[เมืองอันติง] จตุรัสกลางเมือง - ลานอันลู่ซาน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-8-31 17:19:46 |โหมดอ่าน


จตุรัสกลางเมือง - ลานอันลู่ซาน
{ เมืองอันติง }






【จตุรัสกลางเมือง - ลานอันลู่ซาน】

จตุรัสกลางเมืองอันติงเป็นพื้นที่สาธารณะส่วนกลางของประชาชน
ที่ไม่ว่าจะมีฐานะอย่างไรก็ต่างมาใช้บริการ ณ สถานที่แห่งนี้ได้
รอบ ๆ ลานจตุรัสรายล้อมด้วยร้านค้าต่าง ๆ เรียกว่าเป็นย่านการค้าของเมืองเลยก็ว่าได้
เมื่อถึงช่วงงานเทศกาลลานแห่งนี้จะเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชาวเมือง


ว่ากันว่าบ่อน้ำกลางจตุรัสมีเทพเจ้าจิ๋นหลี่อวี๋ (ปลาคาร์ฟ) สิงสถิตย์อยู่
ทำให้ผู้คนนิยมมาโปรยอาหารปลาเพื่อขอพร
ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ร่ำรวยเงินทอง สมหวังเรื่องความรัก
และว่ากันว่าหากผู้ใดจับปลาในบ่อนี้ไปจะถูกคำสาป
โชคลาภหดหายทำอะไรก็ซวยไปตลอดสิบปี





โพสต์ 2021-9-1 21:51:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
      เทียนหลงยังคงเดินทางมาอย่างเรื่อยๆจากการถามทาง ในตอนนี้นั้นไม่รู้ว่าผ่านมานานเท่าใดแล้วหลังจากที่ออกมาจากฉางอัน แต่ที่แน่ๆต้องถือว่าเขตเหลียงโจวนั้นกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยเมืองมากมาย หากมิคอยถามทางเรื่อยๆเขาคงต้องหลงเป็นแน่


      เทียนหลงในตอนนี้ได้มาถึงยังจัตุรัสกลางเมืองอันติง ซึ่งที่แห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้ามากมายจึงทำให้มีชาวบ้านหลายคนมายังที่แห่งนี้ โดยเฉพาะบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ต่างมาโปรยอาหารปลา พร้อมกับทำท่าขอพรต่างๆนาๆ


      "เอ่อที่แห่งนี้มีอันใดกันรึ" เทียนหลงเดินมากล่าวถามกับผู้คนที่กำลังขอพรอยู่แถวบ่อน้ำ...


      "นี่หนะหรอ มันเป็นความเชื่อของเมืองหนะ ที่บ่อน้ำแห่งนี้มีเทพปลาคาร์ฟอยู่หากโปรยอาหารให้ปลาแล้วขอพรจะสมหวัง แต่ห้ามจับปลาในบ่อเชี่ยวนะมิงั้นเจ้าจะโดนสาป" ชายแปลกหน้าพลันกล่าวออกมาพร้อมกับตบบ่าของเทียนหลงเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป


      "งั้นข้าคงต้องขอพรไว้เสียหน่อยแล้ว" เทียนหลงเริ่มเดินหาร้านขายอาหารปลาก่อนจะซื้อมันแล้วนำไปโปรยใส่บ่อน้ำ


      "ข้าขอให้มีพลังที่มากมาย เงินทองแสนมั่งคั่ง ความรักสุขสมหวัง และเป็นใหญ่เหนือผู้ใด" เทียนหลงกล่าวคำขอพรออกมาก่อนจะเริ่มควบม้าของตนเดินทางต่อไป-
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2021-9-7 03:26:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-12-7 19:27


⌜ 4 ⌟

ปฐมบท
คุณหนูผู้ตกยากแห่งอันติง
ฉากที่ 4




          แม้ไม่จำเป็นต้องไปทำงานแล้วแต่เฟินเยว่ก็ยังติดนิสัยตื่นเช้าเป็นกิจวัตร ซึ่งเป็นการดีจะได้มีเวลาตรวจสอบอีกครั้งว่าข้าวของที่จัดเตรียมเอาไว้สำหรับการเดินทางมีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องไปบ้างหรือไม่

          “ข้าวสาร อาหารแห้ง หมั่นโถวที่เอาไปกินระหว่างทาง ผักของเปาเปากับไป๋ไป๋ เบาะของเปาเปา เสื้อผ้าห้าชุด...”

          หญิงสาวไล่ทวนรายการจนสุดท้ายก็รู้ว่านางไม่มีถุงหนังสำหรับใส่น้ำดื่มซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ยิ่งกว่าอาหาร แต่เพราะไม่เคยออกเดินทาง ในคราวแรกที่ไล่รายการจึงเป็นสิ่งตกสำรวจไป เฟินเยว่เดินหาถุงน้ำหนังรอบบ้านทว่าไม่เจอ ดูท่าต้องเข้าเมืองไปซื้อใหม่ ซึ่งไม่เป็นไรอย่างไรบ้านนางก็อยู่ชานเมือง จะเข้าฉางอันจำต้องผ่านตัวเมืองอันติงก่อนอยู่แล้ว

          ระหว่างการหาของนางก็พบเข้ากับหนึ่งสิ่งที่เคยเป็นของซุนเฮยพี่ชายคนโตของตระกูลซุนหลงเหลือเอาไว้ เฟินเยว่ตรงเข้าไปหยิบเอาทวนยาวสีเขียวมรกตขึ้นมาถือ น้ำหนักของศาสตราวุธค้อนข้างมากยกขึ้นทีแขนเล็ก ๆ ถึงกับสั่นคลอน

          “อุก.. หนักจัง”

          เด็กสาวถือมันค้างเอาไว้เพื่อให้แขนทั้งสองข้างคุ้นชินกับมวลสาร เฮยหลงไม่เคยสอนนางใช้ทวนเพราะเป็นอาวุธหนักที่เกินกำลังของเด็กหญิงวัยไม่ถึงสิบขวบ แต่เลือกที่จะสอนธนูซึ่งเป็นอาวุธไกลลดการปะทะให้แทน เฟินเยว่จ้องมองไปยังคมทวนสีเงินที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมานานจนฝุ่นจับ เมื่อได้สัมผัสทวนนี้ทำให้นางคิดถึงพี่ชาย หากพกติดตัวเอาไว้ก็เสมือนว่ามีเฮยหลงอยู่ข้างกาย และอาวุธของพี่ชายจะช่วยให้การเดินทางครั้งนี้ปลอดภัย

          “ดีล่ะ เอาไปด้วยนี่แหล่ะ อย่างน้อยก็ใช้ถางหญ้าได้นะ”

          พูดกับตัวเองเป็นหมั้นเป็นเหมาะก่อนจะหาปลอกมาพันคมทวนเอาไว้และทำเชือกสะพายหลัง กลับมาตรวจสอบสิ่งของอีกครั้งจนรู้ว่าต้องซื้ออะไรเพิ่มอีกบ้างก็ได้ฤกษ์ออกเดินทาง

         
.
.
.


          หนึ่งคน หนึ่งม้า หนึ่งหมูป่า ออกตระเวนทั่วย่านการค้าอันติงเพื่อซื้อถุงหนังใส่น้ำ ไม่รู้ว่ามันเป็นของหายากหรืออย่างไรกว่าจะได้ก็เข้าไปร้านที่สิบ

          “เฮ้อ… ได้มาสักที”

          เฟินเยว่พรูลมหายใจออกมายาว เมื่อได้ของมาแล้วก็ต้องไปหาน้ำในบ่อมาเติมจะได้ออกเดินทางจริง ๆ เสียที ทว่าระหว่างนั้นเองหญิงสาวได้เห็นเด็กขอทานเนื้อตัวมอมแมมคนหนึ่งทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ที่หน้าร้านขายผลไม้ ไม่เกินอึดใจเขาก็หยิบลูกท้อยัดเข้าไปในเสื้อของตัวเองโดยที่เจ้าของร้านไม่ทันได้เห็น

          เฟินเยว่พอจะรู้จักกับเถ้าแก่ร้านขายผลไม้อยู่บ้าง เขาเป็นคนดุและเอาเรื่องพอตัว หากถูกจับได้เด็กคนนั้นต้องถูกจับส่งทางการอย่างแน่นอน

          ‘ไม่ได้การแล้วต้องทำอะไรสักอย่าง!’

          หญิงสาวคิดในใจก่อนจะรีบเข้าห้ามเด็กคนนั้นไม่ให้ขโมยของชิ้นต่อไป มือบางจับข้อมือของเด็กขอทานเข้าหมับเล่นเอาเด็กคนนั้นตกใจจนสะดุ้ง เผลอทำผลไม้ที่ขโมยไปหล่นจากเสื้อ เฟินเยว่หยิบมันขึ้นมาจากพื้นก่อนที่ใครจะทันเห็นว่ามันหล่นลงไปได้อย่างไร

          “เถ้าแก่เจ้าคะลูกท้อขายอย่างไรเจ้าคะ?”

          “สิบอีแปะขาดตัว”

          “เจ้าค่ะ”

          เฟินเยว่จ่ายเงินจำนวนนั้นไปอย่างว่าง่ายแล้วรีบจูงมือเด็กชายออกไปอบรมในตรอกลับที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน สีหน้าของขโมยมือใหม่ไม่สู้ดีนัก เหมือนเด็กที่กลัวการลงโทษหลังทำผิด ทว่าเด็กสาวกลับยื่นท้อผลนั้นไปให้แทนพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน นางย่อตัวลงสนทนากับเด็กน้อยให้มีระดับเท่าเทียมกัน

         “สวัสดีจ้ะ พี่สาวชื่อเฟินเยว่นะ เจ้าชื่ออะไรเหรอจ๊ะ...”

          “....”

          ขอทานน้อยนิ่งเงียบไม่ปริปากไม่ยอมบอกชื่อคงกลัวว่านางจะจับเขาส่งทางการ

          “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัวนะ หิวเหรอ?”

          “....”

          ขอทานน้อยชำเลืองมองใบหน้าเฟินเยว่เล็กน้อย จากน้ำเสียงสนทนาพอรู้ได้ว่าเด็กสาวใจดีจึงยอมลดกำแพงลงแล้วพยักหน้า

          “ถ้าอย่างนั้นรับนี่ไปสิจ๊ะ”

          เด็กสาวผู้อารีเปิดห่อเสบียงที่ตั้งใจว่าจะนำไปกินระหว่างทาง ยื่นหมั่นโถวสีขาวก้อนใหญ่ไปตรงหน้าขอทานน้อย อีกฝ่ายมีท่าทีลังเล็กแต่ก็รับมา มันยังอุ่น ๆ อยู่เลย แม้เป็นเพียงแค่ก้อนแป้งธรรมดาทว่าช่างน่าทานเหลือเกินสำหรับผู้ไม่มีอันจะกิน

          “ถ้าไม่อิ่มบอกได้นะ พี่ยังมีอีกเยอะเลยล่ะจ้ะ”

          “....” สิ้นเสียงของนางเด็กน้อยก็ทานหมั่นโถวลูกนั้นอย่างหิวกระหาย แล้วพูดออกมาทั้งที่ก้อนแป้งยังเต็มปาก “...ออบอุน”

          “ไม่เป็นไรจ้ะ”

          เห็นว่าเขาน่าจะยังไม่อิ่มเฟินเยว่จึงส่งหมั่นโถวให้อีกก้อน คราวนี้ขอทานน้อยรับมาค่อย ๆ ทานช้าลงกว่าเดิม

          “ข้า.. อาฉิง.. อาป๊าอาม้าเรียกข้าอย่างนั้น”

          ในที่สุดอาฉิงก็ยอมเปิดใจสนทนาด้วยหลังจากท้องอิ่มไปหนึ่งเปราะ เฟินเยว่จึงคลี่ยิ้มด้วยความใจเย็นอีกหน

          “งั้นเหรออาฉิง แล้วอาป๊ากับอาม้าล่ะจ๊ะ?”

          “....” เด็กชายชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบ “ตอนนี้เหลือแค่อาม้าแล้ว...”

          “อ๊ะ.. งั้นเหรอ… เสียใจด้วยนะ”

          ได้ยินแล้วก็พลันยกมือทาบอกไปโดยธรรมชาติ เฟินเยว่เข้าใจความหมายดี และนางก็เข้าใจความรู้สึกของเด็กตัวน้อย ๆ ที่ต้องสูญเสียเสาหลักคนสำคัญไป

          “อีกไม่นาน.. อาม้าก็น่าจะตามอาป๊าไป”

          “เอ๊ะ..” เรียวคิ้วของเด็กสาวขมวดเคร่งเข้าหากัน “อาฉิงพอจะเล่าให้พี่สาวฟังได้หรือเปล่าจ๊ะ”

          เด็กชายพยักหน้าก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมด...

          “อาป๊าเป็นทหาร ออกไปปราบปรามโจรผ้าเหลือง หลังจากวันนั้นอาป๊าก็ไม่กลับมาบ้านอีก อาม้าบอกว่าอาป๊าจะไม่กลับมาอีกแล้ว ข้าไม่ค่อยเข้าใจ แต่อาม้าไม่เคยโกหก...” น้ำเสียงของเด็กน้อยเบาหวิว เมื่อนึกถึงบิดาที่ทั้งใจดีและเข้มแข็งจะไม่กลับมาบ้านอีกแล้วก็ชวนให้น้ำตาไหลได้ทุกครั้งไป แต่ลูกผู้ชายสายเลือดทหาร แม้บิดาจะเป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อยแต่เขาจะร้องไห้ต่อหน้าสตรีไม่ได้ อาฉิงจึงสูดจมูกแรง ๆ “ส่วนอาม้า.. ตั้งแต่ที่อาป๊าไม่กลับมาอีกก็เริ่มเจ็บป่วย ข้าได้ยินลุงหมอคุยกับอาม้าว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เงินที่บ้านค่อย ๆ หมด ของกินดี ๆ เริ่มไม่มี จนกระทั่งอาม้าลุกมาทำกับข้าวไม่ไหวข้าก็ต้องออกมาหากินเอง”

          ได้ยินเรื่องสะเทือนใจแล้วทนไม่ไหวหญิงสาวก็ยกมือขึ้นลูบผมเด็กชายเพื่อปลอบโยน ชีวิตอาฉิงช่างอาภัพนัก แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะเอามาเป็นเหตุผลในการลักขโมย

          “แต่ว่าอาฉิง เจ้ารู้ใช่ไหมว่าการขโมยเป็นสิ่งไม่ดี” เด็กชายนิ่งไปพักใหญ่ แต่ก็พยักหน้าลงช้า ๆ สีหน้าบ่งบอกว่าหากไม่จำเป็นเขาก็ไม่อยากทำ “ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นว่าพี่สาวขอได้ไหมจ๊ะ? อย่าขโมยของคนอื่นอีกไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตกลงไหม?”

          “พี่เฟินเยว่.. ข้า.. ข้าเองก็ไม่อยากจะขโมย ลูก..ลูกชายของทหารไม่ควรทำตัวเป็นโจร” อาฉิงสูดจมูกแรง ๆ อีกครั้งเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นทว่าน้ำตาหยาดน้อยกลับไหลแหมะอย่างห้ามไม่อยู่ เปลี่ยนแป้งหวานให้กลายเป็นรสเค็ม เด็กน้อยทนไม่ไหวสุดท้ายเขาก็เบะปากร้องจนได้ “แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง”

          “โอ๋ ๆ อย่าร้องนะ” เด็กสาวดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดปลอบพร้อมกับลูบหัวปอย ๆ อยู่ ๆ นางก็จุดประกายความคิดหนึ่งได้ “นี่อาฉิง เจ้ารู้จักร้านติ่มซำที่ชื่อว่าหมีฟ่านกว่านไหมจ๊ะ?”

          เด็กชายในอ้อมแขนพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนที่จะเอียงใบหน้าเลอะน้ำตามองด้วยความสงสัย เขารู้จักร้านนั้นเพราะว่าติ่มซำมีกลิ่นหอมแล้วก็น่าขโมยกลับไปฝากท่านแม่ดี แต่ยังไม่กล้าขโมยอาหารปรุงสุกจึงเริ่มจากผลไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ตามร้านข้างทางก่อน

          “ดีเลย งั้นเจ้าไปหาเถ้าแก่เนี้ยนะ บอกท่านว่ารู้จักกับพี่เฟินเยว่เลยมาขอสมัครงาน”

          พูดไปนางก็เช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มใส ถึงจะกล่าวเช่นนั้นแต่เฟินเยว่ก็ไม่แน่ใจว่าเถ้าแก่เนี้ยหมีจะยอมรับอาฉิงเข้าทำงานหรือเปล่าเพราะว่าเขาในตอนนี้เด็กว่านางในตอนนั้นเสียอีก

         “สมัครงาน..” อาฉิงชะงักไปเล็กน้อย เด็กน้อยไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นมาก่อนจึงต้องขบคิด ก่อนที่แววตาจะมีประกายแห่งความหวังแล้วจึงพยักหน้ารับแรง ๆ “ได้สิ ข้าจะไป! เป็นลูกผู้ชายก็ต้องทำงาน”

          เห็นสีหน้ามุ่งมั่นแล้วเฟินเยว่ก็กลั้วหัวเราะออกมา ท่าทางของอาฉิงดูจะดีขึ้นแล้ว ทีนี้ก็หวังว่าเถ้าแก่เนี้ยหมีจะรับเด็กชายที่มีจิตใจบริสุทธิ์เข้าทำงาน และนางก็เชื่อว่าเจ้านายเก่าจะช่วยอบรมเด็กคนนี้ให้เป็นคนดีได้

         “ถ้าอย่างนั้นก็รับนี่ไปก่อนนะ พี่สาวมีให้แค่นี้ อาฉิงรับปากพี่ด้วยนะว่าจะไม่ขโมยของอีก”


          เฟินเยว่ยกห่อหมั่นโถวทั้งหมดที่มียกให้เด็กชายไป ถึงนางอาจจะต้องทนหิวระหว่างทางแต่เด็กสาวเชื่อมั่นว่าตนเองเอาตัวรอดเก่งและสามารถหาของกินระหว่างทางได้ ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง และยังมอบเงินจำนวนหนึ่ง [500 อีแปะ] ให้อีกฝ่ายไปเป็นค่ารักษาพยาบาลมารดา

          “พี่สาวเฟินเยว่ดีกับข้าเหลือเกิน บุญคุณนี้ข้าจะไม่ลืมเลย แล้วก็จะไม่ขโมยของใครแล้วด้วย ข้าสัญญา!”

          “ดีมากจ้ะ” รอยยิ้มหวานคลี่งามบนเรียวปากของดรุณีน้อย “เอาล่ะ พี่ต้องออกเดินทางแล้ว ถ้ามีโอกาสไว้เจอกันอีกนะจ๊ะ”

          นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสียดายที่อยากไปฝากฝังเด็กชายกับเถ้าแก่เนี้ยด้วยตัวเอง ทว่าไม่มีเวลาอีกต่อไป... การออกมาหาซื้อของเพิ่มกินเวลาไปนาน เกรงว่าเมื่อถึงฉางอันจะมืดค่ำไปเสียก่อน

          “แล้วเจอกันใหม่นะอาฉิง”

          ลูบหัวเด็กชายอย่างนุ่มนวลเป็นการอำลาครั้งสุดท้ายก่อนจะปลีกตัวออกมา ไปที่ม้าและขึ้นขี่มันออกไปจากนครที่เกิดและเติบโต


.
.
.



ลักษณะนิสัยรักสงบ
+1 Point ทุกครั้งที่โรลทางการทูต
-10 ลดความเครียด

ลักษณะนิสัยขยัน
-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมใด ๆ

ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+2 Point จากการโรลการทูต
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ






←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-9-22 13:54:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด

พ่อค้า: เฉียน เฟยหมิง
เป็นเด็กธรรมดาที่หัวดีคนหนึ่ง ตั้งแต่เด็กเขาก็อาศัยอยู่ในครอบครัวชนบท จนญาติของพ่อมาพบว่าเขามีแววเป็นพ่อค้า ความฉลลาดหัวกะทิ
และเล่ห์เหลี่ยมในฐานะพ่อค้าก็เลยพาเข้าเมืองมาร่ำเรียนวิชาค้าขาย เขาเป็นคนประเภทพูดจาด้วยความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน
แม้ภายนอกดูอ่อนนุ่มแต่ภายในเต็มไปด้วยกลอุบายที่พร้อมทำการค้าเพื่อให้ได้กำไรเสมอ





.: การซื้อวัตถุดิบหายาก :.
(1) เขียนโรลเพลย์มาทำการค้าซื้อวัตถุดิบบางชนิดที่ไม่มีขาย
(2) ทุก ๆ ครั้งที่มาทำธุรกรรมให้ระบุสินค้า จำนวนชุด ราคาต่อชุดไว้ท้ายโพสต์โรลเพลย์เสมอ
(3) หลังโพสต์โรลเพลย์ให้ทำการโอนเงินตามจำนวนผ่านระบบโอนเงิน
(4) รอทีมงานตรวจเพื่อจัดส่งวัตถุดิบให้ท่าน



.: รายการสินค้า :.

ตารางสินค้าที่ 1
* ลิมิตด้านหลัง xx/100 คือ มีจำนวนขาย 100 ชิ้น *

ชื่อสินค้า
แร่ดีบุก
แร่สังกะสี
แร่ทอง
แร่เงิน
แร่ตะกั่ว
แร่เหล็ก
แร่ทองแดง
ก้อนหิน (อิฐ)
ไม้
จำนวนชิ้นที่ขายต่อวัน
30/800
30/800
30/800
30/800
30/200
30/200
30/1,000
1,000/10,000
1,000/10,000
ราคาชุดละ
410 อีแปะ
410 อีแปะ
390 อีแปะ
90 อีแปะ
300 อีแปะ
300 อีแปะ
75 อีแปะ
10 อีแปะ
20 อีแปะ

ราคาข้างต้นรวมภาษี 5% แล้ว





สินค้าที่รับซื้อ


ชื่อสมบัติ
ปลากง
ปลาเก๋า
ปลาดุก
ปลาชิง
ปลาเฉา
จำนวนที่รับซื้อ
100/100
100/100
100/100
100/100
100/100
ราคาตัวละ
5 อีแปะ
8 อีแปะ
5 อีแปะ
5 อีแปะ
8 อีแปะ






←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-12-7 19:25:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-12-7 19:29


⌜133⌟

บทที่ 23
ชีวิตประจำวันที่อันติง
ฉากที่ 2

          วันรุ่งขึ้นเฟินเยว่ไปที่ร้านติ่มซำหมีฟ่านกว่านอีกครั้งเพียงลำพังในตอนเช้าเพื่อรอพบกับอาฉิง เด็กชายที่สาวน้อยเคยช่วยเหลือเอาไว้ครั้งเมื่อก่อนที่นางจะออกเดินทางจากอันติง วันนี้นางมาในฐานะลูกค้านั่งจิบชาและชิมติ่มซำชมบรรยากาศแบบที่ไม่ได้สัมผัสมานาน เด็กน้อยคนนั้นจากที่เคยเป็นขโมย ตอนนี้ช่วยงานร้านอย่างขยันขันแข็ง เห็นแล้วก็อดที่จะปลื้มใจไม่ได้

          กว่าที่จะเสร็จงานช่วงเช้าเวลาก็จบที่ปลายของยามซื่อ ทั้งจึงจากจากเถ้าแก่เนี้ยหมีแล้วพากันไปที่บ้านของอาฉิงที่อยู่ใกล้ ๆ กับละแวกการค้าและจตุรัสอันลู่ซาน ตัวบ้านของเด็กชายขนาดไม่ใหญ่โตแต่ไม่ได้เล็กเหมือนชาวบ้านทั่วไปที่ยากไร้มีเพียงที่ซุกหัวนอน ทว่าอาณาบริเวณบ้านรกครึ้มราวกับบ้านร้าง ประตูหน้าต่างก็ดูผุพังไร้การดูแล ภาพเหล่านี้สะท้อนกับบ้านเก่าที่นางเคยอยู่ก่อนการบำรุงรักษา มารดาของอาฉิงป่วยหนักจนไร้เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นมาทำงาน ลูกชายที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียงเด็กน้อยวัยเจ็ดถึงแปดขวบปี ยากที่เขาจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

          เมื่อมาถึงบ้านเด็กชายก็พาเฟินเยว่เข้าไปเยี่ยมมารดาที่นอนป่วยติดเตียงด้วยความใสซื่อไร้เดียงสาของเด็กน้อย อาฉิงก็ยังคงร่าเริงสดใสอยู่เป็นปกติ เขาเองก็คงคุ้นชินกับสภาพบ้านเช่นนี้ไปแล้ว เด็กชายรีบร่าเข้าไปประคองมารดาให้ลุกขึ้นมา

          “อาม๊า ๆ วันนี้ข้าพาพี่เฟินเยว่มาหาขอรับ!”

         คุณแม่ของอาฉิงเป็นสตรีวัยกลางคนที่มีร่างกายซูบผอมเสียจนไม่เหลือเค้าความงามที่เคยมีในอดีต ด้วยสภาพดังกล่าวที่ไม่ว่าจะทรุดโทรมจนชวนให้เกิดความสงสารเห็นใจแค่ไหนก็จำต้องตีหน้ายิ้มทักทายเป็นปกติโดยไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกในใจ ท่าทางคุณแม่ของอาฉิงจะไม่ได้รับแขกมานานตั้งแต่ป่วยไข้ นางดูมีท่าทีประหม่าอายสังขารของตนเอง

         “อาฉิง ไปเอาเสื้อคลุมให้แม่ที”

         หญิงสาวเอ่ยสั่งลูกชายน้ำเสียงแหบแห้ง ทางฝั่งผู้เป็นบุตรเหมือนจะเข้าใจดีเขาหยิบเอาเสื้อคลุมสีน้ำทะเลปักลายนกกระเรียนขาวมาสวมใส่ให้มารดา จากอาภรณ์ที่มีบ่งบอกฐานะในอดีตได้ว่าเคยร่ำรวยมาแต่การเงินค่อย ๆ ร่อยหรอลงหลังการจากไปของเสาหลักของครอบครัวและอาการเจ็บป่วยของภรรยา

         “ขออภัยด้วยแม่นาง.. ที่ไม่ได้รับรองแขกดี ๆ เชิญนั่งก่อนเถิด”

         แม่ของอาฉิงผายมือให้แขกนั่งยังเก้าอี้ไม้สลักที่อยู่ไม่ไกลกัน

          “สวัสดีเจ้าค่ะท่านแม่ของอาฉิง ข้าแซ่ซุน ชื่อเฟินเยว่นะเจ้าคะ ข้านำตะกร้าผลไม้มาเยี่ยมท่านด้วยเจ้าค่ะ”

         เฟินเยว่ส่งตะกร้าผลไม้ที่ตระเตรียมมาให้แก่เจ้าของบ้าน แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรับมาถือไว้ไม่ไหวจนบุตรชายวัยแปดขวบต้องเข้ามารับเอาไว้แทน เห็นแบบนี้เฟินเยว่ยิ่งยิ้มแห้ง กลัวเหลือเกินว่านางจะมารบกวนเวลานอนพักผ่อน

         “ขอบคุณมากนะเจ้าคะแม่นางซุน ข้าเจิงฟูเหริน ได้ยินอาฉิงเล่าว่าเพราะว่าได้แม่นางแนะนำให้ไปทำงาน เป็นบุญคุณของครอบครัวเรา ต้องขอบคุณแม่นางมากจริง ๆ ”

         “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่ต้องช่วยเหลือกัน เจิงฟูเหรินไม่ต้องเกรงใจนะเจ้าคะ” สาวน้อยยิ้มเผล่ตอบกลับไป ส่วนหนึ่งเพราะนางแนะนำไปก็ใช่ แต่ส่วนที่เหลือก็เพราะว่าอาฉิงเป็นเด็กรักดีที่ยอมทำตามที่นางบอก “ที่ข้ามาหาท่านในวันนี้ก็เพื่อจะขออนุญาตเจ้าค่ะ พอดีว่าข้าและสหายอยากจะช่วยรับดูแลเหล่าเด็ก ๆ ในอันติงเพื่อสอนวิชาความรู้ โตขึ้นไปจะได้นำสิ่งที่เรียนรู้มาช่วยพัฒนาต้าฮั่น อาจจะเป็นอุดมการณ์ที่ใหญ่โตเกินไปหน่อยเมื่อเทียบกับจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ นี้ แต่ก็เอ่อ ข้าอยากจะขอให้อาฉิงไปเรียนหนังสือกับข้าน่ะเจ้าค่ะ”

         “ปณิธานของแม่นางเป็นสิ่งที่ดีมากเจ้าค่ะ แต่ว่าเราสองแม่ลูกไม่มีเงินทองที่จะส่งเสีย เกรงว่า…”

         “ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นเลยเจ้าค่ะเจิงฟูเหริน เพราะว่าเดิมทีข้ายินดีที่จะรับเด็ก ๆ ที่ยากไร้มาดูแลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่มีค่าใช้จ่ายเจ้าค่ะ สำหรับอาฉิงที่ต้องทำงานตอนเช้าข้าจะไปรับเข้าที่ร้านติ่มซำที่ยามอู่ แล้วพาเขากลับมาส่งที่บ้านในยามโหย่ว อื่ม.. แต่ว่า” เฟินเยว่มองดูใบหน้าอันซีดเซียวของเจิงฟูเหรินแล้วก็รู้สึกเป็นห่วง เดิมทีมีลูกชายคอยดูแลในช่วงบ่าย แต่หากว่าอาฉิงมาเรียนที่บ้านนางแล้วแม่ของเขาล่ะจะทำอย่างไร ขึ้นเป็นอะไรขึ้นมาระหว่างที่ลูกชายไม่อยู่ต้องแย่แน่ ๆ “เอ่อ.. หรือเจิงฟูเหรินจะมาอยู่ด้วยกันเลยก็ได้นะเจ้าคะ บ้านของข้ามีพื้นที่ค่อนข้างกว้างเพียงพอที่จะอยู่อาศัยหลายคนได้เจ้าค่ะ”

         สตรีตรงหน้ากลัวขำเล็กน้อยกับข้อเสนอดังกล่าวของเด็กสาวที่มีน้ำใจจะรับบุตรชายไปให้การศึกษาไม่พอจะยังอุปถัมป์ตัวนางเองด้วย

         “แค่นี้ข้าก็เกรงใจจะแย่แล้วเจ้าค่ะ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะแม่นางซุน ข้าดูแลตัวเองได้เจ้าค่ะ ส่วนอาฉิงข้าก็อยากให้เขาเติบโตไปเป็นเด็กดีมีอนาคต ฟางเหนียงผู้นี้ไร้วาสนาจะดูแลบุตร คงต้องขอให้แม่นางซุนเมตตาช่วยดูแลเขาด้วยเจ้าค่ะ”

         “อ๋า อย่าพูดว่าไร้วาสนาแบบนั้นสิเจ้าคะ ดูเป็นลางไม่ดีเอาซะเลย…” คำพูดดังกล่าวราวกับว่าเป็นคำสั่งเสียอย่างไรบอกไม่ถูกทำเอาสาวน้อยเลิกลั่กไปกันใหญ่ แต่อย่างน้อยก็โล่งใจไปเปราะหนึ่งที่ได้รับอนุญาตให้ดูแลสอนหนังสือแก่อาฉืงได้ “เอ่อ ถ้าเจิงฟูเหรินกล่าวเช่นนั้น หากรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรืออยากให้ข้าช่วยเหลือเมื่อไรก็แจ้งมาได้เลยนะเจ้าคะ ข้ายินดีช่วยเหลือเสมอเจ้าค่ะ”

         นึกได้ว่าตอนนี้ใกล้ถึงเที่ยงวันแล้ว ไม่รู้ว่ามารดาของอาฉิงได้ทานอาหารแล้วหรือยังเพราะว่าลูกชายต้องไปช่วยงานร้านตั้งแต่เช้าตรู่

         “จริงสิเจ้าคะ นี่ก็ยามอู่แล้ว เจิงฟูเหรินกับอาฉิงน่าจะหิวข้าวแล้ว ไม่ทราบว่าพวกท่านเตรียมอาหารกันไว้หรือยังเจ้าคะ? ถ้าอย่างไรข้าช่วยทำให้ได้นะเจ้าคะ”

         “คือว่า…”

         เจิงฟูเหรินอ้าปากกำลังจะพูดแต่ลูกชายกลับพูดแทรกขึ้นมาก่อน

         “ข้าหิวมากเลยล่ะพี่เฟินเยว่ อาม๊าก็คงจะหิวข้าวแล้วด้วย เรามาทำอะไรกินกันเถอะ!”

         “อาฉิง!”

         มารดาดุบุตรชายไปทีที่รุกเร้าขอให้เด็กสาวมาทำอาหารด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าอาฉิงจะยังคงยิ้มร่าอยู่

         “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะเจินฟูเหริน ให้ข้าช่วยดูแลเถอะนะเจ้าคะ”

         เฟินเยว่ยิ้มตอบกลับอย่างนุ่มนวล ท่าทีของอีกฝ่ายจึงผ่อนคลายลง เจิงฟูเหรินครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตอบตกลง

         “ต้องรบกวนแม่นางซุนด้วย แต่วัตถุดิบบ้านข้าอาจจะมีไม่มากนักนะเจ้าคะ ขออภัยด้วย”

         “ไม่เป็นไรเจ้าคะ” เด็กสาวกล่าวบอกด้วยรอยยิ้มอีกครั้งก็จะหันไปหาเด็กน้อยที่นางเรียกว่าอาฉิง “ถ้างั้นไปทำอาหารกันเถอะจ้ะอาฉิง พาพี่สาวไปที่ครัวที”

         “ได้เลยขอรับพี่เฟินเยว่!”

         มือเล็กของเด็กชายคว้าแขนเสื้อของเด็กสาวก่อนกระตุกให้เดินตามไปที่ห้องครัว คราแรกเกิดความกังวลใจว่าในครัวจะรกเหมือนกับส่วนอื่น ๆ ของบ้านหรือเปล่า แต่ก็ต้องประหลาดใจเพราะว่าดูสะอาดกว่าที่คิด

         “เห ครัวเป็นระเบียบเหมือนกันนี่นา”

         “แน่นอนขอรับ! เถ้าแก่เนี้ยสอนว่าภายในครัวต้องสะอาดและเป็นระเบียบจะได้ไม่บ่มเพาะเชื้อโรค ข้าก็เลยต้องจัดครัวและห้องของอาม๊าให้สะอาดกว่าที่อื่น ๆ ”

         “อย่างนี้นี่เอง รับคำสอนของเถ้าแก่เนี้ยมาด้วย ฉลาดมากจ้ะ” เด็กสาวยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนที่จะลูบศีรษะของเด็กชายไปทีแล้วผละออกมาดูว่าภายในครัวมีอะไรที่จะนำมาทำอาหารได้บ้าง “อาฉิงจ๊ะ อาม๊าของอาฉิงแพ้อะไรบ้างหรือเปล่า?”

         “แพ้เหรอ?” เด็กชายเอียงคอนึก “ไม่นะขอรับ ถึงอาม๊าจะสุขภาพไม่แข็งแต่ก็ไม่แพ้อาหารอะไร”

         “อ้อ งั้นดีเลยจ้ะ”

         ได้ยินดังนั้นก็โล่งอกไปที เฟินเยว่หยิบเอาวัตถุดิบที่มีมาวางกองไว้บนโต๊ะก่อนจะคิดว่าควรทำอาหารอะไรดี ในใจอยากจะจัดของดีเพื่อบำรุงสุขภาพ แต่คิดอีกทีการใช้วัตถุดิบที่มากเกินไปก็จะเป็นการเบียดเบียนเงินทุนของครอบครัวที่มีอยู่อย่างน้อยนิด สุดท้ายเลยคิดว่านางแอบมอบเงินช่วยเหลือไปด้วยดีกว่า หากมอบให้คนแม่ไปตรง ๆ มีหวังว่านางคงเกรงใจไม่กล้ารับไว้ แต่กับอาฉิงที่เป็นเด็กน้อยคงไม่คิดมากและยอมรับเอาไว้อย่างแน่นอน

         “อาฉิงจ๊ะ พี่ให้เงินนะ เอาไว้ไปซื้อกับข้าวล่ะ อย่าเอาไปซื้อของฟุ่มเฟือยหมดนะ”

         นางยื่นถุงเงินร้อยตำลึงเงินให้แก่เด็กชาย มันอาจจะมากมายมหาศาลสำหรับชาวบ้านธรรมดา ๆ แต่สำหรับคนโด่งดังเช่นนางเพียงแค่แป๊บ ๆ เดี๋ยวก็หาเงินทองมาใหม่ได้อย่างง่ายดาย

         “ขอบคุณขอรับพี่สาว”

         เด็กชายรับเงินมาโดยไม่ตรวจนับ สำหรับเขาไม่ว่าเงินจะมากจะน้อยเท่าไรก็ดีใจหมด จะได้นำมาซื้ออาหารและยาให้ท่านแม่ได้ เมื่อสนทนากันจบทั้งสองจึงช่วยกันเตรียมมื้ออาหารกลางวันและร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกันสามคน

.
.
.

         ด้วยความเป็นคนขยันและอาจจะมีความเจ้าระเบียบติดอยู่เล็กน้อย ช่วงบ่ายของวันนี้เฟินเยว่จึงขออาสาช่วยทำความสะอาดบริเวณบ้านของอาฉิงจนถึงเย็น แล้วก็เพิ่งมาสังเกตว่ามีเด็กสองคนที่หน้าตาเหมือนกันมายืนเกาะรั้วอยู่ด้านนอกจนนางต้องเดินเข้าไปทัก

         “สวัสดีจ้ะหนูน้อยทั้งสอง มาหาใครหรือจ๊ะ”

         “ข้ามาหาอาฉิง เลยเวลาไปเล่นของพวกเราแล้ว… ว่าแต่พี่สาวเป็นใคร”

         “อ้อ พี่เป็นอาจารย์ของอาฉิงน่ะจ้ะ เอ่อ.. อาจจะยังไม่เป็นเต็มตัวแต่ว่าก็ใกล้แล้วล่ะ”

         “อาจารย์เหรอ? ว้าววว เท่ไปเลย!”
         
         เด็กสองคนนั้นทำตาโต แถมยังพูดพร้อมกัน ดู ๆ ไปแล้วน่าจะเป็นพี่น้อง ไม่สิ.. เหมือนกันขนาดนี้หรือบางทีอาจเป็นคู่แฝด

         “อ้าว อาซิ่ง อาซวน โทษทีนะวันนี้ไม่ว่างเลยน่ะ เอาไว้เล่นกันใหม่ เอ่อ…” อาฉิงเดินมาหาทางนี้พอดีคงเห็นว่าเฟินเยว่กำลังคุยผ่านรั้วกับเพื่อน ๆ ของเขา เด็กชายคำนวนวันว่างในหัวแล้วก็พบว่าไม่มี “ไม่รู้เหมือนกัน แหะ..”

         “เฮ้อ น่าเสียดาย” สองแฝดดูสลดลงไปเมื่อรู้ว่าเพื่อนจะไม่ว่างยาว ๆ ทว่าพวกเขาก็ยังมีเรื่องที่ตื่นเต้นตามประสาเด็ก “อาฉิง ข้าอยากมีอาจารย์บ้าง อยากมีอาจารย์ต้องทำยังไง?”

         “เอ๊ะ..” เฟินเยว่ที่ฟังอยู่ก็ทำตาปริบ ๆ ไม่รู้ว่าเด็กทั้งสองจะรู้ความหมายเหล่านั้นหรือเปล่านะว่าการมีอาจารย์หมายถึงว่าต้องไปเรียนหนังสือไม่ใช่ตำแหน่งเท่ ๆ ที่มีไว้อวดอ้าง ดูท่าทางเด็กทั้งสองไม่ใช่ผู้ยากไร้ แต่ไม่เป็นไรนางอยากลองสอนหนังสือเด็ก ๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าใครที่ไหนก็ได้จึงลองชวนเด็กทั้งสองคนดู “ถ้าอย่างนั้น อาซิ่งกับอาซวนอยากจะมาเรียนหนังสือกับพี่สาวไหมล่ะจ๊ะ”

         “เรียนเหรอ ฟังดูไม่น่าสนุกเลยอ่ะ”

         เด็กคนนึงที่ไม่รู้ว่าอาซิ่งหรืออาซวนเบะหน้าเมื่อพูดถึงการเรียน ถ้าหากว่ารู้เช่นนี้แปลว่าอาจจะมีพื้นฐานการเรียนหนังสืออยู่บ้าง แต่กับแฝดอีกคนดูท่าทีสนใจจนตาวาว

         “น่าสนุกออก ข้าอยากรู้เรื่องราวเยอะ ๆ เลยนะ”

         “อ๊ะ เหรอ ถ้าอาซิ่งพูดแบบนั้นล่ะก็ข้าจะเรียนด้วยก็ได้”

         ในที่สุดก็รู้เสียทีว่าใครเป็นใคร แต่กว่าจะจับความแตกต่างได้คงต้องให้คลุกคลีกันไปอีกสักพัก

         “ฮิฮิ ดีใจจัง แต่ว่าพี่สาวต้องไปขออนุญาตพ่อแม่ของพวกเจ้าก่อนนะจ๊ะ ถ้าพวกท่านไม่รู้ว่าเจ้าทั้งสองหายไปไหนคงต้องเป็นห่วงแย่เลยใช่ไหมล่ะ”

         “ถ้างั้นก็ไปกันเลยสิ มาเลยพี่สาว!”

         “เอ๊ะ ตอนนี้เลยเหรอ?”

         “ขอรับ ไปกันตอนนี้เลย!!”

         ท่าทางอาฉิงก็ดีใจที่เพื่อนซี้ทั้งสองอยากมาเรียนเป็นเพื่อนเขาจึงกระตือรือร้นใหญ่แล้วดันหลังเฟินเยว่ให้ไปที่บ้านของอาซิ่งและอาซวนด้วยกัน

         “อ่ะจ้ะ.. ไปก็ไปนะ”

         สุดท้ายเฟินเยว่ก็ต้องไปที่บ้านของเด็กแฝดทั้งสองตามคำรบเร้าของพวกเขา นางไม่ได้เตรียมเรื่องมาพูดคุยจึงรู้สึกประหม่าไม่น้อย แต่เมื่อได้พบกับบิดามารดาของเด็กทั้งสองที่เป็นพ่อค้าแม่ขายในตลาดพวกเขาก็ยินดีให้บุตรทั้งสองมาศึกษาเล่าเรียนกับนางเพราะเดิมก็ไม่มีเวลาดูแลลูก และยิ่งเฟินเยว่เป็นคนโด่งดังในย่านนี้จึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองได้ไม่ยาก

         ในที่สุดก็ได้มาจนได้.. เหล่านักเรียนกลุ่มแรกของซุนเฟินเยว่…

.
.
.


อัตลักษณ์ขาดความรอบคอบ
-20 ความเครียดจากการโรลบริจาคให้ผู้อื่นอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง
-----------------------------------------------------------
มอบเงิน 100 ตำลึงเงิน ให้ครอบครัวอาฉิง
มอบตะกร้าผลไม้ให้แม่อาฉิงดังนี้
ลูกแพร์ 3 ลูก, แก้วมังกร 3 ผล, กล้วย 1 หวี (10 ผล) และ องุ่น 1 พวง
และมอบอาหารตามรายการดังนี้
ข้าวสวย 3 ถ้วย, หมี่ซั่ว 1 จาน,
ซุปเต้าหู้หัวปลา 1 ถ้วย และ ปลาเปรี้ยวหวานซีหู 1 จาน




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2022-10-9 23:47:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[งานรับจ้างประจำวัน]


พ่อค้า: หวัง เย่า
หวังเย่า คือ 1 ใน 3 พ่อค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ เขาเป็นน้องคนรอง ภายหลังพี่ชายหวังจินประสบความสำเร็จ หวังเย่าทีค่ได้รับการสนับสนุน
จากพี่ชายทำให้ก้าวมาถึงจุดนี้ เขาทำการค้าขายในภูมิภาคเหลียงโจว เป็นเจ้าแห่งการค้าที่มีลูกค้าสำคัญจากชาวซีอวี้ที่หลั่งไหลมาจากตะวันตก
ตัวเขา เป็นคนนิสัยที่รักการสื่อสารในด้านภาษา สามารถเรียนรู้ พูดภาษาได้หลากหลาย มีความคิดในการประยุกต์วัฒนธรรมทั้งในและนอกฮั่น
เป็นคนที่ติดตลกไม่ต่างกับพี่ชาย แม้จะมีนิสัยเสียที่เจ้าสำราญไปหน่อย มักหาความสุขกับอิสตรีในยามว่าง แต่ก็มีสมาธิจดจ่อ ไม่เคยต้องบำเรอเงินให้พวกสาว ๆ





::.คำอธิบายเควส.::
- คำในวงเล็บ อาทิ (พ่อหนุ่ม/สาวน้อย) เลือกคำใดคำหนึ่งมาใช้ ให้เข้ากับคุณ -
- [...] สีน้ำเงิน คือ โรลคำพูดเฉพาะคนมีลักษณะนิสัยตามที่ระบุ -



.: เงื่อนไขงาน :.
- ทำได้วันละครั้ง - เป็นเควสประจำวัน -
- ทำได้ทุกคน ใน 1 วันจะมาทำกี่คนก็ได้
- ทุกคนสามารถเสนอขอสร้างสถานที่ได้ที่นี่ (คลิก) เพื่อใช้ประกอบการโรลเรื่องราวของคุณในระหว่างทำเควส -
- หากคุณหักหลังพ่อค้าหวังจิน คุณจะไม่สามารถทำงานกับพ่อค้าหวังจินได้อีกตลอดไป -



.: ข้อมูลงานทั้งหมด :.

เลือก 1 งาน (ไม่สามารถรับพร้อมกันทุกงานได้ จะต้องทำงานที่ (1) ให้เสร็จก่อน จึงจะมารับงานที่ (2) ได้)
* ในกรณีระหว่างทำงานใดงานหนึ่งอยู่นั้น หากรับงานวันนี้ แต่ทำเสร็จในวันถัดไป = งานนั้นคือของวันที่เสร็จ ไม่สามารถรับงานนั้นได้ *
ตัวอย่าง คุณรับงาน (2) วันที่ 20/8/2021 แต่งานเสร็จวันที่ 21/8/2021 เท่ากับว่า งาน (2) นั้นในวันที่ 21/8/2021 รับไปแล้วไม่สามารถรับได้

      (1) ร่วมแสดงความยินดีกับหวังจื่อเสีย (สัปดาห์ละครั้ง)
                 คำเตือน: โปรดเว้นพื้นที่กระเป๋าให้เหลือที่ว่างทุกครั้ง
                        - เขียนโรลเพลย์รับงานจากพ่อค้าหวังที่นี่
                        - พ่อค้าหวังจะขอให้คุณหาวัตถุดิบส่วนที่เหลือเพื่อทำ กุ้งมังกรผัดฮวาเจียว และฝากส่งอาหารนี้ไปแสดงความยินดีกับหวังจื่อเสียที่ได้ครองมณฑลซินเย่ โดยเขาจะให้กุ้งมังกรไว้ 13 ตัว หากเหลือเก็บไว้กินเองได้ แต่วัตถุดิบอื่นคุณจะต้องหาให้พ่อค้าหวัง และพ่อค้าหวังจะมอบเงินให้คุณตอบแทนที่มีค่ามากกว่า (รอรับกุ้งมังกร 13 ตัว)
                        - หาวัตถุดิบที่เหลือ และ นำไปทำอาหาร กุ้งมังกรผัดฮวาเจียว 1 ห่อ
                        - เลือกสถานที่อื่น เพื่อเขียนโรลเพลย์สร้างเรื่องราวหาวัตถุดิบแล้วแต่ว่าท่านจะเอามาจากไหน อาทิ ซื้อจาก Market ในระบบ
                       - สร้างสตอรี่เดินทางไป [เมืองซินเย่] 6-7 เมือง
                       - สร้างสตอรี่ขอเข้าพบหวังจื่อเสีย หน้าจวนหวังจื่อเสีย
                        - เขียนโรลเพลย์ส่งกุ้งมังกรผัดฮวาเจียวมอบแก่หวังจื่อเสียและแจ้งว่าเป็นน้ำใจจากพ่อค้าหวังเย่าจวนหวังจื่อเสีย
                       - สร้างสตอรี่เดินทางกลับมาอันติง 5-6 เมือง
                       - กลับมารายงานเมื่อทำงานเสร็จกับพ่อค้าหวังเย่าที่นี่
                        รางวัลเควส:ได้รับ +1,500 ตำลึงเงิน , +25 EXP , หินตีบวก 2 ก้อน , ผงหยก 1 ชิ้น , ใบชาต้าหงเผา 90 หน่วย
                        หมายเหตุ: สามารถหักหลังพ่อค้าหวัง รับกุ้งไปแล้วชิ่งก็ได้


       (2) ขนส่งวัตถุดิบอาหารส่งลูกค้า (รายสัปดาห์)
                 คำเตือน: โปรดเว้นพื้นที่กระเป๋าให้มีพื้นที่ว่างมากกว่า 600 เพื่อแบกแร่ได้ได้ (วิธีการดูพื้นที่ความจุกระเป๋า ตามภาพ)
                         - เขียนโรลเพลย์รับงานจากพ่อค้าหวังที่นี่
                        - พ่อค้าหวังได้บอกคุณว่า มีกลุ่มพ่อค้าวัตถุดิบจำนวนหนึ่งกำลังหาคนส่งวัตถุดิบจำนวนมากไปส่งสถานที่แห่งหนึ่ง หากเจ้าจะทำได้ก็ไปพบพวกเขาที่ ตลาดซินหัว ณ เมืองเฉิงตู
                        - เลือกเส้นทางจากอันติงไปเฉิงตู 3-4 เมือง
                        - เขียนโรลเพลย์มาพบกลุ่มคนที่นัดพ่อค้าหวังไว้ ณ ตลาดซินหัว ก่อนแจ้งเจตจำนงต่อพวกขา พวกเขาบอกนี่เกวียนแร่เจ้าขับไปส่งลูกค้าได้เลย โดยลูกค้าเป็นโรงเตี๊ยมชิงหมิงที่เพิ่งเปิดใหม่
                        - เลือกเส้นทางจากเฉิงตูไปยังซินเย่ เขียนโรลเพลย์สร้างสตอรี่การเดินทาง เมืองใดก็ได้อย่างน้อย 3-4 เมืองเพื่อสร้างเรื่องราวการเดินทางของคุณ
                        - เขียนโรลเดินทางถึงโรงเตี๊ยมชิงหมิงในซินเย่ แจ้งผู้ดูแลรับวัตถุดิบสดใหม่เหล่านี้
                        - สร้างสตอรี่เดินทางกลับ 4-5 เมือง
                        - กลับมารายงานเมื่อทำงานเสร็จกับพ่อค้าหวังที่นี่
                                    * สามารถหักหลังชิ่งเงินได้ หากเป็นโจรก็เนียนว่าไปจ่ายให้แล้ว เก็บความลับจากลู่เจิ้ง *
                        รางวัลเควส:ได้รับ +2,500 ตำลึงเงิน , +10,000 อีแปะ  , +35 EXP , แร่ดีบุก และ แร่ตะกั่ว x10 , หินตีบวก x2 , หินอัพกรด x2


   
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้