[ตะวันออกของด่านหู่เหลากวน] โรงเตี๊ยมชิงหมิง

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2021-10-12 17:26:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลแวะพักกินอาหารทักทายสหาย



"เอาล่ะเดี้ยวพวกเรานั้นพักที่นี้ก่อนนะแล้วเดี่ยวเรื่องอาหารไม่ต้องห่วงเลยนะเดี่ยวข้านั้นเลี้ยงทุกคนเลยข้าก็หิวเหมือนกันมื้อเช้าพวกเราไม่ได้กินอะไรหนักๆมาเลยเดี่ยวจัดกันเต็มที่เลยนะในช่วงสายๆนี้"

ก่อนที่จีเทียนเต๋านั้นจะสั่งอาหารนั้นมาเยอะพอสมควรมากกว่าปกติที่ตนเองนั้นเคยสั่งเนื่องจากความหิวแล้วก็การเดินทางทุกคนเลยกินกันเต็มที่โดยที่ระหว่างกินกันได้ไปสักพักนั้น ตนเองก็สังเกตุเห็นว่าท่านจื่อเค่อกับเหล่าสหายแล้วก็แม่นางนั้นกำลังพูดคุยเล่นกันเหมือนคราวที่แล้ว ไหนๆตนเองก็มาแล้วก็แวะไปหาอีกฝ่ายหน่อยนั้นก็คงจะไม่เป็นอะไรจึงเดินไปหาอีกฝ่ายที่โต๊ะทันที

"สวัสดีครับท่านจื่อเค่อ ท่านเหวินยื่อ แล้วก็แม่นางเหมย ขอให้วันนี้เป็นวันที่สดใสนะครับเริ่มต้นวันใหม่ให้กลายเป็นวันที่ดีนะครับ"

"สวัสดีท่านจีเทียนเต๋าเป็นอย่างไรบ้างท่านจะเดินทางไปยังหมู่บ้านซีตี้อย่างนั้นหรือ?"

"ท่านจื่อเค่อรู้ได้อย่างไรกันครับว่าข้านั้นจะเดินทางไปยังหมู่บ้านซีตี้กันได้"

"ฮ่าๆก็ท่านมักจะไปหมู่บ้านซีตี้นะสิโดยที่มักจะแวะที่โรงเตี๊ยมของข้าก่อนตลอด"

"สวัสดีเจ้าคะท่านนักบวช"

"สวัสดีท่านนักบวช"

"แหะๆใช่แล้วล่ะครับท่าน ถ้าไงข้าก็ไม่ขอรับกวนทุกท่านแล้วเดี่ยวข้าขอตัวไปกินอาหารก่อนจะต้องรีบเดินทางไปยังหมู่บ้านซีตี้ขอให้ทุกท่านโชคดีนะครับ"

"เช่นกันท่านจีเทียนเต๋าขอให้ท่านนั้นโชคดีเหมือนกัน"

พร้อมกับที่จีเทียนเต๋านั้นยิ้มให้กับทุกคนก่อนที่จะเดินกลับไปยังที่โต๊ะของตนเองที่ตอนนี้นั้นทุกคนกำลังดื่มกินกันอยู่โดยที่ตนเองไม่รู้ช้านั้นก็นั่งกินอาหารของตนเองต่อทันทีโดยที่ภายในใจของตนเองนั้นก็ยังคงคิดถึงขอเสนอของผู้อวุโสอยู่เหมือนกันว่าตนเองนั้นคสรที่จะทำอย่างไรต่อไปดีในอนาคตนี้


ใช้ลักษณะนิสัย ติ่งหูยาว


-10ผู้ให้ความสนใจ
+10ความสัมพันธ์กันขุนนางในสภา

หูดี


+5 EXP เมื่อโรลสร้างความสัมพันกับคนอื่นก่อน


+15ความสัมพันธ์กันคนที่คุยด้วย



-15 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม (NPC 029)



-20 ความสัมพันธ์นักษัตรไม่ถูกกัน(NPC159)



มอบไอเทม ชาต้าหงผาให้กับNPC 171



+15 ความสัมพันธ์กันเมื่อเจอคนหัวเดียวกัน


+30 คุณธรรมเมื่อเจอนิสัยเหมือนกัน


(ทั้งสามคนหัวดีหมด)

@Webmaster



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-10-12 22:37:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เหมยซูฮวา | ร่ำเรียนศึกษา
วันที่สาม
.
.

            วันที่สามของการเล่าเรียน ตัวเหมยซูฮวาได้เรียนเกี่ยวกับการใช้ลูกคิดและคำนวณโจทย์ที่ผู้อาจารย์มอบเป็นระยะ เนื่องจากเมื่อวานตัวหลิวจื่อเค่อทันเห็นว่าก่อนที่นางจะเลือกเรียนขลุ่ย สายตามองไปยังลูกคิดก่อน ส่วนขลุ่ยนั้นก็แค่อยากเรียนเพราะอยากเห็นเขาเป่าให้ฟังก็เท่านั้น อีกบุรุษพลันยกปรัชญาม่อจื๊อมาสอนสั่งเสียให้เข็ดหลาบ ถึงอย่างนั้นเหมยซูฮวาก็ยังเป็นศิษย์ที่น่าภูมิใจเพราะสามารถนำคำปรัชญาไปครุ่นคิดและตอบโต้กลับอย่างรวดเร็ว

            จากที่คงแค่จะคิดเรียนเล่น ๆ เลยได้พื้นฐานวิชาเพลงขลุ่ยไป รวมถึงได้เข้าใจถึงปรัชญาที่ยกให้ฟัง ก็ถือว่าได้ประโยชน์สองต่อให้แก่ศิษย์ ในวันนี้บุรุษแซ่หลิวจึงเริ่มต้นสอนในสิ่งที่อีกสตรีสนใจในเมื่อวาน

            ซึ่งตัวซูฮวาที่ตั้งใจเรียนไม่น้อย คร่ำเคร่งคิดคำนวณโจทย์ที่ผู้เป็นอาจารย์มาให้เป็นข้อที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งทำไปได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งนางก็พลันคิดถึงเรื่องบัณฑิตแจกปลาได้ขึ้นมา รอยยิ้มก็พลันวาดออกอย่างรู้สึกชื่นชมที่ไหวระลอกหาคืนจากความทรงจำ แต่แล้วสตรีแซ่เหมยก็หวนนึกคิดได้อีกถึงการบอกชื่อแซ่ก่อนเริ่มการแจกของ

            ความสงสัยกระแสหนึ่งพลันแล่นหา ไวเท่าความคิดเสียงหวานพร่าก็เอ่ยถามผู้เป็นอาจารย์เสียเดี๋ยวนั้นแทนคำตอบที่ควร

            " ท่านอาจารย์หลิวเจ้าคะ.. ศิษย์มีเรื่องสงสัย
            .
            ถ้าหากกำลังทำความดีจริง ๆ ใครเล่าจะไม่รู้.. จำเป็นต้องกล่าวนำเสนอตัวเองด้วยหรือไม่เจ้าคะ ? อย่างถ้าผู้วิเศษที่มีเวทย์มนต์ขลังมาก ๆ แม้จะธุดงค์อยู่ในป่าลึกผู้คนก็ยังแห่กันไปหา เอาข้าวของปัจจัยไปถวาย เรียกว่ามีวัตถุปัจจัยเหลือกินเหลือใช้เลยเชียว…

            หรือจะเปรียบกับสาวงามชาวป่าก็ได้ แม้นางจะอาศัยอยู่ในป่าในดอยไม่เคยออกสังคม แต่ก็มีบุรุษหนุ่มจำนวนมากมาขอแต่งงานกับนาง ถ้าหากสตรีผู้นี้เที่ยวกล่าวหาคู่ไปทั่ว กลุ่มบุรุษกลับไม่อยากได้นางเสียด้วยซ้ำ…
            .
            ยามวันวานที่ข้าไปรับปลาแจกจากบัณฑิตผู้หนึ่ง ก็เที่ยวกล่าวแนะนำตัวและบอกพาดไปถึงผู้เป็นนายอึก ทำเช่นนี้ไม่แคล้วจะถูกมองว่าเสนอตัวเพื่อหวังผลอะไรหรือไม่เจ้าคะ? "

            สิ้นคำพูดของเหมยซูฮวา หลิวจื่อเค่อก็วางตำราที่อ่านระหว่างรอคำตอบของศิษย์ลง ดวงตาคมคล้ายสบจ้องอิสตรีที่กล่าวให้หวนนึกถึงปรัชญาหนึ่งขึ้นมา ก่อนนำหยิบยกมากล่าวผู้เป็นศิษย์ไปด้วย โดยไม่ได้นึกตำหนิที่ศิษย์กล่าวนอกเรื่องจาดสิ่งที่กำลังสอนในตอนนี้

            " จริงอยู่คนที่อยากได้สตรีงามไปเป็นภรรยานั้นมีอยู่มาก สตรีงามไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกก็มีคนจำนวนมากมาสู่ขอถึงบ้าน... แต่คนที่แสวงหาความดีนั้นมีน้อยเหลือเกิน... ถ้าหากไม่กล่าวนำเสนอตัวเอง พยายามอบรมบ่มสอนคนผู้คนก็ไม่รู้จักเรา "

            " สมมติว่ามีหมอดูอยู่ 2 ท่าน เก่งด้วยกันทั้งคู่ ทว่าผู้หนึ่งออกไปข้างนอกเที่ยวดูโชคชะตาราศีให้ชาวบ้าน ส่วนอีกคนหนึ่งเฝ้าอยู่แต่ในบ้าน ข้าขอถามซูฮวาว่า... เซ็งลี้ของใครจะดีกว่ากัน ? " หลังได้ยินคำถามในตอนท้าย คล้ายซูฮวาจะแสดงสีหน้าเข้าใจในบางสิ่งขึ้นมา ซึ่งเรียกรอยยิ้มของผู้ที่กำลังกล่าวสอนนั้นให้แย้มกลับส่งหาศิษย์ของตนไปด้วย

            " คงเข้าใจแล้วนะซูฮวา.. ก็เหมือนหมอดูที่ออกไปหาผู้คน กล่าวเสนอตัวซึ่งจะได้ผลที่ดีกว่า.. บัณฑิตที่เจ้าพบคงไม่ใคร่จะอยากได้สิ่งตอบแทนหรอก เพียงแต่หากได้กล่าวชื่อเสียงเรียงนามนอกจากสร้างความไว้ใจแก่ผู้ที่เข้ามารับของ ผู้คนยังจดจำเรื่องราวได้ดีกว่าจนสามารถนำเรื่องราวมีน้ำใจนั้นไปเล่าต่อไม่ลืมเลือน.. ผลที่ดีที่สุดต่อมาคืออาจมีผู้กระทำตามสานต่อสิ่งดี ๆ หลังพบว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งชื่นชมอีกด้วย "

            " เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ.. เป็นศิษย์เองที่ไม่คิดวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนดี ขอบคุณอาจารย์มากเจ้าค่ะ "

            ซูฮวาเอ่ยอย่างสำนึกในความสงสัยในผู้ที่ประกาศการกระทำคุณธรรมของตัวเอง ก่อนจะเร่งคำนวณลูกคิดจากโจทย์ที่ได้รับมาก่อนหน้าต่อก่อนตอบคำถามกลับหาให้หลิวจื่อเค่อพยักหน้ารับกับคำตอบ และให้โจทย์ต่อด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย พร้อมกันนั้นก็เอ่ยบอกหาแก่ศิษย์แซ่เหมยด้วยว่าไม่ให้ต้องคิดมากกับคำถามเมื่อครู่

            " หากมีอะไรสงสัยก็เอ่ยถามได้เสมอ.. ดีเสียอีกที่เจ้าสงสัยก็ถามไถ่ออกมา เช่นนั้นหากเจ้าไม่สงสัยสิ่งใด ข้าก็ไม่จำเป็นต้องคอยสอนเจ้าแล้วกระมังซูฮวา "

            สิ้นน้ำเสียงทุ้มกลั้วขำ เหมยซูฮซาก็พลันแย้มรอยยิ้มรับและพยักหน้ากลับหาทั้งแววตาที่ฉายประกายความชื่นชมเสียชัดเจน



ใช้งาน NPC เหมยซูฮวา [159]
อัตลักษณ์นิสัยมีไหวพริบ
+2 Point เมื่อโรลเรียนรู้

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-13 20:11:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลกินไม่อั้นกับทักทายเถ้แก่



หลังจากที่เดินทางกันมาถึงโรงเตี๊ยมที่ด่านแล้วนั้นพวกของจีเทียนเต๋านั้นก็ได้เดินทางมาพร้อมที่จะไปร่วมงานเทศการกันแล้วนั้นพวกของตนเองก็เตรียมตัวกันโดยก่อนหน้านั้นพวกของตนเองจำต้องพักผ่อนก่อนหลังจากที่เดินทางมายังลั่วหยางพวกของตนนั้นก็หิวมากจึงมาพักที่โรงเตี๊ยมก่อนพร้อมเตรียมสั่งอาหารกันเต็มที่กันเลย

"กินกันเลยนะเอามากินกันไม่อั้นแต่ข้าขอแค่1อย่างคือกินกันให้หมดก็เพียงพอหรือว่าไม่หมดก็ห่อกลับไปกินระหว่างเดินทางล่ะกันเดี่ยวข้าจะไปหาท่านเถ้าแก่ก่อนแล้วจะมากินด้วยระหว่างรอจะได้มรอะไรทำ"

พร้อมกับที่ตนเองนั้นเดินทางไปยังที่ๆท่านจื่อเค่อนั้นกับพรรคพวกที่อยู่กันแต่พอตนเองมาถึงก็เห็นท่านจื่อเค่ออยู่เพียงคนเดียว

"สวัสดีครับท่านจื่อเค่อเป็นอย่างไรบ้างแล้วท่านเหวินยื่อกับท่านเหมยไปไหนแล้วหรอขอรับ"

"สวัสดีท่านจีเทียนเต๋าออพวกนั้นไปไปหยิบของเดี่ยวก็มาแล้วล่ะเป็นอย่างไรบ้างล่ะท่านข้าเห็นว่าคราวนี้นั้นเหมือนจะมีสมาชิกใหม่มาเช่นนั้นหรอ?"

พร้อมกับที่สายตาของอีกฝ่ายนั้นมองไปยังเต๋าเป่าที่ตอนนี้กำลังพูดคุยกับแม่นางกับเหวินหยวนอย่างสนุกคอ

"อ่าออนั้นเค้าเป็นสมาชิกใหม่ของพวกข้าน่ะท่านเค้าเป็นอดีตโจรโพกผ้าเหลืองแต่ว่าตอนนี้เค้าได้สำนึกและก็ได้กลับตัวกลับใจแล้วเป็นคนดีล่ะท่าน แล้วก็เดี่ยวข้าจะขอห่ออาหารไปกินที่ลั่วหยางด้วยเพราะว่าอาหารร้านท่านจื่อเค่ออร่อยมากแต่ว่าข้าไม่กล้าสั่งของแพงมากเพราะกลัวจะไม่มีเงินจ่ายท่าน ฮ่าๆๆ"

อีกฝ่ายเพียงยิ้มให้กับคำพูดของจีเทียนเต๋าพร้อมกับบอกว่าถ้าคราวหน้าอยากกินอะไรบอกได้จะได้ลดราคาเป็นพิเศษเลย ก่อนที่จีเทียนเต๋าจะเจอกับท่านเหวินยื่อกับแม่นางเหมยที่เข้ามาพอดีตนเองจึงกล่าวทักทายอีกฝ่ายไปก่อนจะขอตัวไปกินอาหารที่โต๊ะของตนเองอย่างมีความสุขในการกินอาหารครั้งนี้แถมยังมีการสั่งเพิ่มอีกด้วย


ใช้ลักษณะนิสัย ติ่งหูยาว


-10ผู้ให้ความสนใจ
+10ความสัมพันธ์กันขุนนางในสภา

หูดี


+5 EXP เมื่อโรลสร้างความสัมพันกับคนอื่นก่อน


+15ความสัมพันธ์กันคนที่คุยด้วย

ชอบกิน
-20ความเครียดเมื่อโรลกินไม่อั้น



-15 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม (NPC 029)



-15 ความสัมพันธ์นักษัตรไม่ถูกกัน(NPC159)



มอบไอเทม ชาเจียวกู่หลานNPC 171



+15 ความสัมพันธ์กันเมื่อเจอคนหัวเดียวกัน


+30 คุณธรรมเมื่อเจอนิสัยเหมือนกัน


(ทั้งสามคนหัวดีหมด)


@Webmaster


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-10-13 20:32:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-10-13 20:35


เหมยซูฮวา | ร่ำเรียนศึกษา
วันที่สี่
.
.

          เข้าสู่วันที่สี่ เป็นวันที่ตัวของหลิวจื่อเค่อจะทำการสอนในสิ่งที่อยากจะสอนให้แก่ตัวของศิษย์แซ่เหมย ซึ่งหลังจากวันที่ผ่านมาตัวของอีกสตรีสามารถโต้ตอบกลับในปรัชญาม่อจื๊อที่ถูกเอ่ยให้ฟังไปได้ ในวันนี้ผู้เป็นอาจารย์จึงหยิบเอาตำรารวบรวมเหล่าปรัชญาม่อจื๊อมาอ่านให้ศิษย์ฟัง และให้ตัวเหมยซูฮวาออกความคิดเห็นถกปรัชญาที่ถูกหยิบยกขึ้นมานี้ด้วยกัน

          " พร้อมหรือไม่ซูฮวา " เสียงทุ้มกล่าวหายังอีกสตรีที่ตอนนี้ได้ฟังเนื้อหาที่จะเล่าเรียนในวันนี้ไปแล้ว ซึ่งอิสตรีก็พลันหยักหน้ารับหนักแน่นพร้อมขานรับมุ่งมั่น ตำราในมือของหลิวจื่อเค่อจึงถูกเปิดออกยังบทที่ตนได้เลือกมาแล้ว

          " ข้าจะอ่านบท.. ที่ว่าด้วยเรื่องของ ศิษย์ที่เห็นแก่ลาภ ยศ สรรเสริญ "

          ม่อจื้อแนะนำศิษย์คนหนึ่งไปเป็นขุนนางที่แคว้นเว่ย ไม่นานนัก ศิษย์คนนั้นก็กลับมาเยี่ยมอาจารย์...
          ม่อจื้อถามเขาว่า...
          " เจ้ากลับมาทำไมอีก ? "

          ศิษย์ตอบว่า...
          " ท่านอ๋องไม่รักษาสัจจะ ทีแรกพระองค์บอกว่า... จะให้ข้าวสารแก่ศิษย์ปีละหนึ่งพันถัง แต่ครั้นเอาเข้าจริง ๆ กลับให้แค่ห้าร้อยถังเท่านั้น ศิษย์จึงกลับมา! "

         ม่อจื้อกล่าวว่า...
          " ถ้าหากท่านอ๋องประทานข้าวสารให้เจ้าปีละหนึ่งพันถังจริงๆ เจ้าจะผละจากแคว้นเว่ยอีกหรือไม่? "

          ลูกศิษย์ตอบว่า...
          " ศิษย์คงไม่ไปไหนอีกแล้ว! "

          ม่อจื้อกล่าวว่า....
          " ถ้าเช่นนั้น... เจ้าก็มิได้ผละจากแคว้นเว่ยเพราะท่านอ๋องไร้สัจจะนะซี แต่ผละจากแคว้นเว่ยเพราะเห็นว่าได้ลาภ ยศ สรรเสริญน้อยเกินไป... "
          .
          .
          สิ้นสุดปรัชญาที่ได้อ่านให้ฟัง หลิวจื่อเค่อก็พลันวางตำราลงมาสบตายังลูกศิษย์ที่มีร่องรอยความสงสัยเต็มไปทั่วดวงหน้างามให้ผู้เป็นอาจารย์เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา กระนั้นก็ยังเก็บท่าทางได้อย่างสุขุม พลางรินชาที่ถูกเสิร์ฟจากเวี่ยวเอ้อร์ขึ้นจิบระหว่างรอฟังความเห็นจากศิษย์แซ่เหมย

          " เจ้าคิดเห็นอย่างไรซูฮวา ศิษย์ของม่อจื๊อเป็นอย่างที่ม่อจื๊อกล่าวหรือไม่ "

          เพราะอีกสตรีเงียบหายนานกว่าที่คาดทำให้หลิวจื่อเค่อต้องเอ่ยเร่งแก่นาง ทำให้นางพลันได้สติขึ้นมา ท่าทางที่ยังลังเลเช่นเดิมนั้นทำให้อีกบุรุษเลิกคิ้วหาน้อย ๆ ราวกับพอเดาได้บ้างว่าความเห็นของเหมยซูฮวาคงไปขัดบางอย่างเข้าเป็นแน่ จึงไม่กล้าที่จะเอ่ยปากออกมา กระนั้นเพราะหลิวจื่อเค่อจดจ้องกดดันนางไว้ สุดท้ายนางก็จำต้องเอ่ยความเห็นออกมาอยู่ดี

          " ข้า.. คิดว่าไม่ใช่…. อย่างที่ท่านม่อจื๊อกล่าวทั้งหมดน่ะเจ้าค่ะ "

          " ไม่ใช่อย่างไร " น้ำเสียงที่ไร้แววกรุ่นโกรธ ทั้งยังมีความใคร่รู้เสียหลายส่วนทำให้ซูฮวารู้สึกกล้าที่เอ่ยตอบมากขึ้น

          " คือ… จะกล่าวว่าหวังลาภยศก็ดูจะเกินไปเสียหน่อย เพราะท่านอ๋องได้ให้สัจจะไว้แล้วว่าจะให้ข้าวหนึ่งพันถัง การที่ให้น้อยกว่าที่กล่าวก็คือการไร้สัจจะแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ หากขุนนางจะหนีเพราะตัวผู้นำไม่รักษาสัจจะก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร "

          " งั้นเจ้าจะบอกว่าที่ท่านม่อจื๊อกล่าวนั้นกล่าวเกินจริงหรือ? " หลิวจื่อเค่อยกยิ้มมองหาศิษย์ แววตาดูสนใจในคำกล่าวนั้นขึ้นมา

          " ก็.. ข้ากล่าวหรือเจ้าคะ? ถ้ากล่าวไปแล้วก็คงใช่… แต่ข้าก็ไม่ได้จะเข้าข้างศิษย์ของท่านม่อจื๊อนะเจ้าคะ เขาอาจจะหวังลาภยศจริง ๆ ก็ได้ แต่อาจชี้ไม่ตรงจุด… "
          .
          " หากเขาหวังดีอยากให้ท่านอ๋องที่ทำงานเป็นผู้ที่มีสัจจะจริง ๆ ย่อมไม่หนีถอยออกมาทันทีเช่นนี้ อย่างน้อยต้องนำเรื่องที่ผิดคำพูดเหล่านี้กล่าวบอกแก่ผู้เป็นนาย ..หรือหากรอดูอีกสักพักเพื่อรอฟังเหตุข้าคิดว่าทำเช่นนี้ถึงจะรับรู้ได้ว่าศิษย์ของท่านม่อจื๊อผู้นี้ไม่ได้หวังลาภยศ เพียงอยากได้ผู้นำที่รักษาสัจจะน่ะเจ้าค่ะ "

          หลิวจื่อเค่อยกตำราที่เปิดค้างยกขึ้นมาราวกับอยากจะลองอ่านทวนอีกหนหลังอีกสตรีได้กล่าวให้ความเห็นออกมา ทว่าความจริงไม่ใช่เพราะตัวอีกบุรุษจะอ่านทวนดั่งที่แสดง แต่เพื่อปิดบังใบหน้าที่กำลังเผยรอยยิ้มขบขันที่ศิษย์สตรีผู้นี้หาญกล้าวิจารณ์ม่อจื๊ออย่างตรงไปตรงมาเช่นนั้น อีกทั้งคำกล่าวของนางก็ไม่เชิงจะผิดเสียทีเดียวด้วย

          เช่นนั้นแล้วเพื่อไม่ให้ซูฮวารู้สึกคิดมากกับคำกล่าวที่เอ่ยขัดกับคำกล่าวผู้คิดปรัชญา หลิวจื่อเค่อจึงเพียงขานรับสั้น ๆ และพาศิษย์แซ่เหมยไปวิเคราะห์ยังปรัชญาข้ออื่น ๆ แทน จนหมดวันสอนที่ผู้เป็นอาจารย์ได้รับข้อคิดเห็นในอีกหลายมุมจากศิษย์ที่คิดต่างผู้นี้ไม่น้อยเลยเชียว...



ใช้งาน NPC เหมยซูฮวา [159]
อัตลักษณ์นิสัยมีไหวพริบ
+2 Point เมื่อโรลเรียนรู้


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-14 22:36:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เหมยซูฮวา | ร่ำเรียนศึกษา
วันที่ห้า
.
.

            ในวันที่ห้านี้คล้ายกับเมื่อวานที่เหมยซูฮวาได้เรียนรู้ถึงการถกความเห็นเกี่ยวกับปรัชญาม่อจื๊อกับผู้เป็นอาจารย์ ซึ่งหลังทวนหากันจนเวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามได้ หลิวจื่อเค่อจึงได้บอกให้ลูกศิษย์พักก่อนราวหนึ่งเค่อเพื่อเรียนกันต่อ โดยซูฮวาก็ได้ใช้เวลาระหว่างพักไปกับการคัความเห็นที่ได้ถกกับผู้เป็นอาจารย์ตลอดช่วงก่อนหน้าไปด้วย

            " แล้วหลังจากนี้ที่ติดตามแม่นางกู่ต่อ พวกเจ้าไปพักกันที่ไหนกันหรือซูฮวา " อาจารย์หลิวเอ่ยถามขึ้นราวกับพึ่งนึกได้ว่าสตรีที่ผู้เป็นศิษย์ติดตามเหมือนจะได้ยินจากชาวเมืองในลั่วหยางกล่าวถึงบ้านที่โดนยึดและยังไม่ปล่อยเซ้งขายในตอนนี้ ทำให้อดห่วงไม่ได้ว่าซูฮวาจะไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งขึ้นมา

            แต่อีกสตรีก็คล้ายยกยิ้มคืนหาให้ผู้เป็นอาจารย์ได้สบายใจก่อนจะเล่าถึงบ้านที่เด็กสาวแซ่กู่นั้นได้ทำการซื้อเอาไว้ ซึ่งเป็นบ้านขนาดหลางราคาไม่แพงมากนักยังบริเวณตัวเมืองซีเหอที่เดินทางจากลั่วหยางวันหนึ่งก็ถึงที่หมาย โดยหลังจากอธิบายถึงลักษณะบ้านหลังนั้นให้หลิวจื่อเค่อฟัง อีกบุรุษก็คล้ายรับรู้ได้ทันทีว่าบ้านหลังนั้นไม่แคล้วเป็นบ้านเก่าของตงฟางซั่ว ซินแสผู้มีชื่อเสียงผู้นั้น

            " อดีตบ้านร้างตงฟางกลายเป็นเรือหิมะสกุลกู่ไปแล้วงั้นสิ.. อืม " หลิวจื่อเค่อลากเสียงขานรับในคอแผ่วก่อนจะตัดสินใจเริ่มสอนในช่วงหลังจากนี้เป็นการเล่าเกี่ยวกับซินแสตงฟางให้ซูฮวาได้ฟัง

            " เจ้ารู้จักซินแสตงฟาง อดีตเจ้าของบ้านที่เจ้าจะได้ไปอยู่หรือไม่ซูฮวา "

            " รู้จักเจ้าค่ะ.. แต่รู้จักเพียงว่าเป็นซินแสผู้ทำนายอักษรที่แม่นยำมากที่ราวกับรู้อดีตเห็นอนาคตเลยเชียวล่ะเจ้าค่ะ " ซูฮวาเอ่ยตามความทรงจำที่เคยได้ยินมาจากเหล่าบัณฑิตผู้อื่นขึ้นมาซึ่งผู้เป็นอาจารย์ก็พยักใบหน้ารับน้อย ๆ ด้วยความพอใจว่าศิษย์แซ่เหมยยังพอรู้จักซินแสผู้โด่งดังผู้นี้บ้าง

            " แล้วรู้หรือไม่เหตุใดซินแสตงฟางผู้นั้นถึงถูกขนานนามว่าเป็นผู้รู้อดีตเห็นอนาคตเช่นนั้น "

            " ก็… คงเป็นเพราะท่านมักศึกษาตำราย้อนหลังถึง 500 ปีเพื่อนำมาวิเคราะห์กับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพราะตัวท่านไม่เคยที่จะลืมเลือนอดีตและปัจจุบันเหล่า ยังจดจำมาเสมอจนเป็นครูให้แก่อนาคตจนทำให้ท่านคาเดาอนาคตได้แม่นยำ… ใช่หรือไม่เจ้าคะ? "

            ประโยคท้ายซูฮวาคล้ายเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาลง เนื่องจากเรื่องของตงฟางซั่วนางก็ได้เฝ้าฟังเรื่องราวมานานมากแล้ว ซึ่งอาจทำให้ตัวของสตรีแซ่เหมยจดจำคลาดเคลื่อนได้ ยามถูกทวนถามในตอนนี้ที่ความทรงจำของนางคล้ายยังสับสนและมีท่านหมอกบดบังขั้นกลางปิดกั้นช่วงเวลาเลวร้ายทำให้อิสตรีหวนนึกความรู้เก่า ๆ หลังจากนั้นได้ยากเย็นกว่าที่คาด

            ทว่าตัวหลิวจื่อเค่อก็คล้ายเข้าใจและไม่ได้เค้นถามให้นางต้องหวนนึกหาความรู้เก่าอีกด้วยเกรงว่าจะไปสะกิดโดนส่วนที่ความทรงจำที่ไม่ดีเข้าให้

            " อืม.. เป็นดังที่เจ้าว่า หากแต่ที่ทำให้ท่านรู้อนาคตราวกับมีตาเห็นนั้นไม่ใช่เรื่องจริงเสียทีเดียวหรอกนะซูฮวา นอกเหนือจากความจำที่ดีของซินแสตงฟางที่ทำให้ท่านสามารถสำรวจมองสภาพการณ์ปัจจุบัน ตามหลักการ และพลิกแพรงตามเหตุการณ์ได้แล้วนั้น เป็นเพราะตัวท่านเป็นผู้ที่ช่างสังเกตมาก "

            " สังเกตหรือเจ้าคะ? "

            " ใช่แล้ว.. หากจดจำแต่ไม่สังเกตตั้งใจดูให้ละเอียดถี่ถ้วน สิ่งที่จำได้ก็เป็นเพียงสิ่งผิวเผินที่ไม่อาจนำไปวิเคราะห์ต่อได้อย่างถูกต้อง สายตาท่านสำรวจทุกอิริยาบถยังคนเบื้องหน้าเสมอ หากคนทั่วไปมักมองไม่รอบคอบไม่ละเอียด จึงไม่รู้ว่าชายตรงหน้าคือไท่จื่อในฮั่นจิ่งตี้ ทำให้ท่านเป็นที่ถูกใจในไท่จื่อจนเขาครองราชย์ก็เรียกใช้งาน "
            .
            " นั่นเพราะวันนั้นไท่จื่อยังคงสวมรองเท้าสีเหลืองที่มีเพียงหวงตี้และไท่จื่อสวมใส่ แต่คนทั่วไปหามองเท้าไม่ แต่ท่านตงฟางซั่วสำรวจทุก ๆ อย่างรอบตัวเขาและวิเคราะห์บนสมมติฐานอยู่เสมอนั่นทำให้เขารู้มากกว่าใคร ๆ อย่างไรเล่าซูฮวา "

            สตรีแซ่เหมยหลังได้เฝ้าฟังการวิเคราะห์ยังซินแสตงฟางให้ฟังก็คล้ายเข้าใจในหลาย ๆ อย่าง นอกจากการเรียนต่าง ๆ ที่นางต้องจดจำแล้ว การเฝ้าสังเกตวิเคราะห์ดูให้ละเอียดถี่ถ้วนก็สำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่จำสิ่งที่สอน ในบางครั้งนางอาจต้องวิเคราะห์ให้ได้มากกว่าที่ได้ฟังเพื่อที่ไม่หยุดความรู้ของนางไว้เพียงปัจจุบันในตอนนี้ ดวงตาสีอ่อนจึงพลันดูประกายไม่น้อยพร้อมมือยกคารวะหาแก่ผู้เป็นอาจารย์

            " นอกจากเรื่องตงฟางซั่ว เจ้าอยากฟังเรื่องราวของนักปราชญ์ใดอีกหรือไม่? "

            " ได้หรือเจ้าคะ?.. เช่นนั้นข้าอยากฟังเรื่องเกี่ยวกับเทศกาลฉงหยางเจ้าค่ะ! จะว่าไปวันนี้ก็เป็นวันเทศกาลอาจารย์ไม่ไปปีนเขากับศิษย์คนอื่นหรือเจ้าคะ " ซูฮวาพลันเอ่ยถามขึ้นมาอย่างนึกได้ ดวงหน้างามดูฉายความเกรงใจเสียหลายส่วน แต่หลิวจื่อเค่อกลับโบกมือปฏิเสธให้คลายกังวล และเอ่ยบอกถึงการติดสอนอิสตรีเบื้องหน้า แต่แล้วบุรุษผู้เป็นอาจารย์กลับเงียบลงไปและเอ่ยเลิกเรียนกระทันหันขึ้นมา

            " เลิกเรียนเร็วหน่อยแล้วกันในวันนี้.. ซูฮวา ข้ารู้ว่าเจ้ามีเหตุผลที่ทำให้ไม่อาจกลับคืนบ้าน แต่ส่งจดหมายหาพ่อแม่เจ้าด้วยก็ดี อย่างน้อยก็ในวันฉงหยางนี้… มากับข้า ข้าจะพาไปพบม้าเร็ว "

            สิ้นเสียงของหลิวจื่อเค่ออีกคนก็ผุดลุกไม่ให้รั้งรอจนซูฮวาต้องเร่งร้อนตามไป แม้ในห้วงความคิดหนึ่งของนางนึกอยากเอ่ยค้านไม่ติดต่อกลับยังครอบครัว แต่ในใจลึก ๆ ของนางก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ สุดท้ายสตรีแซ่เหมยที่ลุกลนในคราแรกก็สงบลงพร้อมกับตั้งใจเขียนจดหมายหาบุพการีอย่างตั้งใจแทน พร้อมให้คำสัญญาในตอนท้ายถึงเรื่องรักษาสภาพจิตใจนางจนพร้อมแล้วจะกลับคืนสู่ครอบครัวแน่



ใช้งาน NPC เหมยซูฮวา [159]
อัตลักษณ์นิสัยมีไหวพริบ
+2 Point เมื่อโรลเรียนรู้


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-15 22:07:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-10-15 22:48


เหมยซูฮวา | ร่ำเรียนศึกษา
วันที่หก
.
.

          เพราะเมื่อวานเป็นเทศกาลฉงหยาง จากที่จะได้เล่าถึงนักปราชญ์หรือเหล่าผู้มีชื่อเสียงในกาลก่อนให้ซูฮวาฟังต่อ ก็ได้พาให้นางเขียนจดหมายส่งหาครอบครัวแทนเสียก่อน ในวันนี้หลิวจื่อเค่อจึงเอ่ยถามอีกหนถึงเรื่องของประวัติศาสตร์ที่ตัวศิษย์แซ่เหมยสนใจเพื่อทำการเล่าให้ฟัง กระนั้นเพราะอิสตรีไม่ใคร่ได้เรียนเรื่องประวัติศาสตร์ของบุคคลเท่าใดนัก ในยามที่เคยได้เรียนกับอาจารย์หลิวมาในยามเยาว์ ซูฮวาก็มักจะได้เรียนเน้นที่หลักปรัชญาการใช้ชีวิตต่าง ๆ เสียมากกว่า

          ส่วนพวกประวัติอีกฝ่ายมักให้นางไปเปิดตำราหาอ่านเอาเองเพื่อเพิ่มทักษะการอ่านให้แก่ตัวซูฮวา ทว่าเพราะอิสตรีแซ่เหมยเป็นสายชอบฟังเสียมากกว่า นางจึงไม่ได้หาอ่านมากตามที่หลิวจื่อเค่อหวังนัก ในยามที่เงียบหายไปครู่ ผู้เป็นอาจารย์จึงพอเข้าใจและตัดสินใจหยิบยกเรื่องที่คิดว่าศิษย์จะสนใจขึ้นมา

          " เจ้ารู้จัก… สตรีในตำนานอย่างแม่นางไซซีและแม่นางหวังเจาจวินหรือไม่ซูฮวา "

          ครั้นได้ยินนามที่เอ่ยหา ซูฮวาก็ผินสายตาสบมองผู้เป็นอาจารย์ทั้งดวงตาติดประกาย แม้ไม่ได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องราวของสองสตรีมากนัก แต่ทั้งคู่ก็เป็นสตรีที่ถูกกล่าวถึงมาไม่น้อยโดยเฉพาะแม่นางหวังเจาจวินที่ตำนานเพิ่งเกิดในช่วงยุคฮั่นตะวันตกนี้เอง

          " รู้จักเจ้าค่ะ แม่นางไซซีมัจฉาจมวารี กับ แม่นางหวังเจาจวินปักษีตกนภา "

          " ใช่.. แล้วรู้นอกเหนือจากฉายาจากความงามของพวกนางหรือไม่? " หลิวจื่อเค่อขานรับพร้อมเอ่ยถามเรื่องราวของแม่นางทั้งสองเพิ่มเติมจากศิษย์อย่างใจเย็น

          " ก็.. ข้าเพียงรับรู้คร่าว ๆ ถึงการที่พวกนางได้ใช้ความงามในการช่วยเหลือเรื่องการเมืองของอาณาจักรไว้ได้น่ะเจ้าค่ะ ทั้งการเข้าไปเป็นสายข่าวหรือแม้กระทั่งการแต่งงานเจริญสัมพันธไมตรีเจ้าค่ะ "

          หลิวจื่อเค่อที่รับฟังก็เพียงพยักหน้ารับแผ่ว พลันนึกรู้สึกว่าลูกศิษย์ของตนน่าจะรู้เพียงผิวเผินไปเสียหน่อย ตัวของผู้เป็นอาจารย์จึงทำการเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับสองสตรีในตำนานนี้ขึ้นมาให้แก่ซูฮวาได้รับฟัง ซึ่งศิษย์แซ่เหมยก็คล้ายสบตาจ้องกลับ ดูตั้งใจเฝ้าฟังถึงเรื่องราววีรสตรีไม่น้อยเลยเชียว ยามเห็นสีหน้านั้นหลิวจื่อเค่อก็อดนึกขบขันในใจไม่ได้เลยเชียว

          ไซซี มีชื่อเดิมคือ อี๋กวง เกิดในสมัยชุนซิว นางกลายมาเป็นหนึ่งในหมากเกมการเมืองและการทำสงครามระหว่างรัฐเยว่และรัฐอู่ในสมัยนั้น ด้วยความงามอันเลื่องลือของนางทำให้นางถูกส่งไปให้อู่อ๋อง เจ้าเมืองรัฐอู่ เพื่อเป็นสายคอยส่งข่าวภายในให้กับรัฐเยว่ตามแผนกู้ชาติสามประการหลังจากพ่ายสงครามของเยว่อ๋องโกวเจี้ยนและอัครเสนาบดีฟ่านหลี่

          เมื่ออู่อ๋องเห็นไซซีก็เกิดความลุ่มหลงในเสน่ห์และรูปโฉมเป็นอย่างมากจนละเลยการปกครอง ไม่สนใจบ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองอ่อนแอลง เปิดโอกาสให้เยว่อ๋องโกวเจี้ยนเข้าโจมตีและกู้ชาติได้สำเร็จ

          .
          ส่วนหวังเจาจวิน เดิมทีเป็นนางในหวังเฉียงผู้มีฉายา เจาจวิน ในราชสำนักของฮั่นหย่วนตี้ พระโอรสของฮันซวนตี้ นางเป็นผู้มีรูปโฉมงดงามและมีความรู้เป็นอย่างดี ในครานั้นเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างราชวงศ์ฮั่นกับเผ่าซงหนู หวังเจาจวินได้ออกปากอาสาแต่งงานกับประมุขของซงหนู ฮูหานเสีย อย่างสมัครใจ ขณะที่นางในคนอื่น ๆ ต่างคิดไม่อยากยินยอมที่จะแต่งงานออกเมืองไปอยู่ในที่ที่กันดารและล้าหลังอย่างเผ่าซงหนู

          และเพราะความงดงาม ฉลาดรอบรู้ของนาง ทำให้เป็นที่ถูกใจยิ่งแก่ฮูหานเสีย จนพระราชทานนามให้นางว่า หนิงหูเยียนจือ และเพราะความสนิทสนมของทั้งคู่ ทำให้สร้างสันติสุขแก่ชาวฮั่นและชาวซงหนูมาเกือบ 100 ปี
          .
          .
          " ในยามนี้.. เจ้ายังจะคิดว่าพวกนางมีดีแค่ความงามในการช่วยเหลือแผ่นดินไว้หรือไม่ซูฮวา "

          ซูฮวาคล้ายเงียบลงไปและพยักใบหน้าลงด้วยความรู้สึกผิดน้อย ๆ ที่จดจำเพียงเรื่องความงามอันเป็นที่เล่าขานของพวกนาง จนตัดทอนความสามารถจากความรู้ความสามารถที่พวกนางมี ที่แทบจะเป็นส่วนหลักเสียมากกว่าที่สามารถใช้ช่วยให้แผนการเมืองหรือการเจริญสัมพันธไมตรีประสบความสำเร็จขึ้นมาได้

          " ศิษย์เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ..เช่นนี้ก็ทำให้รู้เช่นกันนะเจ้าคะว่าสตรีนอกจากความงามความรู้ก็สำคัญที่ทำให้พวกนางเป็นที่ชื่นชมและน่าหลงใหลในระยะยาว… เพราะความรู้ย่อมอยู่ยั่งยืนกว่าความงามที่ไม่จีรังนัก " หลิวจื่อเค่อถึงกับกำมือแผ่วพลางยกปิดริมฝีปากที่วาดยิ้มด้วยความพอใจ ก่อนจะพยักใบหน้ารับคืนหาแก่ศิษย์สาวของตน

          " คิดได้เช่นนั้นก็ดีแล้วซูฮวา "

          .
          " แล้วแม่นางกู่ สำหรับเจ้าคิดเห็นเช่นไร หากนำแม่นางกู่ไปเทียบกับพวกนางทั้งสอง " อาจารย์กล่าวถามอีกฝ่าย

          คำถามที่ไม่คาดคิดว่าต้องเอ่ยถึงผู้ที่คอยติดตามและนับเป็นน้องสาวผู้หนึ่งทำเอาซูฮวานิ่งครุ่นคิดด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังไม่น้อย

          " สำหรับข้า… ความงามของอิ๋งเอ๋อร์ไม่น้อยหน้าสตรีนางใดเลยล่ะเจ้าค่ะ ส่วนความฉลาดของนาง ข้าว่านางก็ค่อนข้างเป็นเด็กสาวที่มีความคิดความอ่านที่ดีไม่น้อย หากแต่ยังซื่อตรงนักและคงไม่ใช้มันในเชิงอุบายหรือเล่ห์เหลี่ยมใด หากไม่เป็นที่ถูกใจไปเลยก็คงถูกซ่อกแซ่กใช้ประโยชน์ในการเอาเปรียบนางแน่ "
          .
          " หรือก็คือถ้าหากให้เทียบในตอนนี้ อิ๋งเอ๋อร์คงยังไม่อาจเทียบไซซีได้นะเจ้าคะ… หากสลับนางไปเป็นอย่างแม่นางไซซีไม่แคล้วจะทำสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยความใจอ่อนเสียมากกว่า เผลอ ๆ จะไม่กล้าเป็นไส้ศึกอีกเสียด้วย แต่หากเป็นแบบแม่นางหวังเจาจวิน อิ๋งเอ๋อร์น่าจะคล้ายกับแม่นางหวังผู้นี้มากกว่าน่ะเจ้าค่ะ... อืม แต่มาคิดอีกทีอิ๋งเอ๋อร์อาจไม่ยอมไปก็ได้ เพราะดูจากความจริงใจของนางคงไม่อาจปักใจแต่งงานกับผู้อื่นได้นอกจากบุรุษที่นางรักและตบแต่งคนแรกไปแล้วนะเจ้าคะ "

          " นั่นแหละเจ้าค่ะ... ข้าว่าสำหรับอิ๋งเอ๋อร์ยังเทียบสองสตรีไม่ได้ สำหรับนางการสานสัมพันธไมตรีอย่างการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อตกลงอย่างตรงไปตรงมาให้สบายใจทั้งสองฝ่าย ..อิ๋งเอ๋อร์น่าจะอยากทำเช่นนั้นมากกว่าน่ะเจ้าค่ะ! "

          ผู้เป็นอาจารย์รับฟังเช่นนั้นก็ผงกศีรษะรับน้อย ๆ ก่อนพาวิเคราะห์ถึงเรื่องราวสองสตรีงามในตำนานกันต่อด้วยความสบายใจที่ความรู้ที่ได้สอนสั่งแก่เหมยซูฮวาไปแล้วนั้นคงไม่ถูกปล่อยทิ้งให้เสียเปล่าเป็นแน่



ใช้งาน NPC เหมยซูฮวา [159]
อัตลักษณ์นิสัยมีไหวพริบ
+2 Point เมื่อโรลเรียนรู้

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-16 14:45:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เหมยซูฮวา | ร่ำเรียนศึกษา
วันสุดท้าย
.
.

          ในวันสุดท้ายสำหรับการร่ำเรียนชั่วคราวกับผู้เป็นอาจารย์ ยามเช้าในวันนี้ซูฮวาจึงดูกระตือรือร้นไม่น้อยเนื่องจากจะต้องกลับไปติดตามสตรีแซ่กู่ในวันต่อไปแล้ว หลิวจื่อเค่อที่เห็นท่าทางของศิษย์เช่นนั้นก็ตั้งใจจะช่วยสอนสั่งในวันสุดท้ายให้นางได้ประโยชน์มากที่สุด และเรื่องที่คิดอยากช่วยศิษย์ของตนเรื่องแรก ๆ ก็ไม่พ้นเรื่องครอบครัวที่อีกสตรียังไม่ยอมกลับคืนพูดคุยกับคนที่บ้านอย่างตรงไปตรงมา เช่นนั้นตัวผู้เป็นอาจารย์จึงตั้งใจจะสอนเน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้แก่เหมยซูฮวา แต่คงไม่ตรงเกินไปจนอาจส่งผลกับสภาพจิตใจของศิษย์

          " ตลอดหกวันที่ผ่านมาซูฮวาทำได้ดีมาก ในมุมมองการวิเคราะห์ปรัชญาต่าง ๆ ข้ารู้สึกได้ว่าเจ้าได้โตขึ้นแล้วจริง ๆ "
          .
          " ในวันสุดท้ายนี้ข้าจึงอยากเน้นมาเล่าเรื่องหนึ่งให้เจ้าฟังมากกว่า เกี่ยวกับศาสนาใหม่ที่เข้ามาได้ไม่นานอย่างศาสนาพุทธแต่ก็เริ่มมีชาวฮั่นหลายคนไม่น้อยเริ่มสนใจนับถือ.. เผื่อจะทำให้ซูฮวาสนใจอยากศึกษาและนับถือตามมาด้วยก็ได้ เพราะให้ข้าเดาในตอนนี้เจ้าคงยังไม่นับถือศาสนาเช่นเดิมแต่ก็คงสนใจฟังแนวความคิดของทุกศาสนาอยู่ใช่หรือไม่ "

          ซูฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็พลันเผยรอยยิ้มรับอย่างดีใจขึ้นมาที่ผู้เป็นอาจารย์ยังคงจำคำพูดสมัยยังเยาว์ของนางได้เช่นนั้น เป็นเรื่องจริงที่เหมยซูฮวาไม่นับถือศาสนาตามครอบครัวที่เป็นขงจื๊อ แต่ไม่ใช่เพราะนางไม่เลื่อมใสหรือเห็นคุณค่าในปรัชญา แต่เพราะนางเล็งเห็นถึงข้อดีที่แตกต่างกันในทุกศาสนาจนไม่อาจปักใจยึดนับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งได้

          ในตอนนี้ที่ผู้เป็นอาจารย์กำลังจะมาช่วยเล่าวิเคราะห์เกี่ยวกับศาสนาพุทธที่นางยังรู้จักเพียงผิวเผินให้ฟัง ซูฮวาจึงสบตามองหาหลิวจื่อเค่ออย่างตั้งใจรอฟังไม่น้อย

          " หลังจากในตัวเมืองลั่วหยางมีวัดของพระพุทธศาสนา ข้าจึงสนใจขึ้นมาว่าแนวคิดของพระพุทธนั้นเป็นอย่างไรหากเทียบกับหลักของขงจื๊อ จึงได้เข้าร่วมพูดคุยกับเจ้าอาวาสมาและพบว่า.. "

          ขณะที่ขงจื๊อมุ่งเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ด้วยความหวังว่าการปกครองแบบมีมนุษยธรรม (เหริน) และการจัดระเบียบด้วยจารีต (หลี่) จะแก้ปัญหาการไร้จริยธรรม (เต้า) ในสังคมมนุษย์ได้
          ฝ่ายพระพุทธนั้นค่อนข้างต่างจากขงจื๊ออย่างเห็นได้ชัด คือการเรียกร้องให้มนุษย์ละคลายความผูกพันและยึดมั่นถือมั่น อย่างเช่น ครอบครัวหรือสิ่งที่เรารักก็ถือเป็น ความผูกพัน ที่ทางฝ่ายพระพุทธศาสนาแนะนำให้ละทิ้งเพื่อให้ห่างไกลจากความทุกข์ ในขณะที่ขงจื๊อเน้นให้คนอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขและมีวิธีประนีประนอมรักษาความสัมพันธ์เพื่อให้ความเป็นครอบครัวยังคงอยู่

          " ซึ่งสำหรับข้าคิดว่าสิ่งที่ทำให้ต่างกันนี้เป็นเพราะสองศาสนามีนิยาม ความทุกข์ ต่างกัน ทำให้การเสนอทางออกในการใช้ชีวิตแตกต่างกันออกไป สำหรับผู้ที่นับถือพุทธมีแนวทางการใช้ชีวิตในอุดมคติคือ การพ้นทุกข์ ในขณะที่ชีวิตในอุดมคติของขงจื๊อคือ การยอมทุกข์ เพื่อเป้าหมายอันทรงคุณค่า "

          " ปล่อยทุกข์งั้นหรือเจ้าคะ? แล้วอะไรคือการละคลายความผูกพันยึดมั่นในครอบครัวหรือเจ้าคะท่านอาจารย์? คงไม่ใช่ต้องตัดขาดกับบิดามารดาใช่หรือไม่ มิเช่นนั้นชาวฮั่นโดยส่วนมากคงไม่เปลี่ยนจากหลักขงจื๊อที่เคยกล่าวว่า จะหาขุนนางผู้จงรักภักดี จงหาจากบุตรผู้กตัญญู ไปหาศาสนาที่ให้ละทิ้งครอบครัวหรอกกระมัง.. "

          ซูฮวาเอ่ยถามอย่างนึกฉงนด้วยสีหน้าติดนิ่วไม่น้อย แต่นางก็พยายามคาดเดาตามความคิดในแง่ดีไปเสียก่อน อันเนื่องมาจากตัวศาสนาพุทธนั้นถูกชาวฮั่นที่เคยนับถือขงจื๊อมาตลอดสามารถเปลี่ยนไปนับถือได้ ไม่แคล้วคำว่าปล่อยวางความผูกพันของครอบครัวคงไม่ใช่เรื่องตัดขาดอย่างที่นางแอบนึกกังวล

          " ถูกต้อง อย่างที่เจ้าคิดซูฮวา ศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้ตัดขาดจากครอบครัว " หลิวจื่อเค่ออดเผยรอยยิ้มขึ้นมาไม่ได้ที่ลูกศิษย์ไม่ได้ด่วนตัดสินใจจากคำพูดเพียงผิวเผินที่ตนสรุปออกมาให้ฟัง ก่อนจะอธิบายต่อให้อิสตรีได้เข้าใจถึงแก่นเนื้อหา

          " ที่กล่าวให้ละคลายความผูกพันนั้นไม่ใช่เรื่องการตัดขาด เพราะเกี่ยวกับคำสอนการปฏิบัติต่อครอบครัว หลักของขงจื๊อและพุทธนั้นแทบไม่ต่างกัน คือความกตัญญูเป็นคุณธรรมอันดับแรกและต้นกำเนิดของความดีงาม แต่ที่ต่างของคำสอนสองศาสนาคือ... "

          ตัวอย่างที่โดดเด่นในการยอมทนทุกข์ของขงจื๊อคือเมื่อตอนเหยียนหุยผู้เป็นศิษย์รักของเขาได้จากไป ขงจื๊อร้องไห้คร่ำครวญอยู่นานจนมีศิษย์คนหนึ่งทักว่า เกินไป แต่ทว่าขงจื่อไม่ได้มองเห็นความ เกินไป ในการกระทำของตนเพราะเขามุ่งเน้นที่ คุณค่าที่ได้เสียไป มากกว่า กรณีนี้จะเห็นได้ว่าเขายอมทนทุกข์เพื่อ ยืนยันคุณค่า ของเหยียนหุยที่มีต่อชีวิตของตน สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ ขงจื๊อไม่ใช่มองไม่เห็นว่าทุกคนเกิดมาต้องตาย แต่เขามองว่าความตายมาเยือนเหยียนหุยไวเกินไป หรือก็คือเขารู้สึกเหยียนหุยยังไม่ทันแก่ก็ตายเสียแล้ว

          " ซึ่งสำหรับพระพุทธจะเป็นอีกอย่างคือมองบัญญัติต่าง ๆ ที่พวกเรากำหนดขึ้นมาว่าเป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารในสังคมเท่านั้น การยึดบัญญัติจะนำมาซึ่งความทุกข์ เพราะฉะนั้นการจะพ้นทุกข์ได้ต้องละคลายความยึดถือบัญญัติ ยึดถือตัวตน อันเป็นเพียง สิ่งสมมติ ของชาวโลก… "
          .
          " หากมีการตายของเหล่าบุคคลที่สำคัญกับตัวทางศาสนาพุทธจึงเน้นที่ให้ละความยึดติดนั้นไป และคิดเสียว่าทุกสิ่งมีเกิดก็ต้องมีดับสลาย เช่นนั้นแล้วก็จะคลายทุกข์ได้หากมองให้ถึงแก่นแท้ของทุกสรรพสิ่งต่าง ๆ ได้ว่าทุกอย่างล้วนไม่จีรังยั่งยืนคู่เราไป รวมถึงตัวของเราเอง ...หรือก็คือการปล่อยทุกข์ของทางพุทธศาสนาเป็นการปล่อยวางที่เกิดจากความเข้าใจ มิใช่ปล่อยจากความไม่เข้าใจที่จะกลายเป็นการตัดขาดไปแทน "

          ซูฮวาหลังฟังจบก็คล้ายรู้สึกศาสนาใหม่นี้ค่อนข้างลึกซึ้งไม่น้อย ตัวนางรู้สึกคิดว่ายังคงทำความเข้าใจมันได้ยากนัก เพราะการปล่อยวางทุกข์ของพุทธศาสนาดูเป็นอะไรที่ทำได้ยากเหลือเกิน เเนื่องจากต่างจากแนวความเชื่อของขงจื๊อไม่น้อยที่ไม่ได้ต้องการหาทางดับการยึดถือสิ่งสมมติเหล่านั้น แต่เป็นการสนองกลับความต้องการโดยไม่ละเมอดครรลองคลองธรรมก็เพียงพอ

          " ดูเป็นศาสนาที่ปฏิบัติตามได้ยากอยู่นะเจ้าคะ… เพราะเป็นข้าหากบิดามารดาเสียไปคงยังยึดเอาไว้อย่างขงจื๊อเป็นแน่ การปล่อยวางในทันทีข้าว่าคงทำไม่ได้ "

          " จะแสดงความเศร้าโศกอย่างใดในตอนนั้นก็ไม่ผิดหรอกซูฮวา หากปัจจุบันเจ้าได้ดูแลครอบครัวได้เป็นอย่างดีและปฏิบัติตัวให้ดีตามครรลองไม่ว่าจะตามแบบขงจื๊อหรือพระพุทธ หากเมื่อถึงเวลาที่ทั้งสองท่านต้องจากลา เจ้าก็จะทุกข์กับมันน้อยลงเพราะเจ้าได้ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่เสียใจทีหลังไปแล้ว "

          สิ้นคำของหลิวจื่อเค่อ คล้ายเห็นประกายไหววูบในแววตาสีอ่อนของซูฮวาขึ้นมา นางผินสายตาหลบเลี่ยงผู้เป็นอาจารย์ไป ก่อนบรรยากาศโดยรอบจะพลันเงียบลงนานโดยที่ไร้คำพูดของทั้งคู่ ก่อนสักพักตัวสตรีแซ่เหมยพลันเล่าเรื่องที่ตนได้กระทำผิดมา ความผิดที่เคยกระทำจนนำไปสู่บทลงโทษที่ทำให้นางต้องมีความผิดปกติทางสภพจิตใจไป ดวงตาคมหวานหยาดคลอด้วยหยาดน้ำไม่อาจกลั้น

          จนสุดท้ายซูฮวาก็คล้ายหลุดสะอื้นไห้ไม่อาจกลั้นโดยมีหลิวจื่อเค่อคอยนั่งตรงข้ามอยู่กับนางไม่ผละไปไหน จนอิสตรีเริ่มใจเย็นลงและเริ่มปาดเอาคราบน้ำตาออกจากดวงหน้างามได้ ผู้เป็นอาจารย์ถึงได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงราวทั้งอยากขอโทษและปลอบโยนอยู่ในที

          " ขอบคุณที่เล่าให้ข้าฟัง.. แต่อย่างไรการที่ซูฮวารู้ตัวว่าทำผิดก็ถือว่าสำนึกไม่น้อยแล้ว กลับคืนยังบ้านบิดามารดาเจ้าย่อมเข้าใจเจ้าแน่ ยิ่งหนีก็ยิ่งทุกข์เสียเปล่า ๆ ข้าเชื่อว่าเจ้ากล้าหาญกว่านี้ซูฮวา "

          สตรีแซ่เหมยได้แต่พยักหน้ารับกลับไปโดยไม่ได้กล่าวตอบรับต่อ เช่นนั้นแล้วหลิวจื่อเค่อจึงเอ่ยจบการเรียนในวันสุดท้ายไว้เพียงเท่านี้หลังความตั้งใจทำให้ศิษย์ตนกลับคืนบ้านหาบุพการีนั้นสำเร็จลงไป ส่วนเส้นทางที่นางจะเลือกต่อว่าจะคืนอยู่ยังบ้านบิดามารดาหรือติดตามเด็กสาวแซ่กู่ต่อก็แล้วแต่ความต้องการของซูฮวาเองแล้ว

          " รีบไปล้างหน้าล้างตาเสีย ..เมื่อคืนข้าได้ยินเสี่ยวเอ้อร์แจ้งว่าแม่นางกู่ได้มาพักยังโรงเตี๊ยมชิงหมิง อีกสักพักคงได้พบกัน ข้ายังไม่อยากโดนเข้าใจผิดว่ารังแกศิษย์ "

          สิ้นประโยคหลิวจื่อเค่อ สตรีที่ฟังอยู่ก็คล้ายมีสีหน้าดีขึ้นมาไม่น้อย ความดีใจพาดผ่านที่จะได้เจอคนคุ้นเคย ก่อนนางจะพยักใบหน้ารับคำให้ แต่ก่อนที่จะจากไปก็ไม่ลืมค้อมคารวะขอบคุณผู้เป็นอาจารย์ที่คอยสละเวลาสอนสั่งนางมาตลอดช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ด้วยความนอบน้อมและจริงใจ

          " ขอบพระคุณอาจารย์หลิวที่คอยสอนสั่งศิษย์ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้มากเจ้าค่ะ หากมีโอกาสศิษย์จะส่งจดหมายมาหาหรือมาพบท่านที่โรงเตี๊ยมชิงหมิงอีกหนแน่นอนเจ้าค่ะ! "



ใช้งาน NPC เหมยซูฮวา [159]
อัตลักษณ์นิสัยมีไหวพริบ
+2 Point เมื่อโรลเรียนรู้

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-16 18:35:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Jinying ตอบกลับเมื่อ 2021-10-16 14:45
❀ เหมยซูฮวา | ร่ำเรียนศึกษา ❀วันสุดท้าย..
          ในวันส ...


เหมยซูฮวา | การบ้านส่งท้าย
.
.
.

          วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแม่นางกู่ กับ กัวเจีย

          งานส่งท้ายที่ผู้เป็นอาจารย์ให้ทำเรียกแววตาสีอ่อนของซูฮวาให้หรี่มองผู้เป็นอาจารย์นิ่ง ทว่านอกจากหลิวจื่อเค่อจะไม่สะทกสะท้านกับสายตาของสตรีแซ่เหมยหลังให้คำถามที่พาดพิงให้พูดถึงตัวผู้เป็นนายของศิษย์อีกหน ยังส่งยื่นกระดาษมาให้นางได้เขียนลงอีกต่างหาก จนอีกสตรีได้แต่รับมาและจำยอมก้มเขียนวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของบุรุษสตรีคู่นั้น
          .
          .
          ตามความคิดเห็นของศิษย์ วิเคราะห์ในมุมของกู่จิ้นอิ๋ง ตัวอิ๋งเอ๋อร์เป็นเด็กที่ค่อนข้างโกหกไม่เก่ง ทุกอย่างมักเผยเปิดความคิดออกมาให้เห็นจนสิ้นทางแววตาที่ไม่อาจปกปิด ในคราล่าสุดที่พบกันก่อนที่ทั้งสองจะไปเที่ยวเทศกาลฉงหยางยังเจียงหนาน ตัวข้าก็สัมผัสได้จากท่าทางที่สนิทสนมมากขึ้นของนางที่มีต่อบุรุษแซ่กัว และมั่นใจว่าตัวอิ๋งเอ๋อร์กำลังรู้สึกดี ๆ กับสหายแซ่กัวเป็นแน่ หากแต่ยังคล้ายไม่รู้ตัว หลังจากไปเที่ยวเทศกาลร่วมกันข้าก็ได้แต่หวังให้นางรับรู้ถึงความรู้สึกตัวเองไว ๆ

          ส่วนในทางของคุณชายกัวฟ่งเสี้ยวนั้น ตัวข้าหลังเคยได้ยินว่าบุรุษผู้นั้นเคยแสดงท่าทีสนิทสนมกับสตรีอื่นต่อหน้าอิ๋งเอ๋อร์ ก็คาดเดาไปก่อนว่าเป็นเพียงบุรุษเจ้าสำราญที่อยากแสดงเจตนารมย์ถึงการไม่ยึดติดกับสตรีใดให้อิ๋งเอ๋อร์ได้คบหากับอีกฝ่ายเป็นเพียงสหายเท่านั้น

          ทว่ามันกลับไม่ใช่แบบนั้นยามข้าพบอีกบุรุษตรง ๆ และเห็นสายตาที่มองหายังอิ๋งเอ๋อร์ ความคลุมเครือทั้งจากสายตาและท่าทางการกระทำที่ปฏิบัติของอิ๋งเอ๋อร์นั้นคล้ายกับบุรุษที่ชอบพอกับสตรีผู้หนึ่ง ข้าเลยคาดคะเนไปว่าการที่แสดงท่าทางสนิทสนมกับสตรีอื่นคงอยากจะแกล้งอิ๋งเอ๋อร์เสียมากกว่า กระนั้นวิธีแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยนะเจ้าคะ เพราะทำให้อิ๋งเอ๋อร์ยิ่งวางตัวห่างเสียมากกว่า

          แต่คราล่าสุดนั้น.. ตัวข้าคิดว่าทั้งคู่คงได้พูดคุยทำความเข้าใจเรื่องสตรีอื่นนั้นไปแล้วก็เป็นได้ เพราะคล้ายระยะห่างของทั้งคู่จะลดลงมากเลยเชียว ในตอนนี้ถ้าให้ข้าวิเคราะห์ก็คือว่าทั้งคู่คล้ายจะมีใจให้กันอยู่นะเจ้าคะ

          บางทีพวกเราอาจได้ข่าวดีไม่ช้าก็เร็ว ๆ นี้ก็เป็นได้นะเจ้าคะ

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-16 21:25:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เยี่ยมเยียนและรับตัวซูฮวา
.
.
.

           รถม้าใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็มาเยือนถึงเขตด่านหู่เหลากวน กระนั้นเพราะจิ้นอิ๋งตั้งใจจะแวะเวียนหาพี่สาวซูฮวาที่เรียนอยู่ยังโรงเตี๊ยมชิงหมิงนางจึงบอกให้รถม้าส่งนางถึงแค่ตรงนี้ จนเมื่อเข้ามาเยือนภายในโรงเตี๊ยมได้จิ้นอิ๋งก็ตัดสินใจจะเข้าห้องพักไปก่อนและจะเยี่ยมซูฮวาในวันรุ่งขึ้น โดยได้แจ้งกับเสี่ยวเอ้อร์ไว้ล่วงหน้าให้ช่วยนัดพบให้

           หลังจากได้ห้องพักตัวดรุณีน้อยก็ไม่รีรอแวะเวียนเข้าไปยังโรงอาบน้ำเพื่อให้น้ำอุ่นในถังไม้ช่วยดับความฟุ้งซ่านที่มีหลังจากส่งบุรุษแซ่กัวที่บ้านเสร็จสิ้น เสียงถอนหายใจผ่อนยาวดังออกยามที่ร่างเล็กพร่างฝาดสีจากอุณหภูมิน้ำแช่ตัวลงในถังไม้ให้โผล่พ้นเพียงศีรษะที่รวบเกล้าผมขึ้นไม่ให้ตกระ ดวงตาสีนิลดูไหววูบทอประกายสับสนจางข้างในระหว่างทอดมองยังผิวน้ำที่ไหวเคลื่อนจากปลายนิ้วที่เลื่อนปัดเรี่ย

           ก่อนมือทั้งสองพลันเลื่อนจับเข้าหากันโดยเฉพาะยังเรียวนิ้วหนึ่งที่เคยประดับแหวน ในยามนี้คล้ายถูกถอดเก็บไว้ในห้องเหลือเพียงเรียวนิ้วเปลือยเปล่า กระนั้นกลับถูกนิ้วอื่น ๆ ไล้จับไม่หยุด ดวงหน้านวลก็คล้ายจะฝาดระเรื่อสียิ่งกว่าเดิมจนแทบจะจุ่มน้ำหลบซ่อนให้รู้แล้วรู้รอด

           แค่แหวนจากหญ้าน้ำค้างเท่านั้น.. อย่าคิดมากจะได้หรือไม่จิ้นอิ๋ง
           .
           .
           เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับที่จิ้นอิ๋งเร่งแต่งตัวให้เรียบร้อยพร้อมกันนั้นก็หยิบเอาชาดีที่เพิ่งซื้อมาเตรียมนำไปตอบแทนเถ้าแก่เจ้าของโรงเตีียมที่สละเวลาช่วยสอนสั่งพี่สาวซูฮวาให้แก่นาง แต่เพราะทั้งสองคล้ายกำลังเรียนกันในวันสุดท้ายอยู่ ในยามนี้ยังโต๊ะหนึ่งที่เสี่ยวเอ้อร์ได้ถูกหลิวจื่อเค่อบอกให้เตรียมไว้ต้อนรับดรุณีน้อยจึงมีเพียงสวินเหวินยื่อที่นั่งอยู่ก่อนอีกฝ่ายพลันเผยรอยยิ้มน้อย ๆ อย่างเป็นมิตรส่งให้แก่เด็กสาวหลังเห็นนางเข้า

           " สวัสดีแม่นางกู่ ได้ยินว่ามาเยี่ยมแม่นางเหมยสินะขอรับ.. เที่ยวเทศกาลฉงหยางเป็นอย่างไรบ้างหรือขอรับ "

           " ก็.. สนุกดีเจ้าค่ะ ได้ใบจูอวี๋มาเยอะแยะเลยเชียว " จิ้นอิ๋งตอบรับคำถามของบุรุษแซ่สวินทั้งรอยยิ้ม พร้อมกันนั้นก็หยิบเอาชาชั้นดีที่ซื้อมาส่งมอบให้แก่อีกฝ่ายที่เป็นสหายของกัวเจียไปด้วย

           " หืม? ชาเจียวกู่หลานนี่ "

           " เจ้าค่ะ ไปเที่ยวเทศกาลครานี้ข้าได้ใบชาดีมาหลายอย่างเลยเชียวเจ้าค่ะ ถือเสียว่าเป็นของฝากแล้วกันนะเจ้าคะท่านสวินเหวินยื่อ "

           สวินเหวินยื่อที่ได้ยินก็คล้ายแย้มยิ้มด้วยความยินดีไม่น้อย มือเลื่อนจับชารินขึ้นดื่มด้วยสีหน้าที่ดูพึงใจไม่น้อย คล้ายอีกฝ่ายเงียบลงไปเพื่อดื่มด่ำชาดีในมือครู่หนึ่ง กระทั่งหมดไปหนึ่งถ้วยถึงตอบกลับเด็กสาวที่กำลังยกชาอีกกาดื่มไปด้วยไม่ต่างกันด้วยน้ำเสียงที่จริงใจมากขึ้น

           " ขอบคุณแม่นางกู่มากเลยขอรับ.. ต่อไปเรียกข้าว่าสวินอวี้ได้นะขอรับ ข้ามิถือ "

           " งั้นเรียกข้าว่าจิ้นอิ๋งได้เช่นกันนะเจ้าคะท่านสวินอวี้ " จิ้นอิ๋งพลันเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงยินดี

           " แล้วเก็บใบจูอวี๋ได้เยอะ แม่นางจิ้นอิ๋งจะนำมาทำถุงหอมหรือขอรับ "

           อีกบุรุษพลันเอ่ยย้อนถึงคำพูดของจิ้นอิ๋งที่เคยกล่าวก่อนหน้าออกมา ซึ่งเด็กสาวก็พยักใบหน้ารับแผ่ว ก่อนจะเอ่ยถึงการทำถุงหอมที่นางไม่เคยทำมาก่อน แม้จะรู้วิธีเย็บปักถุงใส่ แต่นางก็ไม่แน่ใจวิธีการทำตัวของหอมภายในถุงที่ไม่รู้วิธีว่าต้องนำไปจัดการสิ่งอื่นหรือไม่ สวินอวี้ที่ได้ยินก็พลันเอ่ยให้คำแนะนำการโขกบดตัวใบจูอวี๋ให้พอมีกลิ่นหอมระเหยออกก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งจิ้นอิ๋งก็คิดว่าวิธีนั้นน่าจะใช้ได้ก็ได้ เพราะหากใส่ใบที่ไม่ผ่านการโขกตีหยาบ ๆ ให้กลิ่นออกมาบ้าง ถุงหอมที่ทำไม่แคล้วกลิ่นคงอ่อนมากจนถึงกลิ่นไม่ออกเลยก็เป็นได้

           เมื่อได้รับคำแนะมาเช่นนั้นเด็กสาวจึงค้อมขอบคุณแก่อีกฝ่ายกลับไป พอดีกับที่หลิวจื่อเค่อและเหมยซูฮวาออกมาพบทั้งคู่พอดีให้ดรุณีน้อยรีบผายมือเชิญให้นั่งซึ่งซูฮวาก็ตรงเข้ามานั่งเคียงเด็กสาวรวดเร็วด้วยความคะนึงถึง ทั้งคู่คล้ายกอดทักทายกันเล็กน้อยก่อนจิ้นอิ๋งจะหันไปค้อมศีรษะทักทายยังเถ้าแก่หลิวด้วยความนอบน้อมอย่างรู้สึกขอบคุณที่ช่วยดูแลสตรีแซ่เหมยให้ จนนางรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่สดใสขึ้นมากของพี่สาวซูฮวาเลยเชียว

           " ขอบคุณที่ช่วยดูแลพี่สาวซูฮวานะเจ้าคะท่านหลิวจื่อเค่อ ถือว่านี่เป็นของตอบแทบสำหรับเอื้อเฟื้อสถานที่ให้พี่สาวซูฮวาได้ร่ำเรียนศึกษาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาเจ้าค่ะ แล้วก็.. ชานี่เป็นของฝากจากงานเทศกาลฉงหยางนะเจ้าคะ "

           จิ้นอิ๋งหันไปมอบกล่องอาหารแห้งให้แกก่เถ้าแก่หลิวเพื่อให้ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารในโรงครัวของโรงเตี๊ยมต่อไปเป็นการตอบแทนแทนเงินทองที่อยากจะให้เสียมากกว่า ทว่าเพราะนางพอจะจำได้บ้างว่าพี่สาวซูฮวาเคยเล่าถึงการไม่ชอบเงินทองของหลิวจื่อเค่อ นางจึงเปลี่ยนเป็นของที่น่าจะทำประโยชน์ให้แก่โรงเตี๊ยมของอีกฝ่ายแทน

           พร้อมกันนั้นก็ยังมีชาชั้นดีอย่างชาเจียวกู่หลานมาฝากแก่อีกบุรุษคล้ายกับสวินอวี้เพื่อไม่ให้น้อยหน้ากัน ก่อนเด็กสาวมายิ้มเผล่แก่สตรีแซ่เหมยก่อนมอบขนมฉงหยางและชาชั้นดีไม่ต่างกันให้แก่ผู้ติดตามที่ไม่ได้ตามไปเที่ยวงานเทศกาลร่วมกันกับนาง

           " อย่างไรพี่สาวซูฮวาก็อาวุโสกว่าข้า ถือว่าให้ขนมฉลองเทศกาลฉงหยางย้อนหลังแล้วกันนะเจ้าคะ " น้ำเสียงหวานเอ่ยอย่างสดใสรับรอยยิ้มที่วาดกว้างจนดวงตาโค้งรับ ทำเอาซูฮวาที่ได้รับของนึกดีใจไม่น้อยจนอดไม่ได้ที่จะกอดกลับหาเด็กสาวตรงหน้าอีกหน แววตาดูมีความมุ่งหมายนึกตัดสินใจบางอย่างขึ้นมาได้

           " ขอบคุณแม่นางกู่มากสำหรับของตอบแทนให้โรงเตี๊ยมแล้วก็ชาของฝากนี่.. ซูฮวาเรียนได้ดีไม่ต้องเป็นห่วง อย่างไรวันนี้ก็เพิ่งเรียนจบกันไป จะพักที่นี่อีกสักคืนหรือรับกลับไปลั่วหยางด้วยกันเลยก็ตามใจแม่นางทั้งคู่เถิด "

           หลิวจื่อเค่อเอ่ยรับทั้งรอยยิ้มยินดี ก่อนจะถูกสหายข้างกายสะกิดขึ้นมาก่อนมองตามสายตาอีกฝ่ายลงยังมือของจิ้นอิ๋งที่กำลังประคองถ้วยชาดื่มที่ยามนี้มีแหวนหญ้าน้ำค้างประดับยังนิ้วมือข้างหนึ่งให้บุรุษแซ่หลิวถึงกับเงียบเสียงลงไป รวมถึงซูฮวาที่มองตามไปเห็นด้วยก็เบิกตาดูใคร่รู้ไม่ต่างกัน ดรุณีน้อยที่เพิ่งวางถ้วยชาลงได้ก็คล้ายเพิ่งสังเกตถึงบรรยากาศเงียบผิดปกติบางอย่าง ก่อนมือเรียวจะขยับเลื่อนบังแหวนอย่างร้อนตัวขึ้นมา

           " มี.. มีอะไรกันหรือเจ้าคะ "

           สวินอวี้ที่คล้ายอยากจะเอ่ยหยอกขึ้นมาก็เป็นอันต้องเงียบเสียงลงไปเหลือเพียงรอยยิ้มเจือขบขันแทน หลังได้ยินน้ำเสียงหวานของอีกสตรีที่ฟังดูลนลานไม่น้อยให้ชวนเอ็นดูจนแกล้งไม่ลง ฝั่งหลิวจื่อเค่อก็พลันยกถ้วยชาขึ้นดื่มปกปิดรอยยิ้มไม่ต่างกัน มีเพียงซูฮวาที่พลันนึกหวงจิ้นอิ๋งที่เปรียบดั่งน้องสาวของนางขึ้นมาเสียอย่างนั้นจนพาเอ่ยเปลี่ยนไปเรื่องอื่นให้ ทั้งเพื่อคลายท่าทางกระอั่กกระอ่วนของดรุณีน้อย

           และเพื่อไม่ให้นางต้องเล่าเรื่องราวบาดหัวใจพี่สาวไม่แท้เช่นนางที่ราวกับต้องเตรียมใจไว้ก่อนที่เด็กสาวจะออกเรือนเช่นนี้!

           " จริงด้วย ตอนที่อิ๋งเอ๋อร์ไม่อยู่ ข้าได้แวะไปลั่วหยางแล้วเจอบัณฑิตแซ่เหลียงผู้หนึ่งมาแจกปลาให้ชาวเมืองด้วยล่ะเจ้าค่ะ เห็นว่าเป็นผู้ติดตามของสตรีนาม.. น่าจะ ซุนเฟินเยว่ เจ้าค่ะ นางให้ปลามาแจกชาวบ้านรวมเกือบ 400 กว่าตัวเชียวนะเจ้าคะ เหมือนจะแบ่งแจกคนละ 20 ตัวน่ะเจ้าค่ะ! ประเดี๋ยวปลาที่ได้ข้าจะเอามาให้อิ๋งเอ๋อร์อีกทีนะเจ้าคะ "

           และได้ผลเป็นอย่างดีเมื่อได้ยินเรื่องราวแจกปลาเป็นร้อยเสียขนาดนั้นจากสตรีแซ่เหมย จิ้นอิ๋งก็แทบหายกระดากอายหลุดแสดงสีหน้าตกใจกับเรื่องราวนั้นไปแทน ก่อนถามไถ่ให้แน่ใจเกี่ยวกับสตรีแปลกหน้าผู้ใจดีคนนั้นกับผู้ติดตามบัณฑิต

           กระทั่งมั่นใจว่าซูฮวาได้ให้ของตอบแทนอีกฝ่ายไปด้วยแล้ว นางถึงหันมาสนใจยังอีกสองบุรุษและเอ่ยถามเรื่องช่วงที่สตรีแซ่เหมยมาอยู่ด้วยแทน รวมถึงพาคุยไปถึงช่วงยามวันเทศกาลฉงหยางด้วยเช่นกันว่าทำอะไรกันบ้าง โดยในตอนที่จิ้นอิ๋งโดนย้อนถาม นางก็เล่าเน้นเพียงส่วนที่ไปปีนเขากับท่านจอมยุทธ์แซ่หลิวเสียมากกว่า กระทั่งเริ่มโดนถามเกี่ยวกับตอนที่นางเที่ยวกับกัวเจีย เด็กสาวก็คล้ายเริ่มอ้ำอึ้งและเล่าเพียงผ่าน ๆ ก่อนสักพักนางจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวกับความลนลานที่เกิดขึ้นของตัวนางเองจนเอ่ยอ้างขอตัวไปเยี่ยมถานเจ๋อในเมืองลั่วหยางต่อไปอย่างเร่งร้อน

           ซึ่งซูฮวาก็ขอตัวลาไปด้วย โดยที่อีกสองบุรุษก็ไม่ได้เอ่ยรั้งอะไรมากไปกว่ายกยิ้มส่งหาให้สองสตรีเดินทางปลอดภัย



มอบ กล่อง[อาหารแห้ง] ให้แก่โรงเตี๊ยมชิงหมิง
.
ลักษณะนิสัยใจกว้าง
+15 EXP ทุกครั้งที่โรลแบ่งปันข้าวของบริจาคด้วยความเมตตาให้ผู้อื่น
-20 ความเครียดเมื่อโรลบริจาคของให้คนอื่น

ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
สวินอวี้
เหมยซูฮวา
หลิวจื่อเค่อ
[029] มอบ ชาเจียวกู่หลาน ให้

สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [029] ธาตุน้ำ - เราข่มอีกฝ่าย
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี
ลักษณะนิสัยใจกว้าง
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน

[159] มอบ ชาเจียวกู่หลาน ให้
(ขนมฉงหยางให้ตามเนื้อเรื่อง)
สถานะธาตุหลัก : +20 ความสัมพันธ์ [159] ธาตุไฟ - เกื้อหนุนเรา
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี
ลักษณะนิสัยใจกว้าง
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน

[171] มอบ ชาเจียวกู่หลาน ให้

สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [171] ธาตุน้ำ - เราข่มอีกฝ่าย
สถานะปีนักษัตร : +20 ความสัมพันธ์ [171] ปีมะโรง - ถูกโฉลก
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-10-16 23:08:14



.: แผนผังคนมางานเลี้ยง :.
* กติกาการโรลเพลย์ ให้โรลพูดคุยแบบปกติพบปะสังสรรค์ปกติต่างคนต่างไม่รู้ว่าเป็นใคร *
* ท้ายโรลเพลย์ แจ้งบัตรคิว [หมายเลข] งานเลี้ยง แทน ID NPC *
++  NPC ผู้ใหญ่ จะสวมหน้ากากขาวที่หาได้ทั่วไป
เครื่องแต่งกายสไตล์จีนปกติ *
- ส่วนเด็ก ๆให้สอบถามหลังไมค์สำหรับคนจะเจอเด็ก -






.: เสี่ยวเอ้อห์ดูแลแขกในงาน :.
* 1 ในเสี่ยวเอ้อห์มี [103]  ผาง เอ๋อ (จ้าว เอ๋อ) ที่แต่งตัวเข้ากับธีมฮาโลวีน สามารถให้ของขวัญได้ แต่หากให้ผิดคนจะไม่ได้ความสัมพันธ์ *














.: ลำดับเวลาในงานเลี้ยง :.
* โพสต์เวลาใดก็ได้ แต่เวลาที่ลงของท่านต่อให้โพสต์ 09.00 ก็คือเวลาในโรล 15.00 = เสียเวลาช่วงเช้าไปโดยไม่ได้โรลทำอะไร *

เอฟเฟคโถงจัดเลี้ยง: +15 EXP แก่ผู้ร่วมงานเลี้ยง
เอฟเฟคบัพเต้นรำคู่ภายใต้หน้ากากแบบโรมัน (บัพเสริมโถงจัดเลี้ยงที่ซื้อจากพ่อค้าตะวันตก): +10 EXP แก่ผู้จับคู่เต้นรำ
เอฟเฟคโคโรลเพลย์ Member ด้วยกัน: +7 Point





:คำเตือนอ่านก่อน:
ในช่วงเวลาเดียวกัน อาทิ 15.00 - 18.00 ของโรล หากใครเจอ NPC คนไหนแล้ว คนถัดมาไม่สามารถเจอได้ถูกลบโรลทันที
หากจะเจอ NPC คนเดียวกันในช่วงเวลานั้น อาทิ ชมการแสดง 20.00 - 21.00 จะนั่งชมกับ NPC [เอ้อสืออู่] จะต้องโคโรลเพลย์กับ Member คนแรก
โดยคนที่มาทีหลังให้โรลทีว่า มาขอนั่งด้วยคนกับ NPC เอ้อสืออู่ และ Member คนนั้น แล้วลากโรล Member คนแรกด้วย เพื่อให้ Member คนแรกตอบโรล




15.00 - 18.00 น.
- เข้างานเลี้ยง | พร้อมแสดงบัตรเชิญ  หรือ จดหมายรับรองจากมิตรของมิตรสหายของเถ้าแก่ และหนังสือรับรองชื่อของทางการ
และรับบัตรคิว โดยบัตรคิวท่านจะต่อ NPC คนสุดท้ายในแผนผัง คือ [ซานสือเอ้อ] คนจากนี้ก็จะได้คิว [ซานสือซาน] เป็นต้นไป
- พนักงานต้อนรับจะกำชับคุณว่า ห้ามถอดหน้ากากและแนะนำตัวกับใครเด็ดขาด หากอยากรู้จักให้ส่งซิกนัดหลังเลิกงาน


18.00 - 20.00 น.
- พ่อแม่ที่พาลูก ๆ มาจะพาเด็ก ๆ ไปโซนเด็กให้ได้เล่นของเล่น ทานอาหาร ชาอย่างมีอรรถรส พร้อมพี่เลี้ยงดูแลครบครัน
* คุณจะแวบไปหาเด็ก ๆ ได้นะ แต่อย่าทำอะไรไม่ดี มิเช่นนั้นจะโดนผู้คุมที่เถ้าแก่จ้างมา (lv 95) ไล่คุณออกจากหอ *
- ไปยังโถงจัดเลี้ยงเพื่อร่วมดื่มกิน อาหาร สุรา ชาไม่อั้น
  
20.00 - 21.00 น.
- ชมการแสดงบทละคร 2 ช่วง ช่วงละครึ่งชั่วโมง ช่วงแรก "เพลงฉู่รอบด้าน นาที 17.15-39.15 ให้ประยุกต์ถอดมาโรลเป็นการแสดง"
ช่วงสอง "ฮั่นเกาจู่สถาปนาราชวงศ์ฮั่น"
- ระหว่างชมการแสดงสามารถเลือกได้ว่าจะชมการแสดงกับใครคนไหนก็ได้
- หลังชมการแสดงแล้ว คุณจะมีเวลาคนละครึ่งเค่อ (7 นาที) พบปะ NPC นักแสดงแต่ละบทบาท หากคนไหนพบนักแสดงหลิวปังก่อน
คนต่อไปต้องโรลด้วยว่า Member
- พบนักแสดงมีแค่โรลนี้ จากนี้นักแสดงจะเก็บตัว ออกมาช่วงรำคู่


21.00 - 21.30 น.
- เถ้าแก่หลิวขึ้นเวทีประกาศกาารประกวด ขับขานลำนำบทกวีลำนำ และ งานศิลป์ ผู้ที่จะนำผลงานหรือร่ายบทกวีให้คนในงานฟังขึ้นมาได้เลย

(แต่งบทกวีลำนำ)
รางวัลผู้ชนะ บทกวีเป็นที่โจษขานผู้คนในงาน - 600 ตำลึงทอง , ตำราบทเพลงเฟิ่งฉิวหวง , +40 EXP , 7 Point

(วาดภาพด้วยตัวเอง หากเป็นวาดกระดาษให้ใช้ App สแกนเนอร์มือถือ - ก้านปลาก็ได้ถ้ากล้าโชว์ NPC แต่คุณจะเป็นที่จดจำ NPC มากมาย อิอิ)
รางวัลผู้ชนะ ภาพวาดเอกลักษณ์ค่ำคืนผีหรรษาในสไตล์ต้าฮั่น - 600 ตำลึงทอง , พู่กันเหวิ่นเซ่า , +40 EXP , 7 Point
(อาวุธที่ทำออกมาคล้ายพู่กัน ด้ามยาวเท่าทวน เพียงแต่ปลายเป็นขนพู่กันแทนของมีคม)

รางวัลปลอบใจจากเถ้าแก่หลิวทั้งสองรายการ: 300 ตำลึงเงิน , +20 EXP

* ต่อให้มีผู้ขึ้นเวทีคนเดียว แต่หากไม่ผ่านเกณฑ์ก็ได้ปลอบใจ *
- สร้างสตอรี่อิสระในการรับฟังผู้ประกวด หรือ ขึ้นประกวดเอง โดยในโรลเพลย์ให้โรลเรียงลำดับของคนที่ขึ้นก่อนหน้าคนแรก

21.35 - 22.00 น.
- เถ้าแก่หลิวขึ้นเวทีประกาศการประกวด รวมไปถึงประกาศหน้ากากแฟนซี
- สร้างสตอรี่โรลเริ่มงานเต้นรำหลังเถ้าแก่หลิวประกาศ
- สำหรับเพศหญิงให้เขียนโรลค้างไว้ที่ สิ้นสุดทุกคนพากันจับคู่ รอ NPC ชายมาขอจับคู่รำ
- สำหรับเพศชายเดินไปขอ NPC หรือ Member หญิงรำ

22.30 - 23.30 น.
- สร้างสตอรี่ร่ายรำอิสระหลังได้คู่แล้ว
- หลังจาก 23.30 เป็นต้นไปให้ทุกคนกิน ดื่มสุราไม่อั้น หรือ ซื้อของจากพ่อค้าวัตถุดิบที่เถ้าแก่เชิญมา
- ก่อนกลับให้ทุกคนมารับซองแดงจากเถ้าแก่หลิว คนละ 50 ตำลึงทอง และ แถม สุรานารีแดง คนละ 2 ไห และ
เอฟเฟคโถงจัดเลี้ยง: +15 EXP แก่ผู้ร่วมงานเลี้ยง





หมายเหตุ: จะเจอกี่คนก็ได้ ขอให้มีสตอรี่เมคเช้น และ การพูดคุยแต่ละคนไม่สั้นเกินไป อาทิสายโรล 5K 1 คน = เจอ 10 คน
โรลท่านก็จะราว ๆ 30-50K เพื่อให้สอดคล้องเนื้อหาสตอรี่ที่เจอหลายคน เพราะแต่ละคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน กระจายกันสนุกกับงานเลี้ยง

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้