[เมืองสวี่ซาง] ตลาดฮว่าเกาเลี่ยง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-9-23 21:47:50 |โหมดอ่าน


ตลาดฮว่าเกาเลี่ยง
{ เมืองสวี่ซาง }







【ตลาดฮว่าเกาเลี่ยง】

ย่านการค้าขนาดใหญ่แห่งสวี่ซาง สถานที่หลัก
ซึ่งรวบรวมสิ้นค้ามากมายจากหลาย ๆ ที่มาไว้ที่เดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม แร่ หิน วัตถุดิบ อาหารทั้งคาวหวาน
ต่างก็มารวมตัวอยู่ที่แห่งนี้ จึงแทบเรียกได้ว่า
มันคือสถานที่จับจ่ายใช้สอยหลักของชาวด่านเลยก็ว่าได้

ทุกท่านสามารถมาโรลเพลย์ทำงานพาร์ทไทม์ประจำวัน
ค่าจ้าง: 60 อีแปะ - 13 EXP (รายวัน)












โพสต์ 2021-9-26 23:14:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลรับศิทย์คนแรกของศาสนา คริสต์



"หลังจากที่เดินทางมาตั้งนานเราก็มาพักที่ตรงนี้ก่อนก็แล้วกันนะท่านเหวินหยวน ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงมาพักกันที่นี้แต่ว่าข้าจะบอกท่านตรงนี้ก็คือพวกเราจะไปร่วมงานแต่งกัน อ่า….พูดยังไงดีข้ามีจดหมายที่ส่งมาถึงข้าโดยที่ว่าตอนนี้นั้นคนที่ชวนข้านั้นได้แต่งงานแล้วอ่า..ถ้าข้าจะไม่ไปก็กระไรอยู่ไหนๆเราก็ว่าจะไปหมู่บ้านซีตี้ดีหรือไม่ก็ไม่รู้เพราะแบบนั้นเราค่อยคิดอีกทีหลังจากไปงานแต่ง"

แต่ระหว่างนั้นก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่มาหยุดอยู่ตรงหน้า จีเทียนเต๋าโดยที่บุรุษคนนั้นสะพายอาวุทเอาไว้พร้อมกับมองจีเทียนเต๋าอย่างพิจารณา

"เอ่อพ่อหนุ่มมีอะไรกับข้าเช่นนั้นหรือ?"

"ท่านคือนักบวชท่านจีเทียนเต๋าที่ไปเผยแผ่คำสอนที่เฉิงตูใช่ไหมครับท่าน!!!ข้ามีชื่อรองว่าต้าจง แต่ท่านเรียกข้าว่า จงเหยียนก็ได้ครับท่าน ข้าตามหาท่านมาตั้งแต่เฉิงตูจนได้ข่าวว่าท่านไปที่หมูบ้านซีตี้ข้าเลยรีบเดินทางมาตามหาท่านเลยครับ"

"ห่ะ...เอ่อใช่แล่วเป็นข้าเองว่าแต่ท่านเป็นใครเช่นนั้นหรือแล้วที่ท่านตามหาข้านั้นมีธุระอันใดกัน?"

พร้อมกับที่เหวินหยวนนั้นมองอีกฝ่ายอย่างระมัดระวังเพราะจากการลักษณะอีกฝ่ายแล้วแสดงว่าอีกฝ่ายก็ถือว่าได้รับการฝึกการต่อสู้มาเหมือนกันจาก ลักษณะท่าทาง

"ได้โปรดเถอะครับท่านให้ข้าได้ติดตามท่านไปด้วยข้าได้รู้ซึ่งถึงสิ่งที่ท่านสอนพวกเราข้ารู้สึกถึงพระองค์ที่ทรงเรียกหาข้าให้ก้าวเดินบนเส้นทางนี้ข้าพร้อมที่จะได้รับการทดสอบจากท่านแต่ขอให้ข้านั้นได้ติดตามท่านด้วยเถอะ ข้าอยากที่จะเป็นลูกศิทย์ของท่าน!!!"

พร้อมกับที่อีกฝ่ายนั้นคุกเข่าลงให้กับจีเทียนเต๋าพร้อมแสดงแววตาที่แน่วแน่ในการจะขอติดตามตนเองไปด้วย

"อ่าลุกขึ้นก่อนเถอะท่านเข่าลูกผู้ชายมีค่าดังทอง เอางี้ข้าให้ท่านติดตามข้ามาได้ ข้าจีเทียนเต๋าดูคนไม้ผิดในเมื่อท่านได้รับ ญาณจากพระองค์ให้มาหาข้างั้นข้าก็เชื่อในการตัดสินใจของพระองค์ ข้าขอประกาศ ณ ตรงนี้ว่าข้าจีเทียนเต๋า รับ ต้าจงคนผู้นี้ให้เข้ามาเป็นลูกศิทย์ของข้า ขอให้พระองค์ทรงอวยพรให้กับคนผู้นี้ขอให้เค้าได้ ศรัทธาพระองค์อย่างแท้จริงถ้าหากเค้าโกหกหลอกลวงขอให้พระองค์ทรงให้อภัยเค้า"

ก่อนที่จีเทียนเต๋าจะให้ต้าจงผู้นี้เข้ารับพิธี ศีลล้างบาปเพื่อให้เป็นคนที่ บริสุทธิ์อีกครั้ง

ขอให้พระองค์โปรดให้ บุรุษผู้นี้ได้เข้ามายังอ้อมกอดของพระองค์ทรงให้เค้าได้เกิดใหม่บนโลกนี้ ได้ให้เค้าเป็นคนใหม่ที่หมดสิ้นซึ่งบาปจากอดีตที่ผ่านมา เป็นคนใหม่ที่พร้อมเข้าสู่ อาณาจักรสวรรค์ของพระองค์ ทรงได้รับความรัดของพระองค์ด้วยเทิน

ก่อนที่จีเทียนเต๋าจะนำต้าจงและเหวินหยวนเข้าไปสนทนากับเหล่าผู้คนแหละ บัณฑิตที่ผ่านไปมาเพื่อให้ต้าจงนั้นได้ความรู้ซึมซับไป

(ใช้แต้ม 1000 ศรัทธาเพื่อรับศิทย์)



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-9-27 10:59:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-9 00:29


⌜46⌟

บทที่ 8
เรื่องราวเข้าใจผิด
ฉากที่ 9
                    
                    
          คนที่ตื่นเช้าที่สุดก็ยังคงเป็นดรุณีน้อยเฟินเยว่ สิ่งที่นางทำเป็นอันดับแรกหลังจากตื่นนอนก็คือไปล้างหน้าล้างตาขจัดคราบแตงกวาบดกับน้ำผึ้งออกไปจากดวงหน้า ไม่น่าเชื่อเลยว่าการพอกหน้าแค่คืนเดียวกลับทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื่นดูกระจ่างใสขึ้นถนัดตาซึ่งนั่นไม่น่าจะใช่สิ่งที่เด็กสาวคิดไปเอง เห็นทีคงต้องลองทดลองนำพืชผัดที่มีมาบดชะโลมใบหน้าอย่างที่ต้าซิ่นแนะนำมา หลังจากชื่นชมผิวหน้าตัวเองที่หน้ากระจกแล้วก็บ้วนน้ำเกลือล้างปากให้สะอาดยิ่งขึ้นแล้วค่อยออกจากห้องน้ำมาถักผมเป็นทรงเดิม
         
          ไม่นานนักบัณฑิตเหลียงก็ตื่นขึ้นอาจเพราะด้วยเสียงดังก๊อกแก๊กเป็นตัวปลุก ในคราแรกที่เห็นหน้าเขานางก็ตกใจ ไม่เพียงแค่มีแตงกวาบดพอกแต่ว่าเขายังมีแกงกวาฝานวางแปะไว้บนเปลือกตา ผ่านมาหนึ่งคืนชายหนุ่มไม่ได้แตะต้องตัวนางเลยแม้แต่น้อย หรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาแทบจะไม่มีท่าทีสนใจในตัวเด็กสาวอย่างที่บุรุษมักจะเป็นแม้แต่เพียงเศษเสี้ยว ไม่มีกระทั่งท่าทีที่ดูเก้อเขินอย่างที่ตงฮั่วเป็นเมื่อตอนที่ค้างแรมกันในคืนแรก มีก็เพียงแต่คำทักให้บำรุงหน้าซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความหวังดี นั่นก็ทำให้เฟินเยว่มีความเชื่อใจในตัวบุรุษมากขึ้น ว่าเหลียงต้าซิ่นคนั้นเป็นคนดีและมีความเป็นสุภาพบุรุษ (?)
         
          และเมื่อจัดการธุระยามเช้ากันเสร็จเรียบร้อยทั้งคู่ก็เก็บข้าวของลงมาทานยังอาหารเช้าที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ แม้ค่าห้องพักจะแพงมหาศาลแต่หากรวมอาหารค่ำสุดหรูและอาหารเช้าด้วยก็ถือว่าคุ้มค่า สิ่งที่โรงเตี๊ยมจัดเอาไว้ให้คือโจ๊กหมูใส่ไข่ที่ควรจะเป็นอาหารเช้าธรรมดาแต่ทว่ากลับถูกจัดจานมาอย่างสวยงามอลังการอีกแล้ว...
         
.
.
.
         
          ทั้งสองออกเดินทางจากโรงเตี๊ยมที่หงหนงกันตั้งแต่เวลายามเฉินเพื่อที่จะไปให้ถึงหวยอินไม่เกินยามไห้ หนทางข้างหน้าช่างยาวไกลนักจึงต้องทำเวลากันสักหน่อย และทั้งคู่ก็ได้มาถึงสวี่ซางในเวลาก่อนที่ดวงตะวันจะขึ้นตรงกลางหัว นับว่าทำเวลาได้ดีและโชคดีที่ไม่มีอุปสรรคมาขวางกั้นอย่างเช่นโจรดักปล้นสดมภ์กลางทาง คงเพราะว่าสวี่ซางอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงไม่มากการคุ้มกันของทหารจึงแน่นหนากว่าเมืองที่ไกลปืนเที่ยง
         
          ในระหว่างการเดินทางทั้งคู่ที่อยู่บนหลังม้าแทบไม่ได้พูดจาสนทนา กว่าจะได้คุยกันก็ถึงจุดแวะพักซึ่งนั่นก็คือตลาดฮว่าเกาเลี่ยงที่สวี่ซาง
         
          “อูย.. ข้ารู้สึกอยากได้อะไรเปรี้ยว ๆ จัง..”
         
          ต้าซิ่นโอดครวญทันทีเมื่อลงจากหลังม้า แข้งขาดูไร้เรี่ยวแรงอย่างกับไม่มีกระดูกดามไว้ภายใต้มังสา เขายังคงมีอาการไม่ถูกโรคกับม้าที่วิ่งด้วยความเร็วสูง ชายหนุ่มแทบจะกอดคอม้าขาวมาตลอดทาง ยังดีที่ไม่ได้เมาม้าแล้วสำรอกอาหารสุดหรูออกมาอย่างเช่นเมื่อวาน ทว่าผมเผ้าที่เคยยาวสลวยถูกลมตีเสียจนฟูฟ่องไม่เป็นทรงจนสุดท้ายก็ต้องมัดเกล้าเอาไว้บนศีรษะและปักด้วยปิ่นไม้ของเฟินเยว่ เด็กสาวพยายามเลือกหาปิ่นที่ธรรมดาที่สุดส่งให้เขาแต่ก็ยังไม่วายที่ด้ามไม้สลักเสลาไปด้วยลวดลายดอกเหมยเล็ก ๆ พอน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม กระนั้นบัณฑิตก็ไม่ได้ถือสาอันที่จริงสายตาของเขาเหมือนจะสนใจปิ่นปักผมลายดอกบัวสีสันฉูดฉาดเสียมากกว่า นั่นอาจจะเป็นเรื่องที่เฟินเยว่คิดไปเอง... และเมื่อจัดการเกล้าผมเรียบร้อยแล้วอะไร ๆ ก็ง่ายขึ้นเยอะ
         
          “เปรี้ยว ๆ หรือเจ้าคะ”
         
          เด็กสาวมองซ้ายมองขวา ละแวกนั้นมีร้านค้าขายพุทราเชื่อมและถังหูลู่อยู่พอดี นางจึงปลีกตัวไปซื้อมาให้ชายหนุ่มได้ทานแก้อาการคลื่นไส้
         
          “ขอบคุณมากนะแม่นางซุน เฮ้อ.. แบบนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย”
         
          หลังจากที่ต้าซิ่นได้ทานถังหูลู่รสเปรี้ยวอมหวานแล้วสีหน้าเขาก็ดีขึ้น แต่กว่าจะไปถึงหวยอินระยะทางก็ไม่ได้ใกล้ ๆ นางจึงซื้อของเปรี้ยวติดตัวเอาไว้ให้อีกฝ่ายกันคลื่นเหียน จากนั้นก็หาอาหารง่าย ๆ รับประทานกันแล้วจึงค่อยออกเดินทางกันต่อ
         
.
.
.


เอฟเฟคความสัมพันธ์
[NPC ในสังกัด] เหลียง ต้าซิ่น
มอบ ถังหูลู่




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-9-27 20:16:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด

คุ้มครองคณะหลวงจีนสู่หมู่บ้านซีตี้
กวนจงตะวันออก - เมืองสวี่ซาง
.
.

          แม้ระยะทางจากป่าเขตด่านซื่อสุยกวนมาเยือนยังเมืองสวี่ซางจะเป็นเส้นทางที่ไม่ได้ไกลมากนัก แต่เพราะเป็นการเดินเท้าของหลวงจีนทำให้ล่าช้าลงไปเสียหน่อย ถึงอย่างนั้นเหล่าผู้คุ้มครองก็ไม่ได้ปริปากเอ่ยบ่นเนื่องจากเหล่าหลวงจีนยังคงสงบเสงี่ยมไปตลอดทางโดยไม่ได้เอ่ยขอพักเพียงสักครั้ง ถานเจ๋อที่มีนิสัยเกียจคร้านก็พลอยไม่เอ่ยปากขอแวะหยุดอย่างปกติด้วยเช่นกัน ทำเอาจิ้นอิ๋งที่เพิ่งนึกได้ระหว่างที่กำลังเดินทางได้เกินครึ่งเส้นทางอดหันไปชื่นชมให้ซูฮวาที่ยังคงชะโงกหน้ามาคุยกับเด็กสาวเป็นระยะไปด้วย

          ทว่าในตอนที่สองดรุณีกำลังหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนาน ถึงอีกบุรุษที่ดูพึ่งพาได้ขึ้นมาเชียวยามกลายมาเป็นผู้นำขบวนคุ้มครองเช่นนี้ กลับแว่วเสียงดาบกระทบพร้อมกลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองท่าทางเอาเรื่องล้อมกลุ่มของพวกนางไว้ จิ้นอิ๋งแทบจะส่งสายตาให้สตรีแซ่เหมยกลับเข้ารถม้า ซึ่งอีกฝ่ายก็ปฏิบัติตามเป็นอย่างดี โดยมีจิ้นอิ๋งคอยลงจากม้ามาช่วยคุ้มกันตัวรถม้าเป็นหลัก

          ส่วนทางด้านถานเจ๋อก็กระตุกบังเหียนเลี้ยวม้ามาปกป้องเหล่าคณะหลวงจีนให้ ดวงหน้าคมกร้าวของมันแทบจะขบกรามแน่นอย่างขึงโกรธที่พวกโจรบังอาจมาขัดขวางการเดินทางที่ทำให้เวลาพักผ่อนของมันยืดออกไปเช่นนี้

          " ชิ! คณะหลวงจีนหรอกหรือนี่! จะมีของมีค่าสักเท่าไหร่เชียว.. ในรถม้ามีอะไรส่งมาให้หมด! "

          โจรโพกผ้าที่คล้ายเป็นหัวหน้าสบถอย่างติดฉุนก่อนจะเอ่ยอุกอาจใส่จิ้นอิ๋งที่ไม่ออกห่างจากรถม้าเสียงแข็ง ส่วนถานเจ๋อก็โดนล้อมจากโจรที่เหลือเพื่อไม่ให้เข้ามาวุ่นวายรวมถึงชี้ดาบขู่ใส่หลวงจีนอย่างไม่หวั่นเกรงต่อศาสนา ทว่ายังไม่ทันที่พวกโจรจะได้ทำตามใจ ถานเจ๋อก็กระตุกบังเหียนหนักจนม้าไป๋เอ้อร์ยกขาทั้งสองร้องลั่น วิ่งห้อพุ่งชนเหล่าจนเสียแตกแถวพร้อมกันนั้นมันก็เหวี่ยงเอาดาบสะบัดวาดใส่เหล่าโจรให้ได้แผลกันถ้วนหน้า

          หลังถานเจ๋อเป็นฝ่ายเริ่มเปิดการต่อสู้ พวกที่เหลือก็พุ่งตรงจะเข้าทำร้ายหลวงจีนให้บุรุษบนม้าจำยอม แต่จิ้นอิ๋งก็ไม่ยอม นางดึงเอากระบี่ออกมาช่วยปกป้องคณะหลวงจีนอีกคนหนึ่ง รวมถึงไม่ให้พวกโจรนั้นเข้าใกล้ยังตัวรถม้าได้ แม้ใช้เวลานานเสียหน่อยแต่พวกโจรก็ไม่อาจทำร้ายกลุ่มของจิ้นอิ๋งได้แม้แต่น้อย มีเพียงถานเจ๋อที่บาดเจ็บหนักหน่อย ตามตัวโชยกลิ่นสนิมจากการโดนอาวุธ ทว่าพวกโจรโพกผ้าเหลืองต่างก็โดนโจมตีไม่ต่างกัน และดูคล้ายจะสะบักสะบอมมากกว่าไม่น้อยเพราะบางคนถึงกับโดนม้าดีดเข้าให้จนตัวปลิวกระแทกกับต้นไม้ให้จุกจนแทบลุกไม่ขึ้น

          ซึ่งทันทีที่เหล่าโจรต่างเห็นว่ากลุ่มผู้คุ้มครองขบวนเดินทางนี้ไม่ใคร่จะปล้นชิงได้ง่าย ๆ มันจึงชี้ดาบใส่หน้าถานเจ่อดูมาดร้าย แต่ก็ขี้ขลาดเกินกว่าจะลุกขึ้นสู้ต่อเมื่อคนของเหล่าโจรเริ่มเป็นฝ่ายสู้ไม่ไหวแทนให้พวกมันตัดสินใจล่าถอยไปในที่สุด
          .
          .
          ยามพ้นวิกฤติไปได้ จิ้นอิ๋งก็เร่งบอกให้ถานเจ๋อให้รีบเข้าไปยังตัวเมืองสวี่ซางที่อยู่ไม่ไกล ยามเมื่อมาถึงยังเขตหน้าเมือง เหล่าทหารก็พากันตกใจไม่น้อยที่เห็นเนื้อตัวถานเจ๋อเต็มไปด้วยคราบโลหิตที่เห็นชัดตามเสื้อผ้าและช่วงแขนที่โผล่พ้นออกมาราวกับเพิ่งผ่านการสู้รบมาอย่างไรอย่างนั้น ไหนจะด้านหลังอีกฝ่าย ยังปรากฏขบวนของคณะหลวงจีนที่ไม่มีแม้แต่บาดแผลใดอีก จิ้นอิ๋งที่สังเกตว่าถานเจ๋อดูอ่อนแรงเต็มทีจึงเป็นฝ่ายเร่งลงจากม้าเพื่อเดินไปหน้าขบวนและเอ่ยเล่าเรื่องให้ทหารได้ทราบถึงเหล่าโจรโพกผ้าเหลืองที่พบระหว่างทางที่เข้ามาดักปล้นคณะหลวงจีนที่พวกนางถูกจ้างให้มาคุ้มครอง ซึ่งพวกทหารหลังได้ยินต่างก็หันไปแจ้งกลุ่มทหารด้วยกันเพื่อให้กลุ่มออกตรวจสอบเส้นทางที่ขบวนคณะหลวงจีนนี้ได้ผ่านมากันอย่างแข็งขัน

          ฝั่งถานเจ๋อหลังขี่ม้าเข้ามาเยือนยังย่านการค้าที่เป็นหน้าด่านแรกขงตัวเมืองก็ถูกเหล่าชาวเมืองหลายคนพบเห็นสภาพเข้าซึ่งภายในหัวชาวเมืองต่างพาลคิดไปกันว่าคงช่วยคุ้มครองเหล่าคณะหลวงจีนรวมถึงเด็กสาวด้านหลังให้มาถึงเมืองสวี่ซางนี้อย่างเต็มกำลังแน่ถึงได้บาดเจ็บถึงเพียงนี้ พลันต่างเร่งนำพาผู้ติดตามจิ้นอิ๋งให้ไปทำแผลกันเสียยกใหญ่ ปล่อยให้เด็กสาวพาคณะหลวงจีนแวะพักยังโรงเตี๊ยมโดยมีชาวเมืองอีกกลุ่มเข้าช่วยเหลือดูแลเพื่อส่งมอบภัตตาหารเย็นให้ พร้อมบอกให้ดรุณีน้อยและอีกหนึ่งสตรีในรถม้าได้แยกไปพักผ่อนบ้าง เพราะดูคล้ายจะผ่านเรื่องที่หนักหนามาเป็นแน่

          .
          " ไปเยี่ยมถานเจ๋อกันเถิดเจ้าค่ะ! "

          จิ้นอิ๋งเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดห่วงหลังจากพ้นเรื่องการดูแลคณะหลวงจีนที่ส่งต่อให้ชาวเมืองสวี่ซางมาแล้ว ซูฮวาที่แทบไม่รับรู้เหตุการณ์ด้านนอกเพราะเอาแต่หลับตาปิดหูแน่นในตัวรถม้า ยามนี้ก็เพิ่งได้ทราบว่าถานเจ๋อได้รับบาดเจ็บก็เร่งพยักหน้ารับและออกเดินตามจิ้นอิ๋งไปติด ๆ

          เมื่อทั้งคู่มาเนือนถึงยังโรงหมอ ถานเจ๋อที่ถูกทำแผลจนเรียบร้อยก็กล่าวบอกว่าปลอดภัยดี ยังขยับได้สะดวก เพียงได้รอยแผลมามากหน่อยก็เท่านั้น ซูฮวาที่เห็นพลันแสดงสีหน้าดูโศกเศร้าไม่น้อย ก่อนเอ่ยอาสาที่จะช่วยเลี้ยงอาหารมื้อเย็นในคืนนี้ให้แก่คนทั้งคู่ ทั้งเพื่อตอบแทนที่คอยปกป้องเหล่าหลวงจีนและตัวนาง ไหนจะเพื่อแสดงความขอบคุณแก่ถานเจ๋ออย่างจริงใจที่เข้าต่อสู้จนต้องเจ็บตัวถึงเพียงนี้

          " ขอบคุณมากเลยนะเจ้าคะ.. ท่านถานเจ๋อ "

          เสียงสตรีแซ่เหมยเอ่ยแผ่วชวนให้อุ่นซ่านทั้งแผ่นอก ถานเจ๋อที่พวงแก้มระเรื่อฝาดพลันผินหน้าหน่ายหนีพลางแว่วเสียงขานรับเบาตอบกลับให้ได้ยินเพียงตน ในหัวคนวนว่าทำเพื่อปกป้องท่านหญิงแต่เหตุใดถึงดีใจนักเพียงสตรีผู้นี้เอ่ยปากเสียนี่เล่า!


ผลการประลองต่อสู้กลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง
| 1 2 3 |

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-9-30 21:25:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลต่อสู้กับพวกโจรคลั่งศาสนา



"ท่านอาจารย์ ข้าคิดว่ามันมีอะไรแปลกๆนะท่านในแถวๆนี้ ข้ารู้สึกได้ว่ามันจะไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่นัก"

"เป็นเช่นนั้นหรือ อ่าถ้างั้นเจ้าก็ต้องคุ้มกันขบวนสงฆ์นี้ด้วยร่วมมือกับท่านเหวินหยวน ปกป้องทุกคนในนี้ให้จงได้ด้วย"

"รับทราบครับท่าน อาจารย์ข้าจะปกป้องทุกคนให้ได้อย่างแน่นอนเชื่อใจข้าได้เลย"

จีเทียนเต๋าที่ตอนนี้นั้นกำลังเหล่มองรอบๆตัวเองภายในตลาดของเมืองสวี่ซางที่ตอนนี้นั้นรอบๆตนเองต่างเต็มไปด้วยบรรยากาศแปลกๆของบริเวณรอบๆของตนเอง

"ท่านเหวินหยวนช่วยนำคณะสงฆ์เดินล่วงหน้าไปก่อนเดี่ยวข้ากับ จงเหยียนจะตามท่านไปทีหลังเองขอให้รีบหน่อยนะ"

"อืมเข้าใจแล้วฝากดูแลสหายข้าด้วยนะจงเหยียน"

"ได้แน่นอนอยู่แล้วครับท่านเหวินหยวน"

ก่อนที่เหวินหยวนนั้นจะนำเหล่าคณะสงฆ์นั้นล่วงหน้าออกจากตลาดไปก่อนพร้อมกับแม่นางไป

"เลิกซ่อนตัวอยู่ได้แล้วมั้งข้าเห็นพวกเจ้าติดตามพวกเรามาตั้งนานแล้วเผยตัวออกมาดีกว่านะเจ้าพวกโจรทั้งหลายออกมารับความตายเสียเถอะ!!!"

"หึๆไอ้หนุ่มนี้มีสายตาดีจริงๆนะข้าละเกลียดคนแบบพวกแกจริงๆเลยพวกแกกล้าดียังไงถึงไปเอาพวกหัวล้านเหล่านั้นเข้ามายังในบริเวณของพวกเราพวกที่มัวแต่ท่องสวดมนต์แต่ไม่ได้ทำอะไรที่มันดีก็อย่าไปมีมันเลย"

ก่อนที่พวกโจรผ้าเหลืองนั้นจะชักอาวุทของตนเองออกมาก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาหาจงเหยียนทันทีพร้อมกับที่เกิดประกายไฟของอาวุทที่กระเด็นไปทั่วบริเวณนี้

"หึๆพวกที่คิดแต่จะทำร้ายคนอื่นเพียงเพราะว่าความเชื่อไม่ตรงกับที่ตนเองเชื่อแบบนั้นมันก็เลวร้ายกว่าไม่ใช่หรือยังไงกัน?"

"หุบปากไปเลยพวกนอกรีตข้าจะกำจัดพวกแกเพื่อกองทัพฟ้าเหลืองของเรา!!!"


ก่อนที่จะใช้เวลาสักพักก่อนที่จงเหยียนนั้นจะจัดการพวกนี้จนลงไปกุมแผลกันหมดแล้วจับพวกนี้ส่งทางการทันทีโดยที่เหวินหยวนนั้นได้ย้อนมาช่วยจงเหยียนก่อนไม่ให้โดนรุมจนสามารถที่จะเอาชนะพวกโจรไปได้โดยที่ต้องขอบคุณเหวินหยวนเป็นหลักที่สแดงฝีมือจนพวกโจรร้ายเหล่านั้นต้องนอมไปนอนกองกับพื้น







←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-10-10 16:53:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด


เควสประจำวัน รับแร่จากหมู่บ้านเซิ่งหุน

ตอนที่ 4 โล่กับหอก



บ่ายแก่ ๆ ของวันนี้ ที่ตลาดฮว่าเกาเลี่ยง ย่านการค้าขนาดใหญ่ของเมืองสวี่ซาง เป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่ผู้คนในเมืองจะมาจับจ่ายซื้อขายสินค้ากันมากมาย เพราะที่แห่งนี้เป็นจุดรวมสินค้ามากมายจากหลาย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าไหม แร่ หิน วัตถุดิบต่าง ๆ รวมถึงอาหารคาวหวานมากมาย ตลอดทั้งวันตลาดแห่งนี้จะมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมามากมาย มีเสียงตะโกนเชื้อเชิญให้เลือกซื้อสินค้า เสียงพูดคุยเจรจาทำธุระต่าง ๆ ดังอยู่ทั่วไป


“ขอบคุณท่านมากนะ ท่านผู้เฒ่า”


ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยกับชายชรา หลังจากที่เขากระโดดลงจากเกวียน ชายชราผู้เป็นเจ้าของเกวียนหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วยิ้มให้ชายหนุ่มจนตาหยีเสียจนมองไม่เห็นดวงตา


“มิได้หนักหนากระไรเลย อีกอย่างต้องขอบคุณเจ้าด้วยล่ะ ทำให้ข้าได้หน่อไม้กับเห็ดเยื่อไผ่ไว้ให้ยายแก่ที่บ้านทำมื้อเย็นให้กิน น่าเสียดายนะ ถ้าเจ้าไม่เร่งรีบเดินทางต่อ ข้าคงพาเจ้าไปพักผ่อนที่บ้านของข้าเสียก่อน”


ชายชราเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้งพร้อมรอยยิ้ม ชายหนุ่มยิ้มอ่อนแล้วหัวเราะเบา ๆ ให้กับชายชรา พลางใช้มือตบที่ขอบเกวียนเบา ๆ


“ไว้รอข้าเสร็จธุระ หากมีเวลาข้าจะแวะเวียนไปเยี่ยมท่าน หรือไม่เราอาจจะได้เจอกันระหว่างทางอีกก็เป็นได้ ไว้เจอกันใหม่นะท่านผู้เฒ่า”


เก้อหลี่เอ่ยคำลาก่อนจะเดินแยกไปจากชายชราโดยที่อีกฝ่ายก็โบกมือพร้อมกล่าวคำอำลาเช่นกัน เมื่อแยกจากชายชราแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งก็เดินไปยังตลาดประจำเมือง ผ่านร้านรวงและแผงลอยต่าง ๆ มากมาย เพื่อหาอะไรกินและถามทางสำหรับเดินทางไปยังเมืองหรูหนาน ซึ่งตามที่เขาคิดไว้คงจะเดินทางไปหมู่บ้านเซิ่งหุนภายในย่ำค่ำของวันนี้เป็นแน่แท้


“อาวุธ อาวุธ อาวุธ อาวุธชั้นดี ชุดเกราะชั้นดี ได้นำมาวางขายแล้ว เชิญชมและเลือกซื้อเลย”


เสียงตะโกนเชื้อเชิญให้ผู้คนมาเยี่ยมชมสินค้าดังขึ้นไม่ไกลจากบริเวณที่ชายหนุ่มกำลังเลือกดูอาหารสำหรับมื้อเย็นอยู่นั่นเอง ชายหนุ่มหันไปมองดูก็เห็นผู้คนจำนวนนึงกำลังยืนล้อมวงมองดูอะไรสักอย่างอยู่ ชายหนุ่มจึงพูดคุยตกลงกับแม่ค้าผู้นั้นแล้วจ่ายเงินให้อีกฝ่าย ก่อนจะนำอาหารที่ซื้อมาเก็บใส่ย่ามแล้วเดินไปยังผู้คนกลุ่มนั้น


“เอาล่ะพ่อแม่พี่น้องทุกท่านที่มาเยี่ยมชมสินค้าของข้า อย่างที่พวกท่านรู้กันถึงข่าวคราวว่า บ้านเมืองเรากำลังวุ่นวาย โจรโพกผ้าเหลืองพากันดักปล้นโจมตีพวกเรา ข้าผู้มาจากแดนไกลจึงได้มานำเสนอสิ่งที่จะช่วยคุ้มภัยจากโจรพวกนั้นได้ นั่นคือ อาวุธทั้งหลายที่ข้านำมาวางให้ดูนั่นเอง”


ชายคนหนึ่งตะโกนพลางผายมือให้ผู้คนที่ยืนล้อมวงมองดูเขาอยู่มองดูสินค้าที่เขานำมาขาย นั่นคือ อาวุธ และชุดเกราะชนิดต่าง ๆ ชายพ่อค้าคนนี้ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจสักเท่าไหร่ หน้าตาดูลอกแลกไม่นิ่ง แม้ว่าคำพูดของเขาจะดูมีเหตุผลก็เถอะ เก้อหลี่คิดในใจพลางมองดูพ่อค้าคนนั้นพูดต่อ


“แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้แม้ว่าจะเป็นเด็กก็สามารถใช้ได้ แต่ถึงอย่างงั้น ก็ควรให้พ่อแม่ของเจ้าคอยควบคุม อย่าริอาจนำไปเล่นคนเดียวเลยนะ และแน่นอนอาวุธ ชุดเกราะเหล่านี้ข้าได้มาจากคนรู้จักจากแดนไกลพวกเขานั้นรู้วิธีผลิตอาวุธ ชุดเกราะที่มีคุณสมบัติวิเศษ เป็นดั่งอาวุธของเทพ ดูตัวอย่างดาบเล่มนี้สิ”


ว่าแล้วมือใหญ่ที่ดูหยาบกร้านของพ่อค้าก็หยิบเอาดาบเล่มใหญ่เล่มหนึ่งออกมาจากลัง เขาชักมันออกจากฝักแล้วแกว่งไปมาส่งเสียงน่ากลัว และส่องแสงวับแวม สร้างความตื่นตาให้กับบรรดาผู้คนแถวนั้นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ที่อยากจะเดินไปดูใกล้ ๆ แต่ก็ถูกพ่อแม่ผู้ปกครองจับไว้เสียด้วยความเป็นห่วง


“ดาบเล่มนี้ถูกตีขึ้นด้วยกรรมวิธีพิเศษที่เมื่อกวัดแกว่งฟาดฟันสิ่งใด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็จะถูกดาบเล่มนี้ฟันขาดสะบั้นในทันที แม้จะออกแรงเพียงนิดเดียว ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูกับชุดเกราะอันนี้ นี่คือชุดเกราะที่พวกโจรสวมใส่นะ ย้ากกก”


ฉึบ !!!


สิ้นเสียงโลหะกระทบกับของแข็ง ชุดเกราะนั้นก็ขาดสะบั้นทันทีด้วยการออกแรงฟันดาบของพ่อค้าคนนั้นเพียงครั้งเดียว สร้างความตกตะลึงและอึ้งทึ่งแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เสียงฮือฮาดังไปทั่ว นั่นทำให้พ่อค้าผู้นั้นแอบลอบยิ้มกริ่ม เขานำดาบเล่มนั้นเก็บไว้ในลัง ก่อนจะหันไปพูดกับชาวบ้านต่อ


“ตื่นเต้นกันเลยสินะ ข้ามีสินค้าอีกชิ้นที่จะนำเสนอให้พวกท่านดู . . .”


เมื่อเอ่ยจบพ่อค้าผู้นั้นก็เดินไปยังลังไม้อีกลังนึง ก่อนจะหยิบสินค้าบางอย่างออกมานั่นคือ ชุดเกราะสีเทาชุดหนึ่ง นำมาวางลงบนโต๊ะแสดงสินค้าให้ชาวบ้านที่ยืนล้อมวงอยู่ดู


“นี่คือชุดเกราะหนังระมาด ว่ากันว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีหนังแข็งที่สุด แต่คนรู้จักของข้าได้ล่าและนำหนังของพวกมันมาผลิตชุดเกราะชุดนี้ ซึ่งแน่นอน ไม่มีอาวุธได้ที่จะฟันชุดเกราะให้ขาด หรือแทงให้ทะลุได้ ถ้าไม่เชื่อข้าจะพิสูจน์ถึงคุณสมบัติของมันให้ดู นี่คือมีดดาบที่ข้าซื้อต่อจากทหารยามที่ยึดได้มาจากโจรโพกผ้าเหลือง คอยดูนะจะไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน”


พ่อค้าเอ่ยจบก็ใช้มีดที่ดูจะมีความคมมากค่อยกรีดลงไปยังชุดเกราะหนังชุดนั้นช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กรีดเร็ว ๆ ราว ๆ สิบที แล้ววางมีดลงก่อนจะชูชุดเกราะให้ชาวบ้านดู ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนอย่างที่พ่อค้าผู้นั้นพูดจริง สร้างความสนใจให้กับชาวบ้านทั้งหลายเป็นอย่างมากถึงกับมีเสียงตะโกนถามถึงราคา พ่อค้าผู้นั้นยิ้มกว้างก่อนจะนำชุดเกราะหนังชุดนั้นเก็บใส่ไว้ในลัง แล้วหันกลับไปคุยกับชาวบ้าน


“ข้ารู้ ข้ารู้ ว่าพวกท่านสนใจในอาวุธและชุดเกราะวิเศษทั้งหลายนี้ที่ข้านำมาให้พวกท่านดู แต่น่าเสียดายที่ข้านำมาเพียงแค่อย่างละชิ้นเท่านั้นเอง นั่นเพราะว่ากว่าจะผลิตได้ชิ้นนึงนั้นมันต้องใช้เวลาร่วมปี และกว่าข้าจะบุกป่าฝ่าดงกลับมาขายให้พวกท่านได้นั้นก็ช่างลำบากเหลือทน ดังนั้นข้าขอคิดเพียงค่าเดินทางละกัน เพียงแค่อย่างละห้าสิบตำลึงทอง ใครที่ซื้อก่อนคนแรกข้าจะลดให้สิบตำลึงทองเลย ส่วนที่เหลือวางมัดจำให้ข้าคนละยี่สิบตำลึงทอง พรุ่งนี้ข้าจะรีบเดินทางไปตกลงกับคนรู้จักของข้าให้เร่งผลิตอาวุธนำมาส่งให้พวกท่านภายในครึ่งปีเลย”


เมื่อได้ยินราคาชาวบ้านต่างก็พากันหันมาพูดคุยกัน ถึงว่า ราคาแพงมาก แต่สินค้านั้นก็น่าสนใจเสียจริง ๆ เก้อหลี่ที่ยืนฟังอยู่เสียตั้งนานก็เหมือนจะจับไต๋พ่อค้าผู้นั้นได้ ครั้นเมื่อเห็นว่ามีชาวบ้านผู้หนึ่งกำลังจะตกลงซื้อขายอาวุธกับพ่อค้าผู้นั้น และเตรียมจะยื่นเงินจ่ายให้กับพ่อค้า ชายหนุ่มก็รีบเดินไปขัดเสียก่อน


“ช้าก่อนนะท่าน พอดีข้ามีเรื่องสงสัยนิดหน่อย อยากจะสอบถามท่านน่ะ ข้าจะซื้อทั้งดาบวิเศษและชุดเกราะหนังระมาดด้วยราคาสองร้อยตำลึงทองเลย หากท่านช่วยให้คำตอบแก่ข้าได้”


เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้งจากชาวบ้านเมื่อได้ยินชายหนุ่มเสนอซื้อสินค้าจากพ่อค้าด้วยเงินเป็นสองเท่าที่พ่อค้าผู้นั้นตั้งเอาไว้ พ่อค้าผู้มีความโลบก็ยิ้มกริ่มก่อนจะรีบพยักหน้ารับโดยเร็วราวกับสุนัขที่เห็นเนื้อก้อนโตวางอยู่ตรงหน้า


“ว่ามาเลยพ่อหนุ่ม ที่จริงเจ้าจะจ่ายราคาทั่วไปก็ได้นะ คำถามนั่นคงไม่ยากเกินปัญญาที่น้อยนิดของข้าได้หรอกกระมัง”


ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็รู้เลยว่า พ่อค้าหลงกลของเขาเสียแล้วด้วยความละโมบ เขาเดินไปยืนดูดาบและชุดเกราะหนังที่วางอยู่ในลัง


“ท่านบอกว่า ดาบเล่มนี้ฟัดสิ่งใดก็ขาด ไม่มีสิ่งใดป้องกันพลังของมันได้สินะ”


“ใช่แล้วล่ะ ไม่มีสิ่งใดเลย”


พ่อค้าคนนั้นพูดพลางยืดอกเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ ชายหนุ่มพยักหน้าพลางมองดูดาบเล่มนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองชุดเกราะหนัง แล้วหันไปถามพ่อค้าอีกครั้ง


“ส่วนชุดเกราะนี้ท่านว่า ไม่มีสิ่งใดที่จะฟันให้ขาดสะบั้น แทงให้ทะลุได้สินะ”


“ใช่แล้ว”


ชายหนุ่มได้ยินคำตอบก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วหันไปมองพ่อค้าผู้นั้น ก่อนจะเอ่ยคำถามที่พ่อค้าคงจะคาดไม่ถึงว่าจะได้ยิน


“เช่นน้ันแล้ว หากข้าจะขอพิสูจน์คุณสมบัติของดาบวิเศษและชุดเกราะหนังระมาดนี้อีกครา โดยนำมาปะทะกัน ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรหรือ”


พ่อค้าได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับอึ้งและไปไม่เป็นเลยทีเดียว อีกทั้งคำถามของชายหนุ่มทำให้ชาวบ้านรู้สึกสงสัยด้วยเช่นกันจึงเกิดเสียงตะโกนให้พิสูจน์ทดลอง พ่อค้าผู้นั้นทนแรงกดดันไม่ไหวจึงยอมบอกความจริงด้วยความโกรธที่โดนชายหนุ่มผู้นั้นหักหน้าตน


“ก็ได้ ๆ ๆ ข้าบอกความจริงก็ได้ อาวุธพวกนี้ไม่ได้วิเศษกระไรเลย ข้าขออภัยแก่พวกท่านนะ แต่อาวุธอย่างอื่นนั้นใช้ได้จริง ๆ นา ข้าจะลดราคาให้จากตำลึงทองเป็นตำลึงเงินละกัน . . .”


ไม่ทันที่จะพูดจบ เสียงโห่ร้องโวยวายจากชาวบ้านดังไปทั่วเล่นเอาซะพ่อค้าผู้นั้นต้องรีบให้ลูกน้องเก็บข้าวของแล้วออกจากตลาดนั้นเลยทันที เก้อหลี่เห็นเหตุการณ์นั้นก็ยิ้มขำเล็กน้อย เขาพอจะรู้อยู่ว่า พ่อค้านั้นคงจะลักลอบซื้อของราคาต่ำมาย้อมแมวขายในราคาสูงด้วยคำโฆษณาและกลลวงที่ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปนั้นจะหลงเชื่อง่ายดาย เมื่อเหตุการณ์วุ่นวายจบลง เก้อหลี่ที่ซื้ออาหารมากินเพื่อเพิ่มพลังในการเดินทางต่อเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินทางออกจากตลาดฮว่าเกาเลี้ยง เพื่อเดินทางต่อโดยทันที . . .



ลักษณะนิสัยรักสงบ

-10 ลดความเครียด

 

ลักษณะนิสัยขยัน

-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือกิจกรรมใด ๆ ไม่ให้ว่าง

 

ลักษณะนิสัยหลังตรง

+15 EXP จากการโรลสร้างความน่าเคารพศรัทธาต่อผู้พบเห็น

 

ลักษณะนิสัยว่องไว

+1 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย

+10 EXP จากการโรลทำงาน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตะกร้าสาน
เกราะเกล็ดมังกร
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x10
x9
x30
x1
x1
x5
x30
x12
x4
x4
x4
x1
x1
x2
x10
โพสต์ 2022-6-5 11:24:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                           เมืองสวี่ซาง
                ณ.ตลาดใหญ่ฮว่าเกาเลี่ยง

____________________________________________


หลิวหลิงที่พวมใส่หมวกที่ปิดบังใบหน้าค่อยๆขี่ม้าเดินทางจากหรูหนานมาจนถึงเมืองสวี่ซางพร้อมกับเจ้าลูกสมุนต๋องอ๋วนที่จูงม้าให้โดยใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อถึงประตูเมืองแล้วตนจึงค่อยๆลงจากหลังม้าก่อนจะเดินผ่านเข้ามาประตูเมืองไปตามระเบียบ เมืองสวี่ซางนั้นเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ใหญ่โตมากนัก หลิวหลิงกับลูกสมุนยังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีที่ท่าจะหยุด


   พอเดินได้ไม่นานนักก็เข้าช่วงเขตตลาดใหญ่แห่งสวี่ซางสถานที่หลักซึ่งรวบรวมสิ้นค้ามากมายจากหลาย ๆที่มาไว้ที่เดียวกันไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม แร่ หิน วัตถุดิบ อาหารทั้งคาวหวานต่างก็มารวมตัวอยู่ที่แห่งนี้ จึงแทบเรียกได้ว่ามันคือสถานที่จับจ่ายใช้สอยหลักของชาวด่านเลยก็ว่าได้ ทั้งสองจึงถือโอกาสนี้เดินเล่นหามองดูข้าวของแลสตรีให้เบิกตาเบิกใจดีกว่า


  " เร่ ! เข้ามา ! ผ้าเส้นไหมใหม่ๆจากตะวันตกเลยนะขอรับ จากอินเดียเลยนะ เข้ามาเข้ามา "


เหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่างตะโกนโห่ร้องเร่ขายสินค้ากันอย่างใหญ่หลิวหลิงกับต๋องอ๋วนเดินเข้าไปดูในร้านบางร้านบ้างโดยทำท่าจะซื้อแต่ก็มิซื้อในที่สุด เมื่อเดินได้ไม่ไกลนักก็พบร้านซาลาเปาตั้งอยู่ขนาดใหญ่ ซึ่งกลิ่นซาลาเปานั้นมันช่างหอมหวนเตะจมูยิ่งนัก เผอิญตนเหลือบมองเห็นต๋องอ๋วนน้ำลายไหลเยิ้ม ดูท่าแล้วเขาคงจะอยากชาลาเปานั้นเป็นแน่หลิวหลิงจึงทักขึ้นว่า


" ต๋องอ๋วนหิวหรือ เงินเดือนที่ข้าให้แก่เจ้าก็ไปซื้อกินสิ "


               " ไม่ๆๆๆ ไม่หิวหรอกขอรับ "



ต๋องอ๋วนรีบเช็ดน้ำลายออกพร้อมกับส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นกับหลิวหลิงก่อนจะทำท่าเดินหน้าต่อ หลิวหลิงเห็นดั่งนั้นก็หัวเราะร่าพร้อมกับเดินไปยังร้านชาลาเปาที่มีสาวสวยผู้หนึ่งขายอยู่


หลิวหลิงมองดูแม่ครัวที่ลงมือทำซาลาเปาสดๆที่เอาแป้งขาวมาหนีบไว้กับมือพร้อมใส่ไส้โดยที่ไส้ของมันนั้นจะเป็นหมูสับ มีผักหลายชนิดรวมอยู่ในนั้น ก่อนจะเอามือจีบพับเข้าทำเป็นจีบให้ได้ 10 จีบก่อนจะเอาลงหนึ่ง .


" อย่างนี้สินะวิธีทำซาลาเปาข้าได้เรียนรู้ก็วันนี้และ "


หลิวหลิงจึงได้เรียนรู้วิธีทำซาลาเปาในที่สุดก่อนจะจดจำเอาไว้แล้วจ่ายเงินซื้อเอา5 ลูกใหญ่โดยเลือกเอาไส้หมูแดงมา หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปหาต๋องอ๋วนแล้วยื่นให้ 2 ลูกมอบให้อีกฝ่ายด้วยความจริงใจ


              " เอาเจ้าหิวมิใช่หรือข้ามอบให้ "


" ขอบคุณมากขอรับนายท่าน ขอบคุณมากๆเลย "



   ต๋องอ๋วนรับเอาด้วยความดีใจโดยครานี้เขายิ้มกว้างจนตาหลี่แถบมองไม่เห็น พร้อมกับยัดชาลาเปานั้นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยอย่างเหมือนไม่เคยกินมาก่อน


" เห้ย! ... เดี๋ยวก็ติดคอตายหรอกค่อยๆกินละนะ ! "


   แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงโวยวายขึ้นยังร้านใกล้ๆ หลิวหลิง ได้เห็นดั่งนั้นในขณะที่พวมกัดซาลาเปาคำโตๆคำหนึ่งนั้นจึงได้เก็บใส่ถุงเหมือนเดิมพร้อมกับเรียกตัว ต๋องอ๋วน ที่กำลังกินอย่างไม่ค่อยน่าดูนั้นให้เดินตามไปด้วยกัน


                 " อย่านะ ! ...... อ๊าาาา "


ณ. ร้านกับข้าวแห่งหนึ่งข้าวของกระจาย อีกทั้งในนั้นพวมมีหญิงสาวผมเผ้ายุ่งเหยิงยับเยินถูกผู้ชายสองคนจับกดลงพื้นต่อหน้าสาววัยกลางคนที่พวมนั่งในท่าผู้มีอิธิพลนั้นเป็นล้มเป็นตายแต่ไร้ความปราณีใดๆ หญิงแก่คนนั้นส่งสัญญานให้ลูกสมุนสองคนนั้นลงมือตบตีหญิงสาวพร้อมกับมือที่เต็มไปด้วยเล็บแหลมคมของนางแก่นั้น จับคางของอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วกล่าวอย่างอาฆาตเสียงดังจนคนอื่น / ชาวบ้านที่มุงดูได้ยิน


" กล้ามากนะ ! ที่หนีออกจากร้านของฉันโดยไม่รับอนุญาต ! หึ คิดว่าหนีจากลั่วหยางมาอยู่ที่นี้จะหนีรอดไปได้หรือตบมันซ่ะเอาให้เสียโฉมเลยดูสิว่าบทลงโทษที่มันต้องเจอจะโหดร้ายแค่ไหน "


สิ้นเสียงลูกสมุนก็ทำตามคำสั่งเจ้านายทันที หลิวหลิงที่อยู่มุมฝูงชนทนเห็นสภาพนั้นมิได้จึงได้คิดอุบายวางแผนบางอย่างขึ้นมาจึงกระซิบให้ต๋องอ๋วนวิ่งไปร้านแกะสลักไม้พร้อมกับซื้อเอาพวงอะไรสักอย่างมาให้ตนโดยเร็ว


   " เจ้าจงไปจัดแจงหาให้เร็วเดี๋ยวนี้ ไป!!!! "


                    " ขอรับนายท่าน "



  ต๋องอ๋วนรับคำก็เร่งวิ่งไปยังร้านแห่งหนึ่งก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านแกะสลักไม้พร้อมกับหยิบเอาไม้เล็กๆที่มีลักษณะแกะเหมือนชื่อของคนพร้อมกับพวงกุญแจลักษณะตามที่หลิวหลิงสั่ง แล้วจ่ายเงิน10ตำลึงเงิน ให้โดยไม่ได้ถามราคาหรือรับเงินทองเลย ก่อนจะรีบสิวิ่งหน้าตาตื่นมาหาหลิวหลิงนั้น .


  หลิวหลิงเห็นก็จึงทำตามอุบายของตนก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมมีต๋องอ๋วน ขนาบหลัง ท่วงท่าสง่างามดั่งมือปราบที่มีฝีมือ ก่อนเขาจะเอ่ยขึ้นเสียงดัง !


" หยุดเดี๋ยวนี้ ! บ้านเมืองมีกฎหมายไฉนถึงกระทำหยาบช้าเช่นนี้ด้วยเล่า "


  ก่อนที่ตนจะทำท่าหยิบตราประจำตำแหน่งขึ้นมาโชว์เล็กน้อยเพื่อทำให้อีกฝ่ายเชื่อ และ ก็ได้ผลอีกฝ่ายนั้นกลับเชื่อตนแต่ ! นางก็สั่งให้ตนถอดหมวกปิดบังใบหน้าออกให้ทุกคนได้เห็นหากว่าเป็นมือปราบ หลิวหลิงเห็นดั่งนั้นก็ยิ้มหึ ออกมาก่อนจะเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่นวลขาวงดงามของบุรุษหนุ่มจนทำให้สตรีแลผู้ชายบางคนนั้นตกใจในความงามครานี้ หลิวหลิงจึงเดินเข้าไปใกล้กับนางสาวผู้ถูกกระทำคนนั้นก่อนจะจับไปที่ใบหน้าของนางที่พวมมีเลือดซึมออกมาจากปากนั้นเงยขึ้นมาสบตาตนที่กำลังอมยิ้มอยู่นั้นอย่างอ่อนโยน ก่อนจะถามขึ้นว่าเป็นเช่นไรบ้างแม่นาง .


" เช่นนั้นวันนี้ทั้งวันข้าจะซื้อนาง ราคาเท่าไหร่? "

              " ก็ ...... 40 ตำลึงเงินเจ้าค่ะ "


หญิงแก่เอ่ยขึ้นด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหาจึงเอาเพียงเล็กน้อยต่อผู้อ้างตัวมือปราบเพียง 40 ตำลึงเท่านั้นก่อนที่หลิวหลิงจะควักเงินออกมาพร้อมให้พร้อมกับไล่ให้ออกไปจากเมืองไปให้เร็วที่สุด


" แล้วไสหัวไปจากเมืองนี้ซ่ะ พรุ่งนี้ค่อยมารับนาง ! "

" ไม่เป็นไรเราอยู่เมืองนี้รอก็ได้ "


"
อยากตายหรือ ข้าบอกให้ไสหัวไปซ่ะ ไม่เช่นนั้นพวกของข้าที่มีอยู่ ข้าจะสั่งให้ฆ่าและเผาร้านของเจ้าเสียให้ราบ ! "


          " ก็ได้เจ้าค่ะ ป ........... กลับเร็ว "



ลูกสมุนสองคนรับคำสั่งเจ้านายพร้อมตัวเดินกลับออกไปด้วยความเร็ว หลิวหลิงที่ยืนเอามือไขว้หลังอยู่นั้นพลางหันมองพวกนั้นจากไปก็รู้สึกสบายใจ ทันใดนั้น สาวผู้ถูกกระทำนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า


" ข้าขอขอบใจคุณมากเลยนะเจ้าค่ะ เช่นนั้นรอข้าเก็บกวาดร้านเสร็จแล้วจึงจะรับใช้ท่านตามใจท่านปราถนา "


  หลิวหลิงมีเอ่ยอันใดก่อนจะนั่งยองลงเก็บเศษจานที่แตกกระจายอยู่นั้นก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


" เช่นนั้นก็จึงจัดกับข้าว 3 จานเอามาให้กับข้าเสีย "


ตนเอ่ยขึ้นก่อนที่จะพยุงโต๊ะ และ เก้าอี้ที่ล้มนั้นให้กลับมาสามารถนั่งได้ก่อนจะนั่งลงพร้อมกับต๋องอ๋วนรอกับข้าวที่สั่ง


                       " มาแล้วเจ้าค่ะ "


นางนำเอาข้าวมาเสริฟยังโต๊ะของตนจนครบสามจานก่อนจะเดินออกไปเพื่อเก็บกวาดร้าน หลิวหลิงจึงคว้าแขนนางเาไว้ก่อนจะกล่าวว่า


" กินกันเพียงสองคนจะอร่อยอย่างไร แม่นางเจ้ามานั่งร่วมด้วยกันเถิด "


หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงทานเป็นเพื่อนทั้งสองจนทั้งสองทานจนอิ๋มแล้ว หลิวหลิงจึงกล่าวขึ้นว่า


" แม่นางอย่าได้รับใช้เกินไปเลยไปเลย อันข้าช่วยเพราะข้าจริงใจต่อแม่นางข้าทนเห็นมิได้ที่สตรีจะถูกรังแก แม่นางเอ่ยเจ้าจงออกจากเมืองนี้เสียแล้วลงใต้ไปอีก เมืองหวยหนานเหมาะแก่แม่นางหากจะใช้ชีวิตที่สงบๆย่อมได้เพราะไกลเกินไปที่พวกนั้นจะตามหา ข้าจริงใจที่จะช่วยเหลือแม่นางนะจึงได้แนะนำได้เพียงนี้แหละ "


ตนเอ่ยขึ้นก่อนที่นางจะคุกเข่าคำนับขอบใจอย่างกุลสตรีที่ดี พร้อมหลั่งน้ำตาออกมาเนื่องจากชั่วชีวิตนางไม่มีใครให้ความช่วยเหลือเช่นนั้น นางจึงขอบใจในความใจดี และ ความจริงใจของชายหนุ่ม ก่อนที่หลิวหลิงกับต๋องอ๋วนจะช่วยเก็บกวาดร้านจนเสร็จแล้วพาแม่นางไปส่งยังที่พัก


" ขอบคุณท่านคุณชายทั้งสองด้วยนะเจ้าคะ ดิฉันจะออกเดินทางในเร็วนี้ไปยังหวยหนานตามคำแนะนำแน่นอน "



นางโค้งคำนับอย่างงามพร้อมใบหน้าที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา หลิวหลิงเห็นเช่นนั้นจึงนำผ้ามาเช็ดให้อีกฝ่ายอย่างทะนุทะนอม นางยืนนิ่งพร้อมกับจ้องเข้าไปในสายตาของชายหนุ่มทำให้นางโดนเสน่ห์ของหลิวหลิงตกเข้าอย่างจัง ก่อนที่ตนจะมอบผ้าพื้นนี้ให้นางแล้วก็อำลาเดินจากไป


    " ขอบคุณนะเจ้าคะ ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุญการุณาของคุญชายเด็ดขาด มิทราบว่าท่านมีนามว่าอะไร
? "


นางตระโกนถามก่อนที่หลิวหลิงจะหันหน้ามาตอบออกมาว่า


   " หลิว จวินเฉิง ! ขอให้แม่นางปลอดภัยนะ "


กล่าวจบตนจึงได้ก้าวเดินต่อไปพร้อมต๋องอ๋วนโดยมีนางสาวคนนั้นโบกมืออำลาอย่างทราบซึ้งใจโดยหวังว่าวันข้างหน้าตนคงได้ตอบแทนชายหนุ่มให้จงได้


_____________________________________________


ตึก ! ตึก ! เสียงฝีเท้าเดินอยู่พลางต๋องอ๋วนเอ่ยถามว่า : เหตุใดท่านมิใช้บริการนางเล่า สวยขนาดนั้นแถมยังเป็นนางโลมด้วย . หลิวหลิงได้ยินดั่งนั้นก็เอ่ยขึ้น


" ข้าก็อยากใข้บริการนะ แต่ก็มิอยากย่ำยีจิตใจนางเพราะนางคงโดนมามากพอสมควร "


หลังจากนั้นสองหนุ่มก็เดินท่องตลาดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินทางออกจากเมืองมุ่งหน้าสู่ตันหลิวในที่สุด


: : เดินทางต่อไป เฉินหลิว


_____________________________________________


     มอบเงินให้หญิงคนนั้น 20 ตำลึง [ โอนผ่าน @Watcher ]


   และ ซาลาเปาแก่ [ NPC ต๋องอ๋วน ในสังกัด ]
_____________________________________________


           เปิดใช้เอฟเฟคลักษณะนิสัยตัวละคร
     
                 + point จากลักษณะนิสัย
                           ___________
                          ทะเยอทะยาน
                    + 2 point โรลเรียนรู้
                  + 2 point ใช้กลอุบาย
                           ___________
                                จริงใจ
            + 2 point โรลจริงใจในสตอรี่
             - 2 point ใช้แผนกลอุบาย
                           ___________
                           ไร้เหตุการณ์
                 + 3 point ใช้แผนอุบาย
                        ________________
                               งดงาม
              + 6 point โรลบริหารเสน่ห์
            
___________________________________________
         
                + EXP จากลักษณะนิสัย
   
           + 30 ใช้อำนาจอย่างเผด็จการ
        + 7 ให้ของผู้อื่นโดยไม่หวังตอบแทน


              รวม + 15 point  | + 37 EXP




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนสามพยัคฆ์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x1
x1
x1
x5
x1
x2
x1
x1
x10
x1
x10
x29
x8
x2
x4
x4
x5
x1
x1

5

กระทู้

491

ตอบกลับ

1 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
13339

ผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกนักบริหารใบอนุญาตเข้าเมือง(สวี)นักวางแผนนักวิชาการ

STR
600+118
INT
603+52
POL
603+0
LEA
600+47
CHA
426+5
VIT
400+99
หวัง ฟู่เหยา
เลเวล 1
คุณธรรม
18038
ความชั่ว
533
ความโหด
17248
โพสต์ 2022-6-9 20:49:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ออกเดินทาง
ส่งอวี้เฟิ่งกลับบ้าน 3

เวลาต่อมา ทั้งสองหญิงสาวได้เดินทางออกจากเขตด่านซื่อสุยกวนแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่งซึ่งเมืองชื่อว่าสวี่ซาง นับเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจงหยวนที่มีความใหญ่ในระดับหนึ่ง
หญิงสาวและอีกหนึ่งสาวน้อยขี่ม้าผ่านตัวเมืองสวี่ซาง ว่าด้วยการหาซื้อน้ำและเสบียงไว้ตุนพลางๆในระหว่างเดินทางไกลในครั้งนี้ กว่าจะไปถึงกุ้ยหยางในภาคใต้คงจะใช้เวลาอีกนานสักพักหนึ่ง

"เจี่ยๆ เหมือนข้าจะเคยผ่านมาเมืองนี้นะเจ้าคะ แต่ไม่ได้เข้ามาในตัวเมืองเลย...
แต่เมืองนี้สวยงามจังเจ้าคะเจี่ยเจี่ย" สาวน้อยอวี้เฟิ่งเอ่ยขึ้น

"ใช่มั้ยล่ะจ๊ะ มากับเจี่ยๆครั้งนี้เหมือนเสี่ยวเฟิ่งจะได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะเลยนะ" หญิงสาวเอ่ยชมเสี่ยวเฟิ่ง

"จริงด้วยเจ้าคะเจี่ยเจี่ย ข้ารู้สึกว่าข้างนอกสวยงามกว่าที่คิดไว้เยอะเลย" สาวน้อยเอ่ยชอบใจ

"งั้นระหว่างทางฟังเรื่องเล่าของเจี่ยๆอีกสักรอบนะจ๊ะ" หญิงสาวเริ่มเล่าต่อ การจะถ่ายทอดให้เด็กฟัง ต้องตะล่อมๆเล่าเรื่องอย่างง่าย ไม่ใช่ลัทธิอย่างที่เข้าใจ..
"นั่นก็คือ การที่คนมีความรู้แต่ยังทำผิด ก็อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขายังขาดมโนธรรมที่ดี อาจจะยังมีความรู้ไม่มากพอที่จะประกอบอาชีพอย่างถูกต้อง หรือช่องว่างทางกฏหมายยังไม่เข้มงวดพอ
ดังนั้นที่กล่าวมา จะบุรุษหรือจะสตรีก็ดี ต้องได้รับการศึกษาและความรู้ที่ดีเพื่อเป็นประชากรคุณภาพ ปลูกฝังมีจิตใจเอื้อเฟื้อไม่เห็นแก่ตัว มโนธรรมที่ดีต่อคนรอบข้าง หาทางออกด้วยสันติมิใช่ความขัดแย้ง"
หญิงสาวเล่าเรื่องหนึ่งออกมาให้ฟัง

"....อืม.. คล้ายๆกับที่ขงจื้อกล่าวไว้อย่างนึเลยนะคะเจี่ยๆ" สาวน้อยเอ่ยขึ้นมาเหมือนนึกออก

"ใช่มั้ยล่ะจ๊ะ ขงจื้อกับเรื่องเล่าของเจี่ยๆเองก็คล้ายๆกันจริงไหมจ๊ะ" หญิงสาวเอ่ย เอาจริงๆแล้วหญิงสาวแค่จะเล่าดัดแปลงจากขงจื้อออกไปสักหน่อย
แต่คล้ายกันก็ไม่เป็นไร เธอตั้งใจจะเล่าเรื่องปลูกฝังแนวคิดให้กับเด็กคนนี้อยู่แล้ว...

---------------------------

+2 Point จากการโรลให้เกียรติผู้ที่คุยด้วย ถ่อมตน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ ทะเยอทะยาน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย ทะเยอทะยาน
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย หูดี
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้ นักวิชาการ
+5 Point โรลใช้กลอุบายหรือวางแผน นักวางแผน
+15 EXP จากการโรลสร้างความน่าเคารพศรัทธาต่อผู้พบเห็น หลังตรง
+10 EXP โรลสรรเสริญเหล่าผู้ที่คุยด้วย ถ่อมตน
+5 EXP จากการโรลเพลย์บริหารเสน่ห์ คิ้วหงส์
รวม 17 Point / 30 exp

---------------------------

ค่าศรัทธา
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา ถ่อมตน
+10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ ทะเยอทะยาน
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ เลื่อมใสศรัทธา
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา เลื่อมใสศรัทธา
รวม 65
+ ศรัทธา ตามจำนวน exp ที่ได้รับ คูณ 2 // ฐานะ ซินแสนอกรีต

---------------------------

145 ฟ่านอวี้เฟิ่ง
+5 พูดคุย
+15 คนที่คุยด้วย หูดี
+15 หัวดีเหมือนกัน
+20 น้ำหนุนไม้
+5 คิ้วหงส์ คนที่สนใจ
รวม 60


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าฮั่นเสีย
ตลับผงชาด
ผ้าคลุมขาว
ชุดหนี่ว์จิงเจี๋ยฟางเฉอ
เกาทัณฑ์จย่าเจี๋ยอู๋เยว่
คัมภีร์หนี่กุ้ยเว่ย
ไก่ฟ้าทองแดง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x77
x9
x1
x100
x2
x27
x47
x41
x88
x3
x45
x105
x70
x55
x180
x3
x1
x4
x2
x3
x6
x2
x10
x2
x6
x14
x19
x7
x6
x8
x4
x4
x4
x4
x60
x2
x2
x40
x25
x25
x40
x20
x20
x40
x5
x5
x1
x73
x48
x28
x9
x60
x20
x5
x3
x50
x3
x4
x30
x3
x3
x19
x4
x4
x2
x5
x10
x135
x30
x30
x86
x6
x100
x46
x1
x5
x377
x20
x40
x10
x98
x346
x2
x2
x53
x1
x5
x105
x20
x204
x45
x304
x20
x10
x5
x3
x15
x1
x6
x2
x10

5

กระทู้

491

ตอบกลับ

1 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
13339

ผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกนักบริหารใบอนุญาตเข้าเมือง(สวี)นักวางแผนนักวิชาการ

STR
600+118
INT
603+52
POL
603+0
LEA
600+47
CHA
426+5
VIT
400+99
หวัง ฟู่เหยา
เลเวล 1
คุณธรรม
18038
ความชั่ว
533
ความโหด
17248
โพสต์ 2022-6-15 19:01:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
กลับสู่จงหยวน
ทำงานพาร์ทไทม์ ตลาดเมืองสวี่ซาง

หญิงสาวได้เดินทางออกมาจากหมู่บ้านไท่ซิงหลังจากเสร็จการเผยแพร่ไปแล้วชั่วคราว ได้ออกเดนทางลงใต้มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเซิ่งหุนอีกครั้ง
แต่ระหว่างทางเมื่อหญิงสาวเดินทางผ่านเมืองสวี่ซาง พอผ่านมาถึงตลาดก็พบเห็นรับสมัครทำงานเป็นกะๆตามช่วงเวลาอยู่หน้าร้านๆหนึ่ง
หญิงสาวเห้นจึงสนใจทำงานเพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานและก็รับค่าแรงที่ประชาชนทั่วไปควรได้รับ ว่าเหมาะสมดีหรือไม่

"เถ้าแก่ที่เคารพเจ้าคะ รับทำงานตามช่วงกะเวลาหรือไม่เจ้าคะ?" หญิงสาวถามเจ้าของร้านที่แปะป้ายรับสมัครทำงานตามช่วงเวลา

"อ้อ เชิญขอรับแม่นาง มีงานว่างอยู่พอดี" เถ้าแก่ถึงกับพอใจที่มีคนมาช่วยงานร้านตลาด และแรกเห็นของเถ้าแก่ก็นึกว่าเป้นหญิงสูงศักดิ์มาจากที่ใดกันถึงมาขอทำงานร้านทั่วๆไปในตลาด
แต่พอได้คุยด้วยแล้วหญิงสาวเป็นคนไม่ถือตัวนัก พร้อมยินดีทำงานรับใช้ราษฎรทั้งหลาย

หลังจากจบงาน ก็ได้ประสบการณืการทำงานและค่าแรงอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าเป้นเรื่องดีต่อตัวนาง...

---------------------------

+2 Point จากการโรลให้เกียรติผู้ที่คุย ถ่อมตน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ ทะเยอทะยาน
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้ นักวิชาการ
+3 Point เมื่อโรลเพลย์ทำงาน เลื่อมใสศรัทธา
+15 EXP จากการโรลสร้างความน่าเคารพศรัทธาต่อผู้พบเห็น หลังตรง
+10 EXP โรลสรรเสริญเหล่าผู้ที่คุยด้วย ถ่อมตน
+5 EXP จากการโรลเพลย์บริหารเสน่ห์ คิ้วหงส์
รวม 11 Point / 30 EXP

---------------------------

-20 ความเครียดเมื่อทำงาน เลื่อมใสศรัทธา

@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าฮั่นเสีย
ตลับผงชาด
ผ้าคลุมขาว
ชุดหนี่ว์จิงเจี๋ยฟางเฉอ
เกาทัณฑ์จย่าเจี๋ยอู๋เยว่
คัมภีร์หนี่กุ้ยเว่ย
ไก่ฟ้าทองแดง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x77
x9
x1
x100
x2
x27
x47
x41
x88
x3
x45
x105
x70
x55
x180
x3
x1
x4
x2
x3
x6
x2
x10
x2
x6
x14
x19
x7
x6
x8
x4
x4
x4
x4
x60
x2
x2
x40
x25
x25
x40
x20
x20
x40
x5
x5
x1
x73
x48
x28
x9
x60
x20
x5
x3
x50
x3
x4
x30
x3
x3
x19
x4
x4
x2
x5
x10
x135
x30
x30
x86
x6
x100
x46
x1
x5
x377
x20
x40
x10
x98
x346
x2
x2
x53
x1
x5
x105
x20
x204
x45
x304
x20
x10
x5
x3
x15
x1
x6
x2
x10

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-8-19 23:25:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เดินทางมุ่งสู่ซินเย่ - สวี่ซาง



เหล่าอาชาที่คร่ำเคร่งกับการเดินทางและบรรดาคนลากเกวียนเทียมโคได้หยุดพักเมื่อเข้าถึงตัวเมืองสวี่ซาง ข้าวของมีค่าส่วนใหญ่ได้นำกองอารักขาเฝ้าไว้ยังที่ปลอดภัยนอกเมืองเพื่อป้องการการสะดุดตาโจรผู้ร้าย

ในทางกลับกัน พวกมนุษยืตัวเปล่าเหล่าคุณชายและนายท่านทั้งสิบชีวิตเข้ามาผ่อนคลายในเมือง อีกนัยหนึ่งหลิวซีเยีย่นหมายให้องค์ชายน้อยเรียนรุ้วิถีชีวิต อีกด้านเพื่อมองหาเงาของใครบางคน

แม้เขาจะทราบจากโม่เสวียนว่านางที่เขาถามถึงมิได้อยู่ในกวนจงแล้ว ในใจลึกๆ ยังคงนึกถึงเสี้ยวหน้าด้านข้างในยามแสงดองไม้ไฟเจิดจรัสอยู่ดี ต่างกับคนแซ่เสิ่นที่เมื่อต้งจ่ายก็มือเติบไม่อยากใช้ความิคดมากนัก

"ทางนั้น เจ้าไปเหมาผิงกั่วให้หมดทั้งแผง นำไปแจกจ่ายคนในขบวน แล้วก็อย่าลืมนำน้ำสะอาดกับฟางสดไปให้ม้า... เงินในถุงนี้ เผื่อมีของที่อยากซื้อไปฝากคนทางบ้าน"

ถ้อยคำของนายท่านทำเอาจวี้ซินซายซึง้ใจ เขากับฟางอี้อาสาเรื่องแจกจ่ายของ แน่นอนส่วนของเจรจากับพ่อค้าฟางอี้เป็นคนทำ เพระาขืนให้จี้วซินออกหน้าคนคงนึกว่าขุ่ปิดบ้านแน่ๆ

"ท่านกับจิ่วชุนเล่ามีขนมที่อยากกินไหม?" โม่เสวียนไม่ลืมถามทางสองอาจารย์ศิษย์ เขาตักบารทั้ววัดแน่นอน แต่คำตอบของอีกฝ่ายทำเอาไปไม่เป็น

"อยากกินขนมที่เจ้าทำมากกว่า เอาไว้ถึงซินเย่.. อย่าลืมล่ะว่ารับปากอะไรไว้" เรื่องหางานให้ชาวบ้านแลดูคุณชายหลิวจะช่ำชองเป็นพิเศษ

คณะเดินทางพักผ่อนในตลาดเพียงถึงเที่ยงวัน หลังจากเติมเสบียงและน้ำพวกเขาก็ออกเดิทางต่อในทันที





←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้