ชื่อทางการ: ไป๋ เชว่ปา Bai XueBa 白雪巴 ชื่อรอง: -
เพศ: หญิง เชื้อชาติ: ฮั่น
ภูมิลำเนาบ้านเกิด: ว่านเฉิง กวนจงตะวันตก วันเกิด: 3 เมษายน ค.ศ.170 ธาตุประจำตัว: ธาตุทอง-หยาง ปีนักษัตรประจำตัว: จอ
ส่วนสูง (cm): 171 น้ำหนัก (kg): 49 สัดส่วน: 37 25 34 โรคประจำตัว: -
บิดา: เสียชีวิต มารดา: เสียชีวิต
ลักษณะนิสัยกายภาพ กล้าหาญ ชีวิตลำบากในวัยเด็กกับสภาพสังคมหล่อหลอมให้เธอเป็นคนที่กล้าได้กล้าเสีย มีความเป็นผู้นำ พร้อมที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคนที่อยู่ข้างหลังหรือพวกพ้องของเธอ
ดื้อรั้น หัวรั้นเอาแต่ใจ เห็นคนลำบากจำต้องช่วยแบบไม่สนใจรอบข้าง และยังปากไม่ตรงกับใจ ปากว่าอีกอย่างแต่ใจทำอีกอย่าง
ใจกว้าง เป็นคนเปิดเผย ใจนักเลง เป็นที่รักของเหล่าสหาย ชอบแบ่งปันสิ่งของต่อผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น ไม่ตัดสินส่งเดช
อัตลักษณ์แต่กำเนิด คิ้วพยัคฆ์ มีความน่าเกรงขาม ราศีจับสำหรับความเป็นผู้นำคน ผู้คนและผู้ใต้บังคับบัญชาต่างยำเกรง แข็งแรง มีการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีร่างกายที่แกร่งกว่าสตรีทั่วไป
ศาสนา: หนี่ว์กุ้ยเว่ย ความสามารถพิเศษ: ทักษะอาวุธที่ฝึกปรือมาและสตรีน้อยคนจะมี /พละกำลังมาก / งานอดิเรก: เข้าโรงเตี๊ยม ดื่มเหล้าทานอาหาร / ฝึกฝนเพลงยุทธให้เก่งขึ้น คติประจำใจ: ถ้ารอให้มีแต่คนมาปกป้อง เมื่อไหร่เราจะยืนหยัดด้วยตัวเองได้เล่า? มีชื่อเสียงในด้าน: นางสิงห์ชดช้อย ปณิธาน/อุดมการณ์: เป็นสตรีเหล็กที่แข็งแกร่ง มีชื่อเสียงไปทั่วแผ่นดิน
จุดแข็ง: มีความเป็นผู้นำ กล้าหาญ / รักพวกก้อง มีใจเอื้อเฟื้อแบ่งปัน จุดอ่อน: หัวรั้น ดื้อด้าน ปากไม่ตรงกับใจ / บางทีก็ห่วงคนอื่นมากกว่าตน / ถนัดใช้แรงมากกว่าสติปัญญา /
ลักษณะทางกายภาพ สีผิว: ขาวนวลอมเหลือง มีกร้านแดดในบางจุด สีตา: ม่านตาน้ำตาลดำ แววตากร้านและมีความมุ่งมั่นในแววตา สีผม: ดำขลับ หยาบกร้านไม่ค่อยได้รับการดูแลเท่าไหร่ ใบหน้า: กลมรี ผิวค่อนข้างหยาบกร้านเล็กน้อย ร่างกาย: สูงเพรียวสมส่วน เอวคอดสะโพกผาย ท่อนแขนกลมกลึงแต่แฝงความแข็งแกร่งไว้ด้านใน
ประวัติตัวละคร เกิดที่กระท่อมชานเมืองว่านเฉิง พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอเกิดไม่ได้นาน เหลือเพียงญาติที่เป็นอากงของเธอที่ดูแลต่อมาจนกระทั่งเติบใหญ่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอมักจะเป็นแรงหลักในการช่วยเหลือครอบครัว โดยอากงที่อ่อนแรงในทุกวันๆที่เป็นอดีตทหารนั้นสอนให้ตัวเชว่ปามีความเข้มแข็ง ไม่หลงเชื่อต่อสิ่งยั่วยุ และเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ เวลาผ่านไปอากงอายุมากขึ้นก็ได้ล้มป่วยลง เหลือเพียงเชว่ปาที่ต้องดูแลอากง จึงหล่อหลอมให้เชว่ปาเป็นคนที่เข้มแข็งกล้าหาญ กล้าได้กล้าเสีย กลายเป็นเสาหลักครอบครัวที่เหลือเพียงสองคนในการหาเลี้ยงอากงที่ป่วยอยู่นั่นเอง ปี 184 เกิดลัทธิไท่ผิงขึ้นบนแผ่นดินที่ในตอนแรกมาเพื่อช่วยเหลือปวงประชา กับใช้อภินิหารทำให้คนหลงเชื่อ อากงกับเชว่ปาได้รู้การมีอยู่ของลัทธินี้ ทว่าอากงก็ห้ามปรามเตือนตลอดว่าอย่าหลงเชื่อลัทธิไท่ผิง อนาคตจะก่อความเดือดร้อนแน่ ภายในปีเดียวลัทธิไท่ผิงก่อตัวจนก่อความเดือดร้อนจริงๆ สลัดคราบช่วยเหลือปวงชนทิ้งกลายเป็นกบฏเต็มตัว กดขี่เหยียดหยามผู้เห็นต่าง เป็นศัตรูกับราชสำนัก บวกกับเมืองว่านเฉิงก็มีการปลุกระดมการนับถือไท่ผิงจนครอบครองทั้งเมืองได้ เชว่ปาเห็นความป่าเถื่อนของพวกไท่ผิงจึงคิดพาอากงหนี แต่อากงรู้ว่าชีวิตตนมาได้แค่นี้แล้ว จึงให้เชว่ปาหนีไปจากเมืองนี้ตามลำพัง พร้อมบอกทิ้งท้ายไว้ว่า จงออกไปตามหาคนที่ไว้ใจและช่วยเหลือเจ้า และทำให้เจ้าก้าวหน้าในอนาคตให้ได้ เชว่ปาออกมาจากเมืองได้เพราะถูกผลักไสโดยพวกไท่ผิง ในตอนแรกเธอต่อต้านแต่ก็ถูกสู้กลับจนบาดเจ็บ เธอหมดทางเลือกจึงออกมาพร้อมกับชาวเมืองอีกห้าพันคน ต้องระหกระเหเร่ร่อนไปพร่อมๆกันจนกระทั่งปักหลักที่นอกเมืองซินเย่เพราะเจ้าเมืองคนก่อนไม่ให้เข้าเมืองอีก นับว่าจิตใจของนางตอนนี้เจ็ดปวดที่สูญเสียอากงที่เหลืออยู่คนเดียว ทำให้ชีวิตนางไร้จุดหมายไปในขณะนั้น ต่อมามีเจ้าเมืองสตรีสกุลสวีพาชาวเมืองทั้งห้าพันไปพำนักที่เมืองโผหยางและรับรองเป็นชาวเมืองโผหยางเต็มตัว บวกกับตอนนั้นเจ้าเมืองสวีมีแนวคิดเชิดชูสิทธิสตรีให้มีขึ้นบนแผ่นดิน ถึงจะมองว่าเป็นอีกลัทธิหนึ่ง เมื่อคิดดูแล้วว่าฐานะสังคมก่อนหน้าเราแทบจะไม่ได้มีโอกาสหรือสิทธิอะไรทั้งนั้น ทว่าแนวคิดของเจ้าเมืองสตรีนั้นให้โอกาสสตรีอย่างแท้จริงไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นเธอจึงลองเชื่อแนวคิดของเจ้าเมืองสวีคนนี้..
|