายเลือดพิเศษ ทำให้พี่น้องเครือญาติแต่งงานกันเอง บิดากับมารดาเช่นเดียวกัน บิดาของเขามาจากฝั่งตระกูลเซียวเซี่ยสายรอง
ความสัมพันธ์ต่อคนในตระกูลเซียวเซี่ยสายหลัก บุรุษที่เกิดในสายหลักมักได้รับคำยินยอมยกย่องสรรเสริญ ส่วนสตรีที่เกิดในสายหลัก ถูกตีค่าเปรียบเสมือนแม่พันธุ์ ยึดหลักสามคล้อยตาม สี่คุณธรรม ให้ความสำคัญกับลำดับขั้นชนชั้นในสังคม ความสำคัญของเพศชาย กำหนดให้สตรีต้องเชื่อฟัง และดูแลปฏิบัติบุรุษเท่านั้น พวกเขาไม่เปิดโอกาสให้อิสตรีมีอำนาจเหนือกว่าหรือแม้แต่จะเท่าเทียม
ความสัมพันธ์ต่อคนในตระกูลเซียวเซี่ยสายรอง เป็นอีกขั้วอำนาจ ที่ถูกคัดค้านกันมาอย่างยาวนาน เนื่องจากสายรองนั้นไม่ได้สนใจ ถึงการแต่งงานในเครือญาติวงศ์ตระกูล สามารถพาคนนอกตระกูลแต่งเข้ามาได้อย่างไม่มีปัญหา ปฏิบัติกับเพศหญิงอย่างเท่าเทียม แต่ละคนมีบทบาทและหน้าที่อย่างชัดเจน เพียงแค่ทุกๆการเปลี่ยนเจ้าตระกูลจะมีการคัดเลือกเด็กๆในสกุลรอง ทั้งผู้ชายและผู้หญิง หาเพียงหนึ่งเดียว 'ที่มีความโดดเด่น ทักษะความสามารถเป็นที่เลื่องลือในใต้หล้า'
เซียนซีเป็นอัจฉริยะตัวน้อยตั้งแต่เริ่มหัดพูดได้ ทั้งอ่านเขียน สื่อสาร ได้เร็วกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน อีกทั้งเกิดมามีนัยน์ตาลึบลับ ดวงตาของเขาเป็นสีรุ้ง ทำให้คนในตระกูลมีความเชื่อที่ว่า เขาเป็นเด็กที่มีบุญญาธิการสูงส่ง ชีวิตความเป็นอยู่สุขสบาย และเคยถูกซินแสทำนายว่าในอนาคต เขาจะมีซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของคนในตระกูลทั้งสองฝั่งที่มักมีปัญหากันบ่อยๆ สำหรับเซียนซีแล้ว มันก็แค่เรื่องไร้สาระของผู้ใหญ่ที่ชอบพูดนู่นนี่นั่น การถูกปลูกฝังในครอบครัวหล่อหลอมให้เขามีความเชื่อและตรรกะประหลาดๆหลายอย่าง
เคยมีอยู่ครั้งนึงที่ออกไปเที่ยวนอกเมืองและโต้วาทีกับบัณฑิต และทำให้ได้รู้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการแต่งงานในครอบครัวหรือเครือข่ายเดียวกัน เซียนซีไม่ค่อยชอบความคิดของปู่ทวดที่มีต่อสตรีตรงที่ถูกตีค่าเปรียบเสมือนแม่พันธุ์ เคยเห็นมารดานั่งร้องไห้ทุกปู่ทวดดุด่า อยู่ท่ามกลางความบิดเบียวของทั้งสองสิ่ง ถึงจะเกิดมาเป็นคนไร้จิตใจหรือภาวะทางอารมณ์ ไม่รู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เห็น จนสร้างบุคลิกมาทดแทนความรู้สึกที่ไม่มีเหล่านั้น แต่ทุกบุคลิกของเขามีสิ่งเดียวที่รับรู้ไม่ได้คือความเจ็บปวดทางด้านร่างกาย
ช่วงย้ายมาภูมิภาคจี้โจว - เมืองจงซาน
ในช่วงอายุ 15 ปี ทางฝั่งตระกูลสายหลักย้ายที่พำนักแยกกับสายรอง มาตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่ที่นอกเมืองจงซานในหุบเขาแห่งหนึ่ง ของภูมิภาคจี้โจว จากแต่เดิมที่บรรพบุรุษตั้งถิ่นฐานในเทือกเขาหิมาลัย ได้ร่ำเรียนศาสตร์การปกครอง ความเป็นผู้นำ และอีกหลายๆอย่างที่เกี่ยวข้องกับด้านการบริหาร เพราะเซียนซีคิดชื่อว่าเป็น อัจฉริยะ ทำให้มีสิทธิ์ในการเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปของฝั่งรอง ทว่าฝั่งสายหลักก็อยากได้เขาเป็นผู้สืบทอด แม้มันจะขัดต่อกฎที่ส่วนใหญ่แล้วจะต้องเป็นบุตรชายคนโตเท่านั้น สำหรับเซียนซี ได้รับข้อยกเว้นเสมอในทุกๆเรื่อง
เขาจึงค่อนข้างมีความเย่อหยิ่งในตัวเอง พออายุได้ 20 ปี จึงออกเดินทางมาหาประสบการณ์ แม้ว่าบ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงสงคราม เขาก็ไม่ได้แยแสสิ่งใด แม้กระทั่งมารดาฆ่าตัวตายเมื่อรับรู้ข่าวเขายังไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือร้องไห้ออกมา เขาทำได้เพียงแค่แสร้งว่าเสียใจกับการจากไปของมารดา ต่างจากบิดาของเขาที่ฟูมฟายเสียใจหนักมากสาปแช่งบุรุษในตระกูลสายหลักที่ดูถูกมารดาของเขาทุกคน
ปัจจุบัน
เซียนซีทำได้เพียงรับรู้และพยายามเข้าใจ เขาออกเดินทางอีกครั้งเพื่อแสวงหาอำนาจให้มากกว่าเดิมและหาแนวทางการเปลี่ยนแปลงระหว่างคนในตระกูลสายหลักและสายรอง มีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนกฎหลายข้อ ในระหว่างออกเดินทางโดนกลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองที่บังเอิญพบเจอในป่า ไล่ล่า เขาโดนแทงหลายแผลแต่ก็ไม่มีความเจ็บปวด ต่างจากร่างกายที่เสียเลือดมาก รู้ตัวอีกทีเป็นลมสลบและโดนคนช่วยเอาไว้