12
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป

[นอกเมืองไท่หยวน] โรงหมอสกุลชุน

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2021-10-5 20:14:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-9 00:37


⌜73⌟

บทที่ 13
สันโดษท่ามกลางเมฆา
ฉากที่ 8
                    
     
          “แฮ่ก.. แฮ่ก...!!”
         
          ม้าเหลียงถูกควบมาด้วยความเร็วสูงที่สุดเท่าที่กำลังจะไหว ในตอนนี้ผู้ที่บังคับม้าไม่ใช่เด็กหนุ่มที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่เบื้องหน้า แต่เป็นเด็กสาวชาวบ้านที่เสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบเลือดที่ไม่ใช่ของนางเองแม้สักหยด หนทางจากหุบเขาจู้อวิ๋นไปยังไท่หยวนช่างยาวไกล แต่ก็คงใกล้กว่าจะต้องย้อนกลับไปทางเดิมที่ไม่ปลอดภัย
         
           ช่างบังเอิญเสียจริงที่ระหว่างทางมีโรงหมอแห่งหนึ่งตั้งอยู่ อาณาบริเวณกว้างใหญ่จนคิดว่าเป็นตำหนักของผู้รากมากดีที่ไหนมาปลูกเอาไว้ที่นอกเมือง ที่รู้ได้ว่าเป็นโรงหมอก็เพราะว่ามีป้ายตัวเบ้อเร่อเขียนเอาไว้ว่าคือ ‘โรงหมอสกุลชุน’ ในสมองเฟินเยว่ไม่ทันคิดว่าจะเป็นที่เดียวกับสถานที่ส่งของหรือไม่เพราะนางเข้าใจมาตลอดว่าโรงหมอควรจะอยู่ที่ในเมือง ไม่รอช้านางชักหัวม้าเข้าไปด้านหน้าประตูใหญ่ในทันที
         
          “ท่านหมอเจ้าคะ!! ท่านหมอ!! ท่านหมออยู่หรือไม่เจ้าคะ รบกวนช่วยรักษาคนเจ็บด้วยเจ้าค่ะ!!”
         
          ลงจากม้ามาได้เด็กสาวก็ตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงดังด้วยอาการร้อนรน เมื่อทำอะไรไม่ถูกเด็กสาวก็เริ่มที่จะฟูมฟายออกมาอีกครั้งเหมือนเด็ก ๆ ราวกับว่าความเข้มแข็งทั้งหมดที่เคยมีมาได้พังทลายลงไปชั่วพริบตา
         
          “ใครกันที่มาโหวกเหวกโวยวายที่หน้าจวน”
         
          สุภาพบุรุษในชุดสีเหลืองอำพันปรากฏกายขึ้น ในมือของเขาถือพัดขนนกปิดหน้าเหลือเพียงแค่เสี้ยวตา แต่เห็นแค่นั้นก็รู้ได้เลยว่ากำลังอยู่ในอาการไม่พอใจ แต่กระนั้นเขาก็ออกมาดู
                    
          “ท่านคือท่านหมอใช่หรือไม่เจ้าคะ ได้โปรดช่วยสหายข้าด้วย เขาถูกโจรทำร้ายมาเจ้าค่ะ!”
         
          เด็กสาวกล่าวอ้อนวอนพร้อมกับประคองร่างที่ไม่ได้สติลงมาจากหลังม้า ตงฮั่วยังมีลมหายใจแม้จะแผ่วบางแต่ทว่าหน้าอกอันแข็งแกร่งที่เต็มไปด้วยแผลเป็นทั้งเก่าและใหม่ยังคงกระเพื่อมไหว ซ้ำยังเสียงละเมอที่ขาดหายเป็นช่วง ๆ
         
          “ปลา..ลิ่น …อึก! ปลา.. ชิง”
         
          ไม่รู้ว่าจะนึกโกรธดีหรือไม่ที่แม้ยามสลบแต่อีกฝ่ายก็ยังละเมอออกมาเป็นชื่อสิ่งของที่เขาหมกมุ่น
         
          “ฮาห์.. หม้อไฟ..”
         
          “เจ้าค่ะตงฮั่ว เอาไว้ถ้าหายแล้วเราไปตกปลาแล้วก็ทานหม้อไฟกันนะเจ้าคะ!”
         
          “ไม่.. วันนี้.. ก่อน.. เที่ยงคืน..”
         
          คนไร้สติยังพึมพำสนทนาโต้ตอบได้เช่นนี้ก็แปลว่าเขาไม่น่าจะเป็นอะไรมาก หรือในอีกแง่แปลว่าอีกฝ่ายสาหัสเสียจนสติหลอนไปแล้ว..
         
          “บาดแผลสาหัสมาก เสี่ยวเอ้อร์! นำเปลออกมารีบพาเขาเข้าไปด้านใน!”
         
          ชายในชุดเหลืองตะโกนสั่งลูกน้อง แล้วไม่นานผู้ช่วยพยาบาลร่างกายกำยำสองคนก็หิ้วเปลมาช่วยแบกตงฮั่วเข้าไปที่ด้านใน
         
          “อย่าลืม.. ปลา.. ก่อนเที่ยงคืน..”
         
          เสียงของเด็กหนุ่มดังแว่วเป็นครั้งสุดท้ายราวกับคำสั่งเสีย ได้ยินดังนั้นเด็กสาวก็ยิ่งสับสน ในยามนี้นางควรจะอยู่เป็นกำลังใจให้เขาถึงจะถูก แต่หากว่านั้นเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าจนแม้แต่หมดสติก็ละเมอออกมาล่ะก็เด็กสาวก็ยิ่งจะต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
         
          เฟินเยว่ทำท่าจะเดินตามเข้าไปที่ด้านในแต่ทว่าชายชุดเหลืองก็เข้ามาขวางเอาไว้ด้วยสีหน้ารำคาญใจ
         
          “ญาติผู้ป่วยรอด้านนอก เข้ามาก็มีแต่จะเกะกะการรักษา”
         
          สิ้นเสียงประตูห้องพยาบาลก็ปิดปังใส่หน้าทันที
         
          “อึ๋ย..”
         
          เด็กสาวสะดุ้งไหล่ นางกระวนกระวายใจเดินวนหน้าประตูอยู่เป็นสิบรอบ หรือว่านางควรจะออกไปตกปลาระหว่างรอจริง ๆ แต่เด็กสาวผู้ไม่ชำนาญทางไม่รู้ว่าแหล่งน้ำอยู่หนใด ทว่าก็จำใจออกไปตามหาเพื่อทำความปรารถนาของสหายให้เป็นจริง โชคดีที่มีบุรุษพยาบาลคนหนึ่งผ่านมาทางนี้พอดี
         
          “ขออนุญาตเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าแถวนี้พอจะมีแหล่งน้ำให้ตกปลาได้บ้างหรือไม่เจ้าคะ โดยเฉพาะปลาลิ่น ปลาชิง.. อะไรทำนองนี้น่ะเจ้าค่ะ”
         
          “มีขอรับแม่นาง ทางตะวันออกห่างจากนี้ไปครึ่งลี้จะมีบึงน้ำอยู่ขอรับ”
         
          “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ”
         
          เฟินเยว่รีบค้อมศีรษะแล้วขึ้นมาควบออกไปในทันที ปล่อยให้บุรุษพยาบาลผู้นั้นงงเป็นไก่ตาแตกว่าทำไมญาติผู้ป่วยถึงได้มาถามถึงแหล่งประมง นี่เป็นเรื่องที่ชีวิตนี้เขาแทบไม่เคยเจอมาก่อนเลย...
         
        
.
.
.



อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
+15 EXP จากการโรลทำงาน หรือ โรลเดินทางช่วงค่ำ (เรียลไทม์)




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-10-8 00:29:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-9 00:43

   
⌜79⌟
      
บทที่ 14
คราวดีในเคราะห์ร้าย
ฉากที่ 1
เควส (2) ส่งสมุนไพรแก่โรงหมอ (ประจำวัน)
                    
   
          เฟินเยว่กลับไปที่โรงหมอสกุลชุนในรุ่งสางของอีกวันโดยนางมาพร้อมกับปลาลิ่นเต็มสองมือ เมื่อคืนเด็กสาวมุตกปลาจนถึงฟ้าสาง สีหน้าอิดโรย ดวงตาแดงช้ำ แม้แต่ปลายจมูกก็บวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนักมาตลอดทั้งคืน นางพยายามจะตกปลาที่สหายขอร้องมาให้ได้ แต่ปลาที่นางตกได้มีแต่ปลาลิ่น ไม่มีปลาชิงเลยสักตัว นอกจากการที่สหายบาดเจ็บสาหัสแล้ว ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่อาจทำความคาดหวังของตงฮั่วให้สมหวังได้ นางจึงร้องไห้หนักจนใบหน้ายับเยิน ทว่ายามเมื่อต้องเข้าสังคมก็จำต้องปั้นหน้าฝืนยิ้มไปก่อน
         
          “ข้าขอเข้าไปเยี่ยมสหายได้หรือเปล่าเจ้าคะ”
         
          เฟินเยว่ขออนุญาตหมอหนุ่มที่ท่าทางน่ากลัวคนนั้นเพื่อขอพบกับสหาย ไม่รู้ว่าป่านนี้เด็กหนุ่มจะเป็นอย่างไรบ้าง จะฟื้นแล้วหรือยัง ตอนนี้นางรู้แค่ว่าตงฮั่วพ้นขีดอันตรายมาได้แล้วแต่อาการก็ยังถือว่าหนัก ตามตัวมีบาดแผลหลายจุด เลือดยังไม่หยุดไหลดี และมีอาการช้ำในจากการโดนฝ่ามือกระแทกเข้ากลางท้อง คงต้องนอนพักที่โรงหมอไปสักระยะ
           
          “ตามสบาย แค่ไม่ทำเสียงดังรบกวนก็พอ”
         
          “ขอบพระคุณเจ้าค่ะ แล้วก็เอ่อ.. ข้าขอยืมครัวทำอะไรให้เขาทานด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ สหายข้าไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้าเมื่อวาน เป็นห่วงเขาเหลือเกินเจ้าค่ะว่าเขาจะหิวหรือเปล่า”
         
          เด็กสาวคิดว่าสหายหนุ่มตัวใหญ่ของนางน่าจะหิวข้าวไม่มากก็น้อยเมื่อฟังจากสิ่งที่เขาละเมอออกมา ไม่ใช่แค่ปลาแต่ยังมีคำว่า ‘หม้อไฟ’ อีกด้วย
         
          “ชิ...” คุณหมอชุนเดาะลิ้นเหมือนรำคาญ เพยิดหน้าไปอีกทางด้วยความไม่พอใจ ท่าทางนั้นทำเอาเด็กสาวแทบจะหดหัวเข้าไปในเสื้อ “ได้ แต่เจ้าต้องไปหาวัตถุดิบมาทำเอง ห้ามทำเลอะเทอะ แล้วก็ห้ามทำเสียงดัง มีอะไรก็ถามผูุ้ช่วยพยาบาลเอา”
         
          กล่าวจบหมอหนุ่มก็เดินจากไปในทันที เอาเป็นว่าในเมื่อท่านหมออนุญาตแล้วก็ขอใช้งานโดยจะพยายามไม่ทำอะไรให้เลอะเทอะ แต่ก่อนหน้านั้นเด็กสาวขอเข้าไปดูอาการของสหายก่อนว่าเขาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
   
   
[ ..เพลงประกอบเพื่ออรรถรส.. ]
            
   
          ร่างสูงใหญ่กำยำของเด็กหนุ่มนอนเหยียดตรงอยู่บนเตียงพยาบาลที่มีเพียงแค่ผ้าผืนบางที่รองแผ่นหลังแทนฟูกนอน ร่างกายของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยผ้าพันแผล โลหิตสีชาดซึมออกมาย้อมผ้าขาวให้กลายเป็นสีแดงในบางจุด ไม่ใช่แค่ลำตัวแต่ใบหน้ายังมีรอยแผลพาดที่ข้างแก้ม ไม่รู้ว่านั่นจะทำให้เกิดเป็นแผลเป็นเพิ่มหรือไม่ ลมหายใจที่พรั่งพรูเข้าออกมีกระแสเสียงของความเจ็บปวดดังลอดออกมาให้ได้ยิน แม้ร่างกายจะหลับไม่ได้สติแต่คงจะปวดบาดแผลอยู่ไม่น้อย
           
          เมื่อเห็นคนสำคัญอยู่ในสภาพย่ำแย่ หยาดน้ำก็กลั่นขึ้นที่หัวตาก่อนที่จะไหลลงมาอาบสองแก้มอีกครั้ง เฟินเยว่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปากตัวเองไม่ให้เผลอสะเอื้อนไห้จนเกิดเสียง นางทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงที่ตงฮั่วนอนอยู่ แม้ไม่มีเสียงดังเล็ดลอดออกมาแต่ทว่าร่างกายของเด็กสาวสั่นสะท้านจนตัวโยน โดยปกติสาวน้อยจากอันติงผู้นี้จะจิตใจเข้มแข็งอยู่เสมอ จะร้องไห้ก็เพียงไม่กี่ครั้ง หนึ่งเมื่อรู้ว่าบิดามารดาเสียไปแล้ว สองคิดถึงพี่ชายที่ออกจากบ้านในช่วงแรก ๆ สามการเสียชีวิตของแม่บ้านเล่อที่เลี้ยงดูนางมาตั้งแต่เล็ก ๆ และครั้งล่าสุดก็คือครั้งนี้ที่เพื่อนคนสำคัญถูกทำร้ายไปต่อหน้าต่อตา
                    
          ‘ตงฮั่ว ข้าขอโทษนะที่ตกปลาชิงมาให้ไม่ได้..’
         
          ยิ่งคิดถึงการกระทำอันสูญเปล่าของตัวเองเมื่อคืนนี้นางก็ยิ่งผิดหวังกับตัวเอง เด็กสาวก็ยิ่งสะอื้นหนักขึ้นจนมีเสียงเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากจนต้องกัดปากสะกัดกลั้นอารมณ์เอาไว้
         
          ‘ไม่เอา จะร้องไห้ไม่ได้นะ! ถ้าตงฮั่วตื่นขึ้นมาเห็นสภาพนี้จะทำยังไง..’
         
          เด็กสาวพยายามสะกดกลั้นปาดน้ำตาพร้อมกับทั้งสูดน้ำมูกที่อุดตันทั้งสองรูจมูกไม่ให้ไหลเยิ้มอุจาดตา นางหันไปมองสหายหนุ่มผู้เป็นคู่หูอีกครั้งหนึ่ง ปลายนิ้วเรียวลูบไล้ไปที่หางคิ้วแตกจากการต่อสู้ที่ซื่อซิน เด็กหนุ่มมีปฏิกิริยา เขาขมวดหัวคิ้วเข้าหากันทว่าก็ยังไม่ลืมตาตื่น
         
          “ตงฮั่วจะต้องรีบหายแล้วก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมนะเจ้าคะ”
         
          เฟินเยว่พยายามคลี่ยิ้มบอกแก้ผู้ที่ยังนอนหลับอยู่ก่อนที่จะปลีกตัวออกมาอย่างเงียบเสียงเพื่อทำอาหารบางอย่างให้สหายเมื่อเขาตื่นนอนขึ้นมาจะได้รับประทานในทันที
         
          นางอยากตามใจสหายทำอาหารในรายที่ตงฮั่วอยากทาน ทว่าหม้อไฟดูจะไม่เหมาะกับผู้ป่วยอาการสาหัส นางจึงเลือกทำอาหารประเภทแกงที่ทานง่ายกว่าแทน อยู่ด้วยกันมานานเฟินเยว่รู้ดีว่าสหายเป็นคนตัวใหญ่กินจุ ครั้นจะให้ทานแต่น้ำแกงเปล่า ๆ เห็นทีคงไม่ได้ จึงเลือกทำต้มกระต่ายเบญจมาศมาบำรุงเขาโดยดัดแปลงจากเนื้อกระต่ายเป็นเนื้อหมูเนื้อไก่แทนในเวลาแบบนี้ไม่มีอารมณ์ไปออกล่า
         
          แกงชนิดนี้มีวิธีการทำที่แตกต่างจากแกงจืดต้าฮั่นทั่วไปด้วยมาจากนอกด่านอันไกลโพ้น เฟินเยว่ไม่รู้วิธีการแน่ชัดว่าเป็นอย่างไร นางจึงปรับปรุงให้เป็นของตนเองโดยยังคงของแกงจืดชนิดอยู่นั่นก็คือเคี่ยวให้เนื้อเปื่อยนุ่ม ใส่มันเทศและผักอื่น ๆ ลงไปเพื่อให้แกงข้นหนืด และไม่ลืมที่จะใส่ดอกเบญจมาศลงไปเพื่อให้ได้กลิ่นที่เข้มข้นขึ้น เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วก็จัดเก็บครัวให้สะอาดเรียบร้อยท่านหมอจะได้ไม่ตำหนิเอา
         
          นางถือแกงหมูไก่เบญจมาศกลับไปยังห้องพักผู้ป่วย และเมื่อกลิ่นหอมของอาหารโชยมาดวงตาที่ปิดสนิทก็ค่อย ๆ ลืมตื่นขึ้นมา สมกับเป็นตงฮั่วจริง ๆ
         
          “หิวข้าว..”
         
          คือคำแรกที่หลุดออกมาจากปากของผู้ป่วยที่นอนซม ได้ยินแบบนั้นเฟินเยว่ก็หัวเราะออกมาอย่างปิติ หากว่ารู้สึกหิวก็แปลว่าอีกฝ่ายฟื้นจากอาการสาหัสขึ้นมามากแล้ว
         
          “พอดีเลยเจ้าค่ะ ข้าเพิ่งจะทำแกงหมูไก่เบญจมาศมาลองชิมดูนะเจ้าคะ”
         
          ตงฮั่วเหลือบสายตามองเด็กสาวที่นั่งลงข้างเตียงจัดแจงน้ำท่าให้พร้อมเพื่อป้อนข้าวผู้ป่วย
         
          “เยว่เอ๋อร์ ทำไมเจ้าหน้าตาบวม ๆ ” เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เหมือนล่องลอยในอากาศจากการมึนยาสูตรประหลาดที่ท่านหมอปรุงมาให้เพื่อบรรเทาอาการปวด มันช่วยระงับอาการก็จริงแต่ผลตกค้างของยาทำให้ในหัวของเขามึนเบลอชอบกลจนจับต้นชนปลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ช้า แต่แล้วหัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างขึงขังเมื่อนึกออก “เมื่อวาน.. เจ้า โดนทำร้ายมาอย่างนั้นเหรอ” พยัคฆ์หนุ่มกัดฟันพูดออกมาอย่างเคียดแค้นโจรพวกนั้น
         
          “เปล่าเจ้าค่ะ ข้าแค่...” เฟินเยว่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ ในการต่อสู้นางแทบไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ นอกจากการที่เท้าเตะหิน แต่ว่ามันก็หายดีแล้ว แต่จะให้นางบอกว่าร้องไห้จนหน้าบวมก็คงไม่ได้ “ข้า.. คงจะแพ้อากาศนิดหน่อยน่ะเจ้าค่ะ แหะ” เด็กสาวเลือกที่จะโกหกทั้งที่รู้สึกผิดอยู่ในใจ แต่เป็นการโกหกอันขาวสะอาดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องเป็นห่วง ก็หวังว่าจะไม่เป็นบาปที่หนักหนา
         
          “จริงหรือเปล่า.. ถ้าใครรังแกเจ้าต้องรีบบอกข้านะ ...รู้ไหม”
         
          สีหน้าคนเจ็บดูจะเป็นห่วงนางยิ่งกว่าห่วงตัวของเขาเองมันยิ่งทำให้จิตใจของเด็กสาวเจ็บปวดจนน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะการที่เขาอยากจะปกป้องถึงทำให้ตัวเองต้องบาดเจ็บเจียนตาย แต่เด็กสาวก็พยายามสูดหายใจสะกัดกั้นอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ เอาไว้เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่มีรอยยิ้มแม้จะเต็มไปด้วยร่องรอยของความเศร้าหมอง สาวน้อยค่อย ๆ พยุงร่างหนาขึ้นมานั่ง ใบหน้าของตงฮั่วดูจะปวดแผลอยู่ไม่น้อยจากฤทธิ์ยาแก้ปวดที่หมดลงไป แต่เขาพยายามเก็บอาการจนแทบจะไม่แสดงออกมาให้เห็นหากว่าไม่ได้สังเกตดี ๆ
         
          “ไม่มีหรอกเจ้าค่ะ ตงฮั่วน่าเกรงขามขนาดนี้ แค่เห็นหน้าทุกคนก็เกรงกลัวกันหมดแล้ว”
         
          “ขนาดนั้น? แต่ก็ดี... ถ้าเป็นจริงจะได้ไม่มีพวกน่ารำคาญกล้ามาแหยม”
         
          เฟินเยว่ทำทีหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนที่จะยกช้อนขึ้นมาตักน้ำแกงเตรียมป้อน แต่ทางฝ่ายชายกลับยื่นคอหนี
         
          “เอ๋ ทำไมล่ะเจ้าคะ?”
         
          “ข้ากินเองได้”
         
          พอเขาพูดแบบนั้นเฟินเยว่ก็วางช้อนลงในถ้วยแกงก่อนจะยื่นส่งด้านหน้าให้อีกฝ่ายได้ตักทานเองโดยที่นางยังประคองถ้วยแกงเอาไว้ด้วยสองมือ ตงฮั่วพยายามยกแขนขึ้นมาตักน้ำแกงเนื้อเปื่อยเข้าปากทาน แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะไม่เป็นใจเอาเสียเลย มือที่เคยเปี่ยมไปด้วยพละกำลังในตอนนี้แค่ช้อนแกงเบา ๆ ก็ยังยกไม่ขึ้นจนเผลอจะทำหกเด็กหนุ่มจึงถอดใจ
         
          “เฮ้อ.. หงุดหงิดเป็นบ้า..”
         
          “ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าป้อนให้เองเจ้าค่ะ”
         
          สุดท้ายก็ไม่วายที่เฟินเยว่ต้องเป็นคนดูแล ด้านตงฮั่วดูเขิน ๆ ที่ถูกป้อนอาหารแต่ว่าเขาก็ยอมทานแต่โดยดี คำแรกยังดูอายอยู่ แต่คำที่สามสี่ห้าความเขินทุกอย่างก็หดหายไปเหลือแต่เพียงอาการที่บ่งบอกว่าอยากอาหารเป็นอย่างมาก น่าเสียดายจริง ๆ ที่ไม่ได้ทำหม้อไฟมาให้ เอาไว้ถ้าหายป่วยคงได้เลี้ยงกันดี ๆ
         
          “ตงฮั่วเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะสารภาพ.. คือว่า” เฟินเยว่อ้ำอึ้ง รู้สึกว่าพูดออกมาได้ยาก แต่ก็ต้องพูดออกมาอยู่ดี “คือว่าข้า.. ตกปลาชิงมาให้ท่านไม่ได้ก่อนเที่ยงคืน...”
         
          “หืม? ปลาชิงอะไร?”
         
          “ก็ที่ตงฮั่วพูดก่อนจะสลบไป ตกปลาลิ่น ปลาชิง หนึ่งร้อยตัว ก่อนเที่ยงคืน.. คือว่าข้าตกมาได้แค่ปลาลิ่นน่ะเจ้าค่ะ ส่วนปลาชิงข้าไม่...”
         
          “ข้าเคยพูดอะไรแบบนั้นออกไปด้วยเหรอ?”
         
          เด็กหนุ่มถามกลับ ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงมีแต่ความงุนงงสงสัย เฟินเยว่เชื่อว่าสหายไม่มีทางโกหกด้วยสีหน้าเช่นนี้ได้แน่น เพราะฉะนั้นบางทีอาจจะเป็นจิตใต้สำนึกของเด็กหนุ่มล้วน ๆ ไม่ผ่านการวินิจฉัยของตัวเอง ยิ่งเห็นท่าทางนั้นก็รู้สึกเอ็นดูอีกฝ่ายขึ้นเป็นเท่าตัว
         
          “แต่ว่าเจ้าไปตกปลาลิ่นเพียงคนเดียวเลยเหรอ.. ลำบากแท้ ๆ ทั้งที่เป็นแค่ความปรารถนาของข้าเพียงคนเดียว”
         
          “ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ถ้าเป็นความปรารถนาของตงฮั่วก็ถือว่าเป็นความปรารถนาของข้าเช่นกันเจ้าค่ะ หากว่าตงฮั่วไม่ติดใจที่ตกปลาชิงไม่ทันก็ขอบคุณมากเจ้าค่ะ”
         
          “จะไปติดใจอะไรเจ้าได้ล่ะ ถึงจะเสียดายที่ทำเรื่องท้าทายนั้นไม่สำเร็จด้วยตัวเองก็เถอะนะ แต่ข้าคิดว่า.. เดี๋ยวก็คงจะได้มาเองนั่นแหล่ะปลาชิงน่ะ”         
         
          “จริงด้วยเจ้าค่ะ ถ้าไปตกปลาที่แม่น้ำหงชุนล่ะก็จะต้องได้ปลาชิง--...” พูดถึงตรงนี้ใบหน้าของเด็กสาวก็ถอดสี ลืมไปเสียเลยว่านัดกับบัณฑิตเหลียงเอาไว้และเขาก็น่าจะมาถึงวันนี้ “เอ่อ.. ข้าต้องรีบไปแจ้งข่าวให้คุณชายเหลียงทราบด้วยจะได้ไม่ต้องรอ ถ้าส่งจดหมายวันนี้จะไปถึงเหอไน่ตอนไหนนะ..”
         
          เฟินเยว่แสดงอาการล่กออกมาให้เห็น คนป่วยเห็นแบบนั้นเขาก็ขำออกมา แต่หัวเราะแรงไม่ได้เกร็งท้องแล้วเจ็บแผล
         
          “ถ้าอย่างนั้นก็ไปส่งข่าวก่อนเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้หรอกข้าไม่เป็นอะไร”
         
          “จริงหรือเจ้าคะ..”
         
          เด็กสาวยังคงถามด้วยความเป็นห่วง ในตอนนี้นางไม่อยากจะคลาดสายตาจากอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย กลัวว่าหากห่างจากเข้าไปอีกฝ่ายจะได้รับอันตรายแล้วนางมาช่วยเอาไว้ไม่ทัน แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นโรงหมอที่ดู ๆ ไปแล้วมีการป้องกันแน่นหนาราวกับปราการก็เถอะ
         
          “จริงสิ ข้าสัญญาเลยก็ได้ว่าจะรอเจ้าตรงนี้ จะไม่ไปไหนจนกว่าเจ้าจะกลับมา ตกลงไหมล่ะ”
         
          “ถ้าอย่างนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” เด็กสาวเกี่ยวนิ้วก้อยทำสัญญากับอีกฝ่ายเหมือนเป็นเด็ก “แต่ต้องทานน้ำแกงให้หมดก่อนนะเจ้าคะ”
           
          “ก็ได้ เจ้านี่นะ ทำตัวอย่างกับแม่” ตงฮั่วกล่าวแซวก่อนที่จะทานเนื้อที่เด็กสาวป้อนให้เคี้ยว ๆ กลืน “ว่าแต่ที่นี่คือโรงหมอตระกูลชุนหรือเปล่านะ? เจ้าได้ส่งของไปแล้วหรือยัง?”
         
          “อ๊ะ!..” เด็กสาวทำหน้าตกใจจนชายหนุ่มรี่ตามอง “ข้าลืมเรื่องนี้ไปเลยเจ้าค่ะ ไม่ได้ล่ะจะต้องรีบนำสมุนไพรไปส่งให้เขา”
         
          “เจ้าเนี่ยนะ” เด็กหนุ่มขยับยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า ก่อนที่จะทานแกงเนื้อเบญจมาศคำสุดท้าย “ข้ากินหมดแล้วรีบไปเลย”
         
          “เจ้าค่ะ แล้วข้าจะรีบกลับมานะเจ้าคะ!”
         
          หลังจากที่ทานอาหารหมดเด็กสาวก็ป้อนน้ำป้อนยาให้สหาย ให้เขาได้นอนพักผ่อนดี ๆ ก่อนที่จะนำถ้วยชามไปล้างเก็บแล้วไปที่ม้านำถุงสมุนไพรบัวหิมะและโสมร้อยปีจำนวนห้าชุดออกไปส่งแก่บุรุษพยาบาลคนหนึ่ง
         
          “เอ่อคือ.. ข้ามาส่งของแทนเถ้าแก่หวังน่ะเจ้าค่ะ ถ้าอย่างไรช่วยประทับตราให้หน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ?”
         
          “ขอบคุณขอรับแม่นาง รอสักครู่..” บุรุษผู้นั้นรับนำยาไปเก็บพร้อมกับนำกระดาษที่ให้มาประทับตราของโรงหมอตระกูลชุน “เสร็จแล้วขอรับ”
         
          “ขอบคุณมากนะเจ้าคะ”
         
          หลังส่งของเสร็จเด็กสาวก็รีบรุดไปที่เมืองเพื่อเขียนจดหมายแจ้งข่าวต่อ
            
.
.
.
        



ตัวละครหลัก ซุน เฟินเยว่

ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ

อัตลักษณ์อัจฉริยะ
+30 EXP จากการโรลทำงาน

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
+15 EXP จากการโรลทำงาน หรือ โรลเดินทางช่วงค่ำ (เรียลไทม์)

เอฟเฟคความสัมพันธ์
[152] ซู ตงฮั่ว
มอบ ซุปกระต่ายเบญจมาศ
+10 ความสัมพันธ์ จากการคนธาตุและปีเดียวกัน
+10 ความสัมพันธ์กับขุนนางในสภา (ขยัน)
-10 ความสัมพันธ์กับขุนนางในสภา (ผิวเป็นฝ้ากระ)

-------------------------------
ส่งมอบ บัวหิมะ 5 หัว
และ โสมร้อยปี 5 หัว ให้โรงหมอ



ใช้งาน [152] ซู ตงฮั่ว

ลักษณะนิสัยรักสันโดษ
-10 ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

อัตลักษณ์แข็งแรง
+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจ

อัตลักษณ์แผลเป็น
+5 ความสัมพันธ์กับผู้ที่สนใจ














←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-10-9 00:07:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-9 00:44

     
⌜81⌟
บทที่ 14
คราวดีในเคราะห์ร้าย
ฉากที่ 3
                              
          หลังจากที่ไปส่งจดหมายในเมืองเสร็จเฟินเยว่ก็ขี่ม้ากลับมายังโรงหมอตระกูลชุนเพื่อดูอาการของตงฮั่วโดยที่ยังไม่ได้ทานอาหารเช้าและยังไม่นอน แต่ตอนนี้เด็กสาวรู้สึกพะว้าพะวงจนทานอะไรไม่ลงแม้สักอย่างเดียว ตอนนี้ร่างกายรู้สึกเบาโหวง ในหัวก็ตื้อไปหมด ทั้งไม่ได้พักผ่อนและร้องไห้หนักจนเกินไป
         
          และเมื่อมาถึงโรงหมอเด็กสาวก็รีบไปยังห้องพักผู้ป่วยทันที เห็นตงฮั่วกำลังพยายามลุกขึ้นมาแต่ก็ทำท่าจะล้มลงไป
         
          “อ๊ะ ระวังเจ้าค่ะ!”
         
          เด็กสาวรีบถลาเข้าไปรับร่างสูงใหญ่แต่ก็โดนน้ำหนักที่มากกว่าเกือบครึ่งกดทับจนเกือบแทบล้มไปด้วยกันยังดีที่เฟินเยว่ตั้งหลักได้ แต่สภาพในตอนนี้ร่างกายของทั้งสองใกล้ชิดกันอย่างแนบแน่น ปลายจมูกของตงฮั่วเฉียดใบหูของเด็กสาวไปเพียงนิด หน้าอกของทั้งสองทาบกันแน่นสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของกันและกัน
         
          ตึกตัก.. ตึกตัก..
         
          “....”
         
          “....”
         
          เด็กหนุ่มเด็กสาวต่างพูดไม่ออกบอกไม่ถููกเอาแต่นิ่งอึ้งในสภาพนี้กันไปหลายวินาที ใบหน้าของเด็กสาวร้อนลามไปทั่วผิวหน้าจนคล้ายกับว่าหน้ามืดไปครู่ใหญ่ และนางคิดว่าตงฮั่วเองก็คงจะมีสภาพไม่ต่างกัน ไม่เช่นนั้นเขาน่าจะพูดอะไรออกมาบ้าง กระนั้นจะให้อยู่ในท่านี้ต่อไปไม่น่าจะดีเด็กสาวจึงค่อย ๆ พยุงอีกฝ่ายกลับไปนั่งบนเตียง
         
          แม้จะห่างกันแล้วทว่าสัมผัสเมื่อครู่ยังคงติดอยู่กับตัวไม่จางหายจนเกิดเป็นความวาบหวิวประหลาดจนต้องสวมกอดตัวเองเอาไว้
         
          “เอ่อ.. คือ ข้า.. ขอโทษ”
         
          น้ำเสียงของบุรุษตะกุกตะกักอย่างไม่เคยเป็น เขาคงรู้สึกผิดมากทีเดียวที่คล้ายกับจะเผลอล่วงเกินหญิงสาวไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
         
          “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่หรือ ดีแล้วที่ไม่ล้มลงไปนะเจ้าคะ” เฟินเยว่รัวพูดตอบให้เหมือนกับว่านางไม่ได้ใส่ใจเรื่องเมื่อครู่แม้ในใจจะร้องวี้ดว้ายไปหลายตลบ สายตาเหลือบมองไปยังต้นขาของอีกฝ่ายที่ถูกธนูปักมาเมื่อวาน ยิ่งเขาขยับเลือดก็ยิ่งซึมออกมา ดื้อแบบนี้เห็นทีคงต้องดุเสียหน่อย “แล้วตงฮั่วลุกขึ้นมาทำไม จะไปไหนเจ้าคะ ไหนสัญญาบอกว่าจะรอข้า”
         
          “ไม่ได้ไปไหน ข้าแค่จะลุกไปหยิบ..” สายตาของเด็กหนุ่มดูลอกแลกขึ้นมาทันที อมพะนำเหมือนไม่อยากพูด ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งขึ้นสีจัดจนลามไปถึงใบหู “กระโถน.. มัน... ปวด… ฉี่...” กว่าจะพูดออกมาได้แต่ละคำ ยิ่งคำหลังยิ่งเบาหวิว ดีที่เด็กสาวหูดีจึงได้ยินชัดทุกถ้อยคำ
         
          “อ๋า.. ปวดท้องเบานี่เอง” คนที่ขยับตัวได้หยิบกระโถนล่างเตียงขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็รีบยกฉากกั้นมาวางขวางเอาไว้ไม่ให้ใครเห็นเมื่อยามอีกฝ่ายกระทำกิจแล้วไปหลบอยู่ข้างหลัง “เอาเลยเจ้าค่ะ เสร็จแล้วเรียกนะเจ้าคะข้าจะจัดการทำความสะอาดให้เจ้าค่ะ”
         
          “.... อืม”
         
          ตงฮั่วตอบกลับอย่างจำยอม ตอนนี้เด็กหนุ่มที่เคยต่อสู้อย่างดุดันราวกับเสือกำลังสิ้นลายจากความอับอายอย่างสุดชีวิต ...ไร้ทางเลือก เขาไม่สามารถกลั้นกระบวนการขับถ่ายของตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้ว จึงมีแต่จำเป็นต้องถ่ายเบาออกมา และได้แต่สบถในใจหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งเสร็จธุระส่วนตัวก็เอาฝามาปิดแล้วใส่กางเกงให้เรียบร้อย
         
          “...เสร็จแล้ว”
         
          เฟินเยว่ที่หลบอยู่หลังฉากแม้ไม่เห็นภาพแต่ก็ได้ยินเสียงของเหลวหลั่งลงโถอย่างชัดเจนจนแทบจะจินตนาการออกมาเป็นภาพได้ก็รู้สึกเก้อเขินอยู่ไม่น้อย แต่ก็ต้องสะบัดหน้าหนี ตงฮั่วบาดเจ็บหนักทำอะไรด้วยตัวเองไม่สะดวกมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่นางต้องคอยบริบาล ก็เหมือนกับตอนที่ดูแลท่านยายเล่อนั่นแหล่ะ ไม่มีอะไรแตกต่าง นางต้องทำได้อยู่แล้ว! และเมื่ออีกฝ่ายเรียกเฟินเยว่ก็เข้าไปรับกระโถนนั้นมา
         
          “เดี๋ยวข้ามานะเจ้าคะ ตงฮั่วนอนพักไปก่อน”
         
          เด็กสาวหอบเอากระโถนออกจากห้องผู้ป่วยแล้วถามทางกับบุรุษพยาบาลว่าจะกำจัดของสิ่งนี้ได้ที่ไหนบ้าง ผู้ที่ทำงานรับเอามาอาสาจะนำไปทำความสะอาดต่อตามหน้าที่ เขายื่นกระโถนใบใหม่ที่ทำความสะอาดเรียบร้อยกลับมาให้แทน
         
          “ได้เวลาทานยาและเช็ดตัวของคนไข้แล้ว ฝากฟูเหรินดูแลทีนะขอรับ”
         
          “อุ๊ย.. มะ.. ไม่ใช่เจ้าค่ะ” เฟินเยว่รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน จริงอยู่ที่เด็กหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับนางแต่งงานออกเรือนกันได้แล้ว และในสายตาของผู้อื่น เฟินเยว่และสหายก็ดูเหมือนกับว่าเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน “ตะ..แต่ว่าเรื่องดูแลเขาให้ข้าดูแลเองเจ้าค่ะ แหะ ๆ”
         
          “ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ แม่นางโปรดอย่าถือสาข้า แต่เอาเป็นว่าฝากด้วยนะขอรับ”
         
           ผู้ช่วยแพทย์ค้อมศีรษะขอโทษขอโพยอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็ยื่นถาดยาและอุปกรณ์เช็ดตัวแถมมาให้
         
          เฟินเยว่กลับไปที่ห้องพักผู้ป่วยโดยที่มือถือของพะรุงพะรัง แต่ด้วยทักษะการเป็นเสี่ยวเอ้อร์เก่าทำให้เด็กสาวจัดการเรื่องราวเหล่านั้นได้ไม่ยาก นางวางถาดไว้ที่โต๊ะข้างเตียงส่วนกระโถนใหม่ก็เก็บลงด้านล่างให้เรียบร้อย จากนั้นจึงเริ่มดูแลผู้ป่วยด้วยการให้ยา
         
          “ทานยาก่อนนะเจ้าคะ”
         
          เพียงแค่เห็นยาตงฮั่วก็เบ้หน้าไปอีกทาง กระนั้นก็ยังรับยาต้มมาถือเอาไว้ สายตาคมมองเข้าไปในถ้วยยาเห็นน้ำสีเขียวเข้มก็ทำท่าเบะปาก
         
          “เห็นตงฮั่วชอบสุราหลูโจวกับชาเจียวกู่หลาน คิดว่าจะชอบพวกสมุนไพรบำรุงเสียอีกเจ้าค่ะ”
         
          “ไม่เหมือนกันสักหน่อยนี่ นั่นมันชาและสุราที่ชอบ แต่ว่านี่เป็นยาขมที่รสชาติห่วยแตกที่สุดในโลก”
         
          อย่างน้อยยารสขมก็ทำให้อาการเขินก่อนหน้าของทั้งสองหายไปจนหมดและสามารถกลับมาคุยกันได้อย่างปกติ ควรจะต้องขอบคุณยาดีของท่านหมอชุนเสียแล้วที่ให้อรรถประโยชน์เหลือหลายเสียเหลือเกิน
         
          หลังจากที่ทำใจอยู่เป็นนาทีสุดท้ายตงฮั่วก็กลั้นใจดื่มชาจนหมดถ้วย ทำตัวเป็นเด็กดีเช่นนี้สมควรได้รับรางวัลเสียจริงเชียวเพียงแต่ว่าเด็กสาวไม่มีอะไรจะให้เขาในตอนนี้
         
          “เก่งมากเจ้าค่ะ จากนั้นก็เช็ดตัวนะเจ้าคะ”
         
          “อืม..”
         
          หนึ่งในเรื่องชวนอึดอัดใจต้องกลับมาอีกครั้งทั้งที่เพิ่งจะขอบคุณยาของท่านหมอชุนไปแท้ ๆ แต่เฟินเยว่ก็พยายามสูดหายใจเข้าออกทำใจให้สงบและทำตัวเหมือนว่าไม่มีอะไร ไม่ได้รู้สึกอะไรที่จะต้องปรนนิบัติคนไข้แม้หัวใจจะเต้นรัว เด็กสาวจุ่มผ้าลงในน้ำอุ่นแล้วบิดให้หมาดก่อนที่จะซับลงไปบนผิวเนื้อที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเก่า ชำระล้างคราบเหงื่อให้เขาได้สบายตัว เริ่มตั้งแต่ใบหน้า คอ แขน ลำตัว ลงไปจนถึงปลายเท้า มีเพียงแค่จุดสงวนของชายหนุ่มเท่านั้นที่นางไม่ได้ดูแล เด็กสาวชุบบิดน้ำทิ้งก่อนที่จะส่งผ้าผืนนั้นให้อีกฝ่ายได้เช็ดล้างของตัวเอง
         
          “อะไร?”
         
          “ทำความสะอาด.. อันนั้น แล้วก็ก้นเจ้าค่ะ.. จะต้องทำความสะอาดให้หมดทุกซอกทุกมุมนะเจ้าคะ ถ้าไม่สะอาดจะหมักหมมเกิดโรคขึ้นได้..”
         
          ตงฮั่วอ้าปากค้าง ไม่คิดเลยว่าสหายสาวจะพูดคำว่า ‘อันนั้น’ ออกมา แม้จะไม่ตรงตัวแต่ก็เข้าใจได้ว่าหมายถึงอะไร
         
          “ขะ.. เข้าใจแล้ว!!”
         
          เด็กหนุ่มดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเอาไว้ก่อนที่จะเช็ดทำความสะอาดส่วนที่เหลือตามคำสั่งของแม่คุณ พอเสร็จจึงค่อยเปิดโปงออกมายื่นผ้าที่เช็ดส่วนลับคืนไปให้
         
          “เก่งมากเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าหวีผมให้นะเจ้าคะ”
         
          “ต้องหวีด้วยรึ เดี๋ยวนอนหัวก็ยุุ่งอีกอยู่ดี”
         
          “ต้องหวีสิเจ้าคะ จะได้สบายหัว เวลานอนก็จะได้หลับสบายด้วย”
         
          เด็กสาวหยิบหวีพัดของตัวเองออกมา และเมื่อนางทำเช่นนั้นก็คล้ายกับว่าเด็กหนุ่มไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดขืนแทบทุกที แต่ในเมื่อมันดีกับตัวเองตงฮั่วก็ยินยอมที่จะให้นางสางผมให้ เฟินเยว่ค่อย ๆ หวีผมให้เด็กหนุ่มอย่างเบามือ ตรงไหนที่ติดกันก็ค่อย ๆ แกะออกออกมาไม่ให้ระคายเคืองหนังศีรษะ
         
          “เจ้าทำดีกับข้าเกินไปแล้ว บางเรื่องไม่เห็นจำเป็นเลยด้วยซ้ำ”
         
          “แต่ข้าคิดว่าไม่มีเรื่องไหนที่ไม่จำเป็นเลยนี่เจ้าคะ”
         
          “ถามจริง ๆ ถ้าคนอื่นเจ็บป่วย… อย่างเจ้าบัณฑิตคนนั้น เจ้าก็จะทำแบบนี้ให้เช่นกันงั้นเหรอ”
         
          มือที่หวีผมให้ตงฮั่วชะงักไปเล็กน้อย คำพูดของเขาทำให้นางครุ่นคิด สหายหนุ่มเป็นคนสำคัญสำหรับนางมากก็จริง แต่หากว่าเฟินเยว่พบเห็นไม่ว่าใครก็ตามนางก็คงไม่ลังเลที่จะลงไปช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นตงฮั่ว พี่ชายทั้งสอง เถ้าแก่เนี้ยหมี บัณฑิตเหลียง เถ้าแก่หวัง หรือกระทั่งคนที่ไม่รู้จักเลยนางก็จะทำ เมื่อได้คำตอบแก่ตัวเองมือที่หยุดนิ่งก็จึงสางผมต่อ
         
          “แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าก็จะทำเช่นนี้ให้แก่ทุกคน”
         
          “เหรอ.. นึกว่ามีอะไรเป็นพิเศษเสียอีก”
         
          คำพูดคล้ายแซวแต่เหมือนกับมีความผิดหวังเล็กน้อยเจือจางอยู่ในกระแสเสียง แต่เด็กสาวเพียงแค่ยิ้ม แม้ว่านางอาจปรนนิบัติคนอื่นไม่ต่าง แต่สิ่งที่สหายหนุ่มไม่รู้ก็คือความรู้สึกที่นางมีให้เขานั้นพิเศษกว่าใคร ๆ กระนั้นเฟินเยว่ก็ไม่ได้เฉลยออกมาให้เขาได้รับรู้
         
          “เสร็จแล้วเจ้าค่ะ ทีนี้ตงฮั่วก็นอนพักต่อนะเจ้าคะ อย่าขยับมากแผลจะได้หายเร็วขึ้นเจ้าค่ะ”
         
          “คร้าบ ๆ ท่านแม่”
         
          ตงฮั่วขานรับอย่างเซ็ง ๆ แต่เขาก็ยินยอมที่จะนอนลงตามเดิม อย่างน้อยก็ฉลาดพอที่จะทำตัวเองให้หายดีก่อนจึงจะออกไปซ่าได้ใหม่ ด้วยฤทธิ์ยาทำให้เขาค่อย ๆ หลับลงไปอีกครั้ง เด็กสาวเห็นภาพนั้นก็ขยับยิ้มขำปนเอ็นดู นางก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันจึงขอนั่งงีบพักสายตาสักหน่อยที่ข้างเตียง..
         
.
.
.
      



ตัวละครหลัก ซุน เฟินเยว่

ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
+15 EXP จากการโรลทำงาน หรือ โรลเดินทางช่วงค่ำ (เรียลไทม์)

เอฟเฟคความสัมพันธ์
[152] ซู ตงฮั่ว
+10 ความสัมพันธ์ จากการคนธาตุและปีเดียวกัน
+10 ความสัมพันธ์กับขุนนางในสภา (ขยัน)
-10 ความสัมพันธ์กับขุนนางในสภา (ผิวเป็นฝ้ากระ)
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร



ใช้งาน [152] ซู ตงฮั่ว

ลักษณะนิสัยรักสันโดษ
-10 ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

อัตลักษณ์แข็งแรง
+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจ

อัตลักษณ์แผลเป็น
+5 ความสัมพันธ์กับผู้ที่สนใจ

+10 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี








←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-10-9 16:09:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-9 00:45

   
⌜82⌟
   
บทที่ 14
คราวดีในเคราะห์ร้าย
ฉากที่ 4
                    
          หลังจากวันที่ส่งจดหมายไปหนึ่งวันต้าซิ่นก็มาถึงโรงหมอสกุลชุนในวันนั้น ท่าทางของบัณฑิตหนุ่มดูจะตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบหน้าเด็กทั้งสอง เด็กหนุ่มก็เต็มไปด้วยผ้าพันแผล ส่วนเด็กสาวที่คอยบริบาลก็มีหน้าตาอิดโรยขอบตาดำเป็นหมีขาว
         
          “ให้ตายสิ พวกเจ้านี่นะ พอข้าไม่อยู่ด้วยแล้วมีเรื่องทุกที”
         
          “งั้นทีหลังก็อยู่ตอนที่มีเรื่องซะสิ”
         
          “น่า ๆ พวกท่านทั้งสองใจเย็นลงก่อนเจ้าค่ะ เป็นไปได้ก็อย่ามีเรื่องอะไรเลยก็ดีกว่านะเจ้าคะ แต่บางครั้งมันก็เป็นเหตุสุดวิสัย”
         
          เฟินเยว่ยิ้มแหยสุดท้ายก็เป็นนางที่ต้องคอยปรามทั้งสองเอาไว้ไม่ให้ทะเลาะกันเอง
         
          อาการของตงฮั่วดีขึ้นมากแล้วหลังจากที่พักรักษาตัวอยู่โรงหมอมาได้สี่วัน ได้นอนในที่ที่ดีกว่าถ้ำ ได้ทานอาหารครบโภชณาการ แถมยังได้ยาดีจากท่านหมอชุนมาด้วย ความเก่งกาจในการรักษานี้ราวกับว่าแพทย์ท่านนี้เป็นหมอเทวดาก็ไม่ปาน
         
          “ร่างกายดีขึ้นมากกลับบ้านได้แล้ว ทานยาตามใบสั่ง อย่าหักโหม อย่าออกแรง พักฟื้นต่ออีกสองสัปดาห์แผลทั้งหมดน่าจะหายดี”
         
          ท่านหมอชุนวินิจฉัยอาการในรอบเช้าออกมาเช่นนั้น และดูเหมือนว่าตงฮั่วเองก็ไม่อยากจะรอนานเขาพร้อมที่จะออกเดินทางต่อทันที แต่สภาพร่างกายเช่นนี้คงไม่เหมาะที่จะขี่ม้า อาจจะต้องพักที่ไท่หยวนเพื่อรอให้แผลหายดีกว่านี้ก่อน
         
          “จะอยู่ค้างที่บ้านข้าก็ได้อยู่หรอกนะ แต่หากอยากเดินทางต่อก็ไปรถม้าแทน ข้าก็ใช้วิธีการนั้นนี่แหล่ะ ส่วนม้าก็ค่อยให้วิ่งตามมาเอา”
         
          บัณฑิตหนุ่มเสนอทางเลือก ท่าทางของเขาดูไม่ค่อยอยากให้ทั้งสองไปแวะพักที่บ้านเท่าไร ขนาดเจ้าตัวยังไม่ค่อยอยากจะแบกหน้ากลับไปเลยจะเอาอะไรกับให้ที่บ้านช่วยดูแลแขกถึงสองคน
         
          “อะ.. จริงสิเจ้าคะ ยังมีวิธีนั้นอยู่ด้วยนี่นา...”
         
          “ถ้าอย่างนั้นก็ออกเดินทางกันต่อเถอะ เจ้ามีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะไม่ใช่หรือไง?”
         
          ตงฮั่วมองไปทางหญิงสาวที่ต้องส่งงานที่ซีเหอแล้วไหนจะต้องสร้างสุสานของอดีตซินแสชื่อดังตงฟางซั่วอีก ครั้นจะมาเสียเวลาอยู่ที่ไท่หยวนนานเกินไปก็ไม่ใช่เรื่อง และเด็กหนุ่มคิดว่าตัวเขาเองก็แข็งแรงพอที่จะเดินทางต่อได้แล้ว ฝั่งเด็กสาวมองตาสหายก็พอจะรู้ความต้องการของอีกฝ่ายแม้ว่านางจะอยากให้เขาพักผ่อนแต่ตงฮั่วก็คงจะรั้นอยู่ดี เพื่อความสบายใจก็ยอมคนละครึ่งทาง
         
          “ได้เจ้าค่ะ แต่ตลอดการเดินทางต้องนั่งแต่รถม้านะเจ้าคะ แล้วตงฮั่วก็ห้ามหักโหมออกแรงหนักด้วยเจ้าค่ะ”
         
          “ได้ ข้าไม่ดื้อหรอกนะ”
         
          เด็กหนุ่มกลั้วหัวเราะเบา ๆ เมื่อถูกกำชับจากมารดาคนที่สอง (?)
         
          เฟินเยว่ไปติดต่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลของเด็กหนุ่มแล้วยังมอบปลาที่ตกได้เพื่อเป็นการขอบคุณอีกจำนวนหนึ่ง ฝั่งต้าซิ่นขอล่วงหน้าเข้าเมืองไท่หยวนไปก่อนเพื่อจัดเช่ารถม้ามารับทั้งสองเดินทางสู่ซีเหอต่อไป
         
.
.
.
   


ลักษณะนิสัยรักสงบ
-10 ลดความเครียด

ลักษณะนิสัยขยัน
-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมใด ๆ

ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
-20 EXP จากการโรลทำงานในช่วงกลางวัน
หรือ โรลเดินทางช่วงกลางวัน (เรียลไทม์)
+15 ความเครียด เมื่อต้องทำอะไรก็ตามในช่วงเวลากลางวัน

--------------------------------------
จ่ายค่ารักษาพยาบาลจำนวน 888 ตำลึงเงิน
มอบปลา
ชนิดละ 5 ตัว เป็นสินน้ำใจ
ปลากง, ปลาเฉา, ปลาลิ่น, ปลาจาระเม็ด,
ปลาชิง, ปลาซ่ง, ปลาเก๋า และปลาดุก






←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-10-12 18:10:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[The Watcher]
ดื่มชายามบ่าย

The Watcher
(ผู้เฝ้าดู)




.: เงื่อนไขเควส :.
- ระยะเวลาทำเควส 9 - 31 ตุลาคม 2565
* หมดเขตแล้วหมดเลย รับไม่ทันอด *



.: โรลเพลย์เปิด :.
- สร้างสตอรี่เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม ก่อนท่านจะสายตาสังเกตเห็นคนคุ้นเคยที่ชั้นบนสุด เส้นผมสีเงิน
- สร้างสตอรี่เดินขึ้นไปหาเขา ก่อนคารวะขอบคุณทุกสิ่งที่เขาช่วยเหลือคุณก่อนหน้านี้มา
- สร้างสตอรี่บุรุษเส้นเกศาสีเงินเงยหน้าขึ้นคลี่รอยยิ้ม ก่อนผายมือ "นั่งลงก่อนสิ จิบชายามบ่ายพร้อมกับชมการแสดง นี่ก็คงใกล้ถึงการแสดงแล้ว"
- สร้างสตอรี่เสี่ยวเอ้อร์เดินมารับออเดอร์
- สร้างสตอรี่สั่งออเดอร์และรอจนออเดอร์มาเสิร์ฟ
- สร้างสตอรี่ไม่นานก็มีการแสดงประจำหอ บุรุษตรงหน้าเอ่ยถามคุณเป็นยังไงบ้างสถานการณ์ช่วงนี้
- สร้างสตอรี่เขากล่าวขึ้นมา ก่อนบอกสถานการณ์ปัจจุบัน "นายรู้บ้างไหมว่าตอนนี้ขุนศึกต่างกันสะสมอำนาจตัวเอง"
"อีกไม่ช้าแล้วที่ต้าฮั่นจะโกลาหลวุ่นวาย แผ่นดินจักลุกเป็นไฟ น่าเสียดายที่ข้ามิอาจแนะนำเจ้าได้มากกว่านี้ ทุกอย่างล้วนเป็นผลจากสิ่งที่มนุษย์ทำทั้งสิ้น
ทำให้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่นี้ ข้าหวังว่าเจ้าและกองกำลังคงจะพร้อมที่จะรับมือกลียุคนี้นะ"
- สร้างสตอรี่ชมการแสดง สนทนาอิสระ
- สร้างสตอรี่ก่อนอีกฝ่ายคีบปลากูชูนึ่งขึ้นมาเข้าปาก "แม้พวกเจ้าจะทำผิดพลาดบ่อยครั้ง แต่ข้าต้องนับถือในเรื่องอาหารที่ทำได้ดีทีเดียว"
"จริงสิ ข้ามีบางอย่างจะให้ แต่เจ้าคงต้องทำบางอย่างเสียก่อน"
- สร้างสตอรี่บุรุษเกศาเงินยิ้มมุมปากก่อนทุกอย่างรอบตัวยกเว้นคุณและเขาหยุดนิ่ง เขาหยิบหีบลังหนึ่งออกมาจากใต้โต๊ะ
และเปิดออก "นี่คือหีบยุทธปัจจัยที่มีค่าจะช่วยกองทัพแม่ทัพหวงฝู่ได้พอสมควร ข้าหวังว่าเจ้าจะนำมันไปส่งให้ท่านแม่ทัพ"
"แล้วก็นะ มีเพียงแม่ทัพหวงฝู่เท่านั้นที่เปิดหีบนี่แล้วภายในถึงจะเต็มไปด้วยของจำเป็นในการศึก หากมิใช่เขามันก็คงไม่ต่างจากเม็ดทราย"
- สร้างสตอรี่ยกหีบหนักลงจากหอคอยสูงไปชั้นล่าง
- สร้างสตอรี่ออกทางพร้อมหีบไปยังด่านอู่กวน
- สร้างสตอรี่เดินทาง 3-4 เมืองไปยังด่านอู่กวน เส้นที่ไปได้

- (ป่าด่านอู่กวน) สร้างสตอรี่ถามไถ่ชาวบ้านเกี่ยวกับค่ายทหารแม่ทัพหวงฝู่
- สร้างสตอรี่อิสระ
- (ค่ายทหารชั่วคราว) สร้างสตอรี่ถามไถ่จนมาถึงที่ตั้งค่ายทหารชั่วคราว
- สร้างสตอรี่ทหารมองคุณด้วยท่าทีสงสัย
- สร้างสตอรี่แสดงหลักฐานอะไรก็ได้ไม่ใช่กบฎ
- สร้างสตอรี่ทหารไปแจ้งแม่ทัพ ก่อนผ่านไปหนึ่งเค่อออกมาพาคุณเข้าไปในค่าย
- สร้างสตอรี่สนทนากับแม่ทัพหวงฝู่ และ มอบหีบยุทธปัจจัย
- สร้างสตอรี่อิสระแม่ทัพหวงฝู่ถามด้วยความแปลกใจ และงุงงงกับสิ่งนี้
- สร้างสตอรี่อิสระเขารับด้วยความเต็มใจแม้จะงงไปบ้าง
- สร้างสตอรี่อิสระเดินทางกลับ 2-3 เมืองไปยังเจียงหลิง

(- ภัตตาคารซุ่ยเมิ่งเซียนหลิน -)
- สร้างสตอรี่เดินทางมาถึง เขายืนรอหน้าภัตตาคารอยู่แล้วก่อนยื่นถุงย่ามให้คุณ นี่ของตอบแทน
- สร้างสตอรี่เขาบอกมันจะช่วยคุณเตรียมการใหญ่ได้ดี
- สร้างสตอรี่อิสระรับรางวัลจบ




รางวัล: ทรัพยากรตั้งตัว [ตั๋วเสบียง 1 ใบ , ตั๋วไม้ 1 ใบ , ตั๋วหิน 1 ใบ]
เงินทุนตั้งตัว: 3,000 ตำลึงเงิน / หินตีบวก 10 ก้อน / หินอัพเกรด 2 ก้อน
เลือก 1 อย่าง: แปลน


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-12-25 13:58:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          ในระยะเวลาไม่นานเกินที่จะทำให้คนบาดเจ็บหนักต้องอาการหนักไปมากกว่านี้ ทหารผู้ยอมมาส่งจ้าวเพ่ยได้พาผู้ติดตามของนางเข้าพบหมอทันทีที่มาถึงที่นี่ มีเพียงสตรีเช่นนาง คอยมองดูอยู่ข้างนอกด้วยความเป็นห่วง สายตามองไปยังหมอเริ่มตรวจผู้ติดตามคนสนิทของนาง พร้อมกับทหารนายนั้นพูดคุยบางอย่างที่นางเองฟังไม่ได้ความ แต่รู้ตัวอีกทีทหารนายนั้นก็กลับออกมาหานางอีกครา

          "ขอบ.. ขอบคุณมากเจ้าค่ะที่ช่วยเหลือ" จ้าวเพ่ยรีบเอ่ยกับทหารก่อนเขาจะจากไป หญิงสาวประสานมือเข้าด้วยกันแน่นขณะที่เห็นว่าทหารผู้นั้นหันมาตามเสียงเรียกของเธอ

          "มันเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว แม่นางไปดูคนของแม่นางเธอะ หมอกล่าวว่าอาการหนักใช่เล่น" ทหารนายนั้นทิ้งท้ายเอาไว้และกลับออกไปจากที่นี่ ทิ้งให้หญิงสาวหันกลับไปมองหมอก่อนจะเดินไปหาอย่างช้าๆ

          "เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ.." นางกล่าวถามหมอที่นี่ก่อนเขาจะหันมาหาจ้าวเพ่ยด้วยสีหน้าหงุดหงิดจนนางสะดุ้งเล็กน้อย หญิงสาวเลืิกจะหลบหน้าหมอเพื่อดูอาการผู้ติดตามยังคงหมดสติไม่ได้รับรู้เรื่องราวอยู่ดี

          "บาดแผลใหญ่เช่นนี้ อาการหนักใช่ย่อย.. คงจะต้องนอนรักษานานประมาณยี่สิบเอ็ดราตรีจนกว่าจะหายดี"

          "นานมากขนาดนั้น.. คงได้อยู่ที่นี่เป็นบ้านอีกหลังพอดี" จ้าวเพ่ยพูดออกมาอย่างที่คิด แต่หมอกล่าวเช่นนั้นแล้วก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของนางฉายแววว่าเศร้าลงมาก ความกังวลก่อเกิดขึ้นมาหาใช่เรื่องค่าใช้จ่าย แต่เป็นเรื่องที่ชายผู้นี้ไม่ฟื้นเสียที

          "ทหารก็กล่าวกับข้าว่าเจ้าก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน" หมอในชุดสีเหลืองพูดด้วยน้ำเสียงอันห้วน เขาเก็บอุปกรณ์รักษาก่อนจะหันมาทางจ้าวเพ่ย "ให้ข้าดูแผลของเจ้าด้วย"

          แม้อยากจะกล่าวว่าไม่เป็นอะไรแต่เมื่อนึกถึงความเจ็บก็แล่นริ้วไปทั่วร่างกาย สตรีงามลังเลอยู่ไม่น้อยที่จะให้อีกฝ่ายดู มือกุมขอบชุดเอาไว้แน่นแต่ก็ถูกหมอดันให้นั่งลงอีกเตียงเพื่อตรวจตราร่างกาย

          "แผลของเจ้าดูลึกพอควร แต่ถือว่าไม่บาดเจ็บมากนัก อยู่รักษาที่นี่ไประยะหนึ่งก็แล้วกัน" หมอพูดทั้งเริ่มผสมยาเพื่อช่วยสมานแผลแก่จ้าวเพ่ย แต่เขากลับหยุดนิ่งลงไปเมื่อได้ยินเสียงจ้าวเพ่ยกล่าวขึ้นมา

          "ข้ามีงาน ขอออกไปไม่ต้องพักรักษานะเจ้าคะ" นางกล่าวอ้อนวอนแต่ก็ถูกมองมาอย่างหงุดหงิดจนต้องเงียบลงทันที ตามองต่ำลงที่แผลยาวจนน่ากลัวแต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ว่าอาการสาหัสมาก

          "จะไปก็ได้.. แต่ข้าไม่รับปากว่าจะมีรอยแผลติดตัวไปตลอดชีวิตหรือไม่"

          คำพูดของหมอแน่นอนทำให้จ้าวเพ่ยกลัวว่าความงามของนางจะมาเสียเพียงแค่การต่อสู้กับโจรเพียงเท่านี้ ก่อนที่หมอจะกล่าวอะไรออกมาเพิ่มเติมหญิงสาวก็รีบกล่าวขึ้นมาแทบจะทันที

          "ข้าขอรักษาตัวที่นี่ด้วยก็ได้.. ได้อยู่ดูคนที่ไม่ยอมตื่นผู้นี้ด้วย…"

          "ดี.."

          หมอกล่าวและป้ายยาให้จ้าวเพ่ยไปด้วยอีกคน เขาเองกำลังจะเก็บของแต่หันกลับไปเห็นแมวตัวสีดำวิ่งฝ่าเข้ามาและกระโดดนั่งบนตักสตรีงามทันที

          "อย่าทำให้แมวของเจ้าวุ่นวายกับของของข้า"

          "เจ้าค่ะ.. แต่ค่ารักษาทั้งหมดเท่าไหร่เจ้าคะ" จ้าวเพ่ยยอมตอบรับและจับแมวเอาไว้แน่น หญิงสาวเห็นอีกฝ่ายกำลังคิดคำนวณก็รอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

          "ค่ารักษาของเจ้า 309 ตำลึง คนของเจ้าอาการหนักมากต้องรักษามาก คิด 609 ตำลึง"

          เสียค่ารักษามากมายขนาดนี้ทั้งต้องเสียเวลาที่ตะช่วยคนรักของนางอีกต่อหนึ่ง จ้าวเพ่ยได้ยินราคาก็หาได้โวยวายอะไรไม่ หญิงสาวหยิบถุงเงินออกมาและยื่นให้แก่หมอทั้งหมดเพื่อให้เขานับค่ารักษาทั้งนางและผู้ติดตาม

          สตรีงามล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างช้าๆ สายตาเองยังคงเกิดทั้งความกังวลและห่วงอย่างเห็นได้ชัด แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อทุกอย่างมันกลับกลายเป็นเช่นนี้แทน

จ่ายค่ารักษาหมอ
จ้าวเพ่ย บาดเจ็บระดับ 2 ค่ารักษา 331 ตำลึง /พักฟื้นโรงหมอวันที่ 1
ซุนหยาง บาดเจ็บระดับ 3 ค่ารักษา  652 ตำลึง /พักฟื้นโรงหมอวันที่ 1


รวม 983 ตำลึง
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2022-1-5 18:59:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          แผล็บ..~

          ลิ้นอุ่นชโลมเลียตามแก้มเนียนของสตรีงามขณะที่นางเข้าสู่ห้วงนิทรา ส่งผลให้นางตื่นขึ้นมาพบกับลูกแมวตัวสีดำตรงหน้า ใบหน้าอันเล็กไปของมันยื่นเข้ามาใกล้ทั้งอ้าปากเผยเขี้ยวน้อยๆของมันขณะที่เปล่งเสียงเล็กออกมา

          "อืออ.. เสี่ยวเฮย" เสียงแหบเอ่ยขึ้นมาขณะยกมือลูบแมวตัวน้อย จ้าวเพ่ยไม่รู้ตัวเลยหลังจากวันนั้นนางหลับไปนานเท่าไหร่ รู้สึกความอ่อนเพลียเข้ามาจู่โจมเสียจนพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาปรับโฟกัสได้พึ่งจะรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่โรงเตี๊ยม แต่เป็นโรงหมอ มือเรียวสวยปิดปากด้วยความตกอกตกใจแทบจะทันที เมื่อนางนอนนานเสียขนาดนี้ก็เริ่มกังวลค่าใช้จ่ายหลังจากนี้ด้วย

          'เมี๊ยว..'

          "เสี่ยวเฮย.. นี่โรงหมอ เข้ามาได้อย่างไร" จ้าวเพ่ยกล่าวกับแมวตัวน้อย แน่นอนว่าเสียงต้องเล็ดลอดออกไปให้คนนอกได้ยินมาบ้าง นางจับเสี่ยวเฮยทั้งลูบหัวเบาๆขณะที่กำลังคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

          กลิ่นหอมโชยเข้ามาแตะจมูกจากสตรีผู้ไม่ได้กินอะไรมาตลอดการนอนพักตัว หญิงสาวเงยหน้ามองบุรุษพึ่งเดินมาพร้อมถ้วยกลิ่นหอมซุปมีควันร้อนออกมากรุ่นๆ

          "กว่าจะตื่นได้.." เถ้าแก่โรงหมอกล่าวทั้งยื่นถ้วยซุปให้ เขามองสตรีผู้นั้นยื่นมือมารับซุปไว้กับตัวราวกับสงวนท่าทีที่จะกินเอาไว้

          "ขอบคุณเจ้าค่ะ" จ้าวเพ่ยเลือกที่จะมองขึ้นไปที่หมอแต่อีกฝ่ายกลับทำสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ก่อนจะเดินออกไป หญิงสาวได้แต่มองตามโดยไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อจากนี้ ครั้นพอจะก้มลงดื่มซุปก็ชะงักกับแผลจากการต่อสู้ตอนนี้กลับมีร่องรอยการเยียวยาอยู่บ้าง

          "เมี๊ยว!" เสี่ยวเฮยเองก็อยากที่จะกินซุปนั้นบ้าง แต่เจ้านายกลับกินอาหารอ่อนเสียจนเกลี้ยง พวกของกินที่ติดตัวมาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นพิษต่อแมวหรือไม่

          "ได้กินอะไรมาบ้างหรือยัง" แม้ถามเช่นนั้นแต่จ้าวเพ่ยเห็นได้ชัดว่าแมวตัวอ้วนไม่มีท่าทีหิวโหยแบบนางเสียเท่าไหร่ ช่างดีเสียจริงที่แมวดำตัวน้อยตัวนี้ยังมีอะไรให้กินระหว่างนางสลบไป หญิงสาวมองแมวตัวน้อยกระโดดจากตักของนางเพื่อวิ่งออกไปด้านนอกโรงหมอ

          แม้คิดว่าจะนอนอีกคราแต่นางก็เบื่อหน่ายที่จะข่มตาอีกครั้ง หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆและก้าวเดินไปเพื่อจะไปดูอากาศด้านนอก แต่เสียงสนทนาที่ดังขึ้นกลายทำให้นางค่อยๆโผล่หน้าออกไปดูด้วยความอยากรู้

          สายตาอีกฝ่ายหันมาเห็นแม่สาวอยากรู้พอดี ดูเหมือนการแอบดูจะไม่ได้ผลเมื่อถูกเห็นเสียขนาดนี้แล้ว

          "แหะๆ ทักทายเจ้าค่ะ" รอยยิ้มแห้งๆปรากฏบนใบหน้าสตรีงามเมื่อนางไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร บุรุษผู้นั้นก็ทำหน้าตีมึนใส่นางเสียเหลือเกิน

          "ทักทายแม่นาง.." เหมือนอีกฝ่ายจะตอบตามมารยาท แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นทักทายที่ดี จ้าวเพ่ยเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ว่าอะไรก็เดินไปหา สภาพร่างกายของคนพึ่งฟื้นจากวิกฤติมาก็ใช่ว่าจะดูดีเช่นเมื่อก่อนเสมอไป

          "บุตรสาวของหมอชุนหรือ" บุรุษคนนั้นกล่าวถามนางไป แม้จำคิดว่าเป็นคำถามสิ้นคิดแต่จ้าวเพ่ยกลับไม่คิดเช่นนั้น สตรีนึกถึงใบหน้าหมอของโรงหมอที่นี่ก็รีบปฏิเสธทันที

          "ไม่ใช่นะ.. ข้าแซ่จ้าวเจ้าค่ะ มาเพื่อรักษาตัวเท่านั้น"

          "อย่างนั้นหรือ" เขาเอ่ยทั้งมองหน้าสตรีตรงหน้า แต่อย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

          "ข้านึกว่าหายไปที่ใด มากวนผู้อื่นอยู่ที่นี่นี่เอง" จ้าวเพ่ยได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง หญิงสาวเห็นหมอเดินถือยาต้มมาให้แก่นางก็ยื่นมือไปรับยานั้นและมองน้ำภายในถ้วย

          "เอ่อ.. ดูเหมือนท่านพ่อจะมาตามให้กลับไปพักอีกแล้ว"

          "ฮะๆ" หัวเราะแห้งๆให้กับมุกฝืดๆของจ้าวเพ่ย สตรีตรงหน้าตัดสินใจเอ่ยลาเขาก่อนจะลุกออกไป ถือเป็นการจบบทสนทนาอันสั้นแก่ทั้งสองเพียงเท่านี้

          "พ่อหรือ?" หมอชุนเองไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้คุยเรื่องอะไรกัน เขาเห็นจ้าวเพ่ยเอ่ยคำพูดแปลกๆก็ได้แต่สงสัยเพียงเท่านั้น

          หลังจากเดินถือยามายังที่นอนเดิม หญิงสาวกลั้นใจดื่มยานั้นให้หมดรวดเดียว ใบหน้าสวยเหยแกจากความอุ่นขอยาผ่านลำคอถึงทรวงอก ก่อนจะวางถ้วยยาว่างเปล่านั้นลง นางเองคิดว่าไม่ได้หนักหนาอะไรถึงขั้นต้องพักโรงหมอมากขนาดนี้หญิงสาวตั้งท่าจะนอนแต่ก็ชะงักกับคนที่นอนนิ่งอยู่ไม่ไกล ทำเอารู้สึกใจเสียไม่น้อยที่คนนั้นยังไม่รู้สึกตัวเสียที

          ก่อนที่จะได้พักผ่อนจริงๆจ้าวเพ่ยก็อยากจะไปดูอาการผู้ติดตามของนางเสียหน่อย สตรีงามลุกไปหาซุนหยางก่อนจะหยุดยืนข้างที่นอนของอีกฝ่าย เสียงลมหายใจดังอย่างสม่ำเสมอดูเหมือนคนที่หลับไปเท่านั้น แต่อาการที่ไร้การตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างกลับน่าเป็นห่วงกว่าเดิม

          ทั้งๆที่เป็นคนหลับก่อนแต่ก็ตื่นทีหลังนางไปเสียได้



เอฟเฟคอัตลักษณ์
อ่อนแอ
+2 Point เมื่อเจ็บป่วยพักฟื้น

เอฟเฟคความสัมพันธ์ [037] จาง หยาง
-15 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไฟ ข่ม ดิน
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน


บันทึกการพักฟื้น
จ้าวเพ่ย บาดเจ็บระดับ 2 / พักฟื้นโรงหมอวันที่ 2
ซุนหยาง บาดเจ็บระดับ 3 / พักฟื้นโรงหมอวันที่ 2

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2022-1-6 22:56:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          เป็นอีกวันที่ทั้งจ้าวเพ่ยและผู้ติดตามของนางต้องพักฟื้นที่นี่ คล้ายถูกกักกันให้อยู่ที่นี่อย่างไรอย่างนั้น เพราะผู้นำทางของจ้าวเพ่ยยังไม่ได้สติเลย ซ้ำนางเองก็ไม่กล้าจะออกไปด้านนอกไกลนัก หากหลงทางขึ้นมาก็คงจะเป็นภาระแก่คนอื่นอีกครา ความรู้สึกเหงาเข้าโจมตีจากสตรีผู้ชอบเข้าสังคมต้องมาอยู่แต่ที่นี่สำหรับนางออกจะน่าเบื่อไปเสียบ้าง

          มือเรียวลูบขนแมวสีดำไปพลาง ขณะที่นางเหม่อไปทางผู้ติดตาม หาใช่ความรู้สึกเป็นห่วงแต่เป็นความรู้สึกเบื่อหน่ายเสียมากกว่า ไม่ค่อยมีคนคุยด้วยก็เป็นเสียอย่างนี้ หากไปชวนหมอคุยก็จะถูกเอ็ดว่ารบกวนการทำงานเสมอ มีเพียงเสี่ยวเฮยที่คอยอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น

          "ข้าไม่ได้ว่าอะไรเจ้าก็ไม่ได้แปลว่าจะให้แมวของเจ้าเข้ามาที่โรงหมอได้ตลอดหรอกนะ" คำสนทนาแรกจากเถ้าแก่ดูแลโรงหมอเอ่ยขึ้นทันทีที่มาตรวจอาการของซุนหยาง หญิงสาวรีบหันไปหาอีกฝ่ายแทบจะทันที ใบหน้างามแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมเกิดสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่ได้ยินแบบนั้น นั่นหมายความว่าต่อไปเสี่ยวเฮยต้องอยู่ด้านนอกไม่สามารถเข้ามาหานางได้อีกแล้ว

          "ขออภัยเจ้าค่ะ.." จ้าวเพ่ยรีบเดินออกจากจุดนี้ขณะอุ้มเสี่ยวเฮยแน่น หญิงสาวลูบขนแมวอย่างเบามือเพื่อพาออกไปยังด้านนอก

          ระหว่างทางออกไปสายตาพลันเห็นชายคนหนึ่งคล้ายว่าเคยเห็นมาก่อนไม่นานมานี้ สตรีงามหันไปมองอย่างลืมตัวจนอีกฝ่ายรู้สึกได้ว่าถูกจ้องอยู่ พอได้เห็นชัดๆนางก็จำได้ว่าเป็นคนเมื่อวานที่นางเคยคุยด้วย สตรีงามผุดรอยยิ้มทักทายขึ้นมาก่อน เป็นการทักทายที่ไร้คำพูดใดๆ เพราะตัวนางเองก็มีเรื่องต้องรีบทำก่อนจะถูกหมอเอ็ดอีกรอบ

          สองเท้าก้าวมาถึงหน้าโรงหมอ หญิงสาวยองๆเพื่อวางเสี่ยวเฮยลงสัมผัสพื้น ลูกแมวดำเดินมาหานางทั้งใช้หัวของมันถูอ้อนไปด้วย ความใจอ่อนเกิดขึ้นเมื่อเห็นเสี่ยวเฮยต้องอยู่ด้านนอกเพียงตัวเดียวเช่นนี้ แก้มนุ่มๆถูกนิ้วโป้งลูบไปมาขณะทั้งมือกอบหน้าเล็กนั้นด้วย จ้าวเพ่ยยิ้มเศร้าๆขึ้นมาแต่เสียงหนึ่งดังขึ้นไปไกลคล้ายเสียงกรนในลำคอ หญิงสาวหันไปมองขณะยังลูบแมวตัวสีดำก่อนภาพตรงหน้าที่นางเห็นจะทำให้นางเบิกจากว้างด้วยความตกใจ

          หมีตัวใหญ่นั่งเลียมืออยู่ไม่ไกล หันมามองด้วยตาอันดุร้าย จ้าวเพ่ยล้มลงก้นกระแทกพื้นเมื่อหมีตัวนั้นหันมามองที่นางและย่างกรายเอาร่างยักษ์ของมันมาหาช้าๆ ที่ปากมีคราบเลือดราวกับว่าพึ่งไปฆ่าสิ่งมีชีวิตมา แน่นอนมันคือความน่ากลัวที่แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปเห็นยังหวาดกลัว หญิงสาวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ริมฝีปากเปิดอ้าขึ้นมาด้วยอาการขาดสติอย่างเห็นได้ชัด

          "กรี๊ดดด!!" เสียงแหลมแผดออกไปจนสร้างความตกใจให้กับคนด้านใน หญิงสาวรีบอุ้มเสี่ยวเฮยกอดแน่นเพื่อจะพาหนีเข้าด้านใน แต่ก็ชนกับหมอผู้มาดูเหตุการณ์พอดี

          "เกิดอะไรขึ้น.." เสียงอันเย็นชาเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นจ้าวเพ่ยคล้ายจะสติแตกไปแล้ว หญิงสาวหน้าท่วมด้วยเหงื่อหันไปยังหน้าทางเข้าก่อนจะชี้เจ้าหมีตัวใหญ่หยุดอยู่ตรงหน้านั้น ทันใดนั้นเสียงเค้นหัวเราะในลำคอกลับดังขึ้นมาทันที

          "นั่นหมีของเจ้าไม่ใช่หรือไง"

          "ม.. หมีของข้า..?" คำพูดของหมอชุนทำเอาจ้าวเพ่ยงุนงงทันที มือเรียวบีบเข้าที่ชุดอีกฝ่ายขณะหลบหลังเพื่อหาที่กำบังจากหมีด้วยความกลัว

          "ทหารนำมาให้ถึงที่นี่ กล่าวว่าคือหมีของเจ้า.. ข้าก็นึกว่าเจ้าจะรู้แล้วเสียอีก"

          "ของตอบแทนจากเหล่าทหารหรือไร" หญิงสาวพึมพำออกมาเบาๆ แต่ก็สะดุ้งอีกคราเมื่อหมีตัวนั้นสะบัดขนตรงหน้า นางกอดแมวเอาไว้แน่นกลัวที่จะถูกหมีตัวใหญ่ตัวนั้นทำร้ายเอา

          "มืดเสียขนาดนี้แล้ว กลับไปนอนเถอะ.. เอ้า.. ไปได้แล้ว มาป้วนเปี้ยนที่นี่จะไล่คนไข้ของข้าหรือไง" เหมือนหมอคนนี้จะไม่เกรงกลัวหมีตัวใหญ่ตรงหน้าเลย ท่าทีเชื่องๆของมันทำให้จ้าวเพ่ยแอบนึกสงสัยว่ามันคือหมีป่าจริงหรือไม่ สายตาของหมอหันกลับมาทั้งมิงไปที่แมวตัวสีดำราวกับจะต้องการให้นางปล่อยทิ้งไว้ข้างนอก แต่แน่นอนเมื่อมีหมีตัวขนาดนี้อยู่ด้านนอกจ้าวเพ่ยย่อมไม่ยอมอยู่แล้ว

          "ขอนำเจ้าเสี่ยวเฮยไปนอนด้วยนะเจ้าคะ.. ข้ากลัวว่าจะถูกหมีตัวนั้นทำร้ายเอาได้"

          "ข้าไม่เคยเห็นมันทำร้ายกัน.. ปล่อยแมวของเจ้าได้แล้ว"

          "ขอร้องล่ะ.." จ้าวเพ่ยเลือกที่จะใช้มารยาหญิงเมื่อเห็นว่าอย่างไรก็ถูกปฏิเสธแน่นๆ เสี่ยวเฮยเกาะเข้าที่อกหวังจะปีนขึ้นไหล่ แต่กลับกระทบแผลจนนางนิ่วหน้าเจ็บ แผลหลุดจากใบหน้าอ้อนที่ปั้นแต่งจรหมอต้องนำแมวมาอุ้มด้วยตัวเอง

          "ไปพักผ่อนได้แล้ว แมวนี่ข้าจะจัดการเอง"

          "ไม่ได้นะ!!" จ้าวเพ่ยตั้งท่าจะแย่งแมวคืนเมื่อหมอชุนนำแมวตัวนั้นไป หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันมาพร้อมสีหน้าที่พร้อมจะด่านางได้ทุกเมื่อ จ้าวเพ่ยมุ่ยหน้าด้วยความน้อยใจ เมื่อถูกไล่ให้ไปพักผ่อนอีกครั้ง นางก็มองเสี่ยวเฮยด้วยความกังวล

          "กลับไปได้แล้ว" หมอเลือกที่จะไล่จ้าวเพ่ยจนนางยอมที่จะไว้ใจอีกฝ่าย หญิงสาวเดินกลับมายังจุดพักของตนก่อนจะมองยาที่ถูกเตรียมเอาไว้ให้แล้ว หญิงสาวทุบที่นอนอย่างแรงแต่แรงนั้นกลับกระเทือนไปถึงแผลจนเกิดความเจ็บขึ้นมาอีกครา

          ความเจ็บนั้นทำให้นางเลือกจะหยิบยาต้มมาจิบช้าๆ ความอุ่นยังคงหลงเหลืออยู่พอให้ลื่นคอลงบ้าง หญิงสาววางถ้วยว่างเปล่าลงก่อนจะล้มตัวนอนและมองเพดานของโรงหมอไปด้วย ความกังวลเองก็ยังคงมีเมื่อแมวขอฃนางไม่รู้ว่าหมอจะช่วยดูแลอย่างไร แต่ถ้าให้ออกไปอยู่กับหมีด้านนอก นางก็คงจะไม่ยอมเป็นแน่

เอฟเฟคอัตลักษณ์
อ่อนแอ
+2 Point เมื่อเจ็บป่วยพักฟื้น

บันทึกการพักฟื้น
จ้าวเพ่ย บาดเจ็บระดับ 2 / พักฟื้นโรงหมอวันที่ 3
ซุนหยาง บาดเจ็บระดับ 3 / พักฟื้นโรงหมอวันที่ 3

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2

5

กระทู้

491

ตอบกลับ

1 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
13339

ผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกนักบริหารใบอนุญาตเข้าเมือง(สวี)นักวางแผนนักวิชาการ

STR
600+118
INT
603+52
POL
603+0
LEA
600+47
CHA
426+5
VIT
400+99
หวัง ฟู่เหยา
เลเวล 1
คุณธรรม
18038
ความชั่ว
534
ความโหด
17248
โพสต์ 2022-6-13 20:18:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
กลับสู่จงหยวน
แวะทำงานพาร์ทไทม์

หญิงสาวเดินทางออกจากหมู่บ้านไท่ซิงในวันนี้ แล้วก็มาแวะโรงหมอในเมืองไท่หยวน และเธออาสาที่จะมาขอช่วยงานโรงหมอแห่งนี้
เธอจึงได้เอ่ยปากกับเถ้าแก่โรงหมอเอง

"ท่านหมอ ข้าจักขอช่วยท่านทำงานสักช่วงเวลาหนึ่งได้หรือไม่ หากท่านสอนงานข้าด้วยข้าจักเรียนรู้อย่างดีเจ้าคะ"
หญิงสาวเอ่ยอย่างนอบน้อม

"ได้เลยแม่นาง ได้แม่นางมาช่วยสักเวลาหนึ่งก็ถือว่าเบาแรงไปได้เยอะเลย" เถ้าแก่โรงหมอตอบตกลงที่จะให้หญิงสาวช่วยเหลือ

"ขอบพระคุณมากๆเจ้าคะที่เถ้าแก่อนุญาติ" หญิงสาวขอบคุณอย่างนอบน้อม ก่อนจะเริ่มเรียนรู้งานและทำช่วยเหลือกับเถ้าแก่โรงหมอ
จนเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง จึงได้รับค่าตอบแทนจากหมอ แม้จะเพียงเล็กน้อยก้ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือผุ้คนบ้าง..

---------------------------

+2 Point จากการโรลให้เกียรติผู้ที่คุย ถ่อมตน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ ทะเยอทะยาน
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้ นักวิชาการ
+3 Point เมื่อโรลทำงาน เลื่อมใสศรัทธา
+5 EXP จากการโรลเพลย์บริหารเสน่ห์ คิ้วหงส์
รวม 11 Point / 5 exp

---------------------------

-20 ความเครียด เมื่อโรลทำงาน


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าฮั่นเสีย
ตลับผงชาด
ผ้าคลุมขาว
ชุดหนี่ว์จิงเจี๋ยฟางเฉอ
เกาทัณฑ์จย่าเจี๋ยอู๋เยว่
คัมภีร์หนี่กุ้ยเว่ย
ไก่ฟ้าทองแดง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x77
x9
x1
x100
x2
x27
x47
x41
x88
x3
x45
x105
x70
x55
x180
x3
x1
x4
x2
x3
x6
x2
x10
x2
x6
x14
x19
x7
x6
x8
x4
x4
x4
x4
x60
x2
x2
x40
x25
x25
x40
x20
x20
x40
x5
x5
x1
x73
x48
x28
x9
x60
x20
x5
x3
x50
x3
x4
x30
x3
x3
x19
x4
x4
x2
x5
x10
x135
x30
x30
x86
x6
x100
x46
x1
x5
x377
x20
x40
x10
x98
x346
x2
x2
x53
x1
x5
x105
x20
x204
x45
x304
x20
x10
x5
x3
x15
x1
x6
x2
x10
12
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้