[นอกเมืองซีเหอ] ป่าชูซีเหอ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-10-19 11:06:59 |โหมดอ่าน

ป่าชูซีเหอ
{ นอกเมืองซีเหอ }








【ป่าชูซีเหอ】

เนินเขาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้หลากสายพันธุ์ มีสภาพอากาศเอื้ออำนวย
ต่อการเจริญเติบโตของเหล่าสิงสาราสัตว์ที่อาศัยภายในป่า
มักจะถูกใช้สอยจากชาวบ้านเพื่อหาเก็บทรัพยากรของป่าบ่อยครั้ง
สิ่งที่ค่อนข้างน่ากลัวนอกจากว่าจะเกิดไฟป่าบ่อยครั้ง
คือ ต้นหญ้าสูงประมาณขาผุดขึ้นมาจากพื้นดินโบกสะบัดพัดตามสายลม
ที่โบกพักผ่านตลอด เนินเขานี้มีพื้นดินไม่เท่ากันมีความรู้สึกพื้นต่ำลงเรื่อย ๆ
เมื่อเดินทางเข้าไปยังในตัวเมืองซีเหอ



[วัตถุดิบที่พบได้ในป่า]
* อาวุธที่ใช้ ประเภทมีดสั้น กริซ หรือ จอบเล็กที่ใช้ในการขุด *
(1) เผือก





โพสต์ 2021-10-19 16:29:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-10-20 00:31

          เสียงกีบเท้าม้าถึงหกคู่ดังกุบกับตามเส้นทางมาถึงยังป่านอกเมืองซีเหอ ระยะทางจากเมืองเหอตง ข้ามผ่านสองเมืองย่อมใช้เวลาไม่นานมากนัก เทียบกับการข้ามผ่านยังเขตภูมิภาค บรรยากาศโดยรอบเมื่อเข้าเขตป่าไม้ก็ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องขึ้นมา ทั้งความชื้นส่งผ่านจากป่าบ่งบอกว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดินมากเท่าไร

          "ขอบใจแม่นางที่มาคอยส่งคุ้มกันให้พวกข้าจนถึงซีเหอ" อยู่ๆมือปราบหวังก็กล่าวขึ้นมาขณะเดินทาง สร้างความสนใจแก่จ้าวเพ่ยที่ยังคงมองเขาทันที

          "ถึงที่หมายแล้วหรือเจ้าคะ" นางกล่าวถามทั้งกระพริบตามองมือปราบ ม้าที่คุมบังเหียนอยู่ก็หยุดลงทันทีตรงกลางป่านอกเมืองซีเหอ

          มือปราบเองก็หยุดม้าลงเพื่อสนทนากับจ้าวเพ่ยทั้งคุมตัวเจิ้งหลันไม่ให้ดิ้นหนีไปพลาง

          "ใกล้ถึงเมืองซีเหอแล้ว แม่นางจ้าวเองก็คงจะมีกิจของแม่นาง.. คอยคุ้มกันถึงเท่านี้ก็ขอบใจมากแล้วล่ะ"

          "ช้าก่อนเจ้าค่ะ!" จ้าวเพ่ยกล่าวก่อนที่ทั้งสองจะควบม้าไป นางเร่งหยิบกระเป๋าของนางขณะที่มือปราบหวังเองก็ลงจากม้าเช่นกันเมื่อเห็นว่าจ้าวเพ่ยเรียกเขาให้หยุดกลางคัน

          "ข้า.. อ๊ะ!!" จากความเร่งรีบเกินไปทำให้เท้าของนางสะดุดหินก้อนใหญ่ขณะที่เร่งฝีเท้าก้าวสั้นๆไปหามือปราบหวัง ภาพทิวทัศน์เหมือนจะล้มลงกระทันหันจากการเสียหลัก เพียงแค่เสี้ยวความคิดที่คิดว่าจะทำอะไรต่อไป จ้าวเพ่ยก็กระพริบตามองพื้นหญ้าก็ใจเต้นจากความตกใจเมื่อครู่

          "แม่นางจ้าวช่างซุ่มซ่ามเสียจริง"

          มือปราบหวังคว้าตัวนางได้ทันก่อนจะถึงพื้น ได้พูดขึ้นมา ทำให้จ้าวเพ่ยพึ่งจะรู้สึกตัว หญิงสาวเงยหน้สมองตาอีกฝ่ายราวกับอยู่ในฝัน ก่อนจะรีบก้าวถอยทั้งยิ้มอย่างเคอะเขิน มือเรียวปัดผมหน้าเหน็บหูด้วยความทำอะไรไม่ถูกขณะที่นางยังคือถือกระเป๋าแน่น

          ใบหน้างามกลับขึ้นสีขณะริมฝีปากเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยกับความเนียมอาย

          "ขออภัยเจ้าค่ะ.. ข้าคงรีบไปเสียหน่อย" จ้าวเพ่ยกล่าวขึ้นมาทั้งก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพอให้นางใกล้อีกฝ่ายใกล้ขึ้นบ้าง สิ่งแรกที่นำหน้านางคือส่วนอกกลับห่างจากมือปราบเพียงคืบเท่านั้น

          "ว่าแต่ แม่นางจ้าวมีอะไรหรือเปล่า.."

          "ข้าแค่จะขอให้มือปราบหวังและแม่นางเจิ้ง เดินทางปลอดภัยเจ้าค่ะ" จ้าวเพ่ยเอ่ยทั้งใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้ของนางเพื่อหยิบบางอย่างและประคองยื่นให้มือปราบหวัง

          ไหเหล้าชั้นดีที่ได้มาจากพ่อค้าหวังยามรับงานถูกยื่นให้กับมือปราบขณะเขาเองก็ยังงุนงงกับการกระทำของจ้าวเพ่ย

          "ข้ามอบให้ท่านนะเจ้าคะ.." นางกล่าวทั้งรอให้มือปราบรับมันเอาไว้ มือหนาจับไหเหล้าจากจ้าวเพ่ยก็รู้สึกถึงนิ้วเรียวของนางสัมผัสอีกฝ่ายเล็กน้อย

          รอยยิ้มจากจ้าวเพ่ยปรากฏขึ้นทันที นางประสานมือกันใต้อกเมื่อมองใบหน้สอีกฝ่ายยิ้มตอบกลับมา ช่างเป็นบุรุษที่น่าคบหาเสียจริง หญิงสาวเดินไปส่งอีกฝ่ายถึงม้าของเขาก็เอ่ยขึ้นมาอีกครา

          "แม่นางเจิ้ง.. ข้ารู้ว่าข้าทำสิ่งที่ไม่สามารถให้อภัยได้ แต่อย่างไรก็ช่วยรับสิ่งนี้เพื่อแทนคำขออภัยจากข้า ไม่ต้องให้อภัยก็ได้ ข้าเพียงแค่..." นางกล่าวทั้งเหลือบมองมือปราบและส่งสายตาหวานฉ่ำให้ "อยากจะลดความรู้สึกผิดน่ะ"

          "เก็บเอาไว้เถอะ.. ข้าไม่ต้องการหรอก"

          "รับไว้เถอะ.. อยู่กับข้าก็คงไร้ประโยชน์ ให้ท่านคงดีแล้ว" จ้าวเพ่ยยัดตำราที่นางได้มาจากการเก็บของหนีออกจากบ้านครั้งล่าสุด หญิงสาวยิ้มขึ้นมาทั้งก้มหน้าลงเล็กน้อย

          "ท่านมือปราบหวังเจ้าคะ.." จ้าวเพ่ยกล่าวกับมือปราบทันทีที่จบบทสนทนากับเจิ้งหลัน "..ข้า"

          "..."

          "ข้า..กับท่านจะได้พบกันอีกคราหรือไม่" คำพูดแฝงด้วยความอ้างว้างในน้ำเสียงดังขึ้นมา จ้าวเพ่ยเงยหน้ามองมือปราบหวังทั้งนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสะท้อนแสงอาทิตย์ขึ้นมาให้คลับคล้ายสีทองสวย ริมฝีปากคลี่ยิ้มกว้างขึ้นมาให้กับอีกฝ่ายไปด้วย

          "แน่นอน.. ข้าหวังว่าจะได้พบแม่นางจ้าวและผู้ติดตามของเจ้าอีก" มือปราบหวังเอ่ยทั้งยิ้มขึ้นมากับท่าทีของสาวน้อยตรงหน้า

          "หากพบกันอีกครั้ง.. ขอให้ข้าเลี้ยงอาหารให้ท่านสักครานะเจ้าคะ" น้ำเสียงดูร่าเริงแต่แฝงไปด้วยความเศร้ายามที่ได้มองไปทางมือปราบหวัง จ้าวเพ่ยเคลื่อนตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดก่อนจากเสียสักนิดก็ยังดี "ถึงยามนั้นข้าคงจะมีหลายเรื่องที่คุยกับท่านไม่จบไม่สิ้นแน่ๆเลน"

          มือปราบหวังดูเหมือนจะไม่ปฏิเสธคำเชิญนั้นของนางทั้งยังยิ้มรับ ยิ่งสร้างรอยยิ้มแก่จ้าวเพ่ย หญิงสาวนึกขอบคุณเจิ้งหลันที่ทำให้นางเจอบุรุษที่คล้ายดั่งฝัน แม้ว่านางจะทำอะไรไม่ดีแก่เจิ้งหลันจรไม่น่าให้อภัยไปเสียแล้ว

          "ขอให้โชคดีนะเจ้าคะ.. ทั้งแม่นางเจิ้ง และมือปราบหวัง.. ข้าเชื่อว่าทางการต้องเห็นว่าแม่นางมีความจำเป็นต้องทำอย่างนั้นและลดโทษให้แน่นอน" จ้าวเพ่ยกล่าวเพื่อให้ความหวังแก่เจิ้งหลันไปด้วย

          หญิงสาวเอื้อมมือจะไปหาเจิ้งหลันแต่ก็ชะงักลงเล็กน้อย นางยิ้มเล็กน้อยทั้งก้มหน้าลงเพื่อเดินกลับไปยังม้าของนาง สองมือประสานกุมกันแน่นเมื่อถึงคราวที่จะต้องแยกจากทั้งมือปราบหวังและเจิ้งหลัน โดยที่นางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

          ยิ่งบีบมือเข้าหากันแน่นเท่าไหร่ ยิ่งบ่งบอกถึงความรู้สึกบีบหัวใจมากเท่านั้นที่นางไม่สามารถช่วยเหลืออะไรกับสตรีต้องโทษใหญ่หลวงนางนี้ได้เลยแม้แต่น้อย

          "ไปกันเถอะ" ซุนหยางกล่าวกับจ้าวเพ่ยเมื่อเห็นว่านางมีสีหน้าเศร้าขึ้นก็ตบไหล่เบาๆ เขาทำได้เพียงพานางเดินไปยังที่ม้าประจำของนางก่อนจะเก็บกระเป๋าของนางขึ้นบนหลังม้า "เมื่อครู่ข้ายังเห็นเจ้ายิ้มอยู่เลยนี่"

          "ข้า.. ไม่รู้.. ข้าแค่รู้สึกแปลกๆชอบกล ยามที่รู้ว่าจะต้องแยกทางน่ะ"

         "เดี๋ยวก่อน" มือปราบที่ยืนนิ่งเงียบอยู่โพล่งขึ้นมา

        "เจ้าคะ.." จ้าวเพ่ยหันไปหาอีกฝ่ายทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกจากมือปราบหวัง ใบหน้าเปื้อนยิ้มจากการปันแต่งเพื่อปกปิดความรู้สึกอ้างว้างยังควปรากฏขึ้นมาอีกครั้งทันทีที่เห็นบุรุษผู้นั้นอีกครั้ง

       "ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าขอบคุณเจ้ามากที่เดินทางร่วมกับข้าและยังช่วยจับกุมคนร้าย..." หวังโก่วเจียงที่เดินตามอีกฝ่ายมาก่อนพูดขึ้นเสียงเบาให้ได้ยินแค่สองคน

        "ข้าเองก็..." จ้าวเพ่ยเองจะพูดกลับไปแต่สีหน้าจริงจังของมือปราบหวังที่ส่งมาให้ ทำให้นางค่อยๆหุบยิ้มทันที ก่อนที่จะได้กล่าวอะไรออกไป บุรุษตรงหน้าก็ชิงกล่าวตัดคำพูดตนไปเสียก่อน

       "ข้าขอถามเจ้าสักข้อ เจ้าอย่าคิดว่าข้าโง่ดูไม่ออกนะตลอดทางที่ผ่านมาเจ้าพูดสิ่งเหล่านั้นล้วนมีเจตนาชัดเจนเพื่อช่วยนางโจรนั่น" มือปราบหวังกล่าวบอกแก่อีกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจถามอีกฝ่าย

       "ข้าขอถามเจ้าสักข้อ.... เจ้ากับนางโจรเป็นอะไรกัน และหากไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ ทำไมเจ้าถึงอยากช่วยนาง ทั้งที่นางสังหารชีวิตคน" มือปราบหวังกล่าวถามอีกฝ่าย หากคำตอบอีกฝ่ายน่าพึงพอใจ เขาอาจใจอ่อนให้กับแม่นางจ้าว

        "นางก็ใช่ว่าจะเป็นสตรีโหดเหี้ยมนี่เจ้าคะ.." จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งจ้องตาอีกฝ่ายเพื่อแสดงความจริงใจขณะตอบคำถาม "ข่าวลือก็ออกจะหนาหูว่าแม่ทัพซีเหอเป็นเช่นไร.. นางก็เคยบอกกับข้าว่าหากไม่ทำเช่นนั้นจะมีชาวบ้านจะต้องสังเวยชีวิตไปอีกมากกว่านี้แน่"

       ชุดกี่เพ้าถูกกำโดยไม่รู้ตัว จ้าวเพ่ยเอ่ยขึ้นมาทั้งนัยน์ตาเริ่มแดงก่ำอย่างที่นางเองก็ไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้ จากความรู้สึกยามจะได้จากกันและยามที่ต้องนึกถึงนางเจิ้งหลันต้องโทษหนักด้วย

       "..อีกทั้ง" จ้าวเพ่ยหยุดชะงักลงครู่หนึ่งเมื่อน้ำเสียงเธอกลับแหบแห้งจากเสียงสะอื้น หญิงสาวควบคุมน้ำเสียงตัวเองให้กลับมาเป็นอย่างเดิมอีกครั้ง แม้จะต้องใช้ความพยายามขณะพูดใหม่ก็ตาม "อีกทั้งนางเคยช่วยชีวิตข้ายามที่อยู่ในถ้ำ.. ในครั้งที่เห็นประกาศจับข้าไม่คิดว่านางจะต้องโทษร้ายแรงถึงขั้นนี้ จึงได้แจ้งเบาะแสแก่ท่าน"

       "ข้าเอง... ก็ไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่นางเจิ้งต้องตายเพราะข้า จึงได้พยายามหว่านล้อมท่านหวังจะลดโทษให้นางลงบ้าง ท่านก็เป็นคนที่ดีเพียงนี้.. ข้าเชื่อว่าท่านเข้าใจแน่นอนเจ้าค่ะ ว่านางทำไปหาใช่การกระทำโดยไร้เหตุผลไม่.. จะเรียกว่าเป็นการป้องกันตัวจากอันตรายได้หรือไม่เจ้าคะ เพราะหากนางไม่ทำเช่นนั้น นางก็อาจจะเป็นอีกคนที่ถูกแม่ทัพฆ่าไปเสียก่อนก็เป็นได้"

       "อืม..เจ้าอย่าเสียใจไปเลย แม้ข้าจะได้ยินชื่อเสียงท่านแม่ทัพตู่กงจวินมาบ้าง ข้าเป็นเพียงมือปราบชั้นผู้น้อยไม่มีสิทธิ์ปรามท่าน แต่ก็เคยพูดคุยเรื่องนี้กับท่านเจ้าเมืองฉางซาที่เป็นสหาย ท่านก็กำลังเดินเรื่องหาช่องทางในราชสำนักเพื่อลงโทษ...แต่ก็ยากสักหน่อยเพราะแม่ทัพตู่มีเส้นสายเป็นขันทีใหญ่จางกง" มือปราบหวังกล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนจะยื่นผ้าเช็ดหน้าลายดอกเหมยของตนให้อีกฝ่าย "เจ้าชับน้ำตาเสียก่อน ข้าเห็นแก่คนงามและคุณธรรมในนางโจรคนนั้นจะยอมเสี่ยงเท็จทูลท่านเจ้าเมืองในการปิดคดี แต่...เราคงต้องหาโจรที่กระทำอุกฉกรรจ์ที่มีโทษสมควรตายยิ่งกว่านางมา ทางที่ดีข้าอยากขอรบกวนให้แม่นางจ้าวกับผู้ติดตามสังหารโจรคนนั้นยิ่งดี ข้าจะเผาร่างเขาเพื่อทำลายโฉมสับเปลี่ยนชะมด"

      เมื่อได้ยินดังนั้นนางก็หันไปหาผู้ติดตามที่ยืนอยู่ไม่ไกลทันที เพราะเป็นการคุยกันที่ได้ยินเสียงสองคน ซุนหยางก็หารู้เรื่องนี้ด้วยไม่ จ้าวเพ่ยนิ่งเงียบไปพักหนึ่งขณะก้มหน้าใช้ความคิดตีดสินใจในข้อเสนอของมือปราบหวังในการช่วยเหลือ มือเรียวบีบผ้าเช็ดหน้าแน่นพักหนึ่งเมื่อจ้าวเพ่ยเองเริ่มคิดไตร่ตรองอีกครา นางจะไม่ยอมให้เกิดข้อผิดพลาดการการคิดตัดสินใจกระทันหันของนางอีกคราแน่ๆ

      "หากมีคนรู้เรื่องนี้.. ทั้งมือปราบและแม่นางเจิ้งจะไม่แย่กว่าเดิมหรือเจ้าคะ" จ้าวเพ่ยเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของมือปราบอีกครั้ง ใจหนึ่งนางก็อยากจะช่วยเหลือเพื่อให้เจิ้งหลันได้หนีไป แต่อีกใจหนึ่งกลับตอบโต้นางไปเสียอย่างนั้น

      "ข้าขอปฏิเสธได้หรือไม่เจ้าคะ.. ข้าเชื่อว่าท่านเองก็รักในความยุติธรรม ไม่มีทางอื่นเลยหรือ ข้าเกรงว่ามันจะทำให้ท่านมือปราบและแม่นางเจิ้งตกที่นั่งลำบากเอาได้"

      จ้าวเพ่ยจับแขนอีกฝ่ายผ่านเกราะแขนหนาอย่างไม่รู้ตัว สองมือบีบแน่นราวกับต้องการให้มือปราบหวังรับรู้ความรู้สึกที่ตีกันอยู่ในตอนนี้

      "ถือว่าช่วยข้าและแม่นางเจิ้งหน่อยสักหน่อยได้หรือไม่.. ข้าเองก็ไม่อยากให้ท่านมือปราบสังหารผู้ใดเพื่อพรางคดี แล้วให้นางหลบหนีอย่างหลบๆซ่อนๆอีก" จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งเกิดน้ำเสียงสั่นเครือขึ้นมา ".. ไม่มีผู้ใดสมควรตายจากคดีนี้อีกแล้วนะเจ้าคะ"

      "หากแม่นางไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไร" มือปราบหวังเห็นว่าจ้าวเพ่ยดูยังพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูหนักแน่นเสียจนไม่กล้าขัดนาง "ข้าจะนำนางเจิ้งเข้าเมือง.. แต่แม่นางจ้าวอย่าได้กังวลไปข้าจะช่วยสู้คดีของนางเจิ้งให้"

      "จริง.. จริงหรือเจ้าคะ" ตาสีน้ำตาลเป็นประกายขึ้นมาเมื่อมือปราบหวังกล่าวถึงทางออกที่ทำให้นางคิดว่าจะไม่มีใครเจ็บไปมากกว่านี้

      "ข้าจะยืดเวลาลงโทษเพื่อรวบรวมหลักฐานท่านแม่ทัพตู่กงจวิน สืบสวนเรื่องนี้ด้วยตัวข้าเอง"

      "ขอบคุณท่านมือปราบมากเจ้าค่ะ.. ข้า.. ข้าไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อช่วยท่านได้หรือไม่ แต่หากมีอะไรที่ข้าพอช่วยมือปราบได้ ข้ายินดีเสมอนะเจ้าคะ" นางกล่าวขึ้นมาด้วยความยินดีราวกับได้ยกภูเขาออกจากอกเมื่อมือปราบหวังคนนี้ยินดีจะช่วยเหลือเจิ้งหลันไปด้วย จ้าวเพ่ยพึ่งรู้ตัวว่านางสัมผัสแขนอีกฝ่ายก็รีบชักมือออกและบิดผมช่อหนึ่งของตัวเองเพื่อแก้ความเคอะเขินที่มีอยู่ทันที

      หญิงสาวเดินมาส่งมือปราบยังม้าเพื่อที่จะกล่าวคำลาอีกรอบ นางก้มหน้าเล็กน้อยทั้งรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้ากับพฤติกรรมของมือปราบหวังอย่างบอกไม่ถูก จ้าวเพ่ยตัดสินใจเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มให้อีกฝ่ายเพื่อกล่าวลาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง "ขอบคุณมือปราบหวังอีกครั้งนะเจ้าคะ ข้าหวังอย่างยิ่งว่าจะได้พบท่านอีก"


เอฟเฟคลักษณะนิสัย

มีตัญหา
+2 Point ทุกครั้งที่ดำเนินแผนการจีบฝ่ายตรงข้าม
+15% ในการยั่วยวนเพศตรงข้าม [174]
+30 ความสัมพันธ์ เมื่อเกี้ยวพาราสีอย่างมีชั้นเชิง [174]


เอฟเฟคอัตลักษณ์

งดงาม
+6 Point เมื่อโรลเพลย์บริหารเสน่ห์


NPC [144] เจิ้งหลัน [คลั่ง]

ธาตุและความสัมพันธ์
-15 ความสัมพันธ์ ธาตุน้ำ ข่มกับ ธาตุไฟ

เอฟเฟคลักษณะชื่อเสียง :: หัวดี
-5 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนหัวคลั่ง
+10 ความโหด เมื่อเจอคนหัวมาร/คลั่ง

ลักษณะนิสัย : มีตัญหา
เจิ้งหลันไม่ชอบคนที่มีนิสัย ตัญหา

มอบ ตำราเลี่ยจื่อ แก่ [144]
NPC [174] หวัง โก่วเจียง [ดี]

ธาตุและความสัมพันธ์
+20 ความสัมพันธ์ ธาตุไฟ เกื้อหนุน ธาตุดิน

เอฟเฟคลักษณะชื่อเสียง :: หัวดี
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนหัวดี
+30 คุณธรรม เมื่อเจอคนหัวดี




มอบ สุรานมม้า แก่ [174]


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-10-21 21:30:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ดอกโบตั๋นไร้เจ้าของ
.
.
.

           ยามเมื่อขี่ม้าพ้นจากเมืองจินหยางมาได้แล้วนั้น ความเร็วม้าที่จิ้นอิ๋งควบก็ช้าลงเป็นระดับเดินเร็วเท่านั้นด้วยเพราะนางคล้ายมีเรื่องให้ขบคิดไม่น้อยหลังจากไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าเมืองจินหยางมาก่อนหน้า ท่าทางเคร่งเครียดคิดหนักของใต้เท้าติงทำเอาเด็กสาวอดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้ กระนั้นด้วยเพราะจดหมายของกัวเจียที่กล่าวว่าอีกฝ่ายเป็นใต้เท้าที่มีคุณธรรม จิ้นอิ๋งจึงขอเชื่อใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ปล่อยให้แม่นางเจิ้งถูกลงโทษอย่างไร้ความเป็นธรรมแน่

           " เหนื่อยหรือไม่เฮยเซ่อ " จิ้นอิ๋งเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลหายังม้าที่เร่งพาเดินทางไม่หยุดตั้งแต่เมื่อวาน ก่อนจะลูบลงข้างแผงคอเจ้าม้าหนุ่มที่สะบัดคอหลุดร้องแผ่วหาดูกระตือรือร้น ราวอยากสื่อว่ามันยังแข็งแรงดีให้ดวงหน้านวลพลันเผยรอยยิ้มจนตาโค้งหาด้วยความเอ็นดูไม่น้อย

           แต่แล้วเสียงฝีเท้าม้าที่ดังแว่วให้ได้ยินตามหลังทำให้ดรุณีน้อยลอบยืดตัวตรงด้วยความตกใจ พร้อมกันนั้นมือก็กระตุกบังเหียนให้เฮยเซ่อเร่งออกตัวไปด้วยความระแวดระวัง กระนั้นยิ่งนางเร่งจากไป ก็คล้ายโดนเสียงควบม้าด้านหลังไล่หลังตามมาไม่หยุด จะหันไปมองก็ไม่กล้าด้วยกลัวว่าหากเป็นกลุ่มโจรอาจจะยิ่งทำอีกฝั่งรู้ว่านางรู้ตัวและอาจเร่งรัดตรงเข้าหากว่าเดิมก็เป็นได้

           คิดได้เช่นนั้นแล้วจิ้นอิ๋งก็ทำได้เพียงยิ่งเร่งม้าให้วิ่งห้อต่อ จนกระทั่งถึงยังป่าชูซีเหอที่อยู่นอกเมืองซีเหอแล้ว นางก็พยายามอาศัยต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นทั่วชายป่านี้เป็นที่กำบังสายตาจากม้าปริศนาที่ควบตามมา

           " ขี่ม้าเก่งน่าดูเลยนี่เจ้าน่ะ "

           ฉับพลันเสียงทุ้มของบุรุษพลันดังขึ้นยังเบื้องหน้าจิ้นอิ๋งขณะที่นางกำลังผินสายตามองด้านหลัง ทำเอาเด็กสาวลอบสะดุ้งตกใจเผลอรั้งบังเหียนหาตัวจนเฮยเซ่อตกใจตามไปด้วยจนมันยกขาหน้าทั้งสองขึ้นสูงให้ดรุณีน้อยแว่วร้องเสียงหลงจนเกือบตกจากหลังม้าไป

           ถ้าไม่เพราะบุรุษเจ้าของเสียงผู้นั้นไหวตัวได้ทัน และเร่งเคลื่อนม้าขนาบม้าของจิ้นอิ๋งก่อนช่วยยื่นมือข้างหนึ่งประคองหลังเด็กสาวให้ไม่หงายตก อีกมือก็พลันขยับจับบังเหียนม้าของอีกสตรีพร้อมดึงบังคับจนมันสงบลงในเวลาไม่นาน หลังหายตกใจกันทั้งดรุณีน้อยและม้าเฮยเซ่อ นางก็เอ่ยขอบคุณที่อีกฝ่ายที่เข้าช่วยเหลือเสียงแผ่ว ก่อนจะค่อยคอยขยับม้าปลีกถอยจากอีกบุรุษที่ยังวางมือค้างยังแผ่นหลังตนออกมาอย่างสุภาพ

           .
           " ท่าน.. หลี่เฟิ่งเซียนมีอะไรงั้นหรือเจ้าคะ "

           หลังผละตัวมาในระยะที่เหมาะสมได้จิ้นอิ๋งก็เอ่ยถามอย่างหวั่นเกรงขึ้นมาน้อย ๆ ด้วยเพราะเหตุการณ์พบเจอที่ค่อนข้างสร้างความตกใจแก่นางไปเสียหน่อยอย่างการปาทวนขวางหน้าทำให้เด็กสาวยังไม่ละความกลัวที่มีต่ออีกฝ่ายได้

           และคล้ายหลี่เฟิ่งเซียนจะรับรู้ถึงได้อยากสร้างความประทับใจใหม่ อีกบุรุษคล้ายขยับม้าเข้าใกล้จิ้นอิ๋งอีกหน แต่เหมือนดรุณีน้อยก็คล้ายจะยิ่งล่าถอยให้เว้นระยะห่างเท่าเดิม สุดท้ายบุรุษแซ่หลี่พลันหยุดม้าแล้วลอบถอนหายใจกลั้วเสียงขำ ก่อนจะหยิบเอาช่อดอกโบตั๋นขึ้นมาจนเรียกสีหน้าฉงนจากเด็กสาวพร้อมท่าทางหวาดระวังที่ลดน้อยลง ทำเอาอีกบุรุษเผยรอยยิ้มพึงใจขึ้นมา

           " เจ้าลืมของไว้น่ะ.. ที่ตามมาข้าก็แค่เอาของมาคืนให้ ขอโทษด้วยแล้วกันหากทำให้เจ้าตกใจ "

           คำพูดนั้นทำเอาจิ้นอิ๋งยิ่งมองฉงน แววตากลมมองสบกับอีกบุรุษเสียตาใสราวกับไม่เข้าใจที่พูด ริมฝีปากเล็กคล้ายอ้าขึ้นเล็ก ๆ อยากจะเอ่ยค้านบอกบางสิ่งแต่ก็หุบลงพลางยู่เข้าหาดูไม่แน่ใจว่าจะกล่าวเช่นไร ท่าทางคิดไม่ตกแบบไม่คิดปิดบังทางสีหน้าเช่นนั้นทำเอาอีกบุรุษที่ยื่นช่อดอกไม้คล้ายเผลอมองตามดวงหน้านวลนั้นด้วยอารามเอ็นดูระคนขบขัน จนในตอนที่จิ้นอิ๋งเตรียมยื่นมือบรับช่อดอกไม้ หลี่เฟิ่งเซียนก็เผลอปล่อยมือก่อนเด็กสาวได้รับจนช่อดอกไม้พลันหล่นลงพื้นให้พลอยตกใจไปทั้งคู่

           แว่วเสียงอุทานดังขึ้นจากดรุณีน้อยก่อนนางจะเร่งลงจากม้าเพื่อหยิบช่อดอกไม้ขึ้นมาปัดเศษดินออกด้วยความรู้สึกผิด ดวงตากลมพลันเลื่อนมองอีกบุรุษบนม้าดูอยากจะขอโทษอยู่ในที ทว่าสักพักก็โดนหลี่เฟิ่งเซียนโบกมือไม่คิดมากให้นางพอได้ถอนหายใจโล่งออกมา

           " ตามจริง.. ข้าไม่มีของที่ลืมไว้นะเจ้าคะ ช่อดอกโบตั๋นนี่ก็ไม่ใช่ของข้าด้วยน่ะเจ้าค่ะ... "

           และเพราะบรรยากาศกระอั่กกระอ่วนก่อนหน้าที่ทำดอกไม้ตกก่อนถึงมือผู้รับที่เป็นลางไม่ดีนัก จิ้นอิ๋งจึงกล่าวทำลายบรรยากาศด้วยคำพูดที่ไม่กล้ากล่าวออกไปก่อนหน้าด้วยเพราะกลัวอีกฝ่ายคิดว่าเสียเที่ยวที่อุตส่าห์ควบม้าตามนางออกมาเช่นนี้

           ริมฝีปากเล็กพลันเม้มแน่นดูครุ่นคิดระหว่างมองช่อดอกไม้ในมือ ก่อนสักพักนางจะหยิบเอาดอกโบตั๋นออกมา 8 ดอกก่อนยื่นส่งหายังอีกบุรุษให้หลี่เฟิ่งเซียนเป็นฝ่ายมองด้วยความฉงนแทนจนจิ้นอิ๋งเกือบหลุดหัวเราะกับท่าทางนั้นขึ้นมา

           " เพราะมันไม่ใช่ช่อดอกโบตั๋นทั้งของข้าแล้วก็ของท่านหลี่ เช่นนั้นแล้วจะให้ใครคนหนึ่งรับเอาไว้ข้าว่าไม่ค่อยยุติธรรมเสียเท่าไหร่ ..อย่างน้อยดอกโบตั๋นก็นำไปทำยาหรือชาได้นะเจ้าคะ แบ่งกันดีกว่าเจ้าค่ะ "

           สิ้นเสียงหวานของเด็กสาว ดอกโบตั๋นทั้ง 8 ก็ถูกเสียบลงยังมืออีกบุรุษที่จับบังเหียนม้าตัวเองเอาไว้ แต่จิ้นอิ๋งกลับเสียบลงไปเพียง 7 ดอกเพื่อให้เท่ากับนางที่ได้มา 7 ดอกเช่นกัน ส่วนดอกที่เกินมานั้นนางได้เดินไปเสียบก้านโบตั๋นลงผะแผ่วยังแผงขนหลังคอของม้าหลี่เฟิงเซียนทั้งรอยยิ้มจางก่อนลูบเบา ๆ ยังปลายจมูกนุ่มของม้าตัวนั้นอย่างนึกเอ็นดู

           " แบ่งเป็นคนละเจ็ดดอกแล้วกันนะเจ้าคะ จะได้เท่ากัน.. ส่วนดอกที่เหลือก็ให้เจ้าม้าตัวนี้ที่อุตส่าห์ห้อตะบึงพาท่านหลี่มาแต่ก็เสียเที่ยวเช่นนี้แล้วกันนะเจ้าคะ "

           จบคำตัวจิ้นอิ๋งก็ส่งรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรขึ้นคืนหาแก่อีกบุรุษก่อนจะค้อมตัวลาและอวยพรให้อีกฝ่ายเดินทางกลับจินหยางอย่างปลอดภัย ส่วนตัวนางก็เดินกลับขึ้นม้าเฮยเซ่อและเดินทางกลับสู่เรือนของตนเพื่อแจ้งถึงการส่งจดหมายถึงเจ้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วแก่ผู้ติดตามทั้งสองของนางเช่นเดียวกัน..



รับช่อดอกไม้ (ดอกโบตั๋น) มา 1 ช่อ ทั้งหมด 15 ดอก
แบ่งคืนดอกโบตั๋นให้ [013] หลี่ปู้ จำนวน 8 ดอก

ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [013] ธาตุไม้ - ข่มเรา
ค่าชื่อเสียง : -5 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนหัวคลั่ง
และ +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-11-6 08:59:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          "ใกล้ถึงเมืองซีเหอแล้ว"

          ตอนนี้ก็อยู่นอกเมืองเท่านั้น มือปราบหวังกล่าวทั้งหันไปหาผู้ร่วมเดินทางเพื่อมายังซีเหอ ดูเหมือนการเดินทางครั้งนี้จะใช้เวลาไม่นานเท่าที่คิดเอาไว้ ส่วนหนึ่งคือไม่ได้หยุดพักมากกระมัง สายตาพลันสอดส่องหาสตรีเพียงคนเดียว ก็ได้เห็นว่านางเอาแต่สนใจแมวเฉกเช่นทุกที จึงไม่ได้สนใจที่จะเอ่ยทักทายอะไรมาก

          "ท่านเซียนเหอบอกว่าจะพาพยานมารอที่ซีเหอต้องไปพบเขาก่อนหรือไม่เจ้าคะ.." จ้าวเพ่ยกล่าวถามขึ้นมาด้วยความสงสัยนางเองก็ไม่อยากจะทำให้ตัวเองดูเป็นคนที่ ส.เสือ สักเท่าไหร่แต่นางก็มีส่วนในการดำเนินการก็ต้องการที่จะรู้เรื่องนี้บ้าง

          "รอถึงซีเหอก่อน ข้าเองยังไม่ได้คิดถึงส่วนนั้น"

          "เจ้าค่ะ.." นางตอบรับอย่างง่ายดายโดยไม่คิดจะพูดต่อความให้มือปราบลำคาญ พลันสายตามองไปยังเหล่าสามพี่น้องที่เดินทางมาด้วนกัน ก็เกิดอยากจะนึกชวนคุยระหว่างทางอย่างที่ทำตอนออกจากโรงเตี๊ยม แต่นางหมดเรื่องที่จะคุยนี่สินะ..

          เรื่องสุรา สตรี หรือแม้แต่สหาย จ้าวเพ่ยไม่สามารถร่วมวงสนทนาด้วยเลย ทำได้แค่คอยบริการขนมและปลีกตัวออกมาเพียงเท่านั้น หญิงสาวยืดหลังเล็กน้อยพลันเอียงคอเพื่อคลายความเมื่อยก่อนจะก้มลงไปหาเสี่ยวเฮยที่เงยหน้าขึ้นมามองตนและร้องขึ้นมาเพื่อที่จะออดอ้อนเจ้านายคนโปรดสักหน่อย

          "แมวของแม่นางน่ารักนะ.."

          "เจ้าเสี่ยวเฮยนี่หรือ.. " นางกล่าวถามถึงคนเริ่มบทสนทนาเกี่ยวกับแมวตัวดำของนาง พลางยกขาหน้าให้เห็นถึงเสี่ยวเฮย "เป็นแมวหลงเจ้าค่ะ เห็นว่าผอมโซมากจึงเก็บมาเลี้ยง"

          "ดูท่าไม่ผอมแล้วกระมั้ง.. แม่นางคงเลี้ยงมาดี"

          "นางเลี้ยงจนเสียแมวไปแล้วขอรับ.." ซุนหยางกล่าวเสริมทั้งมองมาทางจ้าวเพ่ย "หากไม่ใช่ของที่มันอยากกินจะไม่กิน ทั้งยังติดอุ้มด้วย"

          "ขอข้าอุ้มแมวแม่นางได้หรือไม่" หลิวเป้ย์พยายามจะพูดคุยกับสตรีหนึ่งเดียวเพื่อละลายพฤติกรรมตั้งแต่อยู่ที่โรงเตี๊ยม เพื่อจะไม่ให้นางประหม่าเกินไปยามอยู่ในกลุ่มผู้ชาย เพราะเห็นนางปลีกตัวตั้งแต่ตอนแรกที่พบกันก็รู้ว่าจ้าวเพ่ยไม่สามารถเข้าร่วมวงสนทนาได้ทั่วไปหาไม่คุยเรื่องคดีความหรือเรื่องทั่วไปที่รู้กันแค่พื้นๆ

          "เจ้าเสี่ยวเฮยกลัวคนแปลกหน้าเจ้าค่ะ ข้าขออภัย"

          "ไม่เป็นไร.." เมื่อนางกล่าวปฏิเสธเช่นนั้นก็เข้าใจ อย่างน้อยๆเห็นท่าทางแมวไม่เข้ากับใครเลยนอกจากนางก็ไม่คะยั้นคะยออีก "ดูแมวคล้ายกับแม่นางดีนะ"

          "คล้ายหรือเจ้าคะ.." จ้าวเพ่ยนำแมวหันหน้ามาหาตนเพื่อสำรวจว่ามีส่วนคล้ายตามที่หลิวเป้ย์บอกหรือไม่ แต่เมื่อนางสำรวจอย่างไรก็ไม่รู้ว่ามีส่วนใดคล้ายกันอยู่ดี

          "แม่นางผมดำขลับตาสีอำพัน คล้ายเจ้าเสี่ยวเฮยของแม่นางนั่นแหละ"

          "ตาข้า.. สีอำพันหรือเจ้าคะ"

          "ไม่ได้หมายความเช่นนั้นแม่นาง ตาแม่นางสีอ่อน อ่อนจนบางทีก็มองคล้ายว่าเป็นสีอำพันไป" จางเฟย์กล่าวเสริมเมื่อเห็นว่าจ้าวเพ่ยดูตกใจจนคิดว่าร่างกายตัวเองเปลี่ยนแปลงไป ครั้นนึกขำกับกิริยาของสตรีนางนี้ไปอีกคน

          "ก็มีคนบอกข้าอยู่นะเจ้าคะว่าตาน่ากลัว คล้ายถูกสัตว์ป่ามองอาจจะเป็นเช่นนี้กระมัง"

          "แม่นางคิดมากไป.. ข้าว่าออกจะสวยน่าค้นหาดี"

          "ขอบคุณเจ้าค่ะ"

          เสี่ยวเฮยได้ยินคนสนทนากันก็ร้องเงี๊ยวออกมาและตะกุยจ้าวเพ่ย ตากลมโตของมันมองมาทางจ้าวเพ่ยราวกับว่าต้องการจะกิน ทำให้จ้าวเพ่ยนึกขึ้นมาได้

          "หิวกันหรือไม่เจ้าคะ.. ข้าจะได้นำขนมมาให้พวกท่าน"

          "ใกล้จะถึงซีเหอแล้วไม่ต้องแล้ว"

          "สักนิดก็ยังดี" นางเองก็อยากจะคอยช่วยเหลือจนกว่าจะถึงที่หมาย เพื่อเป็นการขอบคุณที่เข้ามาช่วยเหลือเช่นกัน "จะได้ไม่หิวกันมาก"

          "แม่นาง.."

          "นะเจ้าคะ.."

          "แม่นางจ้าว มาหาข้าหน่อย" มือปราบหวังเอ่ยขึ้นมาจากด้านหน้าทำให้นางต้องหยุดค้นกระเป๋าเพื่อหาขนมก่อนและเงยหน้าขึ้นมองทุกคนขณะที่ม้ากำลังเคลื่อนตัวไปอย่างสม่ำเสมอ

          "ไปเถอะ.. มือปราบเรียกเจ้าน่ะ"

          "เจ้าค่ะ.." จ้าวเพ่ยปิดกระเป๋าเพื่อบังคับบังเหียนม้าให้เร่งเท้าเพื่อเดินไปเคียงกับมือปราบราวกับว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไรกับนางแต่ก็เงียบและหันมาหาเล็กน้อย

          "จะถึงซีเหออยู่แล้ว.. แม่นางทำตัวราวกับเป็นฟูเหรินใครสักคนแล้วคอยบริการสหายสามีซะอย่างนั้น"

          "ก็ข้าไม่อยากให้พวกเขาหิวนี่เจ้าคะ.. พาลจะคิดว่าข้าเป็นสตรีแต่ไม่ทำสมกับกุลสตรีเสียเลย"

          "แม่นางก็ทำตัวเป็นสตรีอยู่แล้ว.. แต่หากพวกเขาไม่ต้องการก็ไม่ต้องไปบังคับให้รับสิ.. อาหารบางชนิดก็ใช่ว่าทุกคนจะกินได้นะ.."

          เรื่องนั้นนางก็พอเข้าใจ จ้าวเพ่ยเองก็แพ้อาหารทะเลจนบางทีมีคนยื่นอาหารทะเลมาให้ก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไร หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อยราวกับเด็กถูกดุเพื่อรอรับการถูกต่อง่าแต่ดูเหมือนมือปราบหวังจะดูออกว่านางกำลังขอโทษตนทางอ้อมก็พยายามเปลี่ยนเรื่องคุยให้ไม่ให้นางรู้สึกอึดอัด

          "แล้วเมื่อครู่คุยเรื่องอะไรกันล่ะ.. เสี่ยวเฮียหรือ.."

          "เจ้าค่ะ.. พวกเขากล่าวว่าข้าเหมือนเสี่ยวเฮยด้วย"

          "แง๊ว!" เสียงเฮยร้องรับแทบจะทันที มันหาวจนตาหยีขณะจ้าวเพ่ยหัวเราะเล็กน้อยแล้วก้มลงลูบหัวแมวอย่างเอ็นดูในความน่ารัก

          "ท่านมือปราบว่าตาข้าเป็นสีอำพันอย่างที่พวกเขาว่าหรือไม่" จ้าวเพ่ยกล่าวถามก็เงยหน้าขึ้นเพื่อมองมือปราบ หญิงสาวเห็นคนที่นางหันตัวเข้าหาหันหน้ามาจ้องใบหน้านางทั้งสายตาของนางเองก็สะท้อนภาพของมือปราบบ่งบอกว่าตอนนี้นางก็มองอีกฝ่ายตาไม่กระพริบเช่นกัน "ท่านมือปราบ..?"

          "ตาเจ้าสวยดีนะ.. คล้ายสีอำพัน แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว"

          "โถ่.. จ้องขนาดนี้ข้าก็ตกใจนะเจ้าคะ"

          "ฮะๆ.." เขาหัวเราะเมื่อเห็นจ้าวเพ่ยพูดเช่นนั้น ชายหนุ่มเลือกจะบังคับม้าเพื่อพาทั้งหมดเขเาไปยังตัวเมืองซีเหอเสียก่อน อย่างน้อยๆก็ช่วยเหลือเจ้าเมืองซีเหอและสหายของเจ้าเมืองไม่ให้ถูกจ้าวเพ่ยคะยั้นคะยอให้รับขนมได้ก็ถือว่าสำเร็จดี


เอฟเฟคลักษณะนิสัยตัวละคร
มีตัญหา
+30 ความสัมพันธ์เมื่อเกี้ยวพาราสีอย่างมีชั้นเชิง
โลเล
-15 ความสัมพันธ์ กับคนที่กำลังจีบ

เอฟเฟคความสัมพันธ์ [174] หวังโก่วเจียง
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไฟ เกื้อหนุน ดิน
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [080] หลิวอวี้
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไม้ เกื้อหนุน ไฟ
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [012] หลิวเป้ย์
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไม้ เกื้อหนุน ไฟ
+5 ความสัมพันธ์ เมื่อปีนักษัตรเดียวกัน
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน

- ความสัมพันธ์ จากนิสัยทะเยอทะยาน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [015] กวน อวี่
-15 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุน้ำ ข่ม ไฟ
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน

- ความสัมพันธ์ จากนิสัยทะเยอทะยาน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [016] จาง เฟย์
+5 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุเดียวกัน
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อปีมะแมถูกโฉลกกับปีมะเมีย
[[หัวดี >> หัวคลั่ง]]
-5 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนหัวคลั่ง
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร / คลั่ง


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้