[เมืองหลงฉวน] วิหารมุกห้าธาตุ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-10-7 12:52:22 |โหมดอ่าน


วิหารมุกห้าธาตุ
{ เมืองหลงฉวน }







【วิหารมุกห้าธาตุ】

วิหารเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเนิ่นนานแล้วหลายพันปี
ถูกทิ้งร้างอยู่นอกชายป่าเมืองหลงฉวนไร้การเหลียวแล
แต่ทว่าก็ยีงมีชาวบ้านพื้นเมืองดั้งเดิมแวะเวียนมาสวดภาวนาบูชาเหล่าเทพ
บ้างก็ว่าขอเลขเด็ด ความรักกับหินทั้งห้าภายในวิหารจะช่วยให้สัมฤทธิ์ผลทุกราย
มีตำนานเล่าลือกันว่าเป็นสถานที่เก็บรักษามุกห้าธาตุ มุกศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าแม่หนี่วา
ได้ใช้หลอมหินห้าสี ช่วยหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตทั้งมวลในไต้หล้า หากมุกทั้งห้าสูญสิ้น จะเกิดวิกฤตการณ์ร้ายแรงต่อแผ่นดิน พืชพันธุ์เหี่ยวเฉา ความมืดจากรัตติกาลจะคืบคลาน มุกห้าธาตุตั้งอยู่ใจกลางวิหาร และ ยามเช้าสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นห้าทิศภายในวิหาร
จนมองเห็นเหมือนเชือกสีทองอร่าม ไหลไปตามพื้นดินด้านล่างจนไปถึงใต้ดิน

ภายหลัง ความที่ชาวบ้านงมงายมากขึ้น รู้ถึงข่าวหัวหน้าสิบขันที จางยร่าง (เตียวเหยียง)
เขาได้ส่งทหารมารักษาการที่แห่งนี้เพื่อใช้เป็นแหล่งเงิน เก็บเงินค่าเข้าไหว้ นมัสการทวยเทพ
กอบโกยเป็นกอบเป็นกำ สร้างความร่ำรวยจากความเชื่อ งมงายของชาวบ้านไร้การศึกษา



[การเข้าขอพร ใช้บริการภายในวิหาร]
1) เขียนโรลจ่ายเงินค่าผ่านทางให้คนคุมหน้าวิหารก่อนทุกครั้ง
2) โอนเงินมาที่ไอดี Webmaster + 10% ภาษีจากขันทีตั้ง (หากสิ้นสุดสิบขันทีจะใช้ภาษีเมือง)
3) ค่าเข้าวิหาร: ครั้งละ 35 ตำลึงเงิน



ผู้ดูแล: จาง หย่งฉี
หลานชายของจางหร่านหัวหน้าสิบขันที มีความละโมบไม่แพ้ลุง
เขาได้มาช่วยเหลือลุงดูแลศาลเจ้าแห่งนี้เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากความเชื่อ
และสร้างความร่ำรวยแก่ตนเอง เขาทั้งเก็บค่าเข้าไหว้ของชาวบ้านและนั่งสมาธิขอพร
ที่พวกชาวบ้านโง่ ๆ เชื่อว่ามานั่งสมาธิในห้องสมาธิกลางดึกแล้วได้ยินเสียงทวยเทพ
อีกทั้งเขายังใช้ข่าวลือนั้นในการขายวัตถุมงคลต่าง ๆ อีกด้วยเพื่อแสวงกำไรเข้าตัว








ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-10-7 18:04:54
[ห้องสมาธิ]







.: การใช้บริการห้องสมาธิ :.
1) เขียนโรลหลังจ่ายเงินและเข้ามาในศาลเจ้าแล้วให้ท่านมายังห้องสมาธิ
2) เข้าได้เฉพาะช่วงเวลา 20.00 - 02.59 เท่านั้นที่จะได้ยินเสียงปริศนาที่ชาวบ้านล่ำลือว่าเสียงจากสวรรค์)
3) มาเป็นคู่กับ NPC ที่เปิดใช้งาน (NPC ที่จะมอบประสบการณ์ชีวิตแก่อีกฝ่าย)
4) สร้างสตอรี่เขียนโรลนั่งสมาธิ ตรึกตรองด้วยจิตอันแรงกล้าถึงความปรารถนาที่พึงอยากได้
5) ใช้บริการครั้งละ 50 Point ขึ้นไปเท่านั้น หากน้อยกว่าไม่สามารถมาใช้บริการได้
6) ใน 1 สัปดาห์ใช้บริการได้ 3 ครั้ง





      @สร้างสตอรี่นั่งสมาธิกับผู้ติดตามที่มาด้วย ตรึกตรอง แรงมุ่งมั่น ปณิธานของคุณ


       ผู้เฝ้าดูที่รับรู้ผ่านสื่อกลางหินห้าธาตุที่มีกลุ่มสตรีที่ชื่อหนี่วานำมันมาทิ้งไว้บนโลก อันเป็นสื่อกลางที่รบกวนชีวิตประจำวันเขา แม้เขาจะอยากทำลายมันแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้ ก่อนจะมาปรากฎตัวที่นี่ มองดูร่างที่ทำสมาธิทั้งสอง

       "เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตของเจ้าแก่สหายผู้นี้หรือไม่" ผู้เฝ้าดูที่เปล่งเสียงออกมา แต่คุณไม่อาจมองเห็นอีกฝ่ายได้ เสียงอยู่รอบทิศของห้อง

      @คุณ และ NPC

      "พึงจำไว้หากเจ้ากระทำการเช่นนี้ จะทำให้เพื่อนของเจ้าได้เห็นภาพความทรงจำจากประสบการณ์ชีวิตของเจ้า เจ้าแน่ใจหรือพร้อมจะแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นแก่สหาย" เสียงนั้นกล่าวถามขึ้น

      @คุณ และ NPC

      "เช่นนั้นให้พวกเจ้าหลับตาอีกครั้ง ข้าจะเริ่มกระบวนการที่จะถ่ายโอนประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าแก่ความทรงจำสหาย เขาจะได้เรียนรู้ชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าเพื่อนำมาเป็นบทเรียน ทุกการฝึกฝนที่เจ้าได้ฝึกจะเสมือนเขาได้ฝึก" เสียงนั้นกล่าวบอกก่อนจะมองอีกฝ่ายเริ่มทำสมาธิ เขายกมือขึ้นก่อนร่างทั้งสองเปล่งแสง ปรากฎสายใยแห่งความผูกพันธ์

      @คุณ และ NPC ทำสมาธิ

      [สร้างสตอรี่โรลเพลย์ เหตุการณ์ในอดีตที่เลือก1 เหตุการณ์จะเผยให้ NPC มองเห็น - เขียนโรลเฉพาะเหตุการณ์นั้นอย่างเดียวไม่มีเอ่ยถึงคุณตอนนี้หรือ NPC ]
              สร้างท่อนนี้มาเป็น 1 สตอรี่โรลเพลย์ หากการได้ประสบการณ์คุณในตอนนั้นมีเรื่องอะไร NPC ก็จะได้เห็น

หมายเหตุ
- สตอรี่ที่นำมาใช้จะต้องไม่ช้ำกัน 1 เหตุการณ์ได้แค่ 1 ครั้ง เพราะประสบการณ์ที่ได้จากเหตุการณ์นั้นท่านมอบให้คนอื่นแล้ว
- สตอรี่ประสบการณ์ชีวิตจะมีความยาวสั้นแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะ 50 Point แล้วแต่ว่าเป็นเหตุการณ์ในอดีตส่วนไหนของคุณ




3 ชั่วยามผ่านไป (6 ชั่วโมง)

       "ตอนนี้สหายเจ้าน่าจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าแล้ว ทำให้เขาก้าวสู่ความแข็งแกร่ง เรียนรู้จากความผิดพลาดในชีวิตเจ้า ตอนนี้เขาน่าจะได้ประสบการณ์ชีวิตเจ้า (Point) เป็นบทเรียนแก่เขาแล้ว" เสียงนั้นกล่าวแจ้ง ก่อนจะค่อย ๆ เบาและหายไป

       @คุณ และ NPC สร้างสตอรี่โรลเพลย์จบ


ได้รับความสัมพันธ์กับ NPC เหนียวแน่นขึ้น ที่มอบประสบการณ์ชีวิต +35 ความสัมพันธ์
          - ความลับบางอย่างของคุณหากส่งผลต่อความสัมพันธ์ NPC อาทิ ฆ่าคนอย่างไร้สาเหตุ ทำให้กลุ่มคนดีหรือเที่ยงธรรมเริ่มสงสัยในวัตถุประสงค์คุณ

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-12-21 22:40:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
  
.: แขกผู้แวะพักที่นี่ :.

กติกาการโรลเพลย์สนทนาทำความรู้จักขุนพลโจร
(1) 1 โรลเพลย์ สามารถเจอได้แค่ 1 คนเท่านั้น ยกเว้นมีระบุว่า xx นั่งกับ xx
(2) ในโรลเพลย์สร้างสถานการณ์พบเจอครั้งแรกได้อิสระ โดยไม่แหกนิสัย NPC
(3) นอกจากทำความรู้จัก พูดคุย ใน 1 โรลเพลย์สามารถมอบของขวัญให้ 1 ชิ้นเท่านั้น
(4) การชักชวนเข้ากองกำลัง บาง NPC ไม่จำเป็นต้องหัวใจเต็ม 10 ดวงเสมอไป นอกจากอยู่ที่การให้ของแล้ว การพูดคุย โรลทิ้งท้ายไว้ และ กำกับว่า "ชักชวน"
ทางทีมงานจะมาคอมเม้นท์ว่าชวนสำเร็จหรือไม่ ถ้าสำเร็จคุณจะได้โต้วาทีกับเขา ถ้าชนะแสดงว่าเขายอมรับใช้คุณ


ความสำคัญก่อนโรลสร้างความสัมพันธ์ NPC
(1) สำคัญมาก ที่คุณจะต้องตรวจเช็ค (ลักษณะนิสัยขัดแย้งกันหรือไม่ สามารถเช็คได้จากที่นี่ คลิก)
(2) รองลงมา ตรวจเช็ต ธาตุวันเกิด และ ปีนักษตร ชงกันหรือไม่ สามารถเช็คได้ที่นี่ (คลิก)
(3) ทุก ๆ การโรลเพลย์ที่มีความขัดแย้งในด้านนิสัย และ ธาตุหรือปีนักษัตรชงกัน เนื้อหาโรลเพลย์คุณจะต้องสร้างให้สมเหตุสมผล
เมื่อความสัมพันธ์ต้องลบลงในโรลเดียวกับจีบ ที่ความสัมพันธ์เพิ่ม โดยการครีเอทสร้างสถานการณ์โรลเพลย์ไม่ถึงกับทะเลาะ ขัดแย้งกัน
แต่ให้คุณเผลอทำอะไรที่ไม่ดี หรือใช้คำพูด หรือ บางอย่างเกี่ยวกับนิสัย ตัวคาร์คุณในโรลนั้นด้วย เพื่อให้มีความเมคเช้นส์ในการลดความสัมพันธ์




[151] จั่ว ฉือ (โจจู๋) [มาร]
ระยะเวลา: ธันวาคม 2021 - พฤษภาคม 2022




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240

5

กระทู้

491

ตอบกลับ

1 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
13339

ผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกนักบริหารใบอนุญาตเข้าเมือง(สวี)นักวางแผนนักวิชาการ

STR
600+118
INT
603+52
POL
603+0
LEA
600+47
CHA
426+5
VIT
400+99
หวัง ฟู่เหยา
เลเวล 1
คุณธรรม
18038
ความชั่ว
534
ความโหด
17248
โพสต์ 2022-10-6 01:56:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย XiangShan เมื่อ 2022-10-13 06:16

เข้าวิหารแบ่งปันประสบการณ์ให้สานุศิษย์เชว่ปา



เวลากลางดึกของัวนเดียวกัน เจ้าเมืองสวีและสานุศิษย์เชว่ปาได้ใช้รถเทียมม้าคนหนึ่งเดินทางออกจากเมืองไปอย่างเงียบๆ ที่ซึ่งเจ้าเมืองสวีบอกว่าจะพาเชว่ปาไปธุระที่เมืองอื่นด้านนอกแห่งหนึ่ง แต่ยังไม่ได้บอกรายละเอียดว่าไปที่ใด

แต่ในใจของเจ้าเมืองสวีคงจะรู้อยู่แล้วว่าจะไปที่ใด..



ยามกลางคืนเช่นนี้ย่อมต้องใช้รถเทียมม้าเพราะตามข่าวคราว ภาคใต้โจรมีมากมาย ต้องป้องกันตนเองในระดับหนึ่งโดยใช้รถเทียมม้าเพื่อความปลอดภัยทั้งตนเองและสานุศิษย์ของเธอ



"ท่านอาจารย์ เรากำลังไปที่ไหนกันเหรอ?" สานุศิษย์เชว่ปาถามขึ้น มีความสงสัยบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในใจของเธออยู่บ้างว่า ออกมาเวลานี้จะดีหรือ?



"ไปยังเมืองๆนึงเจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวก้จะถึงแล้วค่ะ" เจ้าเมืองเอ่ยในระหว่างที่นั่งรถเทียมม้าไปด้วยกัน สายตาของเจ้าเมืองยังคงมองไปนอกหน้าต่างรถม้าอยู่ตลอด ดูเหมือนเจ้าเมืองจะไม่กังวลอะไรต่อเรื่องนี้เลย

รถเทียมม้ายังคงเดินทางไปยังเบื้องหน้าต่อเนื่องไม่มีอะไรติดขัด โดยมุ่งหน้าไปตามทางถนนฝั่งตะวันออกของเจียงหนานใต้...



...

....



ต่อมา...

จนกระทั่งรถเทียมม้าเดินทางมาอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆจนถึงเมืองๆหนึ่ง เป้นเมืองเล็กๆที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลที่ดีเท่าไหร่ แต่กลับว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองกลับมีความดูดีผิดกับสภาพเมืองที่เป็นอยู่ในตอนนี้

ซึ่งมันมีรูปร่างเหมือนวิหารที่รวมเอาสิ่งก่อสร้างหลายสิ่งหลายอย่างเข้าด้วยกัน มีความเจริญมากกว่าสิ่งใดๆในเมือง



เจ้าเมืองสวีพาสานุศิษย์เชว่ปาก้าวลงจากรถเทียมม้าคันดังกล่าวนี้เอง เชว่ปาออกมามองโดยรอบเมืองก็พากับความกันดารและแร้นแค้นอยู่ไม่น้อย

"ท่านอาจารย์ เมืองนี้แทบไม่มีอะไรเหลือเลยนอกจาก...วิหารหลังนั้น.." เชว่ปาสงสัยถึงการบริหารจัดการของเจ้าเมืองนี้เข้า



"ข้าก็เห็นเช่นกัน คงเป็นเพราะภัยโจรภาคใต้ดังที่เราได้ยินมา แต่ก็น่าแปลกที่วิหารหลังนั้นยังคงอยู่ได้

แต่สำคัญกว่านั้นคือ เราจะเข้าไปยังวิหารนั้นเจ้าคะ" เจ้าเมืองสวีเอ่ย ก่อนจะพาเชว่ปาไปยังวิหารใหญ่ในเมืองนั้นเอง



เมื่อมาถึงวิหารในเมือง ก้พบกับผู้เฝ้าหน้าวิหารคนหนึ่ง ซึ่งท่าทางดูหยิ่งๆ ไร้สง่าราศีราวกับคนพาลมายืนคุมหน้าประตูวิหารอะไรทำนองนี้



"อะอ้า.. สวัสดีท่านผู้มาใหม่ทั้งสอง" เมื่อชายคนนั้นมองเห็นผู้มาเยือนใหม่แล้วก็ทำท่าเคารพนอบน้อม แต่มันก็แฝงไปด้วยท่าทีเหย่อหยิ่งพอสมควร ราวกับว่าเขาเป้นเจ้าของที่นี่

"ต้องการมาใช้บริการที่วิหารอย่างนั้นสินะขอรับ" เขาเริ่มทำหน้าท่าทางแบบว่า อ้าวลูกค้าเข้าแล้วได้เวลาเก้บค่าเข้าแล้วล่ะอิๆ



"ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้าต้องการมาใช้บริการที่นี่" เจ้าเมืองสวีกล่าวเช่นนั้น บวกกับมีท่าทางไม่ไว้ใจต่ออีกฝ่ายด้วยเช่นกัน

ตัวเชว่ปาเองก็มองบุคคลตรงหน้าแบบไม่ไว้ใจเท่าไหร่



"อ้อๆ อย่างนั้นเองสินะ ช่วงนี้ก็เป็นเวลาเหมาะเจาะพอดีเลยว่าด้วยเรื่องเสียงลึกลับจากเทพ จะออกมาได้ยินในเวลานี้...

ท่านเชื่อไหมขอรับว่าแม่นางทั้งสองจะได้ยินมัน..?" ผู้ดูแลเอ่ย



"....." เจ้าเมืองสวีฟังดังนั้น เสียงที่ว่านั่นจะมีเสียงอื่นใดได้อีกเล่า ก็น่าจะเป็นเสียงของ ผู้เฝ้ามอง...ที่เธอเคยพอเจอมาแล้วแน่ๆ

"ข้ารู้ดีเจ้าค่ะ ถึงเสียงเหล่านั้น" อาจจะมีเพียงเจ้าเมืองสวีที่รู้จริงก็ได้



"น่าสนใจ.. น่าสนใจมากๆขอรับ แม่นางได้ยินเสียงเทพเช่นนี้แสดงว่าต้องมีญาณทิพย์ หรือการรับรู้สิ่งที่พิเศษอย่างแน่นอน

ถ้าเช่นนั้นแล้วจะเข้าไปใช้บริการ 35 ตำลึงเงินขั้นต่ำนะขอรับ หรือว่าจะเอาวัตถุมงคลเหล่านี้ด้วยดีครับ?" ผู้เฝ้าหน้าวิหารเริ่มคิดค่าใช้บริการพร้อมกับมีรอยยิ้มอย่างเลศนัย



"เหลวไหล! มาใช้บริการสถานที่แค่นี้ทำไม่ต้องเก็บแพงเช่นนี้!" เชว่ปาเอ่ยขึ้น สภาพของเมืองโดยรอบต่างจากวิหารแห่งนี้โดยสิ้นเชิง ตำลึงเงินเท่านี้ก็กินเงินไปตั้งขนาดไหนแล้ว นี่มันขูดรีดชัดๆ ว่าดังนั้นเชว่ปาก็กำหมัดขึ้นมาแทบจะทันใด



"อ๊ะๆ อย่าใช้ความรุนแรงในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เชียวนะขอรับ ถ้าข้าบาดเจ็บละก็ เรื่องนี้ต้องถึงเบื้องบนแน่" ผู้เฝ้าประตูขู่แบบเหยาะๆหวังว่าจะเกรงกลัวอำนาจเบื้องบน ก็แน่นอนเบื้องบนที่ว่าจะมีอะไรอีกล่ะ



"จะเบื้องบนสูงแค่ไหนอย่าคิดว่าข้าจะกลัว! กะอีคนขูดรีดเช่นเจ้า!" เชว่ปาคิดบวกคนตรงหน้า แต่โดนอาจารย์ตนรั้งหัวไหล่ไว้ก่อน



"ช้าก่อนเจ้าคะเชว่ปา เราจะไม่ทำเช่นนั้น เรามาเพื่อใช้บริการวิหารมิได้มาก่อความรุ่นแรง เรามิสนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบนะเจ้าคะ"

เจ้าเมืองสวีเตือนสติเชว่ปา



"...ฮึ่ย..!" เชว่ปาฟังอาจารย์ของตนแล้วยอมลดความโกรธลงบ้าง แต่ก็ยังคลุกครุ่นอยู่

"ถ้าเผลอเมื่อไหร่เจ้าได้กินหมัดข้าไปแล้ว!" เชว่ปายั้วใส่คนคุมประตูแสนละโมบคนนี้ ถ้าอาจารย์ตนไม่ห้ามไว้คงมีเรื่องแล้ว



ถึงอย่างนั้นแค่มีเจ้าเมืองสวีห้ามไว้ก็ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น พร้อมกับจ่ายค่าเข้าใช้บริการแต่โดยดี แล้วเจ้าเมืองสวีจึงพาเดินเข้าไปด้านในวิหารแห่งนั้น...



"ท่านอาจารย์ก็มิควรห้ามข้า คนแบบนั้นดูยังไงก็ขูดรีดๆชัดๆ ยิ่งกล้าต่อหน้าอาจารย์ข้าคงต่อยไปแล้ว!" เชว่ปายังคงอารมณ์คลุกขุ่นอยู่



"ใจเย็นก่อนเถิดเชว่ปา เราอยู่ในวิหารแล้วเราต้องการความสงบ ยิ่งช่วงเวลานี้ถ้าจักได้ยินเสียงของ ท่านผู้เฝ้ามองย่อมต้องใช้สมาธิเยอะเจ้าคะ"

เจ้าเมืองสวีเอ่ย



"ท่านผู้เฝ้ามอง? คืออะไรหรือท่านอาจารย์??" เชว่ปาสงสัยว่าคนที่เธอพูดถึงคือใครกันนะ?



"ถึงเวลาเจ้าก็จักรู้เองเจ้าคะ" เจ้าเมืองสวีไม่พูดมากเท่าไหร่ ถึงเวลาก้จะรู้เอง ซึ่งก็อีกไม่นาน...



หลังจากนั้น ทั้งสองก็เข้ามาในโถงสมาธิ พร้อมนั่งสมาธิคงละฝั่งกันกับสานุศิษย์เชว่ปาที่ติดตามมาด้วย

ตัวสวีเซียงซานนั้นมีแรงมุ่งมั่นในปณิธานของตนอย่างเต็มเปี่ยมที่จะสร้างยุคสมัย ที่สตรีมีอำนาจบนแผ่นดินนี้ อย่างแน่นอน...



ผู้เฝ้าดูที่รับรู้ผ่านสื่อกลางหินห้าธาตุที่มีกลุ่มสตรีที่ชื่อหนี่วานำมันมาทิ้งไว้บนโลก อันเป็นสื่อกลางที่รบกวนชีวิตประจำวันเขา

แม้เขาจะอยากทำลายมันแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้ ก่อนจะมาปรากฎตัวที่นี่ มองดูร่างที่ทำสมาธิทั้งสอง



"สักพักแล้วสินะ ที่ข้ามิได้สัมผัสการมายืนของคนที่มายังวิหารแห่งนี้ เนิ่นนานยาวนาน...."

"เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตของเจ้าแก่สหายผู้นี้หรือไม่" ผู้เฝ้าดูที่เปล่งเสียงออกมา แต่คุณไม่อาจมองเห็นอีกฝ่ายได้ เสียงอยู่รอบทิศของห้อง



"แน่นอนเจ้าคะ" สวีเซียงซานตอบเสียงนั้นอันแสนคุ้นเคย ซึ่งเคยได้ยินมาบ่อยแล้ว

"ท่านอาจารย์ นั่นเสียงใครน่ะ?" เชว่ปาตกใจสงสัย สมาธิเกือบวอกแวกทันทีที่ได้คุยกับเสียงประหลาด



"ใจเย็นๆเชว่ปา อยู่ในสมาธิไว้เจ้าคะ" เจ้าเมืองสวีกำชับมิให้เชว่ปาวอกแวก



"พึงจำไว้หากเจ้ากระทำการเช่นนี้ จะทำให้เพื่อนของเจ้าได้เห็นภาพความทรงจำจากประสบการณ์ชีวิตของเจ้า เจ้าแน่ใจหรือพร้อมจะแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นแก่สหาย"

เสียงนั้นกล่าวถามขึ้น



"แน่นอนเจ้าคะ ข้ายินดีมากๆที่จะแบ่งปันให้กับนาง" เจ้าเมืองสวีตอบอย่างปกติสุข

"ท่านอาจารย์จะแบ่งอะไรให้ข้าหรือ? ตะ แต่ถ้าท่านอาจารย์จะแบ่งอะไรให้ข้าก็จะรับแล้วกันนะ!" เชว่ปายังไม่รู้รายละเอียดมาก แต่ก็ตอบๆไปก่อนว่าอาจารย์ตนจะมอบอะไร ล้วนเป็นสิ่งดีแน่นอน..



"เช่นนั้นให้พวกเจ้าหลับตาอีกครั้ง ข้าจะเริ่มกระบวนการที่จะถ่ายโอนประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าแก่ความทรงจำสหาย เขาจะได้เรียนรู้ชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าเพื่อนำมาเป็นบทเรียน ทุกการฝึกฝนที่เจ้าได้ฝึกจะเสมือนเขาได้ฝึก"

เสียงนั้นกล่าวบอกก่อนจะมองอีกฝ่ายเริ่มทำสมาธิ เขายกมือขึ้นก่อนร่างทั้งสองเปล่งแสง ปรากฎสายใยแห่งความผูกพันธ์



"สำหรับเจ้าเชว่ปา.. ข้าจะให้เจ้าได้ดูถึงช่วงเวลานั้น... ช่วงที่ข้าได้ออกศึก ต่อสู้ครั้งแรกในชีวิตข้า" เจ้าเมืองสวีกล่าว



[เหตุการณ์ชีวิตที่ได้มอบแก่เชว่ปา...]
      [ตั้งแต่ตอนเข้าเป็นทหารอาสา ร่วมปรายโจรโพกผ้าเหลือง วันนั้น... เดินทางรอนแรมจากภาคกลางสู่ภาคเหนืออย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะมายังเมืองจี้โจว ที่หญิงสาวจำได้ว่ามีประกาศรับสมัครทหารอสาเพื่อช่วยเหลือแผ่นดินนี้
หญิงสาวเองก้อยากจะร่วมด้วยช่วยเหลือ สตรีเองก็สามารถช่วยแผ่นดินได้! ต้องทำให้เขาเห็นกับตา!
ค่ายทหารในครานั้นมีทหารอาสาอยู่มากมาย ทั้งที่มาใหม่ๆและเป็นทหารอาชีพอยู่แล้ว กำลังฝึกซ้อนและวางแผนกันอย่างขมักเขม้น
เสียงโห่ร้องตอนฝึกนั้นดังไปทั่วค่ายจนหญิงสาวรู้สึกได้
เธอมองไปรอบๆพร้อมกับเรียนรู้ระบบค่ายทหารไปด้วยในตัวว่ามีอะไรบ้าง หน่วยอะไร เหล่าอะไรบ้าง เท่าที่เธอเห็นจะมีเหล่าทหารราบ ทหารม้า ทหารธนู ทหารชาวบ้านอาสาและก็อุปกรณ์ช่วยรบต่างๆ


หลังจากหญิงสาวได้เข้าร่วมเป็นทหารอาสา แล้ว เธอจึงไปรับการบรรจุแต่งตั้งจากนายกองชั่วคราวให้เป็น นายกองทหารธนู แค่ครั้งแรกที่มาลงศึกก็ได้เป็นถึงนายกองเลยทีเดียว
หญิงสาวก็นำยุทโธปกรณ์ของกองทหารธนูมาใช้โดยเป็นธนูชั้นดีอันหนึ่ง แล้วเดินดูการฝึกซ้อมของทหารธนู ส่วนใหญ่เป็นการยิงให้โดนเป้าหมายซะส่วนใหญ่
แต่การฝึกที่ลึกกว่านั้นคือ การยิงยังไงให้เร็วขึ้น แรงขึ้น และไกลขึ้นมากกว่า


คำติฉินนินทาย่อมมีกันทุกคน ทุกที่ แต่ในที่นี้คือเพื่อนร่วมรบด้วยกันมาด้วยความสมัครใจ มันก็อาจจะยังมีอยุ่นั่นแหละ เพียงเพราะว่าการปลูกฝังขงจื้อบ้าบอให้เชิดชูบุรุษนั้นมีเข้มข้นเสียจนเพศสตรีโดนดูถูกเหยียดหยาม ว่าสนามรบไม่น่าใช่เรื่องของสตรี
หญิงสาวคิดในใจ ตอนนี้พวกเขาอาจจะยังไม่ยอมรับ แต่ว่า..หากเราสร้างอะไรที่เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาก้จะยอมรับได้. แต่ต้องค่อยๆสร้างมันขึ้นมา
เราต้องทำให้เขาเห็น และยอมรับสตรีเพศอย่างกว้างขวาง


เวลาในการฝึกซ้อมแห่งการรบดำเนินอย่างแข็งขัน  จากการแสดงความสามารถและฝีมือก่อนหน้าทำให้รู้ว่านางเก่งจริง
นางก็อยากจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับราษฎรทุกคน โดยเฉพาะสตรีเองนั่นล่ะเจ้าคะ ว่าการต่อสู้เพื่อแผ่นดินนั้น ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของบุรุษเท่านั้น
หากแต่ใครที่อยากช่วยแผ่นดินนี้ก็ทำได้ทุกคน สตรีเองก็สามารถทำได้เช่นกัน


ยามออกศึกสู้กับโจรก็มาถึง...


นายกองสวีเซียงซานขับม้าอาสาออกไปล่อพวกทหารธนูผ้าเหลืองบนกำแพงเมืองหญิงสาวคว้าธนูพร้อมเล็งธนูออกไปใส่พวกทหารธนูบนกำแพงเมือง
หญิงสาวง้างธนูแล้วยิงออกไปด้วยความเร็วและแรง ความแรงของลูกธนูจากมือของหญิงสาวนั้นรุนแรงนัก โดนแล้วสามารถกระเด็นไปข้างหลังได้ราวกับโดนผลักอย่างรุนแรง ทหารผ้าเหลืองบนกำแพงเห็นธนูแรงถีบมหาศาลเช่นนั้นก็พากันตกใจว่าใครยิงมา...


การรบดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลังจากเริ่มต้นได้ไม่นาน ระหว่างที่กำลังล่อความสนใจของทหารธนูฝ่ายผ้าเหลืองนั้น หญิงสาวคอยยิงธนูขึ้นไปบนกำแพงเพื่อสกัดการยิงของพวกนักธนูลัทธิฟ้าเหลืองนั้นให้หยุดยิงเป็นระยะๆ ด้วยพลังการยิงธนูของเธอถ้าโดนเข้าก็ตายทันทีไม่รู้ตัว
คนแล้วคนเล่าที่หญิงสาวยิงธนูสอยไปเรียงคนบนกำแพง ดีที่พวกมันมีกำบังไม่งั้นได้ตายกันเป็นแถบแล้ว แต่ก็มีจังหวะหนึ่งที่หญิงสาวเอื้อมลงไปเก็บลูกธนูที่ปักอยู่ที่พื้นนำกลับมาใช้ใหม่ แล้วคืนลูกธนูให้พวกมันแบบจัดเต็ม


ต่อมาเมื่อการรบดำเนินอย่างดุเดือด หญิงสาวสวีเซียงซานเข้าสู้กองทหารม้าแบบไม่กลัวตาย!
หญิงสาวเก็บธนูลงข้างตัว ก่อนจะหยิบกระบี่ที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่แรก แล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปบุกโจมตีกองทหารม้าที่กำลังพุ่งมาเหล่านั้น เธอขี่ม้าเข้าไปประจันหน้ากับทหารม้าทันที!
สวีเซียงซานขี่ม้าไปต้านกองทหารม้าก่อนพุ่งชาร์จพลธนู ทำให้ทหารม้าชะลอตัวลงเพราะการมาของหญิงสาวที่พร้มอต่อสู้กับทหารม้า
หญิงสาวในฐานะนายกองได้ขี่ม้าเข้าตะบันต่อสู้กับทหารม้าพวกโจรผ้าเหลืองโดยตรงเพื่อหยุดยั้งการพุ่งของทหารม้าเพื่อทำลายกองทหารธนูของพวกเธอ ซึ่งเธอได้เข้าไปขัดขวาง ด้วยตัวคนเดียว
เธอถือกระบี่เข้าโจมตีกองทหารม้าโจรด้วยตัวคนเดียวอย่างน่าเกรงขาม ทั้งๆที่อีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าแท้ๆ


การรบดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด.. ด้วยการประลองตัวต่อตัวกับขุนพลโจรผ้าเหลืองที่เชว่ปาคุ้นหน้าดี ก็คือกงไป่จินเว่ย ที่คุ้นหน้าคุน้ตาในโผหยางกันดี!


หญิงสาวกล่าวท้าทายพร้อมกับหยิบกระบี่อาวุธข้างกายออกมาพร้อมต่อสู้
ขุนพลโจรคนนั้นยังไม่รู้ซึ้งถึงฝีมือของหญิงสาว หยิบอาวุธหอกออกมาพร้อมรับคำท้าจากหญิงสาว


การดวลจบลง... หญิงสาวก้าวเข้ามาตรงหน้าเขา พร้อมกับย่อตัวลงคุยตรงหน้าขุนพลโจรที่พ่ายแพ้และหมดศักดิ์ศรีตรงหน้าอย่างไม่ถือตัว
หญิงสาวว่าจบ ก็ยื่นมือไปให้กับขุนพลโจรที่หลงผิดคนนี้ราวกับผู้มาโปรด หญิงสาวจะเป็นคนสร้างความเข้าใจและบรรทัดฐานสังคมใหม่แก่เขาเอง!]




...

....

.....



3 ชั่วยามผ่านไป



"ตอนนี้สหายเจ้าน่าจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าแล้ว ทำให้เขาก้าวสู่ความแข็งแกร่ง เรียนรู้จากความผิดพลาดในชีวิตเจ้า ตอนนี้เขาน่าจะได้ประสบการณ์ชีวิตเจ้า เป็นบทเรียนแก่เขาแล้ว"

เสียงนั้นกล่าวแจ้ง ก่อนจะค่อย ๆ เบาและหายไป



"ขอบคุณมากเจ้าคะ สานุศิษย์ของข้าคงได้เรียนรู้อะไรมากมายแน่นอน" หญิงสาวออกจากสมาธิ แล้วเข้าไปหาสานุศิษย์ของตน



"ท่านอาจารย์ ท่านลงสนามรบต่อสู้กับพวกโจรด้วย.. ท่านอาจารย์เท่ที่สุดเลย! ข้าไม่นึกว่าท่านอาจารย์จะต่อกรกับศัตรูได้มากมายเพียงนี้! ท่านคือบุคคลในความฝันของข้าชัดๆ!" เชว่ปาเอ่ยแบบว่าเหมือนได้เห็นภาพที่ตัวสวีเซียงซานเห็นมาแทบทั้งหมด ประสบการณ์ค่ายทหารสนามรบนั้นเธอเรียนรู้มาอย่างเต็มเปี่ยม

ราวกับว่าได้ไปลงจริงๆแม้ตัวจะไม่ได้ไปก็ตาม..



"หากเจ้าพร้อมยินดีทำเพื่ออุดมการณ์ของเรา ข้าก็ยอมถ่ายทอดความรู้และประสบการณืให้แก่ผู้ที่คู่ควรมันเจ้าคะ ข้าไม่เสียดายที่จะมอบให้แก่เจ้า เพราะเจ้าเองก็ควรได้รับมันเช่นกันเจ้าคะ"

เจ้าเมืองสวีเอ่ยอย่างไม่ถือตัว มีอะไรก็ถ่ายทอดให้ เพื่อที่จะเป็นสานุศิษย์ที่เก่งที่สุดของเธอ..



"ท่านอาจารย์.. ข้าจะใช้กำลังของข้าทำเพื่ออุดมการณืของท่านอาจารย์ให้ดีที่สุดแน่นอน!" เชว่ปาคงต้องตอบแทนเจ้าเมืองสวีอีกมากมาย เพราะประสบการณืที่มอบให้นั้นช่างมากมายเสียเหลือเกินแท้..



หลังจากถ่ายทอดประสบการณืกว่าจะจบก็ล่อไปตอนเช้าแล้ว ทั้งเจ้าเมืองสวีและเชว่ปาก็ถือโอกาสในเช้าวันใหม่เดินทางกลับไปยังโผหยางแบบไม่รีรอ

การถ่ายทอดประสบการณืครั้งนี้ ย่อมเป็นประโยชน์มากถึงมากที่สุดต่อตัวเชว่ปา และจะเป็นกำลังหลักที่สำคัญของเมืองโผหยาง และหนี่ว์กุ้ยเว่ย์ในอนาคต...



-----------------------------------------



ใช้งาน 236 ไป๋ เชว่ปา

ถ่ายทอด Point ให้จำนวน 1050 Point



-----------------------------------



+2 Point จากการโรลให้เกียรติอีกฝ่าย ถ่อมตน

+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ ทะเยอทะยาน

+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้ นักวิชาการ

รวม 8 Point



---------------------------



ความสัมพันธ์

236 ไป๋เชว่ปา สานุศิษย์

+5 พูดคุย

+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย หูดี

+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจเรา คิ้วหงส์

+20 ความสัมพันธ์ ธาตุถูกกัน (ทองหนุนน้ำ)

+10 ความสัมพันธ์กับคนในปาร์ตี้ ถ่อมตน

+35 ความสัมพันธืพิเศษจากการถ่ายทอดประสบการณ์ให้

-5 ความสัมพันธ์กับคนในทีม ดื้อรั้น

รวม 85



--------------------------------


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าฮั่นเสีย
ตลับผงชาด
ผ้าคลุมขาว
ชุดหนี่ว์จิงเจี๋ยฟางเฉอ
เกาทัณฑ์จย่าเจี๋ยอู๋เยว่
คัมภีร์หนี่กุ้ยเว่ย
ไก่ฟ้าทองแดง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x77
x9
x1
x100
x2
x27
x47
x41
x88
x3
x45
x105
x70
x55
x180
x3
x1
x4
x2
x3
x6
x2
x10
x2
x6
x14
x19
x7
x6
x8
x4
x4
x4
x4
x60
x2
x2
x40
x25
x25
x40
x20
x20
x40
x5
x5
x1
x73
x48
x28
x9
x60
x20
x5
x3
x50
x3
x4
x30
x3
x3
x19
x4
x4
x2
x5
x10
x135
x30
x30
x86
x6
x100
x46
x1
x5
x377
x20
x40
x10
x98
x346
x2
x2
x53
x1
x5
x105
x20
x204
x45
x304
x20
x10
x5
x3
x15
x1
x6
x2
x10

5

กระทู้

491

ตอบกลับ

1 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
13339

ผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกนักบริหารใบอนุญาตเข้าเมือง(สวี)นักวางแผนนักวิชาการ

STR
600+118
INT
603+52
POL
603+0
LEA
600+47
CHA
426+5
VIT
400+99
หวัง ฟู่เหยา
เลเวล 1
คุณธรรม
18038
ความชั่ว
534
ความโหด
17248
โพสต์ 2022-10-7 01:41:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย XiangShan เมื่อ 2022-10-19 08:35




เข้าวิหารแบ่งปันประสบการณ์ให้สานุศิษย์ หมิงซู่เหยา


กลางดึกของวันต่อมา เจ้าเมืองสวีและสานุศิษย์ซู่เหยาได้ใช้รถเทียมม้าคันหนึ่งเดินทางออกจากเมืองไปอย่างเงียบๆ
ที่ซึ่งเจ้าเมืองสวีเคยพาเชว่ปาเดินทางมาแล้ว แต่ซู่เหยายังไม่รู้ว่าจะไปที่ใด


ต่อมา...
จนกระทั่งรถเทียมม้าเดินทางมาอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆจนถึงเมืองๆหนึ่ง เป้นเมืองเล็กๆที่มีสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองกลับมีความดูดีผิดกับสภาพเมืองที่เป็นอยู่ในตอนนี้
เจ้าเมืองสวีพาซู่เหยาลงจากรถเทียมม้า ก่อนจะพาไปยังวิหารใหญ่ในเมืองนั้นเอง
เมื่อมาถึงวิหารในเมือง ก้พบกับผู้เฝ้าหน้าวิหารคนเดิม ที่มีนิสัยไม่น่าคบหาสักเท่าไหร่ ต่อให้จะเคยเจอมาแล้วก็ตาม...


"อะอ้า.. สวัสดีท่านผู้มาใหม่ อ๊ะ ท่านคนเดิมอีกแล้วสินะขอรับ?" เมื่อชายคนนั้นมองเห็นผู้มาเยือนหน้าเดิมแล้วก็ทำท่าเคารพนอบน้อม แต่มันก็แฝงไปด้วยท่าทีเหย่อหยิ่งไม่เปลี่ยนแปลง
"ต้องการมาใช้บริการที่วิหารอีกครั้งไหมขอรับ" เขาเริ่มทำหน้าท่าทางแบบว่าลาภปากจริงๆ


"ถูกต้องเจ้าคะ ข้าพานางมาเพื่อการณืนี้เจ้าคะ" เจ้าเมืองสวีกล่าว ถึงจะเริ่มชินกับเขาแต่ก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี คนแบบนี้...
ซู่เหยาเองก็ยืนหลบหลังอาจารย์ตนพร้อมกับจะไม่พูดอะไรมาก คนแบบนี้ไม่อยากจะเผชิญหน้ามากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นคนโลภ เจ้าเล่ห์ เห็นแก่ตัว ซู่เหยาไม่ชอบเลย...


"ช่วงนี้ก็เป็นเวลาที่ได้ยินเสียงเทพคนนั้นพอดี จะเจ้าไปเลยไหมขอรับ?" ผู้ดูแลเอ่ยถาม


"แน่นอนเจ้าคะ" เจ้าเมืองสวีฟังดังนั้น เสียงของ ท่านผู้เฝ้ามองจะต้องมายังเวลานี้แน่นอนไม่มีผิดเพี้ยน ก็คงถึงเวลาแล้วที่จะต้องเข้าไปพร้อมกับซู่เหยา


"น่าสนใจ.. น่าสนใจมากๆขอรับ ถ้าเช่นนั้นแล้วจะเข้าไปใช้บริการ 35 ตำลึงเงินเช่นเดิมนะขอรับ หรือว่า..."
ผู้เฝ้าหน้าวิหารเริ่มคิดค่าใช้บริการพร้อมกับมีรอยยิ้มอย่างเลศนัย กับทำท่าทางจะขายของเหมือนเดิม ทว่า...


"ไม่เป็นไรเจ้าคะ ข้ามิรับหรอกเจ้าคะ" เจ้าเมืองรีบปฏิเสธทันควันแบบไม่ต้องการวัตถุมงคลอันแสนงมงาย
ก่อนจะหยิบเงินตำลึงเงินจ่ายผู้ดูแลแบบ รีบจ่ายและเข้าไปใช้บริการให้มันจบๆไปเสียจะดีกว่า


"ฮี่ๆๆ ขอบคุรขอรับสำหรับสินน้ำใจ" ชายผู้ดูแลยิ้มร่าทันทีเมื่อได้ค่าเข้าบริการตามที่ตนหวังไว้ และได้รับอย่างงามๆ
"เชิญด้านในได้เลยนะขอรับ ขอให้แม่นางทั้งสองดื่มด่ำกับบรรยากาศกับเสียงของทวยเทพนะขอรับ..." ชายผู้ดูแลกล่าวพร้อมกับแสดงท่าทีเจ้าเล่ห์พร้อมปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าไปด้านใน


"....ไปกันเถอะเจ้าคะซู่เหยา" เจ้าเมืองสวีรับพาสานุศิษย์เดินเข้าไปข้างในวิหารแบบไม่ต้องเสียเวลาคุยกับผู้ดูแลมากนัก คุยไปก็มีแต่จะเสียเวลา เสียเงินเสียทองไปเปล่าๆ...


"ข้าเองก็ไม่ชอบเขาคนนั้นเลยเจ้าคะ ดูท่าทางที่หยิ่งและทำตามอำเภอใจขนาดนั้น ต้องมีคนใหญ๋คนโตหนุนหลังอยู่แน่นอนเจ้าคะ.." ซู่เหยาเอ่ยคาดเดาว่า ชายผู้ดูแลต้องมีแบ็คใหญ่แน่นอน ถึงได้ไม่เกรงกลัวใคร..


"นั่นสินะเจ้าคะ... คนแบบนั้น.. สักวันหนึ่งจะต้องถูกผลการกระทำเล่นกลับอย่างแน่นอน ไม่ช้าก็เร็วเจ้าคะ"
เจ้าเมืองสวีเอ่ย ผลของการกระทำย่อมมีผล ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องได้รับมัน ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ตาม...

"ฟังนะเจ้าคะซู่เหยา เราอยู่ในวิหารแล้วเราต้องการความสงบ ยิ่งช่วงเวลานี้ถ้าจักได้ยินเสียงของ ท่านผู้เฝ้ามองย่อมต้องใช้สมาธิเยอะเจ้าคะ"
เจ้าเมืองสวีเอ่ย


"ท่านผู้เฝ้ามองหรือเจ้าคะท่านอาจารย์?" ซู่เหยาสงสัยถึงคำที่ว่าผู้เฝ้ามองคืออะไร?
"ถึงเวลาเจ้าก็จักรู้เองเจ้าคะ" เจ้าเมืองสวีไม่พูดมากเท่าไหร่ ถึงเวลาก้จะรู้เอง ซึ่งก็อีกไม่นาน...


-
หลังจากนั้น ทั้งสองก็เข้ามาในโถงสมาธิ พร้อมนั่งสมาธิคงละฝั่งกันกับสานุศิษย์ซู่เหยาที่ติดตามมาด้วย
ตัวสวีเซียงซานนั้นมีแรงมุ่งมั่นในปณิธานของตนอย่างเต็มเปี่ยมที่จะสร้างยุคสมัย ที่สตรีมีอำนาจบนแผ่นดินนี้ อีกครั้งนึง


ผู้เฝ้าดูที่รับรู้ผ่านสื่อกลางหินห้าธาตุที่มีกลุ่มสตรีที่ชื่อหนี่วานำมันมาทิ้งไว้บนโลก อันเป็นสื่อกลางที่รบกวนชีวิตประจำวันเขา
แม้เขาจะอยากทำลายมันแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้ ก่อนจะมาปรากฎตัวที่นี่ มองดูร่างที่ทำสมาธิทั้งสอง


"ในเวลาไล่เลี่ยกันไม่นาน เจ้าก็กลับมาสินะ? ดูแล้วเจ้ามีคนที่รักพร้อมจะถ่ายทอดประสบการณ์อยู่เสมอแน่แท้"
"เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตของเจ้าแก่สหายผู้นี้หรือไม่" ผู้เฝ้าดูที่เปล่งเสียงออกมา แต่คุณไม่อาจมองเห็นอีกฝ่ายได้ เสียงอยู่รอบทิศของห้อง


"แน่นอนเจ้าคะ" สวีเซียงซานตอบเสียงนั้นอันแสนคุ้นเคย ซึ่งเคยได้ยินมาบ่อยแล้ว
"เสียงใครหรือท่านอาจารย์เจ้าคะ" ซู๋เหยาได้ยินเสียงแต่ไม่รู้ที่มา ไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรกับใครกันหรือ?


"ใจเย็นๆนะซู่เหยา อยู่ในสมาธิไว้เจ้าคะ" เจ้าเมืองสวีกำชับมิให้ซู่เหยาหลุดจากสมาธิ


"พึงจำไว้หากเจ้ากระทำการเช่นนี้ จะทำให้เพื่อนของเจ้าได้เห็นภาพความทรงจำจากประสบการณ์ชีวิตของเจ้า เจ้าแน่ใจหรือพร้อมจะแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นแก่สหาย"
เสียงนั้นกล่าวถามขึ้น


"แน่นอนเจ้าคะ ข้ายินดีมากๆที่จะแบ่งปันให้กับนาง" เจ้าเมืองสวีตอบอย่างปกติสุข
"ถ้าท่านอาจายร์จะมอบอะไร ข้ายินดีรับเจ้าคะ" ซู่เหยาคิดว่าอาจารย์จะถ่ายทอดความรู้ให้ รึเปล่า.. แต่ก็ตอบไปก่อนว่าอาจารย์ตนจะมอบอะไร ล้วนเป็นสิ่งดีแน่นอน..


"เช่นนั้นให้พวกเจ้าหลับตาอีกครั้ง ข้าจะเริ่มกระบวนการที่จะถ่ายโอนประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าแก่ความทรงจำสหาย เขาจะได้เรียนรู้ชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าเพื่อนำมาเป็นบทเรียน ทุกการฝึกฝนที่เจ้าได้ฝึกจะเสมือนเขาได้ฝึก"
เสียงนั้นกล่าวบอกก่อนจะมองอีกฝ่ายเริ่มทำสมาธิ เขายกมือขึ้นก่อนร่างทั้งสองเปล่งแสง ปรากฎสายใยแห่งความผูกพันธ์


"สำหรับเจ้าซู่เหยา.. ข้าจะให้เจ้าได้ดูถึงช่วงเวลานั้น... ช่วงที่ข้าได้ทำการเผยแพร่ศาสนาและเรียนรู้อย่างเข้มข้น.." เจ้าเมืองสวีกล่าว


--
[เหตุการณ์ชีวิตที่ได้มอบแก่ซู่เหยา...]
เหตุการณ์ที่ปรากฏนั้น ได้เล่าย้อนไปถึงช่วงเวลาในอดีต ที่ตัวสวีเซียงซษนได้เป็นคนแร่ร่อนเพราะภัยสงครามคนหนึ่งเท่านั้นเอง..


หนี..หนีมาโดยตลอด
หนีพวกโจรผ้าเหลืองจากการปล้นและรอดมาได้ เพียงคนเดียว..


ก่อนหน้านี้... ที่เมืองป่อไห่ ...ครอบครัวไปทำธุรกรรมที่นั่น จู่ๆก็มีพวกโจรโพกผ้าเหลืองปรากฏตัวขึ้นมา พวกมันเข้าปล้นคนในเมืองโดยไม่ลังเล...
บิดาได้นำเธอไปซ่อนไว้ในเรือและนำสินค้ามาห่มไว้มิดชิดเพื่อไม่ให้พวกโจรเห็น
คำสุดท้ายที่ท่านพ่อพูดไว้กับข้าคือ จงมีชีวิตต่อไปและรักษามันไว้ซะ...


ภาพสุดท้ายที่ข้าเห็น ผู้ชายถูกฆ่าถ้าขัดขืน ผู้หญิงก้จับไปเป็นางบำเรอหรือข่มขืน ข้าไม่ชอบเอาเสียเลย..
สักวัน.. ข้าจะต้องเปลี่ยนแปลงมัน ไปสู่ยุคที่ดีกว่า..


หลังจากเหตุการณืนั้นเซียงซานคงมิมีเวลามาเสียใจอยู่ หากเสียใจตนก็ไม่บรรลุเป้าหมาย ต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่ตนจะตายไปโดยเปล่า


ต่อมาเธอออกเดินทาง ตามหาแหล่งใหม่ในการเติมเต็มความต้องการของเธอก็คือหมู่บ้านสักแห่งนึง เธอต้องการเผยแพร่ความเชื่อของเธอให่กว้างขวางมากขึ้นไปเรื่อยๆ
ที่แห่งแรกที่สวีเซียงซานเริ่มต้นคือ หมู่บ้านเจินติ้ง...


เธอเลือกทำเลที่ๆเหมาะๆ ไปนั่งริมใจกลางย่านการค้า ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่ตัวเองเรียบเรียงมาอย่างดีแล้ว
หญิงสาวเริ่มต้นการพูดการเล่าเรื่องด้วยความนอบน้อม ด้วยน้ำเสียง+บุคลิกท่าทางที่ดีกับดูน่าเชื่อถือ ทำให้หลายคนเริ่มมาสนใจ
หญิงสาวเล่าเรื่องราวและบ่าวประกาศบางสิ่งที่ตนอยากเผยแพร่ให้ผู้ผ่านไปผ่านมารับรู้กัน เธอเผยความเชื่อแรก ที่จะช่วยเสริมสิทธิของสตรีให้มากขึ้น...
นี่เป็นเพียง ก้าวแรก.... ซึ่งส่วนใหญ่ก็หมายถึง สิทธิสตรีนั่นเอง...


หญิงสาวเล่าเรื่องต่อ ถึงความเชื่อและลัทธิบางอย่างที่ตนเชื่อมั่นและศรัทธาให้คนอื่นได้เรียนรับรู้ไป เสมือนคนเล่าเรื่องคนหนึ่ง
แต่ด้วยลักษณะกิริยา น้ำเสียงมารยาทดี ทำให้ดูน่าฟัง
เธอได้เล่าตำนานของเทพีองค์หนึ่งที่ตนศึกษามาใหเข้าใจ ว่าเรามีรูปเคารพ ก็คือเทพพหุชรา ที่ตัวสวีเซียงซานกล่าวถึงคือเทพีแห่งพลังอำนาจของสตรีนั่นเอง...


คำสอนของหนี่ว์กุ้ยเว่ยนั้นได้จับใจความไว้ว่า... สอนให้มีความจริงใจ ซื่อสัตย์ เมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
มีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ฟาดฟันต่ออุปสรรคต่างๆ
มีสติปัญญา วิชาความรู้ และนัยหนึ่ง หมายถึง เมตตามหานิยม
มีพลังอำนาจ ยศฐานบรรดาศักดิ์ และหน้าที่การงานที่ดี มีความซื่อตรง เที่ยงธรรม
และมีสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า ด้วยความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อเพศหญิง และมนุษย์โลก พระมารดาจึงถูกยกย่องในฐานะ พระมารดาจักรวาล...
ฟังดูแล้วน่าเลื่อมใสยิ่งนัก.. เป้นคำสอนที่เหมาะสมแก่การเชิดชูโดยแท้ แต่คนยังกลับไม่สนใจ...


สถานที่เผยแพร่ต่อมา ก็คือ หมู่บ้านไท่ชิง...


หญิงสาวเล่าเรื่องต่อ ถึงความเชื่อและลัทธิที่ตนเชื่อมั่นและศรัทธาให้คนอื่นได้เรียนรับรู้ไป เล่าเรื่องตำนานคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันในลัทธิอุดมคติ
แต่เธอไม่หยุดแค่นี้แน่นอน ต้องทำให้เกิดขึ้นได้ในสักวันหนึ่ง... สิทธิสตรีที่ปกครองบนผืนแผ่นดินนี้..


สวีเซียงซานยังคงทำการเผยแพร่อย่างไม่ย่อท้อ จนกระทั่งมีกลุ่มสตรีจำนวนมากเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในแนวคิดของเธอมากมาย
แต่ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งไม่พอใจอย่างมากยกพวกมาทำลายการสนทนาจนคนหวาดกลัว
บุรุษช่างป่าเถื่อนนัก..


แต่สวีเซียงซานก็ไม่ย่อท้อ ยังคงเดินหน้าเผยแพร่ต่อไป...
จนกระทั่งได้ยกระดับตัวเองเป็นซินแสนอกรีตที่จะสามารถต่อตั้งแนวคิดลัทธิได้ นับว่าพัฒนาตัวเองขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง และเธอก็เดินหน้าเผยแพร่ต่อไป...


ถึงแม้จะมีบัณฑิตที่แวะมาพักผ่อนผ่านหมู่บ้านนี้มา ได้ยินการปราศัยของซินแสนอกรีตสวีเซียงซาน พวกเขาออกมาโต้วาทีชี้แจงหลักและเหตุผล ทำให้ชาวบ้านบางส่วนเกิดข้อกังขาจนสูญเสียศรัทธาไปบ้าง
และมีกลุ่มลัทธิขงจื๊อที่พากันวิพากย์วิจารณ์สวีเซียงซานอย่างหนักจนผู้คนชาวบ้านสูญเสียศรัทธา
แต่สวีเซียงซานก็ไม่ย่อท้อ ต่อความยากลำบากของพวกขงจื้อที่กดขี่สตรีเหล่านี้


จนกระทั่งสร้างลัทธิได้สำเร็จในท้ายที่สุด พร้อมกับหนังสือคัมภีร์ประจำลัทธิที่เผยแพร่ให้ผู้คนได้รับรู้ถึงวัจนะของลัทธิอย่างแท้จริง


มีสตรีจำนวนนึงสนใจศรัทธาในลัทธิของสวีเซียงซานพอสมควร สวีเซียงซานต้องการโปรดหล่าสตรี ให้สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาบุรุษเสมอไป...
---
..
....
3 ชั่วยามผ่านไป


"ตอนนี้สหายเจ้าน่าจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าแล้ว ทำให้เขาก้าวสู่ความแข็งแกร่ง เรียนรู้จากความผิดพลาดในชีวิตเจ้า ตอนนี้เขาน่าจะได้ประสบการณ์ชีวิตเจ้า เป็นบทเรียนแก่เขาแล้ว"
เสียงนั้นกล่าวแจ้ง ก่อนจะค่อย ๆ เบาและหายไป


"ขอบคุณมากเจ้าคะ สานุศิษย์ของข้าคงได้เรียนรู้อะไรมากมายแน่นอน" หญิงสาวออกจากสมาธิ แล้วเข้าไปหาสานุศิษย์ของตน


"ท่านอาจารย์เจ้าคะ... ท่านเองก็น่าสงสารไม่ต่างอะไรจากชาวเมืองตาดำๆทั่วไปเลยเจ้าคะ ประสบความลำบากมากตั้งมากมาย แต่ท่านอาจารย์ก็ยืนหยัดขึ้นมาได้เสมอ..
แลยังพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีทั้งๆทียุคสมัยนี้บุรุษเป็นใหญ่...จิตใจของท่านอาจารย์ช่างแข็งแกร่งยิ่งนักเจ้าคะ" ซู่เหยาเอ่ยในความลำบากที่อาจารย์ตนได้ประสบมาก็ซาบซึ้งใจนัก
จนแทบมีน้ำตาไหลเอ่อออกมา


"นั่นล่ะ.. คือเหตุผลที่ข้าต้องสู้ยังไงล่ะเจ้าคะ.." เจ้าเมืองสวีเอ่ย พร้อมกับไล้นิ้วบนใบหน้าของซู่เหยาปาดน้ำตาอีกฝ่ายออกให้มองเห้นใบหน้าเกลี้ยงเกลาสวยของนาง
ซู่เหยาเองตอนนี้ก็แอบน้ำตาคลอหน่อย แต่พยายามกลั้นไว้อยู่


"สตรีเองก็มีความสามารถ มีความเป็นมนุษย์เหมือนกันๆ กลับถูกมองให้ด้อยค่ากว่ามันก็ไม่ถูกต้องจริงไหมเจ้าคะ กฏเกณฑ์ยุคนี้มักจะกดสตรีให้ต่ำและสละชีวิตเพื่อบุรุษคนๆเดียวข้าไม่ต้องการจะให้มันเกิดขึ้นอีก
ข้ามองว่ามันไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะศิษย์ข้า ซู่เหยา เจ้าคือทรัพยากรบุคคลอันมีค่ายิ่ง เหมือนเพรชเม็ดงามที่ถูกข้าขัดเกลาให้สวยสดงดงามยิ่งนัก มีหรือที่ข้าจะทิ้งเจ้าได้ลง
เช่นนั้นข้าพามาร่วมทางด้วยกันแล้ว มาร่วมสร้างโลกที่สตรีปกครองอย่างมีความความสุข ด้วยกันจะมิดีกว่าหรือเจ้าคะ"
เจ้าเมืองสวีทั้งปลอบใจ และกล่าวปลุกใจซู่เหยาไปพร้อมๆกัน


"ท่านอาจารย์ ท่านเข้าใจหัวอกชาวสตรีเราอย่างแท้จริงเจ้าคะ..." ซู่เหยาเอ่ยอย่างปลื้มใจ คนที่จะต่อสู้เพื่อสตรี ในยุคนี้คงหาอีกไม่ได้เท่าเจ้าเมืองสวีคนนี้อีกแล้ว...


หลังจากถ่ายทอดประสบการณืกว่าจะจบก็ล่อไปตอนเช้าแล้ว ทั้งเจ้าเมืองสวีและซู่เหยาก็ถือโอกาสในเช้าวันใหม่เดินทางกลับไปยังโผหยางแบบไม่รีรอ
การถ่ายทอดประสบการณืครั้งนี้ ย่อมเป็นประโยชน์มากถึงมากที่สุดต่อตัวซู่เหยา และจะเป็นกำลังหลักที่สำคัญของเมืองโผหยาง และหนี่ว์กุ้ยเว่ย์ในอนาคต...


-----------------------------------------


ใช้งาน 237 หมิงซู่เหยา
+3 Point จากการโรลเรียนรู้ ฉลาด
+4 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ หนอนหนังสือ
รวม 7 Point


ถ่ายทอด Point ให้จำนวน 800 Point


-----------------------------------


+2 Point จากการโรลให้เกียรติอีกฝ่าย ถ่อมตน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ ทะเยอทะยาน
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้ นักวิชาการ
รวม 8 Point


---------------------------


ความสัมพันธ์
237 หมิงซู่เหยา สานุศิษย์
+5 พูดคุย
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย หูดี
+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจเรา คิ้วหงส์
+20 ธาตุถูกกัน (ทองหนุนน้ำ)
+15 หัวดีเหมือนกัน
+10 ความสัมพันธ์ คิ้วหงส์เหมือนกัน
+10 ความสัมพันธ์กับคนในปาร์ตี้ ถ่อมตน
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเหมือนกัน เลื่อมใสศรัทธา
+20 ความสัมพันธ์คนในสภา หลังตรง
+35 ความสัมพันธืพิเศษเมื่อถ่ายทอดให้กัน
รวม 150


--------------------------------

@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าฮั่นเสีย
ตลับผงชาด
ผ้าคลุมขาว
ชุดหนี่ว์จิงเจี๋ยฟางเฉอ
เกาทัณฑ์จย่าเจี๋ยอู๋เยว่
คัมภีร์หนี่กุ้ยเว่ย
ไก่ฟ้าทองแดง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x77
x9
x1
x100
x2
x27
x47
x41
x88
x3
x45
x105
x70
x55
x180
x3
x1
x4
x2
x3
x6
x2
x10
x2
x6
x14
x19
x7
x6
x8
x4
x4
x4
x4
x60
x2
x2
x40
x25
x25
x40
x20
x20
x40
x5
x5
x1
x73
x48
x28
x9
x60
x20
x5
x3
x50
x3
x4
x30
x3
x3
x19
x4
x4
x2
x5
x10
x135
x30
x30
x86
x6
x100
x46
x1
x5
x377
x20
x40
x10
x98
x346
x2
x2
x53
x1
x5
x105
x20
x204
x45
x304
x20
x10
x5
x3
x15
x1
x6
x2
x10

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-10-7 23:55:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
จองถ่ายทอดพลังปราณ ปั้นดินสุ่ดาว SS1 @Watcher
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้