[ตะวันออกของด่านหู่เหลากวน] โรงเตี๊ยมชิงหมิง

[คัดลอกลิงก์]
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-10-16 23:37:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
  

เถ้าแก่: [171] หลิว ไท่เหวิน


::.คำอธิบายเควส.::
- คำในวงเล็บ อาทิ (พ่อหนุ่ม/สาวน้อย) เลือกคำใดคำหนึ่งมาใช้ ให้เข้ากับคุณ -
- [...] สีน้ำเงิน คือ โรลคำพูดเฉพาะคนมีลักษณะนิสัยตามที่ระบุ -



.: เงื่อนไขงาน :.
- ระยะเวลารับงานและส่งงาน: 16-22 ตุลาคม 2021 -


.: ข้อมูลงานทั้งหมด :.

       (1) ป้ายประกาศสรรหาแม่ครัวที่ประยุกต์อาหารฮั่น
                        - เขียนโรลเพลย์มีป้ายประกาศหาแม่ครัว ทางโรงเตี๊ยมต้องการอาหารเมนูใหม่ ๆ (ที่ไม่มีในระบบหลอม)
                        - รายการเมนูที่ต้องการ อาหารเกรดพรีเมี่ยม (เนื้อม้าพรีเมี่ยม-ฮั่นเสีย) 1 จาน , อาหารคาว 2 รายการ , ซุปที่มีความหมายมงคล 2 รายการ , ของหวานมงคล 9 รายการ (แบ่งเป็นของหวานและขนมแป้งอย่างละครึ่ง) , เมนูย่าง 2 รายการ , เมนูนึ่ง 2 รายการ , เมนูทอด 2 รายการ , เมนูต้ม 2 รายการ , ประยุกต์ข้าวเมนูใหม่ 1 รายการ                       
                         - สร้างสตอรี่มารับงานกับเถ้าแก่
                        - สร้างสตอรี่เถ้าแก่สัมภาษณ์รายการอาหาร จากประสบการณ์ที่เขาลิ้มลองอาหารเปอร์เซีย อาร์เมเนีย ไอยคุปต์ โรมัน มาแล้วทำให้เขารู้สึกว่าอาหารฮั่นนี่แหละที่หลากหลายกว่าและประยุกต์ได้มากกว่า
                        - สร้างสตอรี่เถ้าแก่พาไปเข้าครัวเริ่มทำอาหารให้ชิม (ล้มเหลว 7 ครั้งรสชาติไม่ผ่าน และในที่สุดก็สำเร็จ)
                        - แนบลิสต์รายการอาหาร กับ วัตถุดิบส่วนประกอบเป็นช้อยลิสต์ท้ายโพสต์แนบแบ่งเป็นตารางช่อง ๆ (วัตถุดิบใหม่ก็ได้ไม่ต้องมีในระบบ)
                             * แนบภาพอาหารน่ารับประทานขนาด 84x84 px * และ * จัดภาพอาหารภาพใหญ่ในโพสต์โรลเพลย์ *
                             ทั้งภาพ 84x84 และภาพใหญ่มีทิปให้หากทำดี อารมณ์อาหารระดับห้าดาว เถ้าแก่จะให้ทิป
                        - รับค่าจ้าง
                       ค่าจ้างงาน: 60 ตำลึงทอง , 5,000 ตำลึงเงิน , ข้าวสาร 200 กระสอบ , หินอัพเกรด x2
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-10-19 16:41:59





.: เทียบบัตรคิว กับ ID NPC :.
ผู้ใหญ่ เพศชาย
[อี] กัวเจี่ย
[เอ้อ] สวินอวี้
[ซาน] หลู่จื้อ
[ซื่อ] หวังหยุน
[อู่] เฉียวเสวียน
[ลิ่ว] ซือหม่าฟาง
[ซี] เถ้าเชียน
[ปา] เฉินกง
[จิ่ว] จี้หลิง
[สือ] กงซุนจ้าน
[สืออี้] หลิวเป้ย์
[สือเอ้อ] กวนอวี่
[สือซาน] จางเฟย์
[สือซื่อ] หลี่โป๋เซอ
[สืออู่] เฉาซง
[สือลิ่ว] ซุนเจียน
[สือซี] สวินโหยว
[สือปา] เฉิงผู่
[สือจิ่ว] หวังโก่วเจียง
[เอ้อสือ] เฉาเช่า

คณะดนตรีการแสดงที่มาจัดการแสดงในงาน
[หลิวปัง] อู๋ อวี้กวาง
[เซี่ยงอวี่] เว่ยเหยียน
[ชีจี] อู๋อวี้หมิง
[หยูจี] อู๋อวี้ฉาย
[หลี่จื้อ] อู๋อวี้เฟย

ผู้ใหญ่ เพศหญิง
[เอ้อสืออี้] อู๋ฟูเหริน
[เอ้อสือเอ้อ] ต้าเฉียว
[เอ้อสือซาน] เสี่ยวเฉียว
[เอ้อสืออู่] เตียวฉาน
[ซานสืออี้] เยี่ยนซือ
[ซานสือเอ้อ] โจ่วซือ

เด็กโต
[เอ้อสือลิ่ว] ซือหม่าอี้
[เอ้อสือซี] ซุนเช่อ
[เอ้อสือปา] โจวหยู

เด็กเล็ก
[เอ้อสือจิ่ว] ซุนเฉวียน





[103] ผางเอ๋อ


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-10-21 23:12:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
  
ซื้อของได้ตั้งแต่เข้างาน จนถึงเวลา 03.00 วันถัดไปของงานฮาโลวีน



.: การซื้อวัตถุดิบ :.
(1) เขียนโรลเพลย์มาทำการค้าซื้อวัตถุดิบบางชนิดที่ไม่มีขาย
(2) ทุก ๆ ครั้งที่มาทำธุรกรรมให้ระบุสินค้า จำนวนชุด ราคาต่อชุดไว้ท้ายโพสต์โรลเพลย์เสมอ
(3) หลังโพสต์โรลเพลย์ให้ทำการโอนเงินตามจำนวนผ่านระบบโอนเงิน และอย่าลืม +ภาษีเมืองทุกครั้ง
(4) รอทีมงานตรวจเพื่อจัดส่งวัตถุดิบให้ท่าน



[ร้านเถ้าแก่พี]

เถ้าแก่: ผี อ้ายเอ่อ
อุปนิสัย:
เป็นพวกชอบใช้ปัญญาในการวางแผนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว และเขาจะชอบโอ้อวดว่าพืชผักที่เติบโตงดงามล้วนมาจากร้านเขา
อ้ายเอ่อยังมีเส้นสายในแวดวงการค้ามากมาย รับเหมาเมล็ดพันธุ์จากสารทิศ ทั้งในและนอกด่านทำให้มีสินค้าวางขายมากมาย
อีกทั้งยังเป็นนักจัดการ บริหารที่ดี มีชื่อเสียงในหานกู่กวน

ผู้ช่วยพ่อค้า (บุตรสาว) : [213] พี เสี่ยวตาน


เมล็ดผักกาดขาว
ข้อมูล: สามารถปลูกได้ในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิตอนต้น (ยกเว้นพื้นที่ฤดูหนาวเป็นหิมะ) ~ ระยะเวลาดูแลรดน้ำพรวนดิน: 15 วันต่อเนื่องพืชผลจะโตเต็มที่ - โรลวันละ 1 ครั้ง
สต๊อกต่อวัน: 20 ถุง
มูลค่าต่อถุง: 20 อีแปะ

เมล็ดหัวไซเท้า
ข้อมูล: สามารถปลูกได้ในฤดูหนาวเท่านั้น (ยกเว้นพื้นที่ฤดูหนาวเป็นหิมะ) ~  ระยะเวลาดูแลรดน้ำพรวนดิน: 4 วันต่อเนื่องพืชผลจะโตเต็มที่ - โรลวันละ 1 ครั้ง
สต๊อกต่อวัน: 20 ถุง
มูลค่าต่อถุง: 7 อีแปะ

เมล็ดกะหล่ำปลี
ข้อมูล: สามารถปลูกได้ในฤดูหนาวเท่านั้น (ยกเว้นพื้นที่ฤดูหนาวเป็นหิมะ) ~
ระยะเวลาดูแลรดน้ำพรวนดิน: 14 วันต่อเนื่องพืชผลจะโตเต็มที่ - โรลวันละ 1 ครั้ง
สต๊อกต่อวัน: 7 ถุง
มูลค่าต่อถุง: 20 อีแปะ

เมล็ดคะน้า
ข้อมูล: สามารถปลูกได้ตลอดปี (ยกเว้นพื้นที่ฤดูหนาวเป็นหิมะ) ~
ระยะเวลาดูแลรดน้ำพรวนดิน: 14 วันต่อเนื่องพืชผลจะโตเต็มที่ - โรลวันละ 1 ครั้ง
สต๊อกต่อวัน: 7 ถุง
มูลค่าต่อถุง: 20 อีแปะ

เมล็ดมันฝรั่ง
ข้อมูล: สามารถปลูกได้ในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ~ (ยกเว้นพื้นที่ฤดูหนาวเป็นหิมะ)
ระยะเวลาดูแลรดน้ำพรวนดิน: 7 วันต่อเนื่องพืชผลจะโตเต็มที่ - โรลวันละ 1 ครั้ง
สต๊อกต่อวัน: 7 ถุง
มูลค่าต่อถุง: 10 อีแปะ

เมล็ดสตรอว์เบอร์รี
ข้อมูล: สามารถปลูกได้ในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ~ (ยกเว้นพื้นที่ฤดูหนาวเป็นหิมะ)
ระยะเวลาดูแลรดน้ำพรวนดิน: 9 วันต่อเนื่องพืชผลจะโตเต็มที่ - โรลวันละ 1 ครั้ง }
{ <u>เอฟต่อเนื่อง:</u> หลังเก็บเกี่ยวครั้งแรก หากดูแลสม่ำเสมอ ทุกวัน จะออกผล ทุก ๆ 3 วัน จนกว่าจะสิ้นฤดูต้นเหี่ยว }
สต๊อกต่อวัน: 3 ถุง
มูลค่าต่อถุง: 79 อีแปะ

เมล็ดข้าวโพด
ข้อมูล: { สามารถปลูกได้ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ~ ระยะเวลาดูแลรดน้ำพรวนดิน: 14 วันต่อเนื่องพืชผลจะโตเต็มที่ - โรลวันละ 1 ครั้ง }
{ <u>เอฟต่อเนื่อง:</u> หลังเก็บเกี่ยวครั้งแรก หากดูแลสม่ำเสมอ ทุกวัน จะออกผล ทุก ๆ 4 วัน จนกว่าจะสิ้นฤดูต้นเหี่ยว }
สต๊อกต่อวัน: 3 ถุง
มูลค่าต่อถุง: 79 อีแปะ

เมล็ดมะเขือเทศ
ข้อมูล: { สามารถปลูกได้ในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น (ยกเว้นพื้นที่ฤดูหนาวเป็นหิมะ) ~
ระยะเวลาดูแลรดน้ำพรวนดิน: 11 วันต่อเนื่องพืชผลจะโตเต็มที่ - โรลวันละ 1 ครั้ง }
{ <u>เอฟต่อเนื่อง:</u> หลังเก็บเกี่ยวครั้งแรก หากดูแลสม่ำเสมอ ทุกวัน จะออกผล ทุก ๆ 4 วัน จนกว่าจะสิ้นฤดูต้นเหี่ยว }
สต๊อกต่อวัน: 3 ถุง
มูลค่าต่อถุง: 39 อีแปะ

เมล็ดผักกวางตุ้ง
ข้อมูล: { สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี (ยกเว้นพื้นที่เป็นหิมะ) ~
ระยะเวลาดูแลรดน้ำพรวนดิน: 15 วันต่อเนื่องพืชผลจะโตเต็มที่ - โรลวันละ 1 ครั้ง }
สต๊อกต่อวัน: 10 ถุง
มูลค่าต่อถุง: 20 อีแปะ





[ร้านพ่อค้าตู้]
เถ้าแก่: ตู้ เชว่
ชุดละ 50 ชิ้น
ชื่อสินค้า
ปลาทูน่า
ปลาชิง
ผักกวางตุ้ง
ปลาลิ่น
สีย้อม
เนื้อม้า
เหง้าวาซาบิ
ขึ้นฉ่าย
ถั่วฝักยาว
จำนวนชุดที่ขายต่อวัน
2
2
1
2
2
2
1
5
5
ราคาชุดละ
500 อีแปะ
500 อีแปะ
450 อีแปะ
500 อีแปะ
1,500 อีแปะ
2,000 อีแปะ
560 อีแปะ
500 อีแปะ
410 อีแปะ

ชื่อสินค้า
ใบชาผิงลี่
แตงกวา
ใบชาเจียวกู่หลาน
ใบชาหลงจิ่ง
ใบชาเหมาเฟิง
ใบชาผู่เอ๋อร์
บ๊วย
มะเขือเทศ
ข้าวโพด
จำนวนชุดที่ขายต่อวัน
2
2
2
2
2
2
5
2
2
ราคาชุดละ
800 อีแปะ
380 อีแปะ
800 อีแปะ
800 อีแปะ
700 อีแปะ
700 อีแปะ
600 อีแปะ
839 อีแปะ
839 อีแปะ




[ร้านพ่อค้าคัง]
เถ้าแก่: คัง เสิน


* เฉพาะคนมีบ้าน และ สร้างพื้นที่เพาะปลูกแล้ว และ โควต้าวางต้นไม้คงเหลือ *



ต้นท้อ
สามารถปลูกได้เฉพาะพื้นที่เจียงหนาน-เจียวโจว (เนื่องจากออกดอกช่วงหน้าหนาว)
สำหรับภูมิภาคอื่น (ยกเว้นโยวโจว) จะเริ่มผลิออกหน้าหนาวตอนปลาย
ออกผลช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม
เก็บผลได้ช่วง: เดือนเมษายน-กรกฎาคม
มูลค่า: 399 ตำลึงเงิน


ต้นบ๊วย
สามารถปลูกได้เฉพาะพื้นที่เจียงหนาน-เจียวโจว (เนื่องจากออกดอกช่วงหน้าหนาว)
สำหรับภูมิภาคอื่นออกผลช่วงปลายหน้าหนาว (ยกเว้นโยวโจว)
เก็บได้ช่วงปลายกุมภาพันธ์
เก็บผลได้ช่วง:
เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
มูลค่า: 399 ตำลึงเงิน

ต้นลิ้นจี่
สามารถปลูกได้เฉพาะพื้นที่เจียวโจว (เนื่องจากออกดอกช่วงหน้าหนาว)
เก็บผลได้ช่วง: เดือนมีนาคม-ต้นเดือนพฤษภาคม
มูลค่า: 1,009 ตำลึงเงิน


ต้นเกาลัด
สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่
เก็บผลได้ช่วง: เดือนเมษายน-กันยายน
มูลค่า: 399 ตำลึงเงิน



ต้นมะม่วง
สามารถปลูกได้เฉพาะพื้นที่เจียวโจว (เนื่องจากออกดอกช่วงหน้าหนาว)
เก็บผลได้ในช่วง: มีนาคม - เมษายน
มูลค่า: 509 ตำลึงเงิน


ต้นมะพร้าว
สามารถปลูกได้เฉพาะพื้นที่เจียงหนาน-เจียวโจว (เนื่องจากออกดอกช่วงหน้าหนาว)
เก็บผลได้ในช่วง: เมษายน-พฤษภาคม
มูลค่า: 509 ตำลึงเงิน


ต้นอินทผลัม
สามารถปลูกได้เแพาะพื้นที่เหลียงโจว-ซีเหอ-จี้โจว-โยวโจว
เก็บผลได้ในช่วง: ปลายเดือนกันยายนไปจนถึงธันวาคม
มูลค่า: 899 ตำลึงเงิน




* สิ่งปลูกสร้างพิเศษ *

โปรดเช็คโควต้าพื้นที่ว่างสถานที่ให้เหลือ หรือ ทุบบางอย่างทิ้ง
หมายเหตุ: หลังโรลเพลย์ซื้อให้ไปเสนอสร้างสถานที่ และแจ้งว่าใช้โควต้าสถานที่อะไรที่จะเปลี่ยนเป็นสิ่งปลูกสร้างนี้

ลานฝึกยุทธ์ มี 2 รูปแบบ (สามารถขอสร้างทั้งหมดได้)
- หุ่นช้อม 60 ตำลึงทอง: สามารถโรลเพลย์ต่อสู้ (วันละครั้ง) +3 Point
- เป้ายิงธนู 50 ตำลึงทอง: สามารถโรลเพลย์ต่อสู้ (วันละครั้ง) +15 EXP
- PVP MEMBER 50 ตำลึงทอง : สามารถโรลเพลย์ PVP Member (วันละครั้ง) ทั้งคู่ได้รับ +4 Point +15 EXP

ขุดบ่อน้ำร้อน 69 ตำลึงทอง
1) โรลเพลย์แช่บ่อน้ำร้อนจะลดความเครียดได้ -25 หน่วย (ต่อวัน)
2) โรลเพลย์แช่บ่อน้ำร้อนกับ NPC เสวนากัน +20 ความสัมพันธ์โบนัส


โรงผลิตวุ้นเส้น: 399 ตำลึงทอง
- มีพื้นที่สำหรับก่อสร้างอาคาร 1 หลัง หรือ รื้ออาคารเปลี่ยนเป็นโรงผลิตวุ้นเส้นแทน -
- ค่าจ้างคนงานทำงานในโรงผลิตวุ้นเส้น คนละ 200 อีแปะ (รับได้สูงสุด 20 คน) -

- การผลิตวุ้นเส้น -
สัปดาห์ละครั้งหากโรลเพลย์ผลิต
1) โรลเพลย์ดำเนินงานโม่ถั่วเขียวเป็นแป้งถั่วเขียว โดยเหมาจากชาวบ้านในเมือง [รวมเงิน 600 อีแปะ] ปริมาณหนึ่ง [2 วัน]
2) แยกแป้งถั่วเขียวออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นแป้งดิบ ด้วยการเทผสมกับน้ำทีละน้อย พร้อมนวดจนได้ก้อนแป้ง
ที่มีความชื้นประมาณ 38-40% หรือนวดนานประมาณ 5-10 นาที ส่วนที่ 2 นำไปต้มให้สุกเป็นแป้งเปียก ซึ่งอาจใช้แรงงานคนนวด
3) นำแป้งทั้ง 2 ส่วนมาผสม และนวดให้เข้ากัน พร้อมผสมน้ำจนได้น้ำแป้งเหลวหนืดที่มีเนื้อแป้งประมาณ 10%
ซึ่ง NPC หรือผู้คุมงานต้องมี INT 50+ ขึ้นไป เพื่อหาปริมาณเนื้อแป้งด้วยการใช้มือจุ่มน้ำแป้งขึ้นมา แล้วปล่อยให้น้ำแป้งไหลลง
ซึ่งน้ำแป้งที่เหมาะสมจะค่อย ๆไหลลงเป็นสายต่อเนื่องกัน
4) นำน้ำแป้งมาเทลงให้ไหลผ่านรูตะแกรงลงในน้ำร้อน และรอจนเส้นแป้งสุก ซึ่งจะได้เส้นวุ้นเส้นสีขาวลอยขึ้นมา
5) เมื่อเส้นวุ้นเส้นสุกแล้วจึงสาวขึ้นมา และนำมาแช่ในน้ำเย็นต่อ จากนั้น จึงนำเส้นวุ้นเส้นขึ้นมาตากให้สะเด็ดน้ำ
6) นำวุ้นเส้นเข้าห้องเย็นที่นายช่างออกแบบไว้ให้ นาน 3 วัน [ยกเว้นฤดูหนาว 1 วัน] จนวุ้นเส้นแห้ง และแข็งตัว
7) ขั้นตอนที่ 2) - 6) ใช้เวลาในการผลิต 3 วัน
8) นำวุ้นเส้นมาละลายน้ำ ก่อนนำไปผึ่งพอหมาด ๆ แล้วนำมาฟอกสีด้วยการเติมผงกำมะถัน
9) หลังจากฟอกสีแล้ว ให้นำมาล้างน้ำจนสะอาดอีกครั้ง ก่อนนำไปผึ่งแดด หลังจากนั้น จึงบรรจุใส่หีบห่อ (ใช้เวลา 1 วัน)
10) หลังวันถัดไปในข้อ 9) ให้คุณโรลเพลยืเก็บวุ้นเส้นที่ได้ ตามสูตรต่อไปนี้
[เลขท้ายจำนวนไบต์] x [จำนวนคนงาน] x [สเตท POL ผู้คุมงาน] / 15 = จำนวนวุ้นเส้นที่ผลิตได้ในแต่ละสัปดาห์
11) หลังทำวุ้นเส้นเสร็จสิ้นให้โอนค่าจ้างคนงานมาที่ไอดี Webmaster ทันที คนงานที่มาทำงานเลือกรับเป็นงาน ๆ หากว่างพวกเขาขอพักไม่ทำงานบ้านอื่น ๆ
ใช้คนงาน 20*200 ใช้จำนวนเงินค่าจ้างทั้งสิ้นในสัปดาห์นี้ 4,000 อีแปะ

หมายเหตุ: เนื่องจากใช้เวลาทำ รวมทั้งสิ้น 6 วัน ท่านจะต้องเริ่มทำตั้งแต่วันจันทร์เท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสนในวันเวลาผลิต

{ การมอบหมายให้ NPC คุมอัตโนมัติแบบไม่โรล }
เมื่อถึงเวลาที่เราอยากสรุปยอดวุ้นเส้นประจำเดือน โดยให้โรลทุกวันที่ 30 ของทุกเดือนเท่านั้น
ณ โรงงานวุ้นเส้นของคุณ ก็จะได้รับวุ้นเส้นเข้าโกดังคุณ กรณีไม่มีโกดังจะเข้าตัวคุณ

NPC มีสเตตัส POL = 200
จำนวนคนงาน = 20 คน
[เลขไบต์ลงท้ายวันรับวุ้นเส้นทั้งเดือน 9] x 200 x 20 (คน) x 30 (วัน) / 30 = 36,000 แพ็ค
ค่าจ้างคนงานตลอดทั้งเดือน [20x200x30] = 120,000 อีแปะ
ค่าถั่วเขียวซื้อจากชาวบ้านรวม ๆ กัน [600 x 30 วัน] = 18,000 อีแปะ

เดือนสือเยว่ ได้รับวุ้นเส้น 36,000 แพ็ค สูญเสียค่าจ้างคนงาน 120,000 อีแปะ




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-10-23 06:33:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-10-23 15:07

          ความเงียบทำให้เกิดความรวดเร็วในการเดินทางขึ้นได้มากโขอย่สงน่าอัศจรรย์ใจ ซุนหยางได้ยินเกี่ยวกับด่านหู่เหลากวนก็ได้พาจ้าวเพ่ยมายังที่นี่โดยผ่านทางลั่วหยางที่เคยนัดแนะกันไว้ว่าจะลงหลักปักฐานที่นั่นชั่วคราว ราวกับว่าเป็นสองครามเงียบที่เกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจจากนายหญิงและผู้ติดตามของนาง ซุนหยางเองก็เริ่มคลายความหงุดหงิดลงมาก็แล้ว หากแต่จ้าวเพ่ยเองก็ยังคงกลัวที่จะเอ่ยบทสนทนาเพราะหวาดกลัวสายตาแข็งกร้าวราวกับจะฆ่าตนอยู่ดี

          "นี่ไงเล่า.. ด่านหู่เหลากวนที่เจ้ากล่าวถึง…"

          ซุนหยางกล่าวบอกกับจ้าวเพ่ยหลังจากพานางมาที่โรงเตี๊ยม เพราะความหุนหันพลันแล่นทำให้รู้เพียงข่าวแต่ไม่รับรู้สถานที่ดีก็พานางออกจากร้านนั้นเสียแล้ว ใบหน้างามตรงหน้ากลับดูเศร้าสร้อยเสียจนผิดปกติให้เขาเองก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย

          สายตาพลันเห็นประกาศติดที่โรงเตี๊ยมจนซุนหยางต้องลุกไปดูให้แน่ใจ เขาไม่เคยคิดที่จะดูประกาศมาแต่ไหนแต่ไร ผิดกับจ้าวเพ่ยที่อยากรู้อยากเห็นไปเสียหมด ในครานี้กลับเป็นเขาที่ต้องอ่านประกาศเพื่อพอจะหาเรื่องคุยกับนางให้ได้ก่อนที่ความสัมพันธ์จะแตกหักเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องพรรค์นี้

          'สรรหาแม่ครัวประยุกษ์อาหารฮั่น'

          ช่างเหมาะเหม็งเสียจริงที่ไม่คิดว่าสถานที่ที่ตามหาจะอยู่ใกล้เพียงนี้ ซุนหยางอ่านประกาศตามหาแม่ครัวจนครบสิ้นแล้วก็เร่งเดินไปหาจ้าวเพ่ยทันที ทางด้านหญิงสาวเองยังคงก้มหน้าหงุด มือเรียวลูบแมวตัวน้อยสีดำอยู่ไม่วางมือ

          "ข้าพบแล้ว.. โรงเตี๊ยมแห่งนี้รับสมัครแม่ครัวอยู่.. เจ้าน่าจะตามหาอยู่"

          "..." นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนพลันสะท้อนภาพผู้ติดตามของนางเพียงครู่ก็หลุบลงอย่างเศร้าโศก คล้ายว่านางไม่ได้สนใจคำพูดของซุนหยางเลยแม้แต่น้อย

          "จ้าวเพ่ย.. เจ้ายังโกรธข้าอยู่หรือ หรือว่ากลัวข้าไปแล้ว.. เรื่องนั้นขาขอโทษที่ทำให้เจ้าไม่สบายใจ ข้าเพียงแค่ไม่พอใจที่เห็น…"

          "เห็น...อะไรหรือ" จ้าวเพ่ยกล่าวขึ้นมาทั้งช้อนตาขึ้นมองซุนหยางไปพลาง นางยังคงเกาแมวจนเจ้าตัวน้อยขดตัวกลมบนตักหลับลงไปทั้งอย่างนั้น "เจ้าจะบอกว่าต้นเหตุมาจากข้า.. เช่นนั้นแล้วก็บอกข้ามาเสียสิ ว่าข้าทำอันใดให้เจ้าไม่พอใจ.. "

          "เอาเถอะ.. เรื่องนี้ทั้งหมดข้าเป็นคนผิดเอง อภัยให้ข้าด้วยที่ทำให้เจ้ารู้สึกไม่ดีไปกับนิสัยแย่ๆของข้า"

          "เจ้าผิดเองทั้งหมดหรือ?" จ้าวเพ่ยกล่าวย้ำถามอีกครั้ง นางมองซุนหยางนิางเงียบยอมรับก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมาทันที สีหน้าผิดแผกจากจ้าวเพ่ยเมื่อครู่ราวกับคนละคน "รู้ตัวเองก็ดีแล้ว.. คราหน้าอย่าทำเช่นนี้อีก.."

          ซุนหยางมองจ้าวเพ่ยยิ้มขึ้นมาแต่รอยยิ้มแสนยะนั้นราวกับผู้ชนะและไม่เคยมีความเศร้าโศกมาก่อน นางเกาคอแมวไปพลางยกนิ้วเรียวขึ้นมาประทับคาง ข้อศอกค้ำยันโต๊ะขณะเอนตัวไปยังด้านหน้า

          "..เพียงแค่การขออภัยจากข้ามันยากเย็นนักหนาถึงขั้นต้องตีสีหน้าดุข้าเพียงนี้.. รู้สึกอย่างไรบ้างล่ะยามที่เจ้าถูกกระทำเช่นนั้นบ้าง"

          จ้าวเพ่ยลุกขึ้นและยื่นแมวให้ซุนหยางอุ้มเอาไว้ หญิงสาวเดินออกไปทำให้เขาต้องเร่งลุกตามทันที เพื่อคอยติดตามทุกฝีก้าวของนาง หญิงสาวเอ่ยคุยกับเสี่ยวเออห์เพียงครู่ก็เข้าพบกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมได้ในเวลารวดเร็ว

          เถ้าแก่โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีรูปหน้างามเสียจนสามารถสะกดผู้พบเห็นได้โดยง่าย ท่าทีสุขุม นุ่มเย็นราวกับคุณชาย สร้างความประทับใจแรกแก่จ้าวเพ่ยและซุนหยางได้เพียงพบเห็น

          "..ว่าอย่างไรแม่นาง เสี่ยวเออห์บอกข้าว่าแม่นางสนใจประกาศรับแม่ครัวหรือ.."

          "เจ้าค่ะ.." จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งรอยยิ้ม นางต้องการสร้างความประทับใจแรกให้แก่เถ้าแก่ให้เข้ารับนางเป็นแม่ครัวได้อย่างง่ายดาย

          "แม่นางรู้แล้วใช่หรือไม่ว่า ต้องทำชนิดใดบ้าง.." เถ้าแก่เอ่ยถามทำเอาจ้าวเพ่ยแทบหุบยิ้มทันที เขามองสตรีงามเอนตัวไปหาบุรุษอุ้มแมวอยู่เนื้องด้านหลังนางเพื่อคุยบางอย่างราวกับกระซิบกระซาบ แต่เสียงนั้นกลับดังพอที่จะเข้ามาในหูเขาด้วยอีกคน

          "ทำอะไรบ้างหรือ.."

          ".. คิดอาหารเองทั้งหมด มีเนื้อม้าฮั่นเสีย มี…"

          "มีอาหารส่วนประกอบด้วยเนื้อม้าชั้นสูง หนึ่งจาน อาหารคาวสองจาน ซุปมงคลสองชุด ของหวานมงคลเก้าชุด อาหารย่างสองชุด อาหารนึ่งสองชุด อาหารทอดสองชุด อาหารต้มสองชุด และข้าวหนึ่งจาน ทั้งหมดต้องเป็นอาหารใหม่ๆ ข้าต้องการอาหารประยุกต์"

          เถ้าแก่กล่าวตัดซุนหยางผู้ตอบจ้าวเพ่ยได้ตะกุกตะกักจนต้องยื่นมืเข้าช่วยเหลือ ใบหน้าของอิสตรีกลับหันไปมองเถ้าแก่ทันทีเมื่อได้ยินคำต้องการจากแม่ครัว คำว่าคิดใหม่เสียทั้งหมดกลับทำให้นางเริ่มคิดหนักขึ้นมา จ้าวเพ่ยใช่ว่าจะเป็นสตรีมากด้วยความสามารถขนาดนั้น หากเปรียบเทียบแล้วนางก็คือเป็ดที่ดูเหมือนเก่งไปเสียทุกด้านแต่ก็ไม่เก่งจริงสักด้าน มีความรู้เพียงผิวเผินเพียงแค่เท่านั้น

          "แม่นางเคยเป็นแม่ครัวจากที่ใดมาก่อนหรือไม่"

          "ข้าเป็นเพียงสตรีชาวบ้านไม่เคยทำงานเช่นนี้หรอกเจ้าค่ะ จะเคยก็คราหนึ่งครั้งทำงานให้กับงานมงคลที่เมืองหรูหนาน" จ้าวเพ่ยตอบไปตรงๆ นางเริ่มคิดว่าเป็นสตรีที่มีประสบการณ์เพียงคราเดียวก็ใช่ว่าจะลงมาทำงานใหญ่เช่นนี้ได้ง่ายเสียหน่อย "แต่ข้าเองก็เข้าครัวตั้งแต่ยังเล็ก มีอาอี๋คอยสอนข้าเรื่องในครัวมาบ้าง ข้าคิดว่าข้าคงไม่หนักเกินกว่าบ่าข้าเสียเท่าไหร่ หากไม่ใช่อาหารชาวนอกด่าน"

          "แม่นางคิดว่าทำได้ข้าก็พร้อมจะรับเข้าครัว ทำเป็นเพียงอาหารฮั่นข้าก็ไม่ขัดอันใด จากที่ข้าลิ้มลองอาหารเปอร์เซีย อาร์เมเนีย ไอยศุปต์ โรมัน มาแล้ว ข้ารู้สึกว่าอาหารฮั่นนี่แหละที่หลากหลายและสามารถปรับแต่งได้มากกว่า"

          เมื่อได้ยินเถ้าแก่ร่ายรายชื่อออกมา ทำเอาจ้าวเพ่ยอึ้งเล็กน้อย ไม่คิดว่าเถ้าแก่รูปงามคนนี้จะตระเวนลิ้มรสอาหารของชาวนอกด่านไปทั่วเสียขนาดนี้ ลิ้นเองก็คงจะต้องรับรสอาหารอร่อยได้มากกว่าคนทั่วไปเป็นแน่ หญิงสาวหันไปหาซุนหยางเพื่อถามเป็นทางนัยว่านางควรจะรับงานนี้ดีหรือไม่แต่เมื่อได้รับการตอบรับจากซุนหยางในทางที่ดีก็ทำให้จ้าวเพ่ยเพิ่มความมั่นใจขึ้นมาบ้าง

          "ข้าจะลองดูเจ้าค่ะ.."

          "เช่นนั้นตามข้ามา ทำอาหารให้ข้าลิ้มลองฝีมือของแม่นางเสียหน่อย.." เถ้าแก่กล่าวกับจ้าวเพ่ยเพื่อเดินนำไปยังโรงครัวของโรงเตี๊ยม

          หญิงสาวหันกลับไปหาซุนหยางที่จะเดินตามนางก็ยกมือขึ้นห้ามเอาไว้ได้ทันเสียก่อนมือเรียวผายไปยังแมวตัวสีดำที่อีกฝ่ายอุ้มอยู่ก็มำให้ชายหนุ่มรู้ว่าจ้าวเพ่ยต้องการสื่อถึงอะไร เขายอมที่จะเดินออกไปพร้อมกับเสี่ยวเฮยเพื่อรอนางอยู่ด้านนอก

          "แม่นางมีแซ่ว่าอย่างไร ข้าจะเรียกได้ถูก"

          "จ้าวเจ้าค่ะ.. จ้าวเพ่ย" จ้าวเพ่ยตอบเถ้าแก่ขณะก้าวเข้าไปยังโรงครัวภายในกว้างขวางตกแต่งดูสะอาดสะอ้านตา เครื่องมือเครื่องใช้และสถานที่ตระเตรียมทุกอย่างถูกจัดแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างดี

          "ข้าแพ้อาหารทะเลเจ้าค่ะ.. พวกกุ้ง ปู หรือแม้แต่ปลิงทะเลหากสัมผัสเพียงนิดจะเกิดอาการคัน ข้าคงทำอาหารจำพวกนี้ไม่ได้มาก" จ้าวเพ่ยหันไปบอกกับเถ้าแก่ถึงข้อจำกัดของนาง อาหารถายในต้าฮั่นก็มีไม่น้อยที่ต้องใช้สัตว์ทะเลเป็นส่วนประกอบ

          "หากแม่นางต้องการรับงานต่อข้าก็ได้หาขัดไม่.. จะให้เสี่ยวเออห์จัดหายามาเตรียมให้ หากหนักหนาเกินจะรับไหวแม่นางก็อย่าได้ฝืน มีเหตุอันใดให้รีบแจ้ง"

          "ขอบคุณเถ้าแก่เจ้าค่ะ" นางกล่าวทั้งจะเดินเข้าไปยังโรงครัว แต่เมื่อเห็นเครื่องมือทำครัวในโรงครัวก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "ข้า.. ข้าลืมไปเลยเจ้าค่ะ.. ต้องหาซื้อวัตถุดิบมาตระเตรียมอาหารก่อน ขออภัยที่ทำให้เถ้าแก่เสียเวลานะเจ้าคะ"

          "ไม่ต้อง.." เถ้าแก่เห็นจ้าวเพ่ยกำลังจะกล่าวลาเพื่อออกไป คล้ายจะไปเตรียมของที่ผ่านมานางคงจะเป็นแม่ครัวผู้ตระเตรียมวัตถุดิบเองมาเสมอ "ที่โรงเตี๊ยมมีให้แม่นางพร้อมทุกอย่าง แม่นางมีหน้าที่เพียงรังสรรค์อาหารเพียงเท่านั้น"

          ถือเป็นการดีที่นางจะไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายเองไปก่อนจ้าวเพ่ยผุดรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนางได้ยินคำว่ามีของเตรียมให้นาง สายตามองไปยังวัตถุดิบมากมายในโรงเตี๊ยมก็สามารถพังทลายกำแพงของความคิดสร้างสรรค์แรกอย่างงบประมาณไปได้มากโข

          "ได้ทุกอย่างตามที่ข้าต้องการเลยหรือเจ้าคะ.."

          เถ้าแก่ได้เพียงยิ้มแล้วเดินตามไปมองจ้าวเพ่ยทำอาหาร นางเริ่มต้นด้วยการล้างมือเสียก่อนจะหยิบผ้ากันเปื้อนของโรงเตี๊ยมมาสวมทันที

          จ้าวเพ่ยเริ่มคิดที่จะทำอาหารตามขั้นตอนเสียก่อน นางคงไม่อยากจะต้องสับสนเอาเองได้ง่ายๆ อาหารจากเนื้อม้าชั้นดีก็จะเป็นอย่างแรกที่ควรจะทำ แม้จ้าวเพ่ยจะถูกสอนมาตลอดว่าควรจะทำของหวานก่อน แต่ในยามนี้จ้าวเพ่ยขอทำในสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนเสียก่อนละกัน นางเชื่อว่ากลิ่นคาวคงจะไม่ติดอาหารหวานแน่นอน

          จ้าวเพ่ยนำเนื้อม้าฮั่นเสียมาวางบนเขียง หญิงสาวคิดถึงว่าเนื้อชนิดนี้พอจะทำอะไรได้บ้าง มีดเล่มคมถูกหยิบขึ้นมาเพื่อหั่นเนื้อเป็นชิ้นๆเพื่อนำไปเตรียมเอาไว้ก่อน

          เนื้อม้ามีรสชาติเช่นไรกัน คล้ายหมู หรือว่าวัว อีกทั้งเนื้อม้าฮั่นเสียมีความพิเศษอย่างไร นางจะดึงความพิเศษนั้นออกมาได้อย่างไรโดยไม่ให้เสียรสชาติไปเสียก่อน

          จ้าวเพ่ยยกหม้อขึ้นมาเพื่อต้มน้ำใส่เครื่องยาจีนหวังจะต้มเนื้อม้าฮั่นเสียจนเปื่อยพอจะเป็นเนื้อตุ๋นได้ หญิงสาวจดรายการและสิ่งมี่ควรผสมและไม่ผสมในหัวเสียหมด นางต้องการทำอาหารในเวลาอันรวดเร็วเฉกเช่นทุกครั้งจึงได้เริ่มจัดสรรเวลาในหัวขึ้นมาในสิ่งที่ควรทำในแต่ละอย่างๆไปก่อน

          ระหว่างที่รอให้น้ำต้มยาจีนเดือด จ้าวเพ่ยก็ได้ตั้งกระทะขึ้นพอให้ร้อน อาหารคาวสองรายการนางสามารถรังสรรค์อะไรขึ้นมาก็ได้ จ้าวเพ่ยหลับตาลงเล็กน้อยเพื่อนึกถึงครั้งยังอดีตที่นางยังคงอยู่อาอี๋ จ้าวเพ่ยกัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะเปิดตาขึ้นเพื่อหยิบวัตถุดิบเข้ามาใส่ลงในกระทะอย่างชำนาญ หญิงสาวผัดเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกันก่อนจะเติมรากบัวลงไปเพื่อเคล้ารสชาติจนเกิดสีน้ำตาลสวยน่ากิน จ้าวเพ่ยยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจกับสิ่งที่นางทำก็นำมาวางเรียงในจานเพื่อวางบนโต๊ะเป็นเมนูแรก หญิงสาวนึกยิ้มเมื่อทุกอย่างช่างดูง่ายดายเสียเหลือเกิน เมนูรังสรรค์จากความคิดชั่ววูบคงจะง่ายดายเสียหมดแน่ๆ

          น้ำต้มยาจีนเดือดแล้ว จ้าวเพ่ยน้ำเนื้อม้าชั้นดีลงต้มพร้อมใส่เครื่องปรุงรสต่างๆให้ขึ้นรสกับเนื้อม้าชิ้นนี้ หลังปิดฝาน้ำต้มแล้ว นางก็นำกระทะไปล้างน้ำเพื่อเตรียมตั้งเตาต่อจะทำเมนูต่อไปทันที

          "รากบัวมีรสฝาดเสียขนาดนี้" เถ้าแก่ดังจึ้นจากด้านหลังขณะจ้าวเพ่ยลงน้ำมัน ทำให้นางชะงักลงครู่หนึ่ง หญิงสาวหันไปมองก็เห็นเถ้าแก่หลิวลิ้มรสผัดรากยัวของนางก็เอ่ยคำติขึ้นมา ทำให้จ้าวเพ่ยเดินไปเพื่อชิมมันบ้าง รากบัวถูกผัดสีสวยกลับมีรสฝาดปากอย่างชัดเจนจนแทนจะคายทิ้งเสีย หญิงสาวมองอาหารชนิดนี้เล็กน้อยก่อนจะเลื่อนจานอาหารไปอีกด้านเพื่อเตรียมจะทำใหม่อีกครา

          คราวนี้จ้าวเพ่ยน้ำรากบัวลงผัดเสียก่อนที่จะเริ่มปรุงรสตามเสียจนเสร็จสิ้นดี ความนิ่มเหี่ยวทำเอานางขมวดคิ้วขณะนำอาหารชิ้นนี้ให้กับเถ้าแก่ชิมมัน แต่ก่อนที่จะรับคำแนะนำ จ้าวเพ่ยก็เดินไปตักเนื้อตุ๋นออกมาวางบนโต๊ะ ส่งกลิ่นเครื่องยาจีนหอมกรุ่น แต่กลิ่นกลับเหมือนยาต้มจนเกิดไป ยิ่งทำให้จ้าวเพ่ยต้องลงมือชิมเนื้อม้านั้นเป็นคนแรก รสชาติไม่ได้เท่าไรนัก แต่รสสัมผัสที่นางได้กอนกลับไม่ต่างจากเนื้อวัวต้มเสียเท่าไหร่ หนักกว่านั้นเมื่อยิ่งต้มเนื้อยิ่งแข็งกระด้างเคี้ยวยากเสียอย่างนั้น

          "ครานี้ทั้งเหี่ยวและฝาด" เถ้าแก่กล่าวแต่พอเห็นสีหน้าเริ่มเคร่งเครียดของจ้าวเพ่ยก็วางจานผัดรากบัวลงเพื่อออกจากห้องครัว ทิ้งให้นางอยู่เวลากับตัวเองไปก่อน

          จ้าวเพ่ยถอยหายกับกับจานที่นางทำก็เริ่มลงมือทำอาหารใหม่เสียหมด วัตถุดิบในโรงเตี๊ยมถูกนำมาใช้ไม่ขาดมือ ทั้งคัวส่งหินหอมคละคลุ้ง ยามที่อาหารประเภทครางสินแล้ว เหลืออาหารหวานพอให้ได้เบาทุเลาลง แต่จ้าวเพ่ยก็คิดบางอย่างได้จึงเดินเข้าไปชิมอาหารแต่ละจานที่นางทำ

          บางจานรสชาติพอที่จะกินได้ แต่บางจานกลับมีรสชาติแย่เสียกลืนไม่ลงคอ จ้าวเพ่ยทำสีหน้าบอกไม่ถูกนักขณะที่เถ้าแก่เห็นชุดอาหารจำพวกอาหารคาวก็เดินเข้ามาเพื่อชมหน้าตาและลิ้มรสขาติของมัน

          "แม่นางเสร็จแล้วหรือ"

          "ม.. ไม่เจ้าค่ะ รสชาติมันแย่เสียจนข้าคิดว่าจะทำใหม่เสียทั้งหมดเลย"

          "ข้าก็คิดเช่นนั้น" เถ้าแก่กล่าวจบก็เดินออกไปเหลือเพียงนางที่ยังอยู่ภายในครัวหน้าไฟอีกครา

          อาหารจานแล้วจานเล่ายังคงถูกทำขึ้นมาและมันก็ยังไม่ดีพอ ครั้งที่หนึ่ง สอง สาม จ้าวเพ่ยเรียนรู้อะไรขึ้นมาบ้าง นางไม่เคยชิมอาหารระหว่างทำก็เริ่มจะ ชิมมันเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีขนลิ้นรับรสสรรพสิ่งระหว่างทำจนปนเปไปเสียหมด ครั้งที่สี่ ห้า นางเริ่มยกอาหารทั้งหมดที่นางทำให้แก่เถ้าแก่เพื่อหารสชาติที่ถูกปากจริงๆ แม้จะปรุงรสมาอร่อยแล้วก็ตาม บางสิ่งก็ขาดความสร้างสรรค์ไปเสียมากจนจ้าวเพ่ยก็ต้องยอมรับและหาวิธีเพิ่มเติมการปรุงอาหารให้ดูมีอะไรมากกว่านี้

          น้ำเปล่าถูกยกขึ้นดื่มขณะจ้าวเพ่ยมองชุดอาหารทั้งคาวและหวานที่วางเรียงเต็มไปหมด ทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มมาไกลจนหันหลังกลับไม่ได้เสียแล้ว นางตัดสินใจล้างปากด้วยการกินน้ำให้กลิ่นติดลิ้นจางไปแล้วเริ่มไล่ชิมอาหารแต่ละอย่างอีกครา อาการหายใจติดขัดเกิดขึ้นมายังดีสำหนับนางที่ยังมีเสี่ยวเออห์คอยเฝ้ามองความปลอดภัยและหายามาให้นางได้คลายปวดร้อนได้เสมอ อาหารบางจานก็ได้รับการยอมรับ แต่สิ่งที่ยังไม่สามารถทำได้ดีเลยคือเนื้อฮั่นเสีย ที่จะทำอย่างไรก็ยังคงแข็งกระด้างอยู่เช่นนั้น

          จ้าวเพ่ยมองเนื้อฮั่นเสียตุ๋นยาจีนพลางก็เริ่มคิดอะไรขึ้นมาได้ นางตัดสินใจนำเนื้อฮั่นเสียอีกชิ้นขึ้นมา เถ้าแก่กล่าวกับนางเอาไว้ว่าชาวยามาไทมักจะกินเนื้อม้าแบบสดๆ แต่จ้าวเพ่ยใจไม่แข็งพอที่จะทำเช่นนั้น หญิงสาวลงมือหั่นเนื้อฮั่นเสียให้เป็นชิ้นใหญ่กว่าที่เคย นางนำเนื้อลงไปตุ๋นในหม้ออีกครั้งทั้งเริ่มควบคุมไฟให้อยู่ในลักษณะที่พอดี จ้าวเพ่ยไม่ได้รู้เวลาที่นางทำว่าเริ่มมืดค่ำลงแล้ว การใช้ความคิดที่จะรังสรรค์เมนูใหม่สำหรับนางดูท้าทายเกินตัวมากไปเสียหน่อย

          หลังจากเสร็จงานทั้งหมดดีแล้วจ้าวเพ่ยก็ได้หาเก้าอี้มารองรับนางผู้ยืนขาแข็งมาทั้งวันทั้งฟุบหน้ากับโต๊ะเพื่อให้เวลาพักแก่ตัวเอง จ้าวเพ่ยคิดว่าทั้งหมดน่าเป็นที่พอใจดีแล้ว ทั้งลิ้นเองก็รับรสจนชาไปเสียหมด มือเรียวจับแขนตัวเองเพื่อเกาตุ่มแดงขึ้นจากการแพ้อาหารทะเล แม้จะมียาจีนแต่นางกลับฝืนตัวเองจนหน้ามืดไปหลายคราจากการทานทั้งหอยและกุ้งจนร่ายกายแดงขึ้นมา หญิงสาวตัดสินใจที่จะนำไปส่งให้แก่เถ้าแก่เพื่อขอคำแนะนำ แต่หลังจากพักผ่อนที่โต๊ะจ้าวเพ่ยก็หลับลงด้วยความอ่อนเพลียในครัวเสียอย่างนั้น

          "แม่นาง.. แม่นาง" เสียงเถ้าแก่เรียกนางเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ยาม จ้าวเพ่ยเปิดตาเพื่อดันตัวเองขึ้นก็พึ่งรู้ตัวว่าเผลอหลับไป หญิงสาวเกิดหน้าขึ้นสีเล็กน้อยเมื่อไม่คิดว่าทำเรื่องหน้าอายเช่นนี้ แต่นางก็ทำลงไปแล้ว

          "เป็นอย่างไรบ้าง พักเสียก่อนดีหรือไม่"

          "ข้า.. ข้าเสร็จดีแล้วเจ้าค่ะ เถ้าแก่ลองลิ้มเพื่อแนะนำข้าด้วย" จ้าวเพ่ยกล่าวขึ้นมาทั้งเห็นเถ้าแก่ยังคงนิ่งเฉยก็ก้มลงต้องเหล่าอาหารมากมายเรียงบนโต๊ะ ทั้งอาหารที่ดีและไม่ดีสลับปะปนกันจนไม่รู้ว่าจานไหนที่จ้าวเพ่ยเลือกแล้วบ้าง

          "ข้าลิ้มรสอาหารของแม่นางแล้ว ถือว่าดีขึ้นกว่าครั้งแรกมาก ข้อติเองก็ยังมีแต่หาได้รุนแรงไม่"

          "ขอ.. ขอข้าทำอาหารทั้งหมด ให้เถ้าแก่ลิ้มลองอีกครั้งด้วยนะเจ้าคะ" จ้าวเพ่ยกล่าวกับเถ้าแก่ ก่อนนางจะเริ่มทำอาหารอีกครั้ง หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ดีที่สุดของนางแล้ว

          หม้อต้มที่ยังมีเครื่องเทศถูกนำตุ๋นเนื้อม้าเพิ่มเติมอีกครั้ง ก่อนที่นางจะตั้งหม้อและกระทะใหม่เพื่อทำอาหารชุดเดิมซ้ำเดิมรอบสองโดยที่คิดว่าการทำใหม่ย่อมจะดีกว่าเก่าแน่นอนจากการเรียนรู้ของนางตั้งแต่แรกมาก

          จ้าวเพ่ยเริ่มทยอยนำอาหารมาส่งให้กับเถ้าแก่หวังทีละจาน ทุกครั้งที่นางทำเสร็จจนครบดี ก็ยืนรอให้เถ้าแก่กล่าวกับนางจนหญิงสาวยิ้มออกมาได้เมื่ออาหารที่นางทำนั้น ถูกปากทั้งนางและเถ้าแก่แล้ว จ้าวเพ่ยกล่าวขอบคุณเถ้าแก่ที่ช่วยเหลือ ชี้แนะนาง ก่อนนางจะกลับเข้าครัวเพื่อจัดการทุกอย่างให้สะอาดเรียบร้อยเช่นเดิม แต่เถ้าแก่ก็เดินกลับมาหานางเพื่อจะกล่าวอะไรบางอย่าง

          "แม่นางไปพักเถิด.. ที่นี่ข้าให้เสี่ยวเออห์และแม่ครัวร่วมทำความสะอาดได้"

          "เจ้าค่ะ.." ในยามนั้นจ้าวเพ่ยเองก็ต้องการพักผ่อนนางจึงได้ตอบรับไปโดยง่าย หญิงสาวคำนับแก่เถ้าแก่ก่อนจะหยิบ 'หมั่นโถวทอด' หนึ่งในขนมที่นางตัดสินใจทิ้งไปเมื่อไม่ได้ดั่งใจนางเอาเสียเลยไว้กับตัวเพื่อกินมันลับหลังเถ้าแก่ แม้สิ่งที่นางกระทำต่อหน้าเถ้าแก่มันชัดเจนว่านางต้องการกินอาหารที่ต้องทิ้งชิ้นนี้

          มือเรียวจับคอแดงของนางทั้งลูบไปมาขณะเสี่ยวเออห์นำผ้าชุบน้ำมาให้นาง ให้จ้าวเพ่ยนำผ้าอุ่นนั้นมานาบกับตุ่มแดงที่ขึ้นตามตัวเพื่อคอยบรรเทาอาหารปวดแสบปวดร้อนลงไปบ้าง ทั้งเดินไปหาซุนหยางเพื่อขอความช่วยเหลือพานางกลับไปยังห้องพักที่โรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อนเสียหน่อย


|| รายการอาหาร ||
เนื้อม้าชั้นดี
ฮั่นเสียตุ๋น
เนื้อฮั่นเสีย 1
หน่อไม้ 1
ถั่ว 6
แครอท 4
ขิง 15
เห็ดหอม 6
ซีอิ๊ว 2
น้ำตาล 10
เกลือ 1
โป๊ยกั้ก 1
น้ำมัน 2
เหล้า 3
ผักกาด 1
ต้นหอม 6

อาหารคาว
รากบัวผัดเผ็ด
เต้าหู้ผัดน้ำผึ้ง
แครอท 2
ต้นขึ้นฉ่าย 2
ผักชี 1
กระเทียม 8
ขิง 8
กะหล่ำปลี 1
รากบัว 2
มัน 2
พริกแห้ง 1
เห็ดหูหนู 4
ต้นหอม 3
หอมแดง 3
เห็ดหอม 4
ซีอิ๊ว 2
เมล็ดยี่หร่า 1
เกลือ 1
พริกไทย 2
โป๊ยกั้ก 3
น้ำตาล 1
น้ำมัน 1
เหล้า 2
กระเทียม 1
ต้นหอม 1
เต้าหู้ 2
น้ำผึ้ง 2
ซีอิ๊ว 2
แป้ง 2
เมล็ดงา 1
น้ำส้มสายชู 1
น้ำมันงา 1
น้ำมันพืช 1


ซุปความหมายมงคล

ซุปรากบัว
ซุปเห็ดหอมขาว
ซี่โครงหมู 1
ถั่ว 2
มะเขือเทศ 2
เกลือ 1
น้ำตาล 1
น้ำสะอาด 2
รากบัว 1
เห็ดหูหนูขาว 20
น้ำสะอาด 5
ลูกแพร 1
น้ำตาล 5
เม็ดเก๋ากี้ 5
เม็ดพุทรา 5


เมนูย่าง
หอยนางรมซอสกระเทียม
ปลาย่างทะเล
หอยนางรม 3
เนย 1
น้ำมัน 3
แป้ง 2
กระเทียม 2
น้ำแกง 1
เกลือ 1
พริกไทย 1
เนื้อปลา 2
หอย 12
หอมแดง 3
ยี่หร่า 1
ก้านพลู 1
กระเทียม 1
ผักชี 2
เกลือ 1
น้ำตาล 1
น้ำมัน 2
น้ำส้มสายชู 1
เหล้า 1


เมนูนึ่ง

หอยนึ่งกระเทียม
ปลานึ่งซอส
หอยพัด 3
เนย 1
น้ำมัน 3
แป้ง 2
กระเทียม 2
น้ำแกง 1
เกลือ 1
พริกไทย 1
วุ้นเส้น 1
พริก 1
ต้นหอม 1
ปลาหิมะ 1
ผักชี 1
ขิงสด 1
พริกแดง 1
ต้นหอม 1
ซีอิ๊ว 1
น้ำตาลทราย 2
เกลือ 1
พริกไทย 1
น้ำมันงา 2
เหล้า 1
น้ำสะอาด 1


เมนูทอด

หอยนางรมทอด
ปลากระรอก
หอยนางรม 1
กระเทียม 1
ผักกาด 1
หัวหอม 1
ต้นหอม 1
ซีอิ๊ว 1
แป้ง 3
เกลือ 1
น้ำตาล 1
พริกไทย 1
น้ำมัน 3
น้ำส้มสายชู 1
น้ำมันงา 1
ปลาทะเล 1
เห็ดหอม 1
หน่อไม้ 1
กุ้ง 1
กระเทียม 1
มะเขือเทศ 4
เกลือ 1
น้ำส้มสายชู 3
น้ำตาล 2
น้ำสะอาด 4
เหล้า 1
ซีอิ๊ว 1
แป้ง 2


เมนูต้ม

ไก่ต้มมะพร้าว
ปูแช่เหล้า
ไก่ 1
มะพร้าว 1
ขิง 1
น้ำปลา 1
เกลือ 1
น้ำตาลทราย 1
พุทราจีน 1
แครอท 1
มะนาว 1
พริก 1
ปู 1
เหล้า 2
เครื่องยาจีน 1
เกลือ 1
ซีอิ๊ว 1


เมนูข้าว
ข้าวอบไก่ในหม้อดิน
ไก่ 1
ขิง 1
ต้นหอม 1
เห็ดหอม 8
น้ำแกง 1
ซีอิ๊ว 2
ข้าวสาร 1
น้ำมัน 1
น้ำมันงา 1
เหล้าจีน 1


ของหวาน 9 รายการ

รากบัวหวาน
เต้าหู้น้ำผึ้ง
รากบัว 1
ข้าวสาร 1
น้ำสะอาด 3
น้ำตาลทรายแดง 2
น้ำตาล 2
ดอกหอมหมื่นลี้(ดอกกุ้ย) 1
เต้าหู้ 1
เม็ดเก๋ากี้ 1
น้ำผึ้ง 1
เห็ดหอม 1
เกี๊ยวสี่ฤดู
เต้าหู้ บัวลอย
แป้ง 1
น้ำสะอาด 2
เนื้อสัตว์ 1
แครอท 1
เห็ดหอม 1
ไข่ไก่ 1
พืชสีเขียว 1
น้ำตาลทรายแดง 1
น้ำ 6
แป้ง 2
น้ำสะอาด 2
เต้าหู้ 1
ขิง 2
บัวลอยหมักสุรา
ขนมงา
แป้ง 3
น้ำสะอาด 2
ดอกกุ้ย 2
น้ำตาล 1
เหล้า 3
ข้าว 2
แป้ง 5
มันเทศ 1
เกลือ 1
น้ำมัน 2
น้ำตาลทราย 1
งาขาว 2
ไหน่เล่า
ขนมรากบัว
นมแพะ 1
ถั่ว 1
ดอกกุ้ย 1
แป้ง 5
รากบัว 5
น้ำตาล 3
ดอกกุ้ย 1
นมตุ๋นถั่วแดง
นม 18
ถั่วแดง 5
ไข่ขาว 1
น้ำตาลทราย 1


เอฟเฟคลักษณะนิสัย
ทะเยอทะยาน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้

เอฟเฟคอัตลักษณ์
แพ้อาหาร (ทะเล)
+15 EXP จากการทานอาหารที่แพ้
+15 ความเครียด เมื่อทานทางอาหารที่แพ้


รวมภาพขนาด 84x84
https://bit.ly/3B7KPdu


เพิ่มเติม : อาหารทุกชนิดมีในชีวิตจริง ใช้เพียงประกอบการโรลเพลย์เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาแอบอ้างใดๆ


เพิ่มเติม 2 :
[รากบัวหวาน]  รากบัวหวานยัดไส้ข้าวเหนียว ของขึ้นชื่อดั่งเดิมจากเจียงหนาน มีกลิ่นหอมหวานจากดอกกุ้ย
[ซุปรากบัว] ชื่อที่แท้จริง ซุปกระดูกหมูรากบัว เป็นหนึ่งในสิบจานอาหารชื่อดังในหูเป่ย
[หอยพัดนึ่งกระเทียม] หอยพัดนิยมทานทั้งแบบสดและแบบแห้ง เป็นหนึ่งในแปดสมบัติจากท้องทะเลที่ชาวจีนชื่นชอบอย่างมาก
[ปลากระรอกทอดเปรี้ยวหวาน] หนึ่งในสิบอาหารขึ้นชื่อเจียงซู ปรุงจากปลากระพง นอกจากเทคนิคการหั่นปบาเป็นดอกไม้แล้ว ยามเสิร์ฟพ่อครัวราดซอสลงบนตัวปลาจะเกิดเสียง จี๋ จี๋ จี๋ ขณะตัวปลาดูดซับน้ำซอส นับเป็นอาหารขึ้นชื่อที่สุดในจีน
[ไก่มะพร้าว] เมนูพื้นเมือง ปรุงจากไก่และมะพร้าว อาหารจากเกาะหนานไห่ แท้จริงการปรุงซุปเป็นการปรุงแบบนึ่ง แบบปิดโถภาชนะนึ่งทำให้ควบคุมรสชาติของน่ำซุปได้ดีกว่าแบบต้ม
[ปูแช่เหล้า] อาหารดั่งเดิมในมณฑลเจียงซู เป็นที่นิยมในแถบเจียงหนาน ทานได้ทั้งแบบดิบและสุก
[เกี๊ยวสี่ฤดู] หรือเกี๊ยวสี่รส อาหารจัดเลี้ยงดั่งเดิมของเจียงซู
[ไหน่เล่า] ทำมาจากนมวัว ม้า แพะ หรือ อูฐ ใช้บำรุงปอด ลำไส้ เพิ่มหยิน มีรสเปรี้ยวหวาน เย็นเล็กน้อย มักทานคู่กับถั่วหวาน และผลไม้ต่างๆ

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-10-24 18:04:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-10-30 04:58

          เสียงหนึ่งดังเสียดเข้ามาในหูทำให้หญิงสาวตื่นจากการหลับไหล จ้าวเพ่ยลุกขึ้นทั้งกุมหัวปวดหนึบจากการนอนมากไปหน่อย ก่อนแมวน้อยจะกระโดดขึ้นมาบนตักของนางทั้งร้องระงมจากความหิวโหย จนนางต้องอุ้มเอาไว้ กล่องของค่าตอบแทนวางตรงข้างๆนาง คาดว่าซุนหยางน่าจะเข้ามาฝากเอาไว้ให้

          จำได้ว่าเมื่อล้มตัวลงนอนก็เกิดอาการชาไปทั่วหน้า จ้าวเพ่ยจำไม่ได้ว่านางหลับไปตอนไหน จำได้แต่ว่านางทรมาณจากอาการที่รุนแรงในระยะหลังจากกินอาหารทะเลไป อาการร้อนผ่าวตรงตาทำให้นางล้มตัวนอนลงอีกครั้ง เสี่ยวเฮยดูหิวโหยจากการไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันกลับปีนขึ้นมาตรงอกนางและล้มนอนด้วยท่าทีหงอยๆ

          "แง๊ว!!!" แมวน้อยร้องขึ้นมาทั้งจ้องนางด้วยตาใสแป๋วราวกับต้องการอะไรจากนางอยู่ จ้าวเพ่ยคิดว่านางไม่น่าเอาเสี่ยวเฮยเข้ามาด้วยเลย ควรจะฝากแมวตัวน้อยกับซุนหยางควรจะดีกว่า จ้าวเพ่ยหายใจอย่างช้าๆหน้าอกกระเพื่อมตามลมหายใจขณะขอบตาร้อนผ่าวสร้างความรู้สึกให้นางอยากจะนอนอีกรอบ

          อาการแพ้อาหารเหมือนจะหายดีแล้ว แต่จ้าวเพ่ยอยากจะพักฟื้นอีกเสียหน่อย หญิงสาวจับแมวที่ร้องแง๊วง๊าวเบาๆก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นเพื่อค้นย่ามของนางเพื่อหาอะไรพอจะให้เจ้าแมวกินได้บ้าง แต่กลับไม่มีเลย ยิ่งทำให้นางถอดถอนหายใจออกมาและรวบชุดให้เรียบร้อยเพื่อจะเดินออกไปข้างนอก

          เป็นจังหวะเดียวที่นางเห็นซุนหยางพอดี ทั้งสองจึงเดินไปยังโถงอาหารด้วยกัน ขณะที่นางเองยังคงรู้สึกร้อนตาผ่าวๆอยู่ไม่น้อย

          "ข้านึกว่าจะได้พาเจ้าไปส่งโรงหมอเสียแล้ว"

          "ข้าไม่เป็นอะไร.. เจ้าคิดมากไป"

          "เจ้าหลับไปนาน.. เถ้าแก่เองก็ถามถึงเจ้า" ซุนหยางกล่าวทั้งนั่งลงเก้าอี้และสั่งอาหารให้จ้าวเพ่ย เมนูที่นางเคยทำมาถูกสั่งมาให้นางทำให้จ้าวเพ่ยเผยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย.. นางเองไม่สามารถกินมันได้อีกครา เพราะว่ามีข้อจำกัดทางร่างกายอยู่อย่างหนึ่ง

          นางแพ้อาหารทะเล

          "เจ้ากินเถอะ ..ข้าไม่อยากเสียเท่าไหร่ ที่มาเพียงแค่จะหาอะไรให้เสี่ยวเฮยกินเสียหน่อย ข้าก็ว่าจะกลับห้องอีกครา"

          จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งเลื่อนอาหารให้กับซุนหยาง หญิงสาวสั่งนมและขนมพอให้แมวได้อิ่มท้องบ้าง ขณะนั่งรออาหารหญิงสาวก็นั่งมองรอบโรงเตี๊ยมแห่งนี้อีกครา พึ่งเห็นว่าการตกแต่งสวยงามเสียขนาดนี้ ไม่แปลกใจว่าเถ้าแก่หลิวจะใจถึงขนาดยอมให้นางเอาวัตถุดิบอาหารไปผลาญเล่นๆเช่นนั้น

          คงจะต้องไปขอบคุณเถ้าแก่เสียหน่อยสำหรับค่าตอบแทนที่ให้นางมา

          "แล้วข้าจะกลับมา.." จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งลุกขึ้น สร้างความสงสัยแก่ซุนหยางเล็กน้อย

          "ไม่กินอะไรหน่อยหรือ.."

          "เจ้ากินเถอะ แล้วข้าจะจ่ายให้เอง" นางกล่าวกับซุนหยาง แต่ไม่ได้บอกเหตุผลว่านางไม่กินเพราะอะไร จวบจนตอนนี้ซุนหยางเองก็ไม่รู้เรื่องที่จ้าวเพ่ยแพ้อาหารทะเลเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ดูจะสนิทกันเสียขนาดนี้แต่กลับมองข้ามเรื่องที่ควรจะรู้ไปเสียได้

          จ้าวเพ่ยเดินผละออกจากซุนหยางเพื่อจไปหาเถ้าแก่ที่คล้ายกับวุ่นวายกับการจัดเตรียมบางอย่างกับเสี่ยวเออห์ก็กล่าวขึ้นมาจากด้านหลังทันที เถ้าแก่หลิวได้ยินเสียงนางก็หันกลับมาหา สตรีที่หายหัวไปในห้องทั้งวันพึ่งจะโผล่หน้ามา แต่ก่อนหน้านี้อาการนางก็แย่ พอจะเข้าใจจ้าวเพ่ยว่านางคงจะมีช่วงพักฟื้นบ้าง

          "... เป็นอย่างไรบ้าง แม่นาง หน้าซีดเซียวมาเชียว"

          "ข้าสบายดีเจ้าค่ะ.. ที่มาเพื่อขอบคุณเรื่องค่าตอบแทนเจ้าค่ะ ข้าทำอาหารจนสูญวัตถุดิบไปมากอย่างเสียเปล่า.."

          จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งยกมือขอโทษแก่เถ้าแก่เรื่องที่นางทำอาหารพลาดไปเสียมาก อาหารบางอย่างที่นางตั้งใจจะทำก็ตัดทิ้งอย่างดื้อๆ อย่างกุ้งที่ทำให้นางเกิดอาการแพ้หนักก็ดันไม่คิดจะทำต่อหลังจากนั้น

          "ได้ผลมาดีข้าก็พอใจแล้ว ข้าเองก็ต้องขอบใจแม่นางที่ทำอาหารเช่นกัน"

          "คงไม่… เรียกเก็บค่าวัตถุดิบที่สูญไปกับข้าใช่ไหม.." จ้าวเพ่ยเอ่ยขึ้นมาเสียงแผ่ว นางลอบมองเถ้าแก่เห็นว่าเขานิ่งไปชั่วครู่กับคำพูดของนาง ก็นิ่งลงไปเช่นกัน

          "ไม่หรอก.." เถ้าแก่กล่าวทั้งรอยยิ้มขึ้นมาทันที สร้างความโล่งใจแก่จ้าวเพ่ยขึ้นมาบ้างเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากของเถ้าแก่

          หญิงสาวจะกล่าวอะไรบางอย่างออกมาแต่เสี่ยวเออห์ก็เรียกนางเกี่ยวกับนมและขนมที่นางสั่งเอาไว้ ทำให้จ้าวเพ่ยต้องรับนมนั้นมาไว้กับตัวก่อนจะหันไปกล่าวลากับเถ้าแก่

          "ข้าขอตัวเจ้าค่ะ.. ขอบคุณเถ้าแก่อีกครั้ง"

          นางพูดออกมาทั้งเดินออกมาให้เถ้าแก่มีเวลาของเขาบ้าง หญิงสาวเดินถือของหวานและนมผ่านซุนหยางไปก็ได้บินเสียงเรียกอีกฝ่ายดังขึ้นมาทำให้นางหยุดชะงักและหันไปมองอีกฝ่าย

          "เท่านั้นจะอิ่มหรือ.."

          "เท่านี้.. เสี่ยวเฮยก็อิ่มแล้ว"

          "หมายถึงเจ้า.. หากไม่กินอะไรจะแย่เอา ยิ่งอยู่แต่ในห้องด้วย" ซุนหยางบอกทั้งมองนมที่จ้าวเพ่ยถือก็อดเป็นห่วงไม่ได้

          "ข้าไม่หิวเสียเท่าไหร่.. ตอนนี้ข้ารู้สึกปวดหัว คงกินอะไรไม่ลงหรอก"

          พูดจบก็เดินกลับห้องไป เสี่ยวเฮยนอนรออยู่ก็รีบปรี่เข้ามาหานางแทบจะทันที ปากน้อยๆส่งเสียงร้องขึ้นมาเมื่อเห็นจ้าวเพ่ยวางถ้วยนมให้กับเสี่ยวเฮย ขนมก้อนถูกหยิบแบ่งออกจากจานเพื่อใช้ผ้าผืนเล็กของนางรองให้เสี่ยวเฮยกินไปด้วย เสียงร้องจากลำคอขณะดื่มนมสร้างความเอ็นดูแก่แมวตัวนี้เสียจริง

          จ้าวเพ่ยลูบหลังแมวครู่หนึ่งก็หันไปสนใจของตอบแทนที่วางอยู่ข้างที่นอนนาง มือเรียวนับค่าตอบแทนทั้งหมดที่เถ้าแก่ให้มาก็รับรู้ว่ามันเยอะมากสำหรับการทำอาหารเพียงแค่นี้ เกือบหนึ่งร้อยตำลึงทองและห้าพันตำลึงเงิน มันก็มากพอจะกินอาหารดีๆได้หลายมื้อเลย หญิงสาวปัดผมที่ปรกหน้าขณะยังคงอึ้งกับค่าตอบแทนอยู่ เพราะมัวแต่ห่วงเรื่องแมวเลยไม่ได้นับก่อนออกจากห้อง หากนางรู้ก็คงจะได้ขอบคุณเถ้าแก่ก่อนหน้านี้และจ่ายค่าวัตถุดิบมากกว่าถามเถ้าแก่แบบนั้น

          จ้าวเพ่ยดูเหมือนเป็นสตรีเห็นแก่ตัวไปแล้วสิ

          เสี่ยวเฮยกินนมเสร็จก็พุ่งเป้าไปยังของหวานที่จ้าวเพ่ยเตรียมไว้ให้ ขณะที่หญิงสาวเก็บค่าตอบแทนเข้ากระเป๋าทั้งหมดและเคลื่อนตัวไปนอนอีกครั้ง อาการปวดหัวเข้ามาโจมตีให้นางยกมือขึ้นก่ายหน้าผากและหลับตาลงเพื่อพักผ่อนอย่างช้าๆ

          "ฟู่ว…" พ่นลมหายใจออกมาเพื่อคลายความทรมาณเสียหน่อย จ้าวเพ่ยเปิดตาหันมองเสี่ยวเฮยกลิ้งตัวไปมาข้างๆคล้ายกับจะชวนนางเล่นก็พลันยิ้มขึ้นมาและยื่นมือไปหาแมวกระโดดเหย็งๆใส่นาง ขอบตาร้อนผ่าวเอ่อด้วยน้ำตาค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆขณะนางจับแมวขึ้นมานอนบนอกไปด้วย

          ถ้าอาการดีขึ้นแล้วก็คงจะหาอะไรกินเป็นการใหญ่แน่นอน


เอฟเฟคอัตลักษณ์
แพ้อาหาร (ทะเล)
+15 EXP เมื่อทานหรือแตะต้องอาหารที่แพ้
+15 ความเครียด เมื่อทานหรือแตะต้องอาหารที่แพ้

อ่อนแอ
+2 Point เมื่อโรลเพลย์พักฟื้น

ความสัมพันธ์ [171]
-15 ความสัมพันธ์ เมื่อ ธาตุน้ำ ข่ม ธาตุไฟ

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-10-29 22:50:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด

❖ราชสีห์จรจัด❖
เถ้าแก่หลิว

เทียนโจวควบม้าเรื่อยมาตามทิศทางที่ได้ทราบมา เพียงระยะเวลาไม่นานหลังจากเดินทางติดต่อกันมา 100 ลี้ในที่สุดเทียนโจวก็ได้มาถึงประตูทางเข้าของโรงเตี๊ยมชิงหมิง เทียนโจวเดินเข้าไปโดยมิได้คิดอะไรก่อนจะเริ่มหันซ้ายหันขวามองในตอนแรก แต่เขานั้นก็มิรู้ว่าใครคือเถ้าแก่หลิวอยู่ดี


“เถ้าแก่หลิวอยู่รึไม่?”


เทียนโจวกล่าวถามเสียงดังทันทีที่เข้ามาภายในโรงเตี๊ยม ก่อนที่ชายผู้หนึ่งจะปรากฎตัวขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าอันหล่อเหลา


“ข้าอยู่นี่ เจ้ามีอะไรกับข้ารึ?”


เถ้าแก่หลิวกล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบหนึ่งขณะที่จ้องมองไปยังเทียนโจวแทบทุกรูขุมขน


“ข้านำของจากผู้ดูแลหอตำรากัวกู่มาให้”


เทียนโจวกล่าวขึ้นมาก่อนจะหยิบเอาหีบที่ใส่ของไว้ ยื่นให้กับเถ้าแก่หลิวที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตน


“ข้าทราบเรื่องของเจ้าแล้วจากจดหมาย ขอบคุณสำหรับความเหน็บเหนื่อย”


เถ้าแก่หลิวกล่าวขึ้นมาก่อนจะรับเอาหีบของเทียนโจวมาไว้ข้างกาย


“ในเมื่อเจ้ามาถึงยังที่แห่งนี้แล้ว เจ้าสนใจจะเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันที่ 31 นี้หรือไม่?”


หลิวไท่เหวินกล่าวขึ้นหลังจากจ้องมองอีกฝ่ายมาได้ซักพัก บวกกับชายผู้นี้ช่วยนำของมาให้จากจูหยาที่แสนไกลอีก


“งานเลี้ยงอะไรรึ?”


เทียนโจวกล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัยพร้อมกับลูบคางของตนไปมา


“งานเลี้ยงฮาโลวีนที่ข้าจัดขึ้นเอง เป็นงานที่เราจะแต่งตัวในรูปลักษณ์ที่ต้องการตามใจเจ้ามาพบปะพูดคุยกับคนอื่นๆในงาน”


เถ้าแก่หลิวพลันกล่าวรายละเอียดคราวๆให้กับเทียนโจวได้รับรู้


“เช่นนั้นข้าเข้าร่วมด้วย ขอบคุณสำหรับคำชวน เพื่อเป็นการขอบคุณข้ามีของจะให้เถ้าแก่เพิ่มเติม”


เทียนโจวกล่าวขึ้นพร้อมกับหยิบเอาสุราหลูโจวออกมายื่นให้แก่เถ้าแก่หลิว


“หวังว่าจะถูกใจเถ้าแก่”


เทียนโจวกล่าวขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม เถ้าแก่หลิวไท่เหวินรับมาโดยมิปฏิเสธของที่ชายตรงหน้ามอบให้ตน


“ขอบใจข้าจะดื่มมันเมื่อมีโอกาส”


หลิวไท่เหวินกล่าวขึ้นมาก่อนจะสั่งให้ลูกน้องของตนนำของทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ห้องของเขา และในจังหวะนั้นเองเทียนโจวก็ได้เหลือบไปมองด้านนอกหน้าต่างของโรงเตี๊ยม ในยามนี้ท้องฟ้าด้านนอกเป็นยามราตรีแล้ว


“เถ้าแก่หลิวมีห้องพักว่างรึไม่?”


เทียนโจวพลันกล่าวถามขึ้นมาขณะที่หันกลับมามองยังดถ้าแก่หลิว


“แน่นอนตอนนี้ห้องพักของข้ามีห้องเหลืออยู่ เจ้าต้องการจะเข้าพักใช่รึไม่ ข้าจะได้จัดการเรื่องให้”


เถ้าแก่หลิวกล่าวออกมาพร้อมกับเดาสิ่งที่เทียนโจวต้องการได้จากคำถามอย่างมิยากเย็น


“เช่นนั้นรบกวนด้วย”


เทียนโจวกล่าวออกมาพร้อมกับจ้องมองหลิวไท่เหวินเดินไปจัดการเรื่องต่างๆให้ตน หลังจากยืนรอมาได้ซักพักเทียนโจวก็ได้รับห้องพักตามที่ต้องการ ก่อนจะขึ้นไปพักยังห้องของตนพร้อมกับเข้าไปอาบน้ำ


“วันนี้เจ้าทำได้ดีมาก”


เทียนโจวกล่าวขึ้นมาหลังจากที่เดินออกมาจากห้องน้ำ


เบ้า?


“เรื่องที่เจ้าฝึกซ้อม และก็เรื่องที่เจ้าข่มขู่ไอ้ขี้ขลาดนั่น เจ้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว”


เทียนโจวกล่าวขึ้นมาพร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้าของตน ก่อนจะเริ่มลูบขนของเจ้าเขี้ยวเงินในตอนนี้


“แต่ว่าเจ้าในตอนนี้ยังอ่อนแออยู่มาก เจ้าต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้”


เบ้า! (ครับ!)


เจ้าเขี้ยวเงินร้องออกมาพร้อมกับส่ายหางไปมาอย่างมีความสุข


“ดีเช่นนั้น เจ้าต้องพักผ่อน เพื่อจะฝึกฝนได้เต็มที่!”


gเมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ้าเขี้ยวเงินก็ได้วิ่งไปนอนยังมุมหนึ่งของห้อง เทียนโจวเองก็เช่นกันในตอนนี้หลังของเขาได้เอนลงบนเตียงอย่างผ่อนคลาย


“งานเลี้ยงฮาโลวีนสินะ น่าสนใจจริงๆ”


เทียนโจวกล่าวประโยคสุดท้ายออกมาก่อนที่ดวงตาทั้งสอของชายหนุ่มจะปิดสนิทลง เพื่อเป็นสัญญาณแห่งการพักผ่อนในยามราตรีนี้





ให้มุกพณาหวาซวี 1 เม็ด ลิ้นจี่ 1000 ผล และ 100 ตำลึงเงิน [171] หลิวไท่เหวิน ตามเควสที่ได้รับมอบหมาย


ให้สุราหลูโจว [171] หลิวไท่เหวิน


เทียนโจวเข้าร่วมงานเลี้ยง
@Webmaster






เอฟเฟคจากตัวละคร
Points
Exp
ความสัมพันธ์ (หลิวไท่เหวิน)
ชื่อเสียง
+4 จากโรลอวดเบ่ง (หยิ่งยะโส)

+5 จากโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (หูดี)



+15 เมื่อเจอชื่อเสียงเดียวกัน (ดี)
+15 กับคนที่คุยด้วย (หูดี)
-10 กับคนที่มีนิสัยหนอนหนังสือ (สายตายาว)
-20 กับคนที่สนทนาด้วย (ฟันเขี้ยว)
+20 ธาตุเกื้อหนุนกัน (ทอง>น้ำ)


+30 คุณธรรมเมื่อเจอหัวดี (ปิงจวน)

ผลรวมของแต่ละอัน
+4
+5
+20
คุณธรรม : +30
ความชั่ว :
ความโหด :



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2021-10-31 17:41:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด



❖ราชสีห์จรจัด❖
งานฮาโลวีน 1



ในช่วงเช้าของวันเทียนโจวได้ตื่นขึ้นมาก่อนจะออกมายังข้างนอกโรงเตี๊ยมไปยังสถานที่แห่งหนึ่งพร้อมกับเจ้าเขี้ยวเงิน ชายหนุ่มเร่ิมถ่วงน้ำหนักของตนด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ที่ร่างกาย และทวนปลายทวน

“เจ้าพร้อมรึยัง?”

เทียนโจวกล่าวขึ้นมาพร้อมกับตั้งท่าเตรียมต่อสู้ขณะที่จ้องมองไปยังเจ้าเขี้ยวเงิน หมาป่าคู่ใจตั้งท่าเตรียมต่อสู้พร้อมกับแววตาที่แสดงออกถึงสัญชาตญาณของสัตว์ป่าที่เข้มข้นอยู่ในสายเลือด

“ดีเช่นนั้นก็เข้ามา!”

เทียนโจวกล่าวขึ้นมาเสียงดังพร้อมกับรอยยิ้ม หมาป่าเขี้ยวสีเงินเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณของผู้เป็นนายก็พลันวิ่งเข้าใส่เจ้านายด้วยฝีเท้าที่รวดเร็ว เทียนโจวจ้องมองท่วงท่าของเจ้าเขี้ยวเงิน ก่อนจะเริ่มโจมตีเข้าใส่ด้วยการกวาดทวนในแนวระนาบ เจ้าเขี้ยวเงินเมื่อรู้สึกถึงทวนของเทียนโจวที่เข้ามาก็พลันกระโดดหลบดีดตัวกลับไปยังตำแหน่งแรกสุดของตน

“ไม่เลวที่หลบ งั้นมาต่อกันเลย!”

เบ้า!

เสียงร้องตอบของเจ้าเขี้ยวเงินดังขึ้นมาก่อนที่การฝึกฝนของทั้งสองจะดำเนินนานนับหนึ่งชั่วยาม จนในตอนนี้ทั้งสองได้กลับมาถึงยังโรงเตี๊ยมชิงหมิงที่ได้เข้าพักอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเทียนโจวในยามนี้ได้อาบน้ำเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เจ้าเขี้ยวเงิน เจ้าต้องรอข้าที่นี่ในคืนนี้เข้าใจไหม?”

เบ้า

เจ้าเขี้ยวเงินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เทียนโจวได้กล่าวออกมา ชายหนุ่มเดินเข้ามาลูบหัวเจ้าเขี้ยวเงินก่อนจะเริ่มกล่าวต่อ

“มีต้องห่วงเดี๋ยวคืนนี้ข้าก็กลับมาแล้ว”

เทียนโจวกล่าวขึ้นมาก่อนจะเริ่มสวมหน้ากากสีขาวของตนเดินออกจากห้องพักไปยังส่วนของสถานที่จัดงานภายในโรงเตี๊ยม

“ข้ามาเข้าร่วมงานเลี้ยง”

เทียนโจวกล่าวขึ้นมากับผู้ที่ยืนคุมอยู่หน้างานพร้อมกับแสดงบัตรเชิญของตนที่ได้รับจากเถ้าแก่หลิวเมื่อครั้งก่อน และหนังสือรับรองชื่อทางการ พนักงานตอนรับจ้องมองเทียนโจวอยู่ซํกพักพร้อมกับตรวจสอบทั้งสองสิ่งที่อีกฝ่ายนำมายืนยันตัวตัว ก่อนจะหยิบบัตรคิวให้กับเทียนโจว

“ภายในงานห้ามถอดหน้ากาก และแนะนำตัวกับใครเด็ดขาด หากต้องการกรุณาไปนัดเจอกันนอกงาน”

พนักงานต้อนรับกล่าวขึ้นมาเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะเปิดทางให้กับเทียนโจวได้เข้าไปยังงานเลี้ยงฮาโลวีน ชายหนุ่มเดินเข้าไปโดยมิได้พูดอะไรหลังจากที่ได้ฟังคำกล่าวของพนักงาน สายตาจ้องมองไปที่รอบข้างที่เห็นผู้คนมากมายต่างสวมหน้ากากที่แสนแปลกหูแปลกตา

“เริ่มจากไหนดีละเนี่ย...”



บัตรคิว [ซานซือซาน]



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2021-10-31 18:46:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-10-31 18:56

    ⌜111⌟
บทที่ 19
งานเลี้ยงหน้ากาก
ฉากที่ 1
                    
          รถม้าจากเฉินหลิวมุ่งตรงมาจอดที่หน้าโรงเตี๊ยมชิงหมิง ณ ด่านหู่เหลากวน เรียวขาใต้อาภรณ์สีขาวก้าวลงมาจากรถม้า เผยให้เห็นสตรีผู้หนึ่งร่างสูงระหงในชุดเครื่องแต่งกายแบบชาวโรมันสีขาวพิสุทธิ์พร้อมผ้าคลุมไหล่เนื้อบางปกปิดมังสาไม่ให้ชุดเสื้อผ้าที่แนบลู่ไปกับผิวกายเผยสัดส่วนของนางมากเกินไป ภายใต้ใบหน้าอันเป็นปริศนาถูกครอบทับไปด้วยหน้ากากขาว ทว่าเมื่อจ้องมองไปยังดวงตาจะเห็นเนตรสีน้ำค้างอ่อนประกายใสคล้ายชาวต่างชาติแม้ใต้หางตาจะถูกแต้มไปด้วยสีแดงสด เรือนผมดำขลับถูกเกล้ารวบขึ้นเป็นมวยรูปดอกกุหลาบคาดทับด้วยมงกุฎกิ่งไม้แทนใบมะกอก มือเรียวขาวกระชับหน้ากากอีกครั้งไม่ให้หลุดเผยให้เห็นเล็บสีแดงชาดที่ปลายนิ้วดั่งสตรีชั้นสูงชอบทากัน
         
          “เฮ้อ...”
         
          เสียงทอดถอนหายใจหลุดลอดออกมานอกหน้ากาก ท่าทางของหญิงสาวดูเป็นกังวลอยู่บ้างไม่มากก็น้อย หลังกระชับหน้ากากนางก็จัดผ้าคลุมไหล่ให้มิดชิด ดูแล้วไม่ชินกับชุดที่สวมใส่เสียเท่าไร ทว่านางก็เชิดหน้าขึ้นทำทีเหมือนมั่นใจ ในยามนี้ไม่มีใครรู้ว่าผู้ที่แต่งกายคล้ายสตรีโรมันจะเป็นซุนเฟินเยว่ เด็กสาวผู้ซึ่งเพิ่งพ้นจากสถานะสาวใช้มาหมาด ๆ นางก้มลงเล็บสีแดงของตัวเองอย่างไม่ชิน ไม่นึกเลยว่าบัณฑิตเหลียงจะเล่นใหญ่ถึงขนาดที่ทาเล็บให้นางด้วย แม้จะไม่ชินแต่ก็รู้สึกว่าสีชาดช่วยขับผิวของนางให้ขาวยิ่งขึ้นได้ดี
         
          เมื่อรวบรวมความกล้าพร้อมแล้ว นางก็ตรงเข้าไปติดต่อเข้าร่วมงานเลี้ยงในทันที เฟินเยว่มาถึงงานอย่างฉิวเฉียดจนไม่รู้ว่าเขาเริ่มงานกันไปแล้วหรือยัง นางแสดงบัตรเชิญจากแม่นางกู่จิ้นอิ๋งแก่พนักงานต้อนรับในชุดผี
     
            
          “ข้าได้รับบัตรเชิญนี้มาเจ้าค่ะ”
         
          “ยินดีต้อนรับเข้าสู่งานเลี้ยงฮาโลวีนขอรับ บัตรคิวของท่านคือ ซานสือซื่อ ก่อนอื่นขอแจ้งกฎให้ทราบด้วยกันสองข้อ ข้อแรกห้ามถอดหน้ากาก ข้อที่สองห้ามแนะนำตัวกับใครเด็ดขาด หากอยากรู้จักให้นัดพบกันหลังเลิกงานขอรับ”
         
          “รับทราบเจ้าค่ะ”
         
          แม้เครื่องแต่งกายจะดูเหมือนเป็นสตรีโรมันทว่าท่าทางของนางก็ยังคงไว้ซึ่งความเคารพนอบน้อม ไม่ได้ถือตนว่าเป็นแขกแต่อย่างใด ส่วนหนึ่งเพราะว่านางเพิ่งจะเสร็จจากงานบริการมาด้วยจึงติดเป็นนิสัย และเมื่อเข้างานเลี้ยงไปก็พบว่าทุกอย่างกำลังจะเริ่มขึ้นพอดี ภายในงานดูจะเต็มไปด้วยบุคคลชั้นสูง แม้พวกเขาจะไม่ได้แต่งกายแปลกประหลาดเหมือนกับนางหรือเสี่ยวเอ้อห์ทว่าชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ต่างเป็นชุดออกงานอย่างดี ดีนะที่เฟินเยว่แหวกมาใส่ชุดที่แปลกตาคนจึงดูไม่ออกว่านางจน
         
          ด้วยเหตุนี้เด็กสาวจึงรู้สึกว่าอยู่ผิดที่ผิดทางแปลก ๆ วิถีชีวิตของชนชั้นสูงดูจะเป็นสิ่งที่ไม่เข้ากับนางเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังไม่รู้จักกับใครในงานเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสนทนา ส่วนเด็กสาวแปลกหน้าที่ชวนมางานเฟินเยว่ก็ไม่ทราบว่านางคือผู้ใดในเมื่อทุกคนสวมหน้ากากกันหมด แต่เด็กสาวยังจำกลิ่นหอมของอีกฝ่ายได้ เป็นกลิ่นหอมเดียวกันกับถุงหอมที่นางพกติดตัวมาด้วยในวันนี้ หวังว่าถุงหอมที่อีกฝ่ายให้มาจะชักพาให้ไปเจอกับเจ้าของเก่า
         
          เพราะไม่รู้จะทำอะไรเฟินเยว่จึงเตร็ดเตร่ไปที่มุมเด็กเล่น อย่างน้อยช่วยดูแลเด็ก ๆ แทนพ่อแม่พวกเขาที่กำลังสนุกอยู่กับงานเลี้ยงคงจะดีไม่น้อย ตรงนั้นมีกลุ่มเด็กโตและเด็กเล็กรวมแล้วสี่คน พวกเด็ก ๆ แต่งชุดเป็นผีน้อยกันเลยทำให้เด็กสาวไม่รู้สึกเก้อเขินมากนัก ดีจริง ๆ ที่นางตัดสินใจมาอยู่ที่ส่วนนี้ นางเห็นพวกเด็กโตกำลังเล่นด้วยกันอย่างออกรสจึงไม่อยากเข้าไปกวน มีเพียงเด็กเล็กในชุดผีดิบตัวเขียวกำลังเล่นของเล่นอยู่คนเดียว
         
          “ขอพี่เล่นด้วยคนได้ไหมจ๊ะ?”
         
          ดรุณีน้อยในชุดสาวโรมันเอ่ยถามเด็กน้อยหมายเลขยี่สิบเก้าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปนเอ็นดู
         
          “อื้อ!”
         
          เด็กเล็กคนนั้นพยักหน้าตอบกลับน้ำเสียงอ้อแอ้ระบุเพศไม่ได้ว่าหญิงหรือชายจึงขอคิดแทนและใช้สรรพานามเรียกเด็กคนนั้นว่าเขาไปก่อน ด้วยความเอ็นดูเห็นว่าเด็กน้อยเล่นของเล่นตามลำพังและนึกได้ว่าช่วงงานเทศกาลนางซื้อของเล่นเด็กมาเยอะจึงมอบช่อบัวแม่ลูกให้ไป เป็นของเล่นกลาง ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นเด็กหญิงหรือชายก็ต่างชื่นชอบด้วยกันทั้งนั้น
         
          “พี่ให้นี่นะจ๊ะ”
         
          เมื่อเด็กสาวมอบของเล่นให้ไปเด็กน้อยเอ้อสือจิ่วจับของเล่นได้ก็เคาะกับพื้นโป๊ก ๆ ตามประสาเด็กเล็กที่ยังเล่นอะไรไม่เป็น
         
          “อา.. คือว่าไม่ได้เล่นแบบนั้นแต่ว่าเล่นแบบนี้จ้ะ”
         
          เฟินเยว่แบมือขอของเล่นกลับมาก่อนจะเล่นให้ดูใหม่โดยบิดก้านบัวไปซ้ายทีขวาที ดอกบัวตูมค่อย ๆ บานออกเผยให้เห็นใส้ในเป็นกระดาษหลากสีสันส่องแสงระยิบระยับสวยงามและยังโชยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกมาด้วย ทว่าตอนนี้ทั้งคู่สวมหน้ากากคงได้กลิ่นหอมไม่ชัดเจนเท่าที่ควร แต่ด้วยความสวยงามของช่อบัวแม่ลูกก็ทำให้เด็กน้อยหัวเราะเอิ้กอ๊ากได้ใจใหญ่ เมื่อส่งคืนไปเด็กน้อยเอ้อสือจิ่วก็หมุนเล่นอย่างมันมือ
         
          เพราะของเล่นเด็กจึงดึงดูดให้เด็กโตอีกสามคนหันมาสนใจทางนี้ด้วยเช่นกัน…
         
          “สวัสดีจ้ะ เล่นกันเสร็จแล้วหรือจ๊ะ”
         
          เฟินเยว่ยิ้มทักทายเด็กอีกสามคนแม้ว่าพวกเขาจะไม่เห็นรอยยิ้มอันอบอุ่นนั้นก็ตาม พวกเขาไม่ได้พูดอะไรแต่หันมองหน้ากันราวกับว่าพอเป็นเด็กแล้วคำว่า ‘เล่นเสร็จแล้ว’ จะไม่ถูกบรรจุอยู่ในพจนานุกรม
         
          “อยากได้เหมือนกันเหรอ พี่ยังมีอีกนะจ๊ะ”
         
          พูดจบนางก็ยื่นส่งช่อบัวแม่ลูกให้แก่เด็กทั้งสาม เป็นของเล่นชนิดเดียวกันแต่สีสันอาจต่างกัน
         
          “ขอบคุณนะพี่สาว!”
         
          เด็ก ๆ รับของเล่นไปด้วยความดีใจ จากนั้นก็หันกลับไปเล่นด้วยกันตามเดิม บ้างก็นำของเล่นที่เพิ่งได้มาไปเล่นฟันดาบ จะมีก็เพียงบางคนที่หมุนเล่นอย่างถูกวิธี
         
          “เด็กนี่จริง ๆ เลยนะ”
         
          แม้จะส่ายหน้าทว่านางก็ยิ้มมองอย่างเอ็นดู เพียงไม่ทันได้ก็รับรู้ถึงแรงกระตุกชายเสื้อคลุมจากเด็กเล็ก พอหันไปก็เห็นว่าเขาชูกระดาษและพู่กันขึ้นมาคล้ายกับว่าชวนวาดรูป
         
          “วาดรูปกันเหรอ? พี่วาดไม่เก่งนะ.. แต่ว่าลองดูก็ได้จ้ะ”
         
          ถึงจะวาดรูปแย่แค่ไหนก็มีเพื่อน ให้กลับไปเล่นวาดเขียนเหมือนตอนช่วงอายุห้าขวบก็ไม่เลวเหมือนกัน ถือว่าวันนี้ได้ปล่อยใจสบาย ๆ ก็ไม่เลว..
         
.
.
.
         
          ระหว่างที่เด็กสาวกำลังวาดรูปกับหนูน้อยอี้สือจิ่วก็มีบุรุษผู้หนึ่งเข้ามาเล่นกับพวกเด็ก ๆ ด้วย อาจจะเป็นผู้ปกครองของเด็ก ๆ เหล่านั้นก็เป็นได้...
         
          “สวัสดีเจ้าค่ะ คุณชายเป็นผู้ปกครองของเด็ก ๆ หรือเจ้าคะ”
         
          ดรุณีน้อยเอ่ยทักอย่างมีไมตรี แม้ว่าจะไม่เห็นใบหน้าทว่านางก็ยิ้มให้เขาด้วยความเป็นมิตร
         
          @JiTianTao
         
          “เอ๋ ไม่ใช่หรือเจ้าคะ เช่นนั้นคุณชายก็คงเป็นผู้ที่รักเด็กเช่นเดียวกันสินะเจ้าคะ”
         
          @JiTianTao
         
          “คำสอนหรือเจ้าคะ?” เฟินเยว่กะพริบตาปริบ ๆ คำสอนเรื่องความรักนางไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่ก็รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยความคิดที่ว่าหากโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยความรักไร้ซึ่งความเกลียดชังก็คงดี เมื่อทุกคนรักและเคารพซึ่งกันและกันแผ่นดินก็จะผาสุข “เช่นนั้นขอข้าฟังคำสอนของท่านหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ?”
         
          @JiTianTao
         
          สตรีในชุดสาวโรมันสีขาวตั้งใจฟังคำสอนจากบุรุษเบื้องหน้าด้วยท่าทีสงบและคิดตาม นางรู้สึกเห็นด้วยกับอีกฝ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว หากว่าผู้คนศรัทธาในคำสอนนี้เรื่องโกลาหลหลาย ๆ อย่างในแผ่นดินอาจจะทุเลาลงไปด้วยความรักความเข้าใจก็เป็นได้
         
          “เป็นคำสอนที่ดีทีเดียวเจ้าค่ะ ข้าก็เห็นด้วยกับหลักธรรมของท่านนะเจ้าคะ ถ้าทุกคนคิดแบบเดียวกันก็คงดี...”
         
          น้ำเสียงของเด็กสาวแผ่วเบาลงเล็กน้อย แม้คำสอนจะดีทว่าการจะทำให้เป็นไปได้และผู้คนจำนวนมากเกิดความศรัทธาจนเปลี่ยนศาสนาได้ช่างยากเย็น สำหรับเฟินเยว่ที่ไร้ศาสนาไม่ปฏิเสธที่จะนำข้อดีของแต่ละความเชื่อมาประยุกต์ใช้
         
          @JiTianTao
         
          “ทุกอย่างที่ท่านกล่าวมาน่าสนใจดีทีเดียวเจ้าค่ะ ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็บ้านข้าอยู่ที่อันติงน่ะเจ้าค่ะ ที่นั่นมีคฤหาสน์นอกเมืองตั้งอยู่ หาได้ไม่ยาก หากท่านอยากเผยแพร่อีกครั้งให้ไปพบข้าที่นั่นก็ได้เจ้าค่ะ บอกว่าเคยพบกันที่งานเลี้ยงหน้ากาก แต่ว่ากว่าข้าจะกลับบ้านก็คงอีกหลายวันน่าจะสะดวกช่วงกลางถึงปลายเดือนหน้าน่ะเจ้าค่ะ”
         
          เฟินเยว่เสนอวันนัดพบ แต่ว่าบุรุษท่านนี้สนใจจะแวะมาคุยเรื่องหลักธรรมอีกครั้งหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวของเขาเอง
         
          @JiTianTao ลาจากกัน
         
.
.
.
         
          เล่นกับเด็กไปได้อีกสักครู่หนึ่งเฟินเยว่ก็เห็นบุรุษร่างสูงใหญ่อีกคนหนึ่งเข้ามาแกล้งหยอกเด็กเล่นด้วย คราแรกนางก็คิดว่าเป็นคนรักเด็กที่แวะมาเล่นเช่นเดียวกับบุรุษคนก่อนหน้า ทว่าด้วยความหูดีจึงทำให้เฟินเยว่ได้ยินคำสอนแปลก ๆ ที่อีกฝ่ายมีให้แก่เด็ก ๆ เหล่านั้น
         
          @Tianzhou
         
          จนเขาเข้ามาทักทายเฟินเยว่และเด็กน้อยเอ้อสือจิ่วก็ทำเอาเด็กสาวในเครื่องแต่งกายสตรีโรมันทำตัวไม่ถูก นางจึงเอ่ยทักทายตอบกลับน้ำเสียงอ้อมแอ้ม
         
          “สวัสดีเจ้าค่ะ”
         
          @Tianzhou
         
          การเล่นกับเด็กน้อยทำให้สาวน้อยมีท่าทีเลิกลั่กไม่รู้จะปรามอย่างไร ด้วยความเกรงใจและทำตัวไม่ถูกเฟินเยว่เริ่มหันมองหาผู้คุมสลับกับส่งสายตาเป็นนัยถามไปว่า ‘บะ.. แบบนี้จะดีหรือเจ้าคะ!’
         
          @Tianzhou
         
          “อะ..เอ่อ เจ้าค่ะ”
         
          เฟินเยว่ได้แต่เออออตอบอีกฝ่ายไปก่อน วันนี้นางพบเห็นคนมาเผยแพร่คำสอนสองคนทว่าช่างแตกต่างกันราวกับพลิกฝ่ามือ หากไม่มีหน้ากากขาวทาบทับใบหน้าอีกฝ่ายคงเห็นสีหน้าที่ลำบากใจของนางไปแล้ว
         
          @Tianzhou
         
          หลังจากที่บุรุษผู้นั้นจากไปเฟินเยว่ก็ลูบอกพร้อมถอนหายใจออกมา เด็กสาวก็อยู่เล่นกับเด็กน้อยไปจนถึงช่วงชมการแสดงถึงได้ปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเด็ก ๆ
         
.
.
.



ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
+15 EXP จากการโรลทำงาน หรือ โรลเดินทางช่วงค่ำ (เรียลไทม์)

เอฟเฟคความสัมพันธ์
เอ้อสือจิ่ว มอบ ช่อบัวแม่ลูก
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย (หูดี)

เอ้อสือลิ่ว มอบ ช่อบัวแม่ลูก

เอ้อสือซี มอบ ช่อบัวแม่ลูก

เอ้อสือปา มอบ ช่อบัวแม่ลูก

----------------------------------------------
บัตรคิว ซานสือซื่อ




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-10-31 20:30:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-11-1 11:41


งานเลี้ยงฮาโลวีน
เริ่มงาน
.
.

           วันงานเลี้ยงมาถึงพร้อมกับที่ตัวจิ้นอิ๋งและผู้ติดตามอีกสองต่างเดินทางมายังโรงเตี๊ยมชิงหมิงกันตั้งแต่เช้าตรู่ทำให้มาถึงในช่วงใกล้ยามเซิพอดี ตามจริงนางจะมาถึงงานไวกว่านี้แต่ด้วยเพราะต้องแวะทานข้าวด้วยระหว่างเดินทาง รวมถึงแวะลั่วหยางเปลี่ยนชุดเตรียมร่วมงาน พร้อมกันนั้นเด็กสาวก็ไม่ลืมที่จะปักปิ่นจูฟางเหมยฮวาที่เถ้าแก่หลิวเคยแนบให้มากับจดหมายไปด้วย

           กว่าจะถึงสถานที่จัดงาน จิ้นอิ๋งจึงมาตามเวลานัดพอดิบพอดี และด้วยเพราะหลังส่งบัตรเชิญยังเสี่ยวเอ้อร์ที่ตรวจดูคนเข้างานทำให้โดนกำชับเรื่องการปกปิดว่าใครเป็นใครและการห้ามแนะนำตัวเด็ดขาด เด็กสาวจึงกระซิบกับซูฮวาและถานเจ๋อให้แยกกันอยู่ในงานนี้ ยามเลิกงานค่อยมารวมกันหรือใครจะแยกเข้านอนในห้องพักก่อนก็ได้แล้วค่อยเจอกันในวันรุ่งขึ้น

           ซูฮวาที่ยังนึกห่วงดรุณีน้อยที่ไม่รู้ยังมีเรื่องเครียดตกค้างในใจอยู่หรือไม่ โดยถานเจ๋อก็คิดไม่ต่างกันพลันดูจะอิดออดขึ้นมาทั้งคู่ ทว่าเพราะหน้ากากขาวที่ช่วยปิดบังสีหน้าของนางเอาไว้ทำให้ยามจิ้นอิ๋งพยายามปั้นน้ำเสียงให้สดใสขึ้นมาว่าตนสบายดีทั้งสองจึงยอมวางใจและเข้างานไปก่อน โดยที่เด็กสาวในชุดกระโปรงสีขาวประดับลายดอกไม้สีชมพูละลานปักประดับอย่างชุดชาวฮั่นที่ใส่ร่วมงานเลี้ยงปกติก็ได้กระชับเสื้อคลุมที่คลุมทับเอาไว้ พร้อมกับเดินเข้างานตามหลังไปอีกที

           .
           ดวงตาสีนิลที่กวาดมองรอบงานยังเบื้องหลังช่องหน้ากากคล้ายดูประกายขึ้นมาเล็กน้อยหลังความแปลกตาของตัวงานที่ผู้คนต่างอยู่ในชุดและหน้ากากที่หลากหลายทำเอานางอยากนึกเข้าไปทักทายเพื่อชื่นชมกับหน้ากากและการแต่งกายที่สร้างสรรค์ของเด็ก ๆ ไม่น้อย ทั้งยังมีเสี่ยวเอ้อร์ในงานก็แต่งกายได้แสนประหลาดจนสุดท้ายนางก็ตัดสินใจไปเอ่ยถามเกี่ยวกับรายละเอียดงานกับเหล่าเสี่ยวเอ้อร์เหล่านั้นด้วยคิดว่า หากเป็นหนึ่งในผู้จัดสรรงานย่อมรู้วัฒนธรรมประเพณีของงานเป็นแน่

           " สวัสดีท่านแขกผู้ร่วมงาน มีปัญหาสิ่งใดงั้นหรือ " เพียงจิ้นอิ๋งเคลื่อนกายเข้าหา เสียงของเสี่ยวเอ้อร์หลังหน้ากากตัวประหลาดตาโปนโตสีทองกลมก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ถูกดัดจนไม่ทราบชายหญิงให้รอยยิ้มนางพลัวาดผ่านหลังหน้ากากตนขึ้นมา

           " พอดีข้า.. อยากรู้เกี่ยวกับรายละเอียดของเทศกาลในงานนี้น่ะเจ้าค่ะ "

           และด้วยอยากเล่นไปตามบทบาทภายในตัวงานที่ต้องไม่ให้รู้ว่าเป็นใคร ดรุณีน้อยพลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเคร่งขรึมขึ้นมาอีกเล็กน้อยให้ดูโตกว่าอายุจริงของนางเพิ่มมาอีกเสียหน่อยเพื่อปกปิดตัว ซึ่งเสี่ยวเอ้อร์ที่ได้ยินก็ลอบกระแอมไอขึ้นมาราวอยากนึกขำ เล่นเอาจิ้นอิ๋งเกือบจะหลุดหัวเราะตามออกมาถ้าไม่เพราะพลันได้ยินรายละเอียดงานต่อมาเสียก่อน

           ซึ่งหลังนิ่งฟังไป ก็ทำให้เด็กสาวยิ่งรู้เกี่ยวกับรายละเอียดงานมากขึ้นที่เหล่าคนเป็นต้องปิดบังตัวด้วยเพราะอะไร ซึ่งก็ไม่ต่างจากที่นางคาดเดานัก

           " อืม.. เช่นนั้น หวังว่าท่านจะเป็นคนเป็น " จิ้นอิ๋งเอ่ยน้ำเสียงกึ่งหยอกเข้าหา วึ่งคล้ายคนฟังก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็โคลงหัวที่ประดับหน้ากากไปมาราวกับจะให้เด็กสาวคาดเดาเอาเอง ทำเอาดรุณีน้อยหลุดหัวเราะผะแผ่วออกมาในที่สุด

           " มิต้องห่วง แม้นไม่เป็นเราก็มีหน้าที่ต้องบริการพวกท่านและไม่ทำร้ายแน่นอน "

           คำกล่าวหยอกตอบกลับนั้นยิ่งทำให้เด็กสาวคล้ายคลายความเครียดที่สะสมลงได้บ้าง จนนางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชวนเสี่ยวเอ้อร์คนนั้นได้ทานอาหารที่เรียงรายในตัวงานไปด้วยกัน กระนั้นเพราะอีกคนติดหน้าที่ต้องดูแลแขก สุดท้ายจิ้นอิ๋งจึงต้องผละมาเยือนยันโต๊ะอาหารเพียงผู้เดียว

           .
           แต่แล้วนางกลับเจอปัญหาขึ้นมาอีกหนึ่งว่าควรถอดหน้ากากทานอาหารอย่างไรดี พลันจะเลื่อนขึ้นเผยเปิดเพียงริมฝีปาก ก็ถูกหน้ากากขวางตาไม่เป็นอันเห็นอาหาร ขณะกำลังเลื่อนกลับให้หน้ากากเข้าที่และจับตามสายที่รัดสวมหลังศีรษะว่าควรง้างเปิดอย่างไร นิ้วเรียวของสตรีปริศนานางหนึ่งก็สอดใต้หน้ากากยังปลายคางให้จิ้นอิ๋งออกมา

           " จะเล่นตลกหรืออย่างไร " น้ำเสียงกลั้วขำจากอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นหลังจากที่เด็กสาวจับปลายหน้ากากด้านล่างให้ง้างออกและเอาอาหารเข้าปากได้ในที่สุด

           จิ้นอิ๋งหันไปค้อมขอบคุณอีกคนเสียเล็กน้อยก่อนจะเคี้ยวอาหารให้หมดเพื่อกล่าวขอบคุณอย่างจริงจังกลับไป " ขอบคุณเจ้าค่ะ.. ข้าเพียง ...กลัวจะเผลอเปิดหน้ากากให้เห็นหน้าไปเสียก่อน "

           สิ้นคำอีกสตรีก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอยู่หลังหน้ากาก ก่อนจะเปิดหน้ากแบบเดียวกับที่ทำให้ดรุณีน้อยและเริ่มทานอาหารบ้าง ซึ่งหลังทานเสร็จอีกฝ่ายก็หันใบหน้าที่สวมหน้ากากมาหาเด็กสาว สองสายตาสบหาราวกับรู้กันว่ากำลังชอบใจอาหารไม่น้อยก่อนทั้งคู่ทานอาหารกันต่อเงียบ ๆ จนเริ่มอิ่มก็ผละมาดื่มชาร่วมกัน

           " เจ้าว่างานเป็นอย่างไรบ้าง " สักพักสตรีแปลกหน้าผู้นั้นก็เอ่ยถามจิ้นอิ๋งก็นางหันมองรอบกาย ก่อนตอบหาตามความคิดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกระตือรือร้นขึ้นมาเล็กน้อย

           " แปลกตามากเลยเจ้าค่ะ แปลกในแง่ที่ดี.. แอบรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยด้วยล่ะเจ้าค่ะว่าได้พูดคุยอยู่กับใครก็มิทราบ "

           เด็กสาวกล่าวกลั้วขำซึ่งผู้ฟังก็คล้ายพยักหน้ารับไม่ต่างกัน ก่อนทั้งสองจะแลกเปลี่ยนบทสนทนาเกี่ยวกับตัวงานอีกสักเล็กน้อยพร้อมที่จิ้นอิ๋งเอ่ยชี้ชวนให้มองตามเหล่าเด็กน้อยในงานที่แต่งกายเสียเต็มยศกว่าเหล่าคนโตกว่าเช่นพวกนางไปด้วยด้วยความนึกชื่นชม ก่อนหลังจากนั้นอีกฝ่ายจะขอตัวไปยังส่วนอื่นต่อและดรุณีน้อยก็กลับมาอยู่คนเดียวอีกหน โดยครานี้เด็กสาวเลือกที่จะหามุมเงียบมุมหนึ่งของงานเพื่อนั่งพักพร้อมกับกวาดสายตามองงานเลี้ยงอยู่เงียบ ๆ

           แม้นรู้สึกสนุกสนาน แต่ก็ใช่ว่าความเครียดของนางจะจางลงตามไปด้วย ในยามนี้นางจึงอยากนั่งเงียบ ๆ อยู่คนเดียวสักพัก ให้เวลาล่วงเลยกระทั่งยามการแสดงเปิดตัว จิ้นอิ๋งถึงย้ายตัวไปนั่งดูด้วยความสนใจขึ้นมา รอยยิ้มที่จางหายยังหลังหน้ากากยามนี้ดูเผยออกมาอย่างที่เด็กสาวไม่รู้ตัว

           ในบางครั้งการผ่อนคลายได้เจอสิ่งที่ชอบก็เป็นเรื่องที่ทำให้ยิ้มออกได้ดีเลยเชียว



บัตรคิว : ซานสืออู่
ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
พูดคุยกับ เสี่ยวเอ้อร์คนที่ห้า
พูดคุยกับ NPC ซานสืออี้

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-31 20:42:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          ดูเหมือนว่าเป็นงานเลี้ยงที่มีคนมามากมาย เพียงแต่ว่าไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จ้าวเพ่ยเองก็หาใช่คนรู้จักเถ้าแก่ดีพอนางถูกเชิญมาในช่วงที่มารับงานพอดี บัตรเชิญถูกแนบไว้กับค่าตอบแทนกว่าจะเห็นก็เป็นช่วงที่ออกจากโรงเตี๊ยมไปแล้ว ผู้ติดตามของนางก็ช่างเป็นคนขี้เกียจเสียจนนางต้องจ้างรถม้าให้มาส่งยังที่นี่ ชุดกี่เพ้ายาวลากดินสีอ่อนที่นางสวมดูไม่เข้ากับจ้าวเพ่ยที่เคยคุยกับผู้ติดตามว่าสีนำโชคคือสีแดงเลย นางยกมือขึ้นจับผมปล่อยยาวครึ่งหัวอีกครึ่งหัวก็รวบขึ้นและใช้ปิ่นปักผมกลัดผมสีดำขลับทั้งสองทางจนเกิดเป็นพู่ระย้าตามผมเกิดความสวยงาม ขณะที่ก้าวเดินลงจากรถม้าเพื่อเข้าพบกับพนักงานต้อนรับ ม่านผ้าถูกเปิดออกให้นางได้เข้าไปยังตัวงานก็พบกับความหรูหรากว่าที่เคยได้พบยามมาเยือนโรงเตี๊ยมครั้งล่าสุด ตาสีน้ำตาลอ่อนกระพริบเล็กน้อยแต่ก็ถูกขานเรียกจากพนักงานต้อนรับพอดี

          "ขอบัตรเชิญ หรือหนังสือรับรองด้วยขอรับ"

          มือเรียวหยิบนำบัตรเชิญที่ได้มาอ่านให้ถี่ถ้วนอีกครั้งและยื่นให้กับพนักงานต้อนรับที่รอนางอยู่ หญิงสาวยืนรออยู่เพียงครู่ก็ได้รับบัตรคิวมาไว้กับตัว พออ่านดูดีๆก็พบว่าเป็นชื่อเลขหมาย '..ซานสือลิ่ว..' พอให้นางเข้าใจอะไรขึ้นมาหน่อยๆกับผู้คนในงานและข้อบังคับในการมาร่วมงานครั้งนี้

          "ห้ามถอดหน้ากาก และแนะนำตัวกับใครเด็ดขาดนะขอรับ" พนักงานต้อนรับกล่าวกำชับกับนางพอให้จ้าวเพ่ยพยักหน้าเข้าใจกับคำนั้น นางกระชับหน้ากากให้เข้าที่กับใบหน้า น่าเสียดายที่อุตส่าห์ประทินโฉมมาเสียอย่างดีกลับไม่ได้อวดให้ใครได้ชม แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีที่นางปกปิดตัวตนแบบนี้จะทำอะไรก็ไม่มีใครจำนางได้อยู่แล้ว

          "ไม่ถอดแน่นอนเจ้าค่ะ" กล่าวจบก็เดินไป ยังโถงใหญ่ อาหารมากมายวางเรียงรายรอให้ตัก เสียงผู้คนแซ่ซ้องคุยกันสนุกสนาน บ้างก็ตักอาหาร บ้างก็ยืนอยู่คนเดียว เหล่าเด็กๆเองก็อยู่อีกโซนที่ถูกตัดเตรียมเอาไว้ ช่างเป็นการจัดงานที่เป็นระบบดีจนนางต้องเดินก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้คนพวกนั้น

          จ้าวเพ่ยเป่าปากเบาๆ นานๆทีจะได้มางานเลี้ยงหรูหราแบบนี้บ้างหลังจากออกจากอันติงมาก็ไม่ได้เข้าสังคมแบบนี้มานาน หญิงสาวเข้าร่วมมาโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวตนนางเลย มีเพียงชุดและทรงผมเท่านั้นที่บ่งบอกว่านางคือสตรี สองขาก้าวไปเพื่อจะทักทายคนที่ไม่รู้จักโดยไม่มีท่าทีเหนียมอายอันใด จ้าวเพ่ยไม่ใช่สตรีที่เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว การได้ปลดปล่อยตัวตนในงานเลี้ยงแห่งนี้ก็ถือว่าลดความกดดันได้มาก

          ต้องให้แน่ใจว่าไม่ก่อความวุ่นวายแก่เถ้าแก่ด้วย

          "ทักทายเจ้าค่ะ.." คำพูดแรกเอ่ยขึ้นเมื่อได้ทักทายบุรุษก่อน เขาหันมามองนางด้วยความคาดเดาสีหน้าไม่ได้เมื่อถูกหน้ากากสีขาวคล้ายที่นางสวมอยู่ปกปิดความรู้สึกเอาไว้เสียทั้งหมด มีเพียงสายตาที่มองมาทางนางเท่านั้นที่ต้องเดาอารมณ์และความคิดออกให้ได้

          "ทักทายแม่นาง.. พึ่งจะมีคนทักข้าตั้งแต่เข้ามาเลยนะ"

          "ก็งานพึ่งเริ่มนี่เจ้าคะ ฮะๆ.. ที่แห่งนี้จัดงานได้หรูหราดีนะเจ้าคะ" นางกล่าวทั้งหัวเราะเล็กน้อย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดจริงหรือแค่พูดหยอกนาง แต่เมื่อได้สนทนาแล้วก็ต้องพูดคุยไปให้สุด

          "สมกับเป็นเถ้าแก่หลิวนั่นแหละ.. มีคนรู้จักเยอะก็ดีเช่นนี้" เขาเอ่ยกับนางแล้วหันไปมองรอบๆ สายตาสำรวจการแต่งกายของจ้าวเพ่ยก็สะดุดกับตาสีน้ำตาลอ่อนของนางเล็กน้อย

          "เจ้าค่ะ.. เถ้าแก่หลิวเองก็ใจดีไม่น้อย.."

          จ้าวเพ่ยพูดทั้งประสานมือเข้าด้วยกัน หญิงสาวเห็นว่าผู้คนในโถงเองก็เริ่มร่วมสังสรรค์แล้ว ก็หันไปหาบุรุษผู้นั้นเพื่อจะเอ่ยชวนให้ไปหาอะไรกินด้วยกัน ระหว่างพูดคุย

          "ท่านกล่าวว่าไม่ค่อยมีใครทักทายใช่หรือไม่.. ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ" จ้าวเพ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนจะนำอีกฝ่ายไปยังโต๊ะมีอาหารมากมายอยู่ตรงนั้น เพราะมีที่ว่างพอดีจึงได้ชวนให้อีกฝ่ายให้มายืนด้วยกันได้

          "แม่นางดูคึกดีนะ ทำเช่นนั้นไปอย่างไรคนก็จำไม่ได้อยู่ดี"

          "ก็เพราะจำไม่ได้ ข้าจึงสามารถทำอย่างที่อยากจะทำเช่นทักทายท่านก่อนไงเจ้าคะ" จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งหยิบจานมาให้เขาและตัวนางเพื่อจะได้ตักอาหารขณะพูดคุย อาหารถูกใช้ที่ตักใหม่ๆคีบมาส่งให้กับเขาขณะที่นางมองมาทางคนข้างๆและหรี่ตาเล็กน้อย ไม่มีใครทราบว่าสีหน้านางเป็นอย่างไรยามมองเขาคนนั้นมีเพียงหน้ากากทำสีหน้านิ่งๆเท่านั้นที่มองมาทางเขา

          "แม่นางเป็นสตรีที่แปลกเสียจริง"

          "ไม่.. เหตุใดจึงคิดว่าข้าเป็นสตรีกันเล่า.. ข้าเป็นบุรุษต่างหาก ที่แต่งตัวและพูดเช่นสตรีเป็นเพียงแค่การแกล้งทำไม่ให้จับได้ว่าข้าคือใคร" จ้าวเพ่ยกล่าวติดตลกออกมา แต่มันทำให้คนที่สนทนากับนางนิ่งลงไป สายตาคมกริบมองเห็นหมายเลขที่อีกฝ่ายติดเอาไว้ขณะนางเริ่มจะคีบอาหารในส่วนของนางบ้าง เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นนิ่งเงียบมาเหมือนกับเชื่อคำพูดของนางก็หลุดขำออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ "ข้าพูดเล่น.. เชื่อหรือเจ้าคะว่าข้าคือบุรุษ"

          "ข้าก็คิดว่าแม่นางพูดจริง.." กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงต่ำไปขณะคีบอาหารใส่จานไปด้วย เขาหันไปหาจ้าวเพ่ยเล็กน้อยเมื่อเห็นว่านางขยับตัว แต่เหมือนเห็นอะไรแว๊บๆก็หันกลับไปอีกครั้ง

          จ้าวเพ่ยโค้งตัวมาหาเขาเห็นหน้ากากนิ่งๆผิดกับกระทำของนางอย่างชัดเจน เขาไม่รู้ว่านางคือใครจึงไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร เหมือนกับนางจงใจจะให้เห็นว่าเป็นสตรีด้วยการกระทำเช่นนี้ก่อนเสียงหัวเราะคิกคักจะดังขึ้นมาราวกับแกล้งเขาสำเร็จ นางเผยเสียงหัวเราะเล็กๆขณะที่กำลังมองไปยังโซนขนมก็รู้สึกอยากกินไม่น้อย

          แต่คิดไว้ว่าหากกินผสมกับอาหารคาวคงจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ จ้าวได้แต่หวังว่าขนมพวกนั้นคงไม่หมดเสียก่อน สายตามองไปเห็นเหล่าเด็กๆเล่นกันก็นึกกลัวว่าจะถูกแย่งไปเสียหมด

          "แม่นาง.. แม่นาง.."

          "เจ้าคะ.." นางเหมือนถูกเรียกให้หันกลับมาก็พบกับชายที่ยังคุยกันอยู่ก็เห็นว่านางถือที่ตักอาหารค้างเอาไว้ก็รีบวางและหัวเราะแก้เขินทันที จ้าวเพ่ยก้มหน้าเล็กน้อยเมื่อต้องดูเหล่าอาหารมากหน้าหลายตาตรงหน้า.. ก็เลือกไม่ได้ว่าจะเอาอะไรบ้าง

          "อยากไปคุยกับเด็กหรือ?"

          "ป.. เปล่าเจ้าค่ะ ข้าเห็นมีคนไปมากมายก็กลัวเด็กจะตื่นเอา ฮะๆ"

          พูดออกไปไม่ได้ว่านางกลัวเด็กจะแย่งขนม จ้าวเพ่ยมองไปยังโต๊ะที่ว่างก็เดินนำอีกฝ่ายไปยังโต๊ะนั้น จังหวะที่เห็นว่าเสี่ยวเออห์เสิร์ฟนเำมาพอดี นางก็รีบน้ำชามาไว้กับตัวและหยิบให้อีกฝ่ายไปด้วย

          "ข้าขอเป็นสุราก็แล้วกัน"

          "โอ๊ะ.. ตามแต่ท่านเลยเจ้าค่ะ" นางกล่าวแล้วใช้ตะเกียบคีบเกี๊ยวขึ้นมางับไปพลาง สายตาเห็นคนมาใหม่ที่มานั่งร่วมโต๊ะพร้อมอาหารที่ตักเอาไว้ก็ไม่ลืมก็จะเงยหน้าขึ้นเพื่อกล่าวทักทาย

          "ทักทายเจ้าค่ะ.."

          บุรุษคนนั้นได้ยินจ้าวเพ่ยทักทายก่อนก็ชะงักเล็กน้อย เจ้าเองก็ใช่ว่ามานั่งกินเฉยๆ อย่างไรก็ดีการได้พบปะกับผู้คนแม้จะไม่รู้จัก แต่มันก็ดีที่ได้พูดคุย

          "อาหารที่นี่อร่อยนะเจ้าคะ"

          ดีที่ได้แชร์ความรู้สึก และประสบการณ์

          "อืมมม.. ก็ถูกปากพอควร.. พวกเจ้ามาด้วยกันหรือ" ชายคนนั้นเอ่ยถามจ้าวเพ่ยทำเอานางหันไปมองชายที่อยู่ข้างๆก่อนจะหัวเราะคิกคักเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลปัดแต่งด้วยผงชาดสีแดงหรี่เล็กน้อยเมื่อถูกตั้งคำถามเช่นนั้น

          "ข้าก็พบเขาที่งานเลี้ยงที่นี่แหละเจ้าคะ.. เนอะ~" กล่าวทั้งหันหน้าไปเอียงตัวเล็กน้อยใส่คนที่อยู่ข้างๆ จ้าวเพ่ยกระพริบตาสองสามทีก่อนจะกลับมาอยู่ในท่าทีปกติ หญิงสาวก้มหน้าขณะคีบอาหารเพื่องับเข้าปากไปพลาง ริมฝีปากเคี้ยวเอาเกี๊ยวพอรู้รสชาติก็หลับตาลงด้วยความยินดีที่ได้กินอาหารดีๆ ฟังเสียงบรรเลงเพราะๆ และพบเจอผู้คนมากมาย

          "รสชาติเหมือนที่เคยกินสมัยเด็กเลยเจ้าค่ะ" นางกล่าวออกมาเพื่อเริ่มบทสนทนากับทั้งสอง แม้จะไม่รู้จักกันทั้งสามคนแต่เพราะความไม่รู้จักนี่แหละกลับทำลายกำแพงที่ขึ้นชื่อว่าเหนียมอายลงไปได้อย่างง่ายดาย "ข้าเดาว่าแม่ครัวคงเป็นคนที่มาจากเรือนเก่าที่ข้าเคยอาศัยแน่ๆ รสชาติไม่ต่างกันเลย"

          "ขนาดนั้นเชียวหรือ.."

          "ขนาดนั้นแหละเจ้าค่ะ พวกท่านลองลิ้มรสดูสิเจ้าคะ" นางกล่าวทั้งเลื่อนจานเกี๊ยวให้ทั้งสองได้ตักกิน หญิงสาวยกน้ำชากลิ่นหอมขึ้นจิบอย่างช้าๆ "อร่อยเนาะ.. แต่น่าเสียดายท่านเสียไปแล้ว ที่ข้ากล่าวเดาพูดเล่นเจ้าค่ะ แค่อยากให้พวกท่านได้กินเกี๊ยวเท่านั้นเอง"

          เมื่อเห็นว่าทั้งสองกินเกี๊ยวแล้วนางก็ปริปากพูดต่อราวกับไม่เคยพูดกับใครมาก่อน จ้าวเพ่ยหัวเราะคิกคักเล็กน้อยเมื่อวางถ้วยน้ำชาลงและมองไปยังผู้คนที่มามากมายจนดูครึกครื้นดี

          "อ้อ.. ใช่! พูดถึงข้าก็นึกถึงยามที่แอบเข้าครัวไป ครั้งแรกที่เข้าครัวข้าทำครัวเละเสียไม่เป็นท่าจนโดนคนนั้นดุซะหูชาเลยนะเจ้าคะ.. ทั้งๆที่ใจดีแท้ๆ แต่พอดุแล้วก็น่ากลัวจริงๆ"

          จ้าวเพ่ยเล่าออกมากับสิ่งที่นางอยากจะสื่อ หญิงสาวพูดไปก็มองไปที่โซนขนมไปโดยที่ไม่รู้ตัวเป็นพักๆ จนถูกคนหนึ่งที่นั่งร่วมโต๊ะเอ่ยทักขึ้นมาให้นางที่หยุดพักกินรากบัวชะงักเล็กน้อย

          "เห็นมองตั้งแต่ครู่แล้ว แม่นางไปตักขนมก็ได้นะ"

          "อยากกินขนมหรือ.. เอาสิให้ข้าไปส่งหรือไม่"

          "ร.. รู้กันหรือเจ้าคะ.. ข้าใส่หน้ากากอยู่พวกท่านจะรู้มากเกินไปแล้วนะ" จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งขึ้นน้ำเสียงเหมือนงอนขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมาก นางเองคงจะหันไปมองบ่อยเกินไปจนถูกจับได้ก่อน จ้าวเพ่ยยกมือจะแตะแก้มแต่ติดหน้ากากนางก็ไม่ได้มีท่าทีอะไร แต่ก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆ "เช่นนั้นข้าขอลุกจากตรงนี้สักครู่นะเจ้าคะ.. คุยกับพวกท่านสนุกมากเจ้าค่ะ ถึงไม่รู้ว่าพวกท่านเป็นใครก็ตาม"

          "แม่นางก็พูดเสียมากจนพวกข้าไม่ได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ.." ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาทำเอานางตัวสั่นจากการกลั้นหัวเราะ จ้าวเพ่ยเอียงคอเล็กน้อยแล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ก็ทำท่าทางให้อีกฝ่ายรอนางที่นี่ก่อนแล้วเดินไปคุยกับเสี่ยวเออห์ครู่หนึ่ง นางหยิบห่อใบชาให้แก่เสี่ยวเออห์เพื่อช่วยต้มให้นาง ก่อนจะยกเซ็ทน้ำชาส่งแก่ให้ทั้งสองเพื่อให้ได้กินมัน

          จะบอกว่าจ้าวเพ่ยเผยแพร่ลัทธิคลั่งน้ำชาไม่ได้หรอก ก็ที่ติดตัวนางมีแค่นี้นี่นา

          "ดื่มให้อร่อยนะเจ้าคะ ชาชั้นดีจากข้าเอง ไม่ต้องกลัวข้าวางยาพิษหรอก.. หากข้าทำเช่นนั้นเถ้าแก่หลิวคงเอาข้าตายแน่ๆ" จ้าวเพ่ยกล่าวติดตลกทั้งเดินออกจากทั้งสองเพื่อไปยังโซนขนม ผู้คนเองไม่น้อยที่ยังคงอยู่แถวนั้น โชคดีที่เหล่าเด็กๆมีผู้ใหญ่ไปเล่นด้วยจึงไม่ได้มายุ่งแถวนี้มากนัก

          จ้าวเพ่ยหยิบจานขึ้นมาเพื่อเลือกขนมไปพลาง ของหวานนี่แหละคือสวรรค์ นางเอื้อมผ่านบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนขวางทางเพื่อจะหยิบขนมได้จนเขาต้องหันมาและเบี่ยงหลบจ้าวเพ่ยทันที

          "แม่นาง! โดนข้าอยู่ไม่เห็นหรือไง"

          "ขออภัยเจ้าค่ะ.. ข้าคิดว่าจะหยิบเพียงแค่ชิ้นสองชิ้น หากทำให้ท่านไม่พอใจขออภัย"

          จ้าวเพ่ยพูดขึ้นมาทั้งเก็บน้ำเสียงไม่พอใจเช่นกัน หญิงสาวหยิบขนมบนจานเข้าปากแต่ก็ถูกชนจนหล่นลงพื้นและกลิ้งออกไป นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองตามขนมแล้วค่อยเงยหน้าขึ้นมามองคนชนเล็กน้อย บุรุษคนเดิมเหมือนจะก่อเรื่องกับนางก็ชิงเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

          "ข้าขออภัย เดี๋ยวตักให้แม่นางใหม่" กล่าวจบก็หยิบขนมวางให้เหมือนเดิม จ้าวเพ่ยพยักหน้ารับเล็กน้อย แต่คราวนี้ไม่ได้หยิบมากินแต่คิดว่าจะนำไปนั่งกินแล้ว นางจะเดินออกไปแต่ชะงักครู่หนึ่งก็หันกลับไปหาคนๆนั้นอีกครั้ง

          "ที่นี่เมื่อไหร่จะเริ่มการแสดงหรือเจ้าคะ" นางหันไปถามเขาแต่เหมือนกับว่าไม่เคยโกรธกันมาก่อน ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าคืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้น นางนิ่งเงียบรอให้อีกฝ่ายส่งคำตอบมาให้ก่อนจะเผลอยกขนมขึ้นมาเคี้ยวไปอย่างไม่รู้ตัว

          "อีกไม่นานหรอก.. แม่นางสนใจจะดูหรือ"

          "ก็ต้องเป็นเช่นนั้นสิเจ้าคะ.." นางกล่าวทั้งหันไปมองรอบๆ "งานใหญ่เช่นนี้ไม่ดูถือว่าไม่ได้มางานเลี้ยงเจ้าค่ะ"

          "ก็ต้องได้ดูกันหมดอยู่แล้ว" เขากล่าวเมื่อเห็นว่าจ้าวเพ่ยเอ่ยขึ้นมาเช่นนั้น

          "เจ้าค่ะ.." นางตอบกลับแทบจะทันทีก่อนจะหยิบขนมเข้าปากอีกครั้ง "สักหน่อยหรือไม่.. ข้าคิดว่าข้าตักมามากพอที่จะแบ่งท่านได้"

          "แม่นางเอาเถอะ.. ข้าพอแล้ว"

          จ้าวเพ่ยได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก อย่างไรนางจะทำอะไรก็ไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว หากไม่ได้สร้างปัญหามากนัก หญิงสาวเหลือบมองอีกฝ่ายไปพลางก็เอียงคอราวกับจะสังเกตุท่าทีของเขาโดยที่ไม่ได้เห็นหน้าตาเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นจับผมเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเพราะไม่มีอะไรทำหรืออย่างไรทำให้นางต้องมีท่าทีเช่นนั้น แต่เมื่อรู้ตัวนิ้ววนเส้นผมก็ปล่อยลงแทบจะทันที ก่อนนางจะกล่าวอะไรออกมาพอเป็นพิธีกับคนที่รู้จักผิวเผินในงานนี้อีกคน

          "ไหนๆแล้ว สนใจชมการแสดงกับข้าหรือไม่เจ้าคะ"

          จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งกินขนมไปด้วย นางเองก็รอคำตอบรับของอีกฝ่ายที่ว่าจะร่วมกับนางหรือไม่ ทั้งๆที่ไม่ได้คุยกันเสียมากมายเฉกเช่นสองคนนั้นแต่กลับเอ่ยปากเชิญราวกับรู้จักกันมาก่อนเสียอย่างนั้น

          "เช่นนั้นไม่เป็นไร ข้าขอลาเจ้าค่ะ"เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบนางก็ยกขนมเดินกลับไปที่เดิมเพื่อจะคุยต่อกับผู้ร่วมโต๊ะเสียหน่อยระหว่างรอการแสดงเปิดม่านขึ้น



เอฟเฟคลักษณะนิสัยตัวละคร
มีตัญหา
+2 Point ทุกครั้งที่จีบเพศตรงข้าม
+15% แผนการยั่วยวนเพศตรงข้าม
+30 ความสัมพันธ์เมื่อเกี้ยวพาราสีอย่างมีชั้นเชิง

เอฟเฟคอัตลักษณ์
งดงาม
[Block] ใส่หน้ากาก….

แพ้อาหาร (ทะเล)
+15 EXP เมื่อแตะต้องอาหารที่แพ้
+15 ความเครียด เมื่อแตะต้องอาหารเมื่อแตะต้องอาหารที่แพ้

[[จ้าวเพ่ย :: ซานสือลิ่ว]]

พูดคุยกับ
[เอ้อ] มอบ ชาต้าหงเผ่า
[เอ้อสือ] มอบ ชาต้าหงเผ่า
[จิ่ว]

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้