[ระบบการทูตการเมือง]
สามก๊ก เสน่ห์ที่สำคัญย่อมขาดไ่ม่ได้ ก็คือ ระบบการเมือง นั่นเอง เป็นเสน่ห์หลักของคอมมูนิตี้สามก๊ก ที่คุณจะต้องทำสัญญาสงบศึกระหว่างกัน หรือ สัยญาพันธมิตร หรือ ขอเดินทัพผ่านเมืองเพื่อน หากคุณไม่มีสัญญาเดินทัพผ่านเมือง หากคุณต้องยกทหารผ่านเมืองนั้น ๆ จะถือว่าเข้าข่ายบุกรุก อีกฝ่ายสามารถนำทหารออกมาจู่โจมได้ทันที
(อัตราสำเร็จขึ้นกับความสามารถทูต) (หากทูตมีบัฟอัตลักษณ์จาก นักการทูต จะมีอัตราสำเร็จ 99%)
อธิบายคำสั่งระบบการทูต โหมดการค้า และ การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี 1) ร้องขอทอง : คำสั่งที่คุณสามารถระบุให้ทูตของคุณเดินทางไปเรียกร้องทองคำจากเมืองอีกฝ่าย (ขั้นต่ำ 100 ทอง) 2) เสนอทองให้ : คำสั่งที่คุณสามารถระบุให้ทูตของคุณเดินทางพร้อมนำทองจำนวนหนึ่งไปเสนอให้อีกฝ่าย จะช่วยเพิ่มมิตรภาพต่อเมืองนั้นอย่างมาก (ขั้นต่ำ 100 ทอง) 3) เสนอส่วยให้รายเดือน : คำสั่งที่คุณใช้เพื่อเสนอการมอบทองให้เมืองนั้น เป็นเวลา 10 เดือน จะช่วยเพิ่มมิตรภาพที่ดีต่อกันอย่างมาก (ขั้นต่ำ 50 ทอง) 4) เรียกส่วยรายเดือน : คำสั่งที่คุณจะส่งทูตไปยื่นเสนอให้อีกฝ่ายจ่ายทองให้คุณรายเดือน โดยปกติมักจะเป็นการแลกเปลี่ยนกับบางอย่าง หรือเพื่อกระตุ้นให้การดำเนินนโยบายนั้น ๆ ง่ายขึ้น (ขั้นต่ำ 50 ทอง) 5) สนับสนุนปัจจัยเสบียง (10 เดือน) : คำสั่งที่คุณจะมอบทูตพร้อมขนเสบียง (ส่งทหารคุ้มกันขบวนเสบียง) ไปยังเมืองอีกฝ่ายเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี เนื่องจากการขนเสบียงเป็นจำนวนมากทำให้ต้องโรลเดินทางทีละเมือง (ขั้นต่ำ 1000 เสบียง) 6) เรียกร้องเสบียง (10 เดือน) : คำสั่งที่คุณจะมอบหมายทูตเพื่อไปเจรจาแลกเปลี่ยน โดยใช้การเรียกร้องเสบียงจากอีกฝ่ายเป็นผลตอบแทน (ขั้นต่ำ 1000 เสบียง) 7) ซื้อขายไอเท็มเจ้าเมือง : บางเมืองอาจมีไอเท็มแปลก ๆ หายากที่จะขายแลกเปลี่ยนกัน คุณสามารถส่งทูตเสนอทอง หรือ เสบียง หรือ จะใช้ไอเท็มแลกเปลี่ยนกันได้ 8) แต่งเชื่อมสัมพันธ์ : สามารถส่งคนในครอบครัวคุณแต่งไปยังเมืองอีกฝ่าย อาทิ ส่งบุตรชายไปแต่งกับบุตรสาวอีกฝ่าย แต่ก็ใช้ชื่อตระกูลฝั่งชาย (ยกเว้นบางศาสนา) และ ยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนบางอย่างที่คุณมอบให้ โดยให้ครอบครัวอีกฝั่งแต่งเข้าเมืองของคุณ 9) แต่งปรองดองสองแผ่นดิน : ผู้นำก๊กต่างเพศกัน สามารถที่จะทำสนธิสัญญารวมสองเมืองเข้าด้วยกัน โดยต้องเป็นผู้นำสูงสุดของเมืองเท่านั้น คนอื่นไม่สามารถทำแทนได้ เมื่อผู้นำทั้งสองแต่งกันจะรวมสองดินแดนนั้นเข้าด้วยกัน โดยขึ้นกับสนธิสัญญารวมเมืองว่าจะใช้ชื่อแคว้นตามฝั่งไหน บางครั้ง ฉีอาจเสนอฉู่แต่งรวมกันโดยใช้ชื่อภายใต้ฉี (หากผู้นำนั้น ๆ มีคู่ครองแล้วจะไม่ปรากฎคำสั่งในรายชื่อการทูต) 10) แลกเปลี่ยนเมือง : คำสั่งที่สามารถมอบหมายทูตไปเจรจาแลกเปลี่ยนเมืองกัน หรือบางทีอาจเป็นการเสนอเมืองให้ฝ่ายเดียว หรือร้องขอเมืองอีกฝ่าย แลกด้วยทรัพยากรจำนวนมากแทน แต่จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้นำ (ทูตจะใช้เวลาเจรจา 15 วัน) 11) สัญญาการค้า : ในการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองจะกระตุ้นการค้า หากเมืองมีสัญญาการค้ากับเมืองอื่น ยิ่งเมืองมีการทำสัญญาการค้าหลายเมืองยิ่งจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีมาก โดยจะเพิ่มบัพในการพัฒนาเศรษฐกิจ เมืองละ 15% (สัญญาการค้าทำได้สูงสุดตามตำแหน่งผู้ปกครอง อาทิ บางคนมีผู้ปกครองเป็นหวาง และทำเรื่องสร้างสภาหลักของแคว้นแล้ว จะใช้ลิมิตสูงสุดของผู้ปกครอง) (ไม่รวมสถานที่วิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคตที่จะเพิ่มโควต้าสัญญาการค้า) (ทูตใช้เวลา 7 วันในการเจรจา) สัญญาการค้าเมื่อผูกแล้วจะไม่มีวันหมดจนกว่าจะยกเลิกได้ แต่หากยกเลิกหลังผูกไม่เกิน 1 สัปดาห์คุณจะเสียเครคิตความน่าเชื่อถือในการทูต

อธิบายคำสั่งระบบการทูต โหมดพันธมิตร 1) ก่อตั้งกลุ่มสัมพันธมิตร : คำสั่งที่จะส่งทูตของคุณเดินทางไปยังเมืองที่ต้องการเป็นพันธมิตร เพื่อเสนอการรวมกลุ่มกันเป็นกองกำลังสัมพันธมิตร (ก็คือการก่อตั้งกลุ่มกองกำลังสิบแปดหัวเมือง) โดยผู้เสนอการก่อตั้ง จะเป็นหัวหน้ากลุ่ม และ แจ้งชื่อกลุ่มพันธมิตรที่จะใช้เป็นชื่อกลุ่ม (ทั้ง NPC ตัวแทนทูตหรือไปเอง เดินทางเริ่มต้นจากเมืองคุณ เมืองเว้นเมืองไปยังเมืองพันธมิตร) - การก่อตั้งกลุ่มสัมพันธมิตรสำเร็จ จะต้องมีพันธมิตรเห็นด้วยเป็นเสียงส่วนมาก หากเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยการดำเนินการนั้นจะก่อตั้งไม่สำเร็จ 2) ร้องขอเชิญเข้าร่วมกลุ่มสัมพันธมิตร : หัวหน้ากลุ่มสัมพันธมิตรเท่านั้นที่จะเชื้อเชิญกองกำลังใหม่ที่ไม่มีกลุ่มพันธมิตรเข้าร่วมได้ โดยต้องส่งทูตไปเจรจา และ รอการตอบรับของทูต (7 วันในการเจรจาต่อเมือง) - เมื่อได้รับยอมรับคำเชิญ ขั้นต่อไปโรล ณ จวนผู้ปกครอง ในฐานะผู้ปกครองสูงสุดของแคว้น ส่งหนังสือไปแจ้งยังผู้นำสัมพันธมิตรทั้งหมด - รอแต่ละกองกำลังโหวตเห็นชอบหรือคัดค้าน หากเสียงโหวตเห็นด้วยมีมากกว่า กองกำลังนั้นจะได้รับการยอมรับเข้ากลุ่มสัมพันธมิตร XXX 3) ออกจากกลุ่มสัมพันธมิตร : กองกำลังในสัมพันธมิตรสามารถส่งทูตไปแจ้งเจตจำนงออกจากกลุ่มได้ และ ออกได้ทันทีไม่ต้องรอการโหวต หากเป็นกรณีผู้นำกลุ่มออกแทน กลุ่มสัมพันธมิตรทั้งกลุ่มจะต้องโหวตเลือกผู้นำกลุ่มคนใหม่ 4) ขับออกจากกลุ่มสัมพันธมิตร : ผู้นำกลุ่มสัมพันธมิตรสามารถขับกองกำลังบางกองกำลังออกจากกลุ่มได้ โดยจะต้องผ่านการโหวตจากผู้นำกลุ่มสัมพันธมิตรที่เหลือ หากเสียงตอบรับโหวตเห็นด้วยมีมากกว่า กองกำลังนั้นจะถูกขับออกจากสัมพันธมิตรทันที 5) จัดตั้งพันธมิตรการทหาร : หากไม่ต้องการตั้งกลุ่มสัมพันธมิตรแต่จะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันแค่การโจมตี ป้องกัน เกี่ยวกับการทหาร บางกองกำลังสามารถ รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งพันธมิตรทหารกลุ่ม XXNAME ได้ โดยผู้ส่งทูตไปเจรจากับเมืองพันธมิตรจะได้เป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตรการทหาร - คำสั่งอื่น ๆ เหมือนกลุ่มสัมพันธมิตร - หากหัวหน้ากลุ่มพันธมิตรทางทหารระดมกลุ่มกองกำลังในพันธมิตรการทหารให้ไปช่วยรบที่ไหน อย่างน้อยลูกกลุ่มจะต้องส่งทหารไปช่วยรบ และ เมื่อลูกกลุ่มคนใดเกิดปัญหาเรื่องสงครามโดนโจมตี คนในกลุ่มจะต้องส่งทหารไปช่วยตามสนธิสัญญาพันธมิตรการทหาร แตกต่างจากสัมพันธมิตรที่ปฏิเสธที่จะส่งไปได้ โดยใช้การโหวตประชามติ ถ้าเสียงข้างมากไม่จัดทัพก็จะปฏิเสธ 6) เลื่อนสถานะกลุ่มสัมพันธมิตร สู่ พันธมิตรทางทหาร : สามารถส่งทูตไปเจรจากับหัวเมืองต่าง ๆ ในกลุ่มสัมพันธมิตรเพื่อโหวจการพัฒนาสู่พันธมิตรทางทหารแทน หรือสามารถปรับสถานะพันธมิตรทางทหารเป็นกลุ่มสัมพันธมิตรได้เช่นเดียวกัน (ใช้เวลา 7 วันในการเจรจาต่อเมือง)

อธิบายคำสั่งระบบการทูต โหมดสนธิสัญญาการทูตชั่วคราว 1) สนธิสัญญาไม่รุกรานกัน : คำสั่งที่มอบหมายทูตไปทำสนธิสัญญาไม่รุกรานกัน 6 เดือน ในระหว่างนี้คุณและเมืองนั้นจะห้ามรุกรานกัน หากเมืองใดฉีกสัญญาจะสูญเสียความน่าเชื่อถืออย่างมากต้องใช้เวลาฟื้นตัวจากความเปย์เป็นเวลานาน ไม่เช่นนั้นเมืองต่าง ๆ จะไม่กล้าทำสนธิสัญญาด้วย (ใช้เวลา 5 วัน) 2) สนธิสัญญาณผ่านแดน : คำสั่งที่มอบหมายทูตไปทำสนสัญญาผ่านแดน เพื่อทำให้คุณมีสิทธิ์ยกทหารผ่านเมืองนั้นได้อาจต้องใช้เป็นทางผ่านไปยังเมืองศัตรู และเมืองนั้นก็สามารถยกทหารผ่านเขตแดนเมืองคุณได้เช่นกัน และต่างฝ่ายไม่สามารถยกเลิกได้หากยังไม่ครบ 6 เดือน ถ้ายกเลิกก่อนจะสูญเสียเครคิตทำให้การทูตทำยากขึ้น หลายหัวเมืองพากันเกลียดความตะบัดสัตย์ของคุณ (ทั้งสองฝ่ายจะได้ตราเข้าเมืองกันและกันกรณีต่างฝ่ายต่างปิดเมือง) (ใช้เวลาเจรจา 9 วัน) 3) สนธิสัญญาควบรวมดินแดน : (เฉพาะผู้นำสูงสุดแคว้นเท่านั้น) คำสั่งส่งทูตในสภาแคว้นหรือสภาเจ้าเมืองก็ได้ ไปยังเมืองเป้าหมายเพื่อควบรวม โดยปกติแล้วการใช้สนธิสัญญาควบรวมนี้จะใช้ตอนที่เมืองเรามีอาณาเขตพื้นที่มากและกำลังทหาร เสบียงรวมเหนือกว่า 10 เท่าเมืองอีกฝ่าย และมีอัตลักษณ์นักการทูต จะมีอัตราสำเร็จสูง (ใช้เวลา 1 เดือนในการเจรจา แจ้งผลสำเร็จหรือไม่)

อธิบายคำสั่งระบบการทูต โหมดสงคราม 1) ประกาศสงคราม : คำสั่งที่ใช้ประกาศสงครามต่อเมืองศัตรูที่เราต้องการจะวอร์ประจำเดือน จะต้องประกาศสงครามก่อน (ไม่มีการส่งทูต สร้างสตอรี่ฐานะผู้ปกครองแคว้นสูงสุดส่งแต่สารท้ารบ) หากเมืองที่จะวอร์ประจำเดือนไม่มีในลิสต์ศัตรูจะไม่สามารถวอร์เมืองนั้นได้ 2) ร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มสัมพันธมิตร : แล้วแต่การตอบรับ ไม่มีการโหวต บางสัมพันธมิตรอาจจะตอบรับมาช่วย แต่ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการแลกเปลี่ยน (ใช้เวลาเจรจา 3 วัน) 3) ร้องขอความช่วยเหลือจากพันธมิตรการทหาร :สามารถส่งทูตไปแต่ละเมืองในกลุ่มพันธมิตรทางทหารได้ โดยจะเกิดการโหวตกัน ถ้าเสียงโหวตมาช่วยศึกนั้นมาก เหล่าหัวเมืองพันธมิตรจะยกทหารมาช่วยตามกำลังตนเอง (ใช้เวลาเจรจา 5 วัน) 4) เสนอให้เมืองบริวาลเปิดศึก :สามารถเสนอให้เมืองบริวาลเปิดศึกกับศัตรูเดียวกับคุณได้ อัตราสำเร็จสูงเมื่อเป็นนักการทูตที่มีอัตลักษณ์

อธิบายคำสั่งระบบการทูต โหมดเมืองบริวาล 1) เสนอรับความคุ้นครอง : คำสั่งที่ใช้ส่งทูตไปเจรจากับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า เพื่อขอรับความคุ้นครอง โดยหากเมืองของเขาโดนโจมตีคุณในฐานะผู้คุ้มครองจะต้องไปช่วยเมืองบริวาล และคุณสามารถใช้คำสั่งเรียกกำลังเสริมจากเมืองบริวาลระดมทหารไปช่วยศึกได้ (ใช้เวลาเจรจา 10 วัน) - ได้รับบัพพัฒนาเศรษฐกิจจากการบังคับสนธิสัญญาการค้ากับเมืองบริวาล 10% - สามารถส่งทูตไปโรลเก็บภาษีจากเมืองบริวาลประจำเดือนได้ 20% 2) เสนอเอกราช : ปกติจะใช้ร่วมกับข้อ 1) เพื่อยืนยันสิทธิเอกราชของตน เมืองที่มาขอเป็นบริวาลคุณหากพวกเขายื่นเสนอเอกราช พวกเขาจะเป็นเมืองปกครองในตัวเอง จ่ายแต่ค่าคุ้มครองให้คุณประจำเดือน คุณไม่มีสิทธิ์ไปจัดการแนวทางบริหารเมืองดังกล่าวได้ 3) ร้องขอความช่วยเหลือจากพันธมิตรการทหาร :สามารถส่งทูตไปแต่ละเมืองในกลุ่มพันธมิตรทางทหารได้ โดยจะเกิดการโหวตกัน ถ้าเสียงโหวตมาช่วยศึกนั้นมาก เหล่าหัวเมืองพันธมิตรจะยกทหารมาช่วยตามกำลังตนเอง (ใช้เวลาเจรจา 5 วัน) 4) เสนอปกครองตัวเอง :สามารถเสนอให้เมืองบริวาลเปิดศึกกับศัตรูเดียวกับคุณได้ อัตราสำเร็จสูงเมื่อเป็นนักการทูตที่มีอัตลักษณ์ 5) ยกเลิกสิทธิ์ปกครองตัวเอง : เมืองคุณสามารถยกเลิกสิทธิ์การปกครองตัวเองกับเมืองบริวาลได้เพื่อเข้าไปจัดการแนวทางของเมือง 6) แยกเอกราช : เมืองบริวาลสามารถแยกเอกราชจากเมืองคุ้มครองได้ แต่จะสูญเสียความเชื่อมั่นในการทูตต่อเมืองอื่น ๆ 3 เดือน 7) ขอแยกเอกราช : แตกต่างจากข้อ 6) หากเมืองคุ้มครองยินยอมให้แยกเอกราชและลงนามสนธิสัญญา คุณจะไม่มีดีบัพการทูต 3 เดือน 8) ยุยงเมืองบริวาลให้แยกเอกราช : สามารถส่งทูตไปตะล่อมเมืองบริวาลศัตรูคุณให้แยกตัวเป็นเอกราช (ใช้เวลาเจรจา 7 วัน) 9) สนับสนุนการแยกเอกราช : คุณส่งทรัพยากรและสนับสนุนทุกอย่างเพื่อให้เมืองบริวาลแยกเอกราชจากเมืองคุ้มครองของพวกเขา (ใช้เวลาเจรจา 7 วัน) ส่งทรัพยากรไปพร้อมนักการทูตของคุณ 10) ควบรวมเมืองบริวาล : สามารถเทคโอเวอร์เมืองบริวาลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในประเทศคุณได้ โดยหากคุณมีผู้ปกครองจะต้องหารือกับผู้ปกครอง แต่การกระทำแบบนี้จะทำให้สูญเสียเครคิตความน่าเชื่อถือต่อเมืองอื่นในด้านการทูต 3 เดือน (ใช้เวลา 10 วัน) 11) ยื่นขอควบรวม : เมืองบริวาลสามารถส่งทูตขอควบรวมกับคุณได้ หากคุณและผู้ปกครองคุณเห็นด้วย จะรับเมืองบริวาลเข้ามาเป็นเมืองของคุณ สามารถจัดสรรสภาขุนนางเมืองบริวาลโยกย้ายมาสภาแคว้น สภาเจ้าเมือง หรือคงไว้ในสภาเดิมกรณีคุณให้เขาครองเมืองเดิม แต่จากนี้เมืองแม่จะต้องบริหารจัดการทุกอย่างเหมือนเมืองในแคว้นอื่น ๆ ของตัวเอง (ใช้เวลาเจรจา 10 วัน)
|