|
โหมดที่เล่น - Hard mode ชื่อทางการ: สวี เฟิง (Xu Feng) 徐峰 ชื่อรอง: กงจื่อ (Gong Zhi) 宮志 เพศ: ชาย เชื้อชาติ: ฮั่น ภูมิลำเนาบ้านเกิด: หนานผี ภูมิภาคจิ้โจว วันเกิด: 11 สิงหาคม เจี้ยนหนิงศก ปีที่ 1 ในรัชสมัยอดีตหวงตี้ (ฮั่นหวนตี้) ธาตุประจำตัว: ธาตุดิน - หยาง  ปีนักษัตรประจำตัว: ปีวอก /  ส่วนสูง (cm): 180 น้ำหนัก (kg): 70 อายุตอนเริ่มต้น : 16 ปี โรคประจำตัว: แผลเป็นบนกาย
ชื่อบิดา: สวีฟ่านเค่อ (เสียชีวิต) ชื่อมารดา: สวีฮูหยิน (เสียชีวิต)
ลักษณะนิสัยกายภาพ: ประหม่า ซื่อสัตย์ สุขุม
อุปนิสัยตัวละคร: ประหม่า เมื่อเขาอยู่ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากหรือดำเนินการทูตใดๆจะรู้สึกวางตัวไม่ถูก กังวล ขาดความมั่นใจ เขาไม่ชอบสายตาจำนวนมากที่มองมาที่เขาและถูกคาดหวังอะไรต่างๆนาๆจากตัวเขา เขาจึงชอบที่จะคุยกับคนน้อยๆหรือเป็นกลุ่มที่ไว้ใจจะดีกว่า ซื่อสัตย์ เขาเป็นคนตรงไปตรงมา จริงใจ กล้าทำกล้ารับ ไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเพทุบายต่างๆ ใช้ความตรงไปตรงมาอย่างมีเหตุผล ยึดมั่นในสิ่งที่ตนเองเชื่อยากที่จะมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้ สุขุม หากเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตามเขาจะไม่วู่มวาม จะคิดอ่านไตร่ตรองโดยไม่มีอารมณ์ร้อน รอบคอบและละเอียดในการดำเนินสิ่งต่างๆ และดำเนินไปอย่างมีระบบ
คำพูดที่ติดปาก :: “จงมีชีวิตอยู่” / “ อย่าเพิ่งตาย ” / “ เจ้าคือคนที่แกร่งที่สุดหรือไม่? ” ศาสนา: ไม่มี ความสามารถพิเศษ: พรางตัว(กลมกลืนกับฝูงชน หรือสภาพแวดล้อมทำให้จับได้ยาก) / เอาตัวรอดในป่าและพื้นที่แร้นแค้น / สัญชาตญาณเฉียบคม / ชำนาญการต่อสู้
คติประจำใจ: สู้เมื่อจำเป็น ปรับเปลี่ยนเมื่อมีโอกาส
มีชื่อเสียงในด้าน: บุรุษปีศาจ (เป็นเพราะแผลเป็น)
ปณิธาน/อุดมการณ์: การปรับเปลี่ยนจะทำให้อยู่รอดบนโลกใบนี้ / ตามหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
จุดแข็ง: หนักแน่น มั่นคง / เปลี่ยนใจยาก(นอกจากจะมีสิ่งที่ดีกว่า ) / เรียนรู้ที่จะฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ / ถนัดมือซ้าย จุดอ่อน: แผลไฟไหม้ตามตัว / อดีตของตัวเอง / เกิดเรื่องแย่ๆเขาจะโทษตัวเองก่อน / การคำนวณ
สีตา :น้ำตาล สีผม : ดำ ใบหน้า : หน้าคม แค่มีรอยแผลเป็นบ้าง ร่างกาย : มีกล้าม แข็งแรงแบบชายหนุ่ม
ประวัติตัวละคร เป็นชาวบ้านในอำเภอหนึ่งในภูมิภาคจี้โจว ยุคราชวงศ์ฮั่นตอนปลายรัชสมัยฮั่นหลิงตี้ ครอบครัวเคยมีฐานะปานกลางใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเรื่อยมาตระกูลสวีของสวีเฟิงจะเดินทางไปเยี่ยมญาติที่เมืองเหอตงทุกๆ 6 เดือน บิดารู้จักกับญาติผู้น้องที่ชื่อว่า สวี หวง (Xu Huang) ภายหลังขันที10คนมีอำนาจในราชสำนักเชิดฮ่องเต้หลังม่าน สร้างความเดือดร้อนทั่วทุกหย่อมหญ้า การเงินภาษีภายในหมู่บ้านถูกขูดรีดหนักกว่าเดิมจนไม่มีอันจะกินและใช้ ถ้าไม่มีภาษีจ่ายก็จะถูกทำร้ายโดยทหารรุมต่อยตี เขาเองก็เคยถูกทหารลากไปตีกลางถนนอยู่ครั้งนึงเพราะไม่มีภาษีจ่าย(ภาษีแพงนรกแตกมากในช่วงนั้น) แต่บิดาก้มาปกป้องเอาไว้ให้รอดจากการถูกทำร้าย ปี 184 ลัทธิไท่ผิง(โจรโพกผ้าเหลืองก่อนจะถูกปลุกระดมขึ้น) แพร่กระจายอย่างรวดเร็วราวกับสายลมพัดพา ผุ้คนที่ยากจนข่นแค้นและได้รับผลกระทบนั้นเข้าร่วมเป็นจำนวนมากถึงหลักล้านคน แต่ครอบครัวของสวีเฟิงไม่คิดเช่นนั้น เพราะเกรงว่าจะเป็นลัทธิก่อความเดือดร้อนในอนาคตเลยพยายามตีตัวออกห่างเสมอ จนกระทั่งเป็นที่ดังพวกเขาคิดไว้ ปีเดียวกัน ลัทธิไท่ผิงปลุกระดมเหล่าลูกศิษย์ลูกหาล้มล้างราชวงศ์ฮั่น ส่งผลให้มีการตั้งกลุ่มหัวหน้มเป็นกองทัพขึ้นไป เริ่มออกปล้นระดมหมู่บ้านอำเภอไปทั่ว รวมถึงอำเภอที่สวีเฟิงอยู่ด้วย โจรผ้าเหลืองนำโดยเฉินหยวนจื้อบุกผ่านมายังอำเภอกวงซ่ง ปล้นสะดมป์อย่างโหดร้ายไม่ต่างกับทหารที่มารีดภาษี เผลอๆหนักกว่าด้วยซ้ำ บิดาได้นำตัวสวีเฟิงไปซ่อนในห้องเก็บของ นำเสื่อฟางผ้าหยาบคลุมพรางตัวไว้ไม่ให้พวกโจรผ้าเหลืองเห็น พร้อมสั่งให้อยู่นิ่งๆจนกว่าโจรจะไปจนหมด บิดาได้อ้อนวอนให้พวกโจรอย่าทำร้ายคนในบ้าน คนผ้าเหลืองจึงบอกให้เข้าร่วมแต่บิดาปฏิเสธ จึงถูกสังหาร ณ ที่นั่นทันที พวกโจรผ้าเหลืองเข้ามาปล้นสะดมป์ของมีค่าในบ้านไปจนหมด ซึ่งสวีเฟิงหลบอยู่ในห้องเก็บของข้างบ้าน ก่อนโจรจะจุดไฟเผาบ้านทิ้งตอนนั้นกับบิดามารดาที่ถูกฆ่าแล้วนั่นเอง สวีเฟิงที่ได้ยินว่าพวกโจรนั้นไปกันหมดแล้วพยายามจะออกมาจากที่ซ่อน เมื่อออกมาพบว่าบ้านกำลังถูกไฟไหม้ทั้งหลัง สวีเฟิงยังไม่รู้ว่าพ่อแม่ตัวเองตายแล้วจึงรีบวิ่งไปยังศพบิดาที่นอนแน่นิ่งไปแล้ว ปลุกเท่าไหร่ก้ไม่ตื่น จิตใจของสวีเฟิงเหมือนแตกสลาย ทำไมเราทำอะไรม่ได้เลย บิดาปกป้องตัวเองจนตัวตายแต่ตัวเองกลับทำอะไรไม่ได้ เวลาผ่านไปไม่นานจนกระทั่งบ้านที่ถูกไฟไหม้นั้นถล่มลงมา กลายเป็นสุสานไฟไหม้ไปโดยปริยาย ชั่วเสี้ยววินาทีที่บ้านถล่มลงไป สวีเฟิงได้สติจึงรีบวิ่งออกมาแต่ก็ถูกไม้ที่ไฟไหม้นั้นโดนผิวลวกไปเกือบๆครึ่งตัวจนเป็นแผลไฟไหม้ ทรมาณแสนสาหัส เจ็บปวดจนสลบอยู่ห่างจากบ้านของเขาประมาณ 3 เมตรเท่านั้น สวีเฟิงสลบอยู่ 1 วันและตื่นขึ้นมา พบว่าหมู่บ้านตัวเองถูกทำลายเรียบ เขาจึงเดินทางรักษาตัวเองจากโรงหมอที่ช่วยเหลือเขาจากเมืองใกล้เคียง หลังจากนั้น ตัวเองก็ออกเดินทางจากที่นั่นมา และไปยังตามที่ต่างๆเพื่อที่จะหาที่พักพิงและตามหาเส้นทางชีวิตใหม่จนเวลาผ่านไป...
|