เจ้าของ: Watcher

[ตะวันออกของด่านหู่เหลากวน] โรงเตี๊ยมชิงหมิง

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2021-10-7 22:18:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลพูดคุย



"ท่านจื่อ เค่อท่านคิดว่าอนาคตนั้นมันจะเป็นเช่นไรกันสำหรับข้านั้นอนาคตมักเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนอยู่ตลอดเวลาเพราะแบบนั้นแล้วการที่เราจะคาดหวังให้อนาคตนั้นเป็นไปตามที่เราต้องการนั้นอย่างที่เราคิดทุกอย่างนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกนะท่าน แต่ข้านั้นก็มีความเชื่อว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปได้ถ้าเกิดว่าปัจจุบันนั้นเราทำสิ่งใดที่มันดีอยู่แล้ว ก็เปรียบเหมือนกันกับที่เราหว่านพืชเช่นไรก็มักได้ผลเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน แต่ความไม่แน่นอนมันคือความแน่นอนอยู่เสมอ ท่านอาจะสงสัยว่าทำไมข้าถึงพูดอะไรแปลกๆในวันนี้กันนั้นก็อย่าได้ตกใจไป ข้าก็เพียงแค่กำลังคิดถึงอนาคตในวันหน้านั้นมันจะเป็นเช่นไรกัน ฮ่องเต้ตอนนี้ก็มีเหมือนไม่มีเพราะอำนาจนั้นตกไปอยู่ในมือของเหล่าขันทีตอนนี้หมดแล้วยังไม่นับที่บ้านเมืองตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยเหล่าโจรโผกผ้าเหลืองที่ก็เป็นประชาชนเหมือนกันแต่ว่าเพราะคำเชื่อคำสอนผิดๆของลัทธิไท่ผิงนั้นกลับทำให้มีคนหลงเชื่อเยอะขนาดนี้แล้วสุดท้ายผลของมันกลับย้อนมาทำร้ายผู้คนได้มากขนาดนี้ ข้านั้นเชื่อในการกลับตัวกลับใจของคนเรา ว่าทุกคนนั้นมีโอกาศในการกลับตัวกลับใจของผู้คนนั้นเอง แต่ถ้าใครทำความผิดมากจนให้อภัยไม่ได้การที่ให้อีกฝ่ายนั้นได้ไปชดใช้ความผิดของตนเองนั้นก็สมควร"

"ก็อย่างที่ท่านว่าตอนนี้นั่นมันก็น่าห่วงจริงๆที่พวกโจรผ้าเหลืองนั้นมันทำแบบนี้แต่ข้าก็ไม่รู้หรอกนะท่านนักบวชว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้"

พร้อมกับที่ทั้งคู่นั้นเพียงยิ้มให้กันก่อนจะจิบชากันอย่างใช้ความคิดว่าอนาคตของแผ่นดินนั้นมันจะเป็นอย่างไรกันแน่เพราะว่าตอนนี้นั้น ยังไม่มีใครมั่นใจว่าอนาคตนั้นจะเป็นไปตามที่ตนเองคิดเอาไว้ทุกอย่าง เหมือนอย่างที่ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน เพราะแบบนั้นทั้งสองคนจึงใช้เวลาในการพูดคุยกันนานมากกว่าเดิมจากที่เคยนั่งคุยที่ผ่านมาแต่ว่าก็ไม่เชิงจะพูดกันหรอกนักเพราะว่าน่าจะเรียกว่าเป็นการนั่งใช้ความคิดกันในโต๊ะเดียวกันแบบนี้นั้นจะเหมาะมากกว่านั้นเอง


ใช้ลักษณะนิสัยยติ่งหูยาว

-10ผู้ให้ความสนใจ

หูยาว

+5 EXP เมื่อโรลสร้างความสัมพันกับคนอื่นก่อน

+15ความสัมพันธ์กันคนที่คุยด้วย

มอบไอเทม ชาเจียวกู่หลาน ให้NPC 171


@Webmaster


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-10-8 20:28:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด

แวะทักทายอาจารย์
.
.
.

          " ท่านอาจารย์ของพี่สาวซูฮวาชอบสิ่งใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ "

          จิ้นอิ๋งเอ่ยถามหลังจากทั้งสามมาเยือนถึงยังเขตเมืองลั่วหยางและไล่เรียงหาของเพื่อซื้อไปฝากผู้เป็นอาจารย์ของอีกสตรี ซึ่งซูฮวาก็คล้ายนิ่งคิดไปเล็กน้อยก่อนเดินเลยไปยังส่วนของร้านค้าที่ขายเหล่าใบชาต่าง ๆ ให้เด็กสาวพลอยโล่งใจขึ้นมาว่าครั้งที่แล้วเอาชาดีไปให้เถ้าแก่หลิวผู้นั้นเพื่อขอใช้ครัวไม่แคล้วเป็นของที่ชอบพอดี

          ซึ่งหลังได้รับการยืนยันว่าอาจารย์ท่านชอบอื่มชา จิ้นอิ๋งจึงออกปากบอกว่ามีชาดีจากงานบุญพอดี ซึ่งเป็นชาชั้นยอดที่ทั้งสามได้ลองลิ้มชิมไปแล้ว สตรีแซ่เหมยก็พลันพยักใบหน้ารับอย่างสนับสนุนขึ้นมายามเมื่อนึกได้ว่าชาที่ดรุณีน้อยมีนั้นเป็นชาที่ดีเลยเชียว ทำให้ทั้งสามเดินทางต่อไปยังด่านหู่เหลากวนได้รวดเร็วมากขึ้น โดยระหว่างที่ขี่ม้ากันอย่างไม่เร่งร้อน จิ้นอิ๋งก็พลันชะโงกใบหน้าหันหาคนที่นั่งซ้อนหลังม้าตนเพื่อเอ่ยถามบางสิ่งที่รู้สึกคาใจมาสักพัก

          " อาจารย์ของพี่สาวซูฮวาเนี่ย… พี่สาวไปเจอได้อย่างไรหรือเจ้าคะ "

          เหมยซูฮวาที่พอรู้ว่าเด็กสาวหมายถึงอะไร เพราะก่อนหน้าตนได้เอ่ยถึงชื่อจริงของผู้เป็นอาจารย์ไปซึ่งแซ่ของอีกฝ่ายก็ค่อนข้างเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว กระนั้นนางกลับหลุดหัวเราะขบขันออกมาเสียก่อนจะได้เอ่ยตอบเด็กสาวไป เนื่องจากจิ้นอิ๋งเคยพบหน้าและรู้แซ่ของผู้เป็นอาจารย์นางมาก่อนหน้าแล้ว แต่เพิ่งจะมาเอะใจเอายามนี้ ไม่แคล้วตอนนั้นสนใจแต่จะเร่งทำภัตตาหารให้คณะหลวงจีนเป็นแน่

          " ก็.. ข้าได้ยินชื่อเสียงถึงความรู้ของท่านอาจารย์หลิวมาก่อนน่ะเจ้าค่ะ ซ้ำยังเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของสกุลหลิวที่สืบเชื้อสายของฮั่นอู่ตี้ด้วย ข้าเลยอยากพาลรู้ถึงนิสัยใจคอ ซึ่งท่านอาจารย์ราวน้ำนิ่งไหลลึกยากหยั่งถึงนักเจ้าค่ะ กระนั้นก็เป็นคนที่รักครอบครัวมากเลยเชียว "

          ซูฮวายังกล่าวบรรยายต่อถึงความดีความชอบถึงผู้เป็นอาจารย์ที่มีเชื้อสายตรงกับเชื้อพระวงศ์ต่อไปอย่างชื่นชมจนไม่ได้สังเกตว่าเด็กสาวตรงหน้าเงียบหายไม่ขานรับสิ่งใดมาครู่หนึ่งแล้ว ดวงหน้าหวานที่มองตรงไปข้างหน้ายามนี้คล้ายซีดเซียวลงไม่น้อย แววตาก็พลันไหวระริกด้วยความตกใจระคนหวาดเกรง

          ครั้งสุดท้ายที่เจอ เรา… เสียมารยาทอะไรกับท่านเถ้าแก่หรือไม่นะ
          แล้วแซ่หลิวเนี่ย.. งั้นท่านจอมยุทธ์หลิวก็… ท่าน…..

          จิ้นอิ๋ง เจ้าซวยแล้ว!
          .
          .
          ยามมาถึงยังโรงเตี๊ยมชิงหมิงในยามเว่ย จากที่คิดว่าคงมาพบหน้าอาจารย์ของสตรีแซ่เหมยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในตอนนี้จิ้นอิ๋งกลับแทบเกร็งไปทั้งหน้า ริมฝีปากเล็กก็ถูกขบเสียซับสี ใบหน้าซีดเซียวจนซูฮวาต้องคอยลูบปลอบเด็กสาวเป็นการณ์ใหญ่ไม่ให้คิดมาก แม้จิ้นอิ๋งจะพยายามฝืนยิ้มให้แก่อีกสตรีได้เห็น แต่คนที่รักษากิริยาดีมาเสมอในยามนี้แทบจะเดินสะดุดลมอยู่หลายคราให้ซูฮวานึกเป็นห่วงไม่น้อยเลยเชียว

          " ข้าขอพบท่านอาจารย์หลิวจื่อเค่อได้หรือไม่เจ้าค่ะ ฝากบอกว่าศิษย์แซ่เหมยอยากเยี่ยมพบท่านน่ะเจ้าค่ะ "

          ยามเมื่อเข้ามาภายใน ซูฮวาก็เอ่ยเรียกรั้งเสี่ยวเอ้อร์คนหนึ่งเอาไว้เพื่อให้แจ้งการมาเยือนของตนให้แก่ผู้เป็นอาจารย์เพื่อขอพบ ซึ่งอีกฝ่ายที่ได้ยินว่าสตรีตรงหน้าเป็นลูกศิษย์ของเถ้าแก่ก็พยักหน้ารับเสียแข็งขัน ก่อนจะเดินเข้าไปแจ้งบอกให้แก่เจ้าของโรงเตี๊ยมให้ ซึ่งใช้เวลาไม่นานเสี่ยวเอ้อร์ก็มาเชิญสองสตรีให้ไปนั่งยังโต๊ะหนึ่งด้านในสุดของตัวโรงเตี๊ยม ส่วนถานเจ๋อได้อาสาจองห้องพักให้แก่ผู้เป็นนายก่อนจะแยกตัวออกมา

          ในตอนนี้ที่สองอาจารย์ศิษย์ได้นั่งเผชิญหน้าและคารวะทั้งหลายเสร็จสิ้น จึงมีเด็กสาวแปลกหน้านั่งเกร็งข้าง ๆ สตรีแซ่เหมยด้วยให้เถ้าแก่หลิวหรืออาจารย์หลิวของซูฮวามองทั้งคิ้วขมวดอย่างนึกใคร่รู้ขึ้นมา

          " หายหน้าหายตาเชียวซูฮวา.. แล้วข้าง ๆ เจ้าคือ? "

          " แม่นางผู้นี้คือ กู่จิ้นอิ๋ง เจ้าค่ะ เป็นผู้ทีช่วยเหลือข้าเอาไว้จากโจรโพกผ้าเหลือง… ที่กระทำไม่ดีกับข้าไว้เจ้าค่ะ ยามนี้ข้าเพิ่งจะรักษาตัวได้ระดับหนึ่งจึงเข้ามาคารวะท่านอาจารย์หลังได้ยินว่าท่านได้ทำการเปิดโรงเตี๊ยมแถวด่านหู่เหลากวนเจ้าค่ะ ..แล้วก็นี่ ชาหลินไห่ผานหาว เป็นชาที่ข้าและอิ๋งเอ๋อร์ตั้งใจเอามามอบให้แก่ท่านอาจารย์เจ้าค่ะ "

          สิ้นคำของซูฮวา ชาชั้นดีก็ถูกส่งมอบให้แก่อาจารย์หลิวได้รับไว้ ซึ่งอีกบุรุษเพียงรับมาเงียบ ๆ และนิ่งไปราวทบทวนคำพูดของผู้เป็นลูกศิษย์อยู่ครู่หนึ่ง คาดเดาจากที่ทางครอบครัวของอีกฝ่ายเคยเดินทางมาหาตนและเอ่ยถามไถ่ถึงลูกสาว ทำให้พอเข้าใจเรื่องราวขึ้นมาว่าซูฮวาที่เคยหนีบ้านไปกับบุรุษผู้หนึ่ง ไม่แคล้วถูกความรักบังตาและโดนกระทำหยามน้ำใจและได้อีกสตรีที่ยังดูเยาว์วัยผู้นั้นช่วยเหลือเอาไว้

          ด้วยไม่รู้ศิษย์ตนโดยทำร้ายทางจิตใจมามากเพียงใด หลิวจื่อเค่อจึงคิดว่าจะไม่เอ่ยถึงครอบครัวของศิษย์แซ่เหมยให้ยิ่งบอบช้ำ และเปลี่ยนเป็นพูดคุยกับจิ้นอิ๋งที่มีบุญคุณกับศิษย์ของตนแทน

          " เช่นนั้นหรือ.. ข้าหลิวจื่อเค่อต้องขอบคุณแม่นางกู่มากที่ช่วยเหลือศิษย์ของข้าเอาไว้ อย่างไรถ้านางติดตามแม่นางอยู่ ก็ฝากดูแลศิษย์ของข้าด้วย.. แม้ซูฮวาไม่เก่งกาจด้านกำลัง แต่ด้านความรู้ที่ข้าช่วยสอนให้คงเป็นประโยชน์แก่ตัวแม่นางไม่มากก็น้อย "

          บรรยากาศที่เป็นมิตรมากขึ้นกว่าตอนที่จิ้นอิ๋งเคยพบกับอีกฝ่ายในคราแรกที่พาคณะหลวงจีนผ่านโรงเตี๊ยมมาทำให้คนที่นั่งหน้าเกร็งค่อยคอยแย้มยิ้มออกมาน้อย ๆ ศีรษะพลันค้อมหาราวกับว่ารับปากเรื่องที่จะดูแลพี่สาวซูฮวาให้ดี ก่อนเด็กสาวจะเอ่ยให้บุรุษตรงหน้าสบายใจในเรื่องการมีอยู่ของสตรีแซ่เหมยที่ร่วมเดินทางมากับนางนั้นเป็นเรื่องที่ดีมาตลอด

          " ท่านหลิวโปรดวางใจ ข้าจะดูแลศิษย์ท่านที่ติดตามข้ามาแล้วให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ .. แล้วศิษย์ท่านก็มีความคิดความอ่านที่ดีงามมาก นางคอยกล่าวเตือนและให้คำแนะนำดี ๆ แก่ตัวข้าหลายอย่างเลยเชียวเจ้าค่ะ " จิ้นอิ๋งเอ่ยชมหาถึงซูฮวาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาสตรีแซ่เหมยที่ได้ยินแทบหลุบสายตาซ่อนร่องรอยความดีใจเอาไว้ไม่ทัน

          ท่าทางที่เข้ากันได้ดีของสองสตรีนั้นทำให้หลิวจื่อเค่อค่อนข้างวางใจไม่น้อย ทั้งสามจึงพูดคุยกันและอยู่ดื่มชาที่จิ้นอิ๋งและซูฮวาได้มอบให้ร่วมกันครู่หนึ่ง เถ้าแก่ของร้านก็คล้ายเตรียมขอตัวเพื่อกลับไปดูแลโรงเตี๊ยมต่อไป ซึ่งซูฮวาก็เอ่ยอาสาช่วยงานอาจารย์จนได้เข้าไปช่วยดูแลเรื่องเสิร์ฟอาหาร และลับหลังสตรีแซ่เหมย จิ้นอิ๋งที่ไม่รู้จะทำสิ่งใดก็กะจะลองเดินชมสถานที่โดยรอบของโรงเตี๊ยมชิงหมิงที่นางอดรู้สึกชื่นชมไม่น้อยตั้งแต่ที่มาเมื่อคราคุ้มครองคณะหลวงจีน ทว่ายังไม่ทันที่ดรุณีน้อยจะได้เดินออกไปกลับถูกเอ่ยรั้งจากหลิวจื่อเค่อไว้เสียก่อน

          " แม่นางกู่.. ข้าขอถามอีกสักเรื่องหนึ่งเถิด เจ้ารู้อยู่ใช่หรือไม่ว่าครอบครัวของซูฮวากำลังตามหาตัวนางอยู่ "

          คำกล่าวนั้นเรียกความสนใจของเด็กสาวได้เป็นอย่างดี เพราะตัวจิ้นอิ๋งรับรู้ได้มาตลอด ทว่าตัวสตรีแซ่เหมยที่ยังไม่หายจากอาการป่วยทางจิตดี ไหนเลยจะรู้สึกผิดต่อครอบครัวที่เคยดื้อรั้นออกจากบ้านตามความรักจนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่สมควรนั้นอีก ทุกสิ่งล้วนน่าเห็นใจจนดรุณีน้อยไม่อาจใจแข็งพอที่จะบังคับให้ซูฮวาต้องทำอะไรที่ฝืนใจ ยามเมื่อโดนเอ่ยย้ำในเรื่องที่เฝ้าคิดมาตลอด ดวงหน้าหวานพลันฉายความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด

          " คล้ายเจ้าจะรู้.. อย่างไรก็ควรปล่อยให้นางเจอกับครอบครัวบ้างนะแม่นาง ถึงจะเป็นผู้ติดตามเจ้าแล้วก็ตาม " หลิวจื่อเค่อเอ่ยน้ำเสียงแกมดุหลังคาดเดาและเข้าใจผิดไปว่าเป็นตัวจิ้นอิ๋งที่ไม่ยอมให้สตรีแซ่เหมยกลับบ้าน เป็นเหตุให้เด็กสาวต้องเร่งโบกมือปัดปฏิเสธไม่ให้เรื่องบานปลายไปเสียก่อน

          " เปล่าเจ้าค่ะ! ข้าไม่เคยห้ามพี่สาวซูฮวาให้กลับบ้านนะเจ้าคะ… แค่ แค่ตอนนี้พี่สาวซูฮวาละอายใจเกินกว่าจะกลับน่ะเจ้าค่ะ แต่หากเมื่อใดที่พี่สาวหายป่วยดีและพร้อมเจอครอบครัวข้าก็ไม่คิดรั้งใดเลยนะเจ้าคะ "

          หลังได้ยินความจริง เถ้าแก่หลิวก็คล้ายค้อมหัวขออภัยแก่เด็กสาว ก่อนจะค่อยเผยรอยยิ้มออกมาอย่างสบายใจที่อย่างน้อยคนที่ศิษย์ตนได้ติดตามนี้ก็เป็นบุคคลที่จิตใจดีไม่น้อย จิ้นอิ๋งที่พอรับรู้ได้ถึงบรรยากาศจึงอดส่งรอยยิ้มจนดวงตาโค้งรับด้วยความยินดีกลับไปด้วยไม่ได้ ก่อนหลังเห็นว่าอีกบุรุษไม่ได้มีธุระเอ่ยคุยอะไรกับตนแล้ว นางจึงพลันโค้งตัวลาเพื่อขอตัวไปดูสถานที่รอบ ๆ ตามที่ตั้งใจเอาไว้



[171] มอบ ชาหลินไห่ผานหาว ให้
.
ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [171] ธาตุน้ำ - เราข่มอีกฝ่าย
สถานะปีนักษัตร : +20 ความสัมพันธ์ [171] ปีมะโรง - ถูกโฉลก
.
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-8 22:21:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด

รับจดหมายตอบกลับ
สหายตอบรับร่วมดูงานประลอง
.
.

          ในช่วงยามโหย่วที่จิ้นอิ๋งเพิ่งทานอาหารเย็นร่วมกับผู้ติดตามเสร็จ นางก็กลับมาดูยังลำธารและน้ำตกใสรอบโรงเตี๊ยมอีกหน เฝ้ามองยังตัวปลาที่แหวกว่ายในนั้นอย่างชอบใจพร้อมโปรยอาหารที่ได้รับจากโรงครัวของโรงเตี๊ยมชิงหมิงอย่างเพลิดเพลิน รู้ตัวอีกทีก็มีผู้ส่งมอบจดหมายฉบับหนึ่งให้แก่นาง จิ้นอิ๋งที่โปรยอาหารจนเสร็จพอดีพลันปัดเศษอาหารในมือออกอีกเล็กน้อยก่อนรับจดหมายมาพร้อมค้อมกายขอบคุณให้แก่ผู้ส่งสาร

          จนเปิดอ่านเนื้อความภายในได้ ดรุณีน้อยก็เผลอชะงักไปเล็กน้อยกับคำขึ้นต้นจดหมายที่เรียกชื่อเล่นที่นางไม่ค่อยได้ยินขึ้นมาให้พลันรู้สึกไม่ชินนัก ถึงอย่างนั้นจิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ถือสาอะไรมากเพราะหากคิดอีกแง่อีกฝ่ายก็อาจจะรู้สึกสนิทใจกับนางมากขึ้นด้วยก็ได้ถึงกล้าเรียกชื่อนางเช่นนี้ เรียกรอยยิ้มของเด็กสาวให้เผยออกแต้มจางก่อนหลังกวาดสายตาอ่านเนื้อความในจดหมาย รอยยิ้มก็ยิ่งแย้มกว้างประดับ

          ทว่าสักพักกลับเลือนลงน้อย ๆ กลายเป็นดวงหน้าหวานนั้นมีสีหน้าดูตกอกตกใจขึ้นมาแทน เมื่อนึกได้ว่าสถานที่ในจดหมายคือโรงเตี๊ยมชิงหมิงที่นางอยู่ ทั้งสหายแซ่กัวยังบอกอีกว่าเป็นโรงเตี๊ยมของสหายอีกเสียด้วย

          สหาย? ท่านหลิวที่เป็นอาจารย์ของพี่สาวซูฮวา
          .
          ก็เป็นสหายของท่านกัวฟ่งเสี้ยวด้วยงั้นหรือ?....

          จิ้นอิ๋งคล้ายอยากจะกลั้นใจให้ตัวเองเป็นลมไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่สุดท้ายก็ได้แต่พยายามตั้งสติอยู่สักพักถึงอ่านยังเวลานัดหมายอีกหนแล้วค่อยเก็บจดหมายเอาไว้ ความอยากชมธรรมชาติแทบจะหายไปเสียหมดที่เหล่าคนรอบตัวที่นางรู้จักชักจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว ริมฝีปากถูกเม้มแน่นดูครุ่นคิดหนักระหว่างท่ผินเบือนจากลำธารและเดินกลับเข้าโรงเตี๊ยมไป

          .
          ยามเข้ามาในห้องพักได้ซูฮวาที่เห็นสีหน้าดูเหนื่อยล้าของเด็กสาวก็พลันชวนให้ไปอาบน้ำด้วยกันเพื่อหวังให้ดรุณีน้อยกลับมายิ้มแย้มอีกหน ซึ่งทันทีที่ร่างเล็กลงแช่ในถังน้ำไม้ได้ ดวงหน้านวลก็สดใสขึ้นมาจริง ๆ พลอยทำให้คนที่กำลังช่วยสระเรือนผมสีปีกกาให้เด็กสาวพลอยยิ้มออกมาด้วย

          " อิ๋งเอ๋อร์เจ้าคะ.. พอดีข้ามีเรื่องอยากขออิ๋งเอ๋อร์เสียหน่อย พอจะรับฟังไว้ได้หรือไม่เจ้าคะ? "

          " หืม? ทำไมต้องเกรงอกเกรงใจข้าขนาดนั้นด้วยเล่าเจ้าคะพี่ซูฮวา ขอมาได้เลยเจ้าค่ะ " จิ้นอิ๋งที่กำลังแหงนหน้าหลับตาพริ้มรับสัมผัสนวดแผ่วยังศีรษะพลันหลุดเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะออกมาน้อย ๆ หลังได้ยินคำกล่าวเสียเป็นการเป็นงานของอีกสตรี

          " คือ.. หลังวันประลองข้าว่าจะขออยู่ร่ำเรียนกับอาจารย์หลิวสักหนึ่งอาทิตย์น่ะเจ้าค่ะ อาจไม่ได้ติดตามอิ๋งเอ๋อร์ในช่วงนั้น พอจะได้หรือไม่เจ้าคะ? " น้ำเสียงของซูฮวายังเต็มไปด้วยความเกรงอกเกรงใจตลอด ทว่าหลังจากที่เด็กสาวได้รับฟังก็ลืมตามองสบหาคนที่สระผมให้ทั้งรอยยิ้ม ดูเต็มใจไม่น้อยที่จะให้สตรีแซ่เหมยได้เล่าเรียนกับบุคคลที่คุ้นเคย

          " ได้เลยเจ้าค่ะ ซูฮวาอยู่เรียนตามสบายเลยนะเจ้าค่ะ อย่างไรข้าก็ยังวนเวียนอยู่กวนจงกับถานเจ๋ออยู่แล้วเพราะต้องไปหาแม่นางเจิ้งด้วยเจ้าค่ะ "

          ได้ยินคำตอบเช่นนั้นซูฮวาก็พลอยโล่งใจไปด้วย ก่อนค่อยคอยราดน้ำล้างยังน้ำข้าวที่ช่วยสระล้างที่เรือนผมของจิ้นอิ๋งออก ก่อนจะเป็นฝ่ายผลัดให้ดรุณีน้อยได้สระผมให้ตนบ้าง จนเวลาผันผ่านไปหลายเค่อสองสตรีจึงออกมาจากห้องอาบน้ำได้ด้วยเนื้อตัวแสนสะอาดสะอ้านเตรียมเข้านอน ซึ่งก่อนเข้าห้องพักเด็กสาวก็ไม่ลืมเล่าถึงเนื้อความในจดหมายของสหายให้แก่ผู้ติดตามทั้งซูฮวาและถานเจ๋อฟังไปด้วย

          ซึ่งซูฮวาก็อดรู้สึกบังเอิญขึ้นมาไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสหายของเด็กสาว เช่นเดียวกับจิ้นอิ๋งที่คิดไม่ต่างกันทว่าตอนนี้เริ่มจะปล่อยวางลงได้บ้างแล้ว ส่วนถานเจ๋อที่ไม่ได้จดจำหรือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสหายสองสตรีนี้ พลันคิดได้แค่ว่าจะมีคนรู้จักมาดูการประลองแข่งเพิ่มให้พลอยรู้สึกเกร็งขึ้นมาอย่างประหลาดก็เท่านั้น...



เหมยซูฮวา ตกลงร่วมร่ำเรียนกับอาจารย์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-8 22:42:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย JiTianTao เมื่อ 2021-10-8 22:46

โรลพักที่โรงเตี๊ยม



"ในที่สุดเราก็มาถึงที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้แล้วนะของท่านจื่อเค่อ ต้าจงเดี่ยวเจ้าก็หาอะไรกินให้เต็มท้องเลยนะกินเต็มที่เดี่ยว อาจารย์จะเลี้ยงเจ้าเองช่วงนี้ต้องลำบากเจ้าเป็นธุระให้กับอาจารย์ตลอดเวลาต้องฝากเจ้าด้วยนะแล้วก็เดี่ยวอาจารย์จะเลี้ยงเจ้าให้ดีเลย แล้วก็ท่านเหวินหยวนกับแม่นางด้วยนะกินกันให้เต็มที่เลยรับรองว่าข้าจ่ายไหวอย่างแน่นอน"

"ขอบคุณครับท่านอาจารย์ข้าจะกินจนท่านต้องกระเป๋าขาดเลยคอยดูเลย!!!ลาะนะ"

"ถ้าเกิดข้าจะกินจนหมดนั้นคงจะไม่เป็นไรหรอกใช่ไหมนั้นฮ่าๆ"


"เอาเลยกินให้เต็มที่เลยนะท่านเหวินหยวนกัยต้าจงเดี่ยวข้าจะลองชวนท่านจื่อเค่อมานั่งด้วยกันไม่ได้เจอหน้าท่านจื่อเค่อมาหลายวันแล้วแบบนั้นถ้าจะดี"

ก่อนที่จีเทียนเต๋านั้นจะมองหาอีกฝ่ายก่อนที่จะเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังมาทางตนเองพอดี

"สวัสดีครับท่านจื่อเค่อข้าขอที่จะให้ท่านนั้นมาร่วมโต๊ะกับพวกเราสักหน่อยได้หรือไม่กันท่าน?"

"ได้แน่นอนท่านจีเทียนเต๋าว่าแต่วันนี้พวกท่านจะไปไหนกันเช่นนั้นหรือถึงขนขบวนกันมาขนาดนี้กัน"

"พอดีพวกข้านั้นจะต้องเดินทางไปยังที่ลั่วอยางเลยผ่านทางมาทัดทายท่านก่อนนี้แหละแล้วก็พักผ่อนไปในตัวด้วยนะครับ"

"ถ้าเช่นนั้นก็ยิ่งดีเลยโรงเตี๊ยมเรานั้นบริการได้สมราคาอยู่แล้วล่ะนะ"

"ฮ่าๆแน่นอนแต่ข้าก็ไม่ได้ที่จะมากินของแพงๆหรอกน่ะท่านข้าก็กินดื่มของพื้นๆนั้นแหละ ช่วงนี้มีอะไรที่จะต้องประหยัดได้ข้าก็จะต้องทำไม่อย่างงั้นล่ะก็แย่อย่างแน่นอนเลยทีเดียว"

อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยให้กับคำพูดของจีเทียนเต๋าก่อนจะค่อยๆจิบช้าอย่างช้าๆเป็นพิธีโดยที่สายตานั้นก็ยังคงมองไปที่การกระทำของจีเทียนเต๋าอย่างพินิจวิเคราะอยู่นั้นเองโดยที่ไม่ละสายตา


ใช้ลักษณะนิสัย

ผู้รู้คุณ

+10ความสัมพันธ์ขุนนางในสภา

ถ่อมตน

+10ความสัมพันธ์ขุนนางในสภา

ติ่งหูยาว

-10ผู้ให้ความสนใจ

+10ความสัมพันธ์ขุนนางในสภา

หูดี

+5 EXP เมื่อโรลสร้างความสัมพันกับคนอื่นก่อน

+15ความสัมพันธ์กันคนที่คุยด้วย

หลังตรง

+20ความสัมพันธ์ขุนนางในสภา


มอบไอเทม ซุบเยื่อไผ่ ให้กับNPC 171
+15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี


@Webmaster


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-10-9 13:26:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ศึกประชันแห่งศักดิ์ศรี
นัดพบสหายก่อนร่วมดูงาน
.
.

          วันประลองมาเยือนพร้อมกับถานเจ๋อที่สีหน้ามีร่องรอยความปล่อยวางอยู่หลายส่วน ด้วยเพราะผู้เป็นนายก็ไม่ได้คาดหวัง และหลังจากไปตีกับอันธพาลเมื่อวันก่อน ๆ ก็ไม่ได้ซ้อมมืออะไรอีกนอกจากนอนขี้เกียจให้วันเวลาผ่านไป มันจึงไม่คิดหวังรางวัลสูงอะไรมากไปกว่าชนะให้ได้สักคนก็เพียงพอ ซึ่งจิ้นอิ๋งที่เห็นสีหน้าของผู้ติดตามที่ดูผ่อนคลายไม่กดดันตัวเองเช่นนั้นก็พลอยยกยิ้มดีใจไปด้วย

          ช่วงเช้าที่ยังไม่ถึงเวลาไปรายงานตัวที่ลานประลองและเวลานัดของสหายแซ่กัว จิ้นอิ๋งจึงพาผู้ติดตามทั้งสองมาดูยังลำธารและน้ำตกแถวโรงเตี๊ยมที่นางมาสำรวจเมื่อวาน หลังทั้งสองมาเห็นก็ตะลึงกับความงามไม่ต่างจากเด็กสาวที่ได้เพิ่งได้เห็นบรรยากาศยามเช้าไปด้วยกัน ทำเอาถานเจ๋อที่เพิ่งนอนเต็มอิ่มนึกอยากนอนอีกรอบให้โดนซูฮวาเอ่ยดุขึ้นมาแทนว่าให้กระตือรือร้นมากกว่านี้ จนเรียกเสียงหัวเราะใสจากเด็กสาวขึ้นมาหลังเห็นผู้ติดตามหน้าดำคล้ำไปแล้วหากแต่ก็เถียงอีกสตรีไม่ออก
          .
          .
          ยามเมื่อใกล้ยามเว่ยตัวจิ้นอิ๋งและสหายผู้ติดตามอีกสองต่างเข้ามาล้อมวงเตรียมทานข้าวตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว ระหว่างนั้นเด็กสาวก็คล้ายสอดส่องสายตามองหาสหายแซ่กัวไปด้วยว่าจะเข้ามาตอนไหน กระนั้นยามถึงเวลานัดหมาย คนที่มองหายังหน้าประตูโรงเตี๊ยมกลับออกมาจากห้องส่วนของเถ้าแก่ร้านเสียอย่างนั้น

          ในตอนดึงสายตากลับมายังโต๊ะเบื้องหน้าและเห็นกัวฟ่งเสี้ยวเดินมายังโต๊ะของจิ้นอิ๋งพอดี เด็กสาวจึงลอบสะดุ้งเสียไหล่ยกด้วยความตกใจ เรียกเสียงหัวเราะกลั้วคำขอโทษให้ดังขึ้นจากอีกฝ่ายหลังได้รับสีหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างงุนงงจากเด็กสาว

          " ไฉนชอบเข้าหาไม่ส่งเสียงทักเช่นนี้เล่าท่านกัว.. สวัสดีท่านสวินเหวินยื่อด้วยนะเจ้าคะ "

          หลังกลับมาตั้งสติได้เด็กสาวก็เอ่ยทักขึ้นพร้อมลุกค้อมหาทักทายสหายของกัวฟ่งเสี้ยวที่เคยพบกันยังงานบูชาข้าวพระกลับไป ซึ่งเหวินยื่อก็ส่งรอยยิ้มกลับหาอย่างสุภาพก่อนลอบมองโต๊ะของจิ้นอิ๋งไปด้วยที่ดูคล้ายนางและผู้ติดตามเพิ่งจะได้ทานข้าวเที่ยงกัน หลังรอให้เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมตามออกมาได้ เหวินยื่อที่โดนสหายขอร้องบางสิ่งเอาไว้ตั้งแต่เดินทางมาด้วยกันก็เอ่ยทักขึ้น

          " เพิ่งทานข้าวกันงั้นหรือแม่นาง? ให้พวกข้าร่วมวงได้ด้วยหรือไม่ขอรับ "

          สิ้นคำถามของบุรุษแซ่สวิน จิ้นอิ๋งก็ผายมือลงโต๊ะให้อย่างเป็นมิตร โดยซูฮวาและถานเจ๋อต่างขยับขนาบนั่งให้จิ้นอิ๋งได้นั่งตรงกลางของโต๊ะฝั่งหนึ่ง ทางอีกฝั่งก็ให้เหล่าบุรุษทั้งสามได้นั่งกันตามสะดวก และกลายเป็นตอนนี้ติ้นอิ๋งก็นั่งตรงข้ามกับกัวฟ่งเสี้ยวที่ขนาบด้วยสหายของอีกฝ่ายเช่นกัน

          หลังนั่งกันได้แล้วจิ้นอิ๋งก็แอบเกร็งขึ้นมาเล็กน้อยยามสบตามองกลับเถ้าแก่หลิวที่แอบนิ่วคิ้วครุ่นคิดบางอย่างไม่ต่างกัน ก่อนสุดท้ายอีกฝ่ายกลับส่งรอยยิ้มบางมาให้ เด็กสาวถึงกับรีบเลื่อนสายตาหาสหายแซ่กัวอย่างทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาและราวอยากจะถามกัวฟ่งเสี้ยวทางสายตาไปว่าคุยอะไรกับอีกฝ่ายมา กระนั้นกลับได้รับเสียงหัวเราะจากอีกบุรุษแทนพร้อมกับผายมือราวกำลังจะแนะนำจิ้นอิ๋งให้ได้รู้จักกันกับสหายรุ่นพี่ตนเอาไว้

          " สหายที่ข้าเล่าให้ฟัง กู่จิ้นอิ๋ง ส่วนข้าง ๆ ที่เป็นบุรุษก็ผู้ติดตามนาง อีกคนก็เป็นลูกศิษย์ท่านหลิวสินะขอรับ " กัวฟ่งเสี้ยวเอ่ยหาให้แก่หลิวจื่อเค่อซึ่งอีกฝ่ายก็เพียงพยักใบหน้ารับโดยยังไม่หยุดจดจ้องดวงหน้าของจิ้นอิ๋งให้นางเริ่มจะเกร็งขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวให้แก่เด็กสาวเป็นหนที่สอง

          " ส่วนข้า หลิวจื่อเค่อ แม่นางกู่คงรู้จักข้าแล้ว.. ไม่นึกเลยจริง ๆ ว่าแม่นางจะสนิทกับสหายกัวถึงขนาดเขาอยากแนะนำให้รู้จักเช่นนี้ ยินดีที่ได้รู้จักแม่นางกู่อีกครั้งก็แล้วกัน "

          สิ้นคำอีกบุรุษพลันค้อมศีรษะหาให้จิ้นอิ๋งต้องค้อมตามกลับไปด้วย และเพราะแอบเกร็งไม่น้อยกับสายตาของสามบุรุษที่คล้ายมองมายังนางเป็นตาเดียวเช่นนั้น ทำให้ดรุณีน้อยต้องเบี่ยงความสนใจตัวเองด้วยการยกมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์ให้มายังโต๊ะพวกนาง ซึ่งลับหลังดวงหน้าที่ผินหาบริกร กัวฟ่งเสี้ยวก็แทบขยับศอกใส่สหายรุ่นพี่ทั้งสองข้างกายที่ยังจ้องเด็กสาวให้คลายสายตาลง ซึ่งหลิวจื่อคงนั้นก็ยอมถอนสายตาออกมาง่ายดายทว่ากลับมองไปที่ดวงหน้าของรุ่นน้องคนสนิทแทน สวินเหวินยื่อที่เลื่อนสายตากลับมาเห็นพอดีก็ถึงกลับกลั้นหัวเราะไว้แทบไม่อยู่

          กลายเป็นเหล่าผู้ติดตามของจิ้นอิ๋งที่รับรู้สายตาเหล่านั้นได้ แต่ก็ไม่อาจแทรกกลางบทสนทนาที่ไม่เกี่ยวกับพวกตนจนได้แต่นั่งตัวเกร็ง จนหลิวจื่อคงกล่าวให้ทำตัวสบาย ทั้งสองถึงหันไปรินชาดื่มแก้เก้อกระดากกันโดยที่เสี่ยวเอ้อร์ก็มาถึงโต๊ะของพวกเขาพอดี

          " เอ่อ.. เช่นนั้นข้าขอเลี้ยงฉลองที่ได้มารู้จักสหายของท่านกัวทั้งสองแล้วกันนะเจ้าคะ… ท่านหลิวก็ด้วยนะเจ้าคะ ถึงจะเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมก็เถิด "

          ประโยคท้ายคล้ายพึ่งนึกได้ น้ำเสียงหวานจึงแผ่วลงหลายส่วน เรียกเสียงหัวเราะขบขันดังมาจากสวินเหวินยื่ออย่างไม่นึกว่านางจะหาญกล้าเลี้ยงเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเองเช่นนี้ ซึ่งบุรุษแซ่หลิวที่ไม่คาดคิดเช่นกันก็คล้ายนิ่งไปครู่ ดูนึกอยากปฏิเสธหากแต่ก็ไม่อยากขัดน้ำใจเด็กสาวจึงเอ่ยสั่งอาหารง่าย ๆ ออกไป ก่อนจะตามด้วยเหวินยื่ออีกที สิ้นเสียงทั้งคู่เด็กสาวก็ยังจดจ้องกลับหาสหายแซ่กัวราวกับอยากให้สั่งอาหารมาทานร่วมกันไปด้วย เด็กหนุ่มจึงเลื่อนมือชี้ลงจานของจิ้นอิ๋งที่อาหารยังไม่ทันได้พร่องนั้นไป

          " เอาเป็นไก่ขอทานแบบแม่นางแล้วกัน "

          .
          หลังอาหารถูกเสิร์ฟจนครบถ้วน ทั้งหมดก็เริ่มลงมือทานอาหารโดยที่ระหว่างนั้นเด็กสาวก็คล้ายโดนถามจากสหายทั้งสองของกัวฟ่งเสี้ยวไปด้วย ซึ่งบทสนทนาคล้ายจะแตกต่างจากในวันบูชาข้าวพระไม่น้อยที่ในครานั้นคล้ายจะเอ่ยชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศมากกว่านี้นัก

          " แม่นางกู่มารู้จักฟ่งเสี้ยวได้อย่างไรงั้นหรือขอรับ " เริ่มที่สวินเหวินยื่อโดยหลังจากได้รับคำตอบว่าเจอกันในวันที่นางขอหลบฝน อีกคนก็ร้องขานรับในคอยาวชวนให้จิ้นอิ๋งวางมือไม้ไม่ถูกไปครู่หนึ่ง ก่อนสักพักจะเป็นหลิวจื่อคงที่เป็นผู้เอ่ยเตือนขึ้นมาแทนด้วยน้ำเสียงติดห่วง

          " คราวหลังแม้ฝนจะตกหนักก็ไม่ควรขอหลบในบ้านบุรุษตามลำพังนะแม่นาง "

          " ไม่ลำพังนะเจ้าคะ ยามนั้นมีถานเจ๋อคอยติดตามข้าอยู่น่ะเจ้าค่ะ " จิ้นอิ๋งเอ่ยตอบอย่างสัตย์ซื่อโดยมีถานเจ๋อที่ถูกกล่าวถึงพยักหน้าด้วยสีหน้าหนักแน่นไปด้วย

          ทว่ากลับทำให้สหายของกัวฟ่งเสี้ยวทั้งสองยิ่งนิ่วคิ้วหาพร้อมนึกอยากจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมา และเป็นบุรุษแซ่หลิวที่เอ่ยเตือนขึ้นมาอีกหนว่าก็ไม่สมควรอยู่ หลังจากนั้นก็เป็นการกล่าวถามในการเจอครั้งต่อ ๆ มาซึ่งเด็กสาวก็เอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ด้วยคิดว่าทั้งคู่คงอยากรู้ว่ากัวฟ่งเสี้ยงไม่ได้คบสหายที่ไม่ดีอยู่ นางจึงอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อสหายแซ่กัว เป็นเหตุให้จิ้นอิ๋งเอ่ยเล่าเรื่องที่เคยคุยหรือเคยเจอร่วมกันกับอีกบุรุษนั้นอย่างตรงไปตรงมาไม่น้อย โดยระหว่างตอบนั้นสหายแซ่กัวก็สลับเอ่ยเสริมไปด้วยเป็นระยะ

          " อืม.. แม่นางกู่จริงใจนัก ...แล้วก็มีความคิดความอ่านที่ดีไม่น้อยเลยเชียว " สวินเหวินยื่อเอ่ยขึ้นทั้งรอยยิ้มนึกชื่นชมหลังฟังถึงสิ่งที่เคยได้มาปรึกษาหารือถามความเห็นแลกเปลี่ยนกับสหายกัว โดยมีหลิวจื่อคงพยักหน้ารับไปด้วย ก่อนเลื่อนสลับผินมองกัวฟ่งเสี้ยวที่ตอนนี้กำลังยิ้มรับราวกับถูกชมเสียเองให้ชวนเลิกคิ้วหาอย่างแปลกใจไม่น้อย

          " ข้าเริ่มไม่แปลกใจนักแล้วว่าเหตุใดกัวฟ่งเสี้ยวถึงยอมคบหาเป็นสหายด้วย.. เขาอาจดูทีเล่นทีจริงไปเสียหน่อย แต่ขนาดพาแม่นางมาให้พวกข้ารู้จักเช่นนี้ สหายกัวคงจริงใจกับท่านไม่น้อยนะแม่นาง "

          ไม่รู้ทำไมคำพูดของบุรุษแซ่หลิวกลับทำให้จิ้นอิ๋งแทบจะเผลอสำลักไก่ขอทานที่เพิ่งทานเข้าไป ทั้งที่ทวนหาในใจแล้วก็ไม่ได้พบถึงความผิดปกติใดในประโยคซึ่งคงหมายถึงจริงใจในฐานะสหาย แต่น้ำเสียงที่ส่งหาของหลิวจื่อคงนั้นฟังดูจริงจังไม่น้อย และแววตาที่ทอดมองหาก็ดูนึกชอบใจบางสิ่ง ซ้ำทั้งสองบุรุษที่นั่งขนาบกายกัวฟ่งเสี้ยง ชอบที่จะคอยส่งรอยยิ้มบางมาให้จิ้นอิ๋งด้วยกันทั้งคู่อีก เด็กสาวก็เริ่มไม่กล้าสบตาคนที่นั่งตรงข้ามขึ้นมาเสียอย่างนั้น

          บรรยากาศที่โรยตัวรอบ ๆ ดูกระอั่กกระอ่วนขึ้นมาอย่างประหลาด ทำเอาผู้ติดตามของจิ้นอิ๋งนึกอยากชวนคุยให้เด็กสาวกลับมามีใบหน้าประดับรอยยิ้มเช่นเดิม ทว่าเป็นกัวฟ่งเสี้ยวที่เอ่ยหาขึ้นมาก่อน

          " ทานไม่ไหวหรือ? " บุรุษแซ่กัวเอ่ยระหว่างพเยิดหน้าลงยังจานของจิ้นอิ๋งหลังอีกสตรียอมผินสายตาสบหากัน

          " ไหว.. ไหวเจ้าค่ะ "

          " แต่ข้าเห็นเจ้าเอาแต่เขี่ยอาหารมาสักพักแล้วนะ ..ตัวเจ้าก็นิดเดียวยังอุตส่าห์สั่งอาหารเสียจานใหญ่ "

          " ข้าทานได้นะเจ้าคะ! วันก่อนข้าก็เคยทานไก่ขอทานหมดคนเดียวมาแล้วเชียว! พวกท่านก็รีบทานกันเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันงานเอา "

          จิ้นอิ๋งเอ่ยน้ำเสียงขึงขังขึ้นมาพร้อมกับยู่ริมฝีปากน้อย ๆ อย่างไม่ยอมรับเรื่องที่โดนอีกบุรุษกล่าวหา ก่อนจะเริ่มชวนให้ทั้งหมดทานอาหารต่อจนบรรยากาศคลายลงให้ทั้งหกคนก้มหน้าก้มตาทานอาหารของตัวเองต่อไป กระทั่งอาหารหมดลงเด็กสาวก็แวะไปจ่ายเงินและเอ่ยชวนให้เร่งเดินทางเข้าเมืองลั่วหยางกัน ซึ่งหลิวจื่อคงก็ได้จัดรถม้ามาให้สหายเดินทาง ทว่ายังไม่ทันจะสั่งอีกรถม้าให้มารับกลุ่มของจิ้นอิ๋งไปด้วยกัน เด็กสาวกลับเร่งเอ่ยบอกถึงการเข้าเมืองด้วยม้าของพวกนางเองด้วยความเกรงใจ ทำให้บุรุษแซ่หลิวพยักหน้ารับไม่ได้บังคับใด

          โดยตลอดเส้นทางที่มุ่งตรงไปยังลั่วหยาง จิ้นอิ๋งที่รู้สึกตะหงิดใจในคำพูดของเหล่าสหายของกัวฟ่งเสี้ยวก็ตีหน้ายุ่งไปตลอดทาง ถึงอย่างนั้นก็นึกไม่ออกเสียทีว่านึกคาใจในส่วนใด กลายเป็นเสียงถอนหายใจแผ่วดังแว่วออกมาอยู่บ่อยครั้งจนสตรีที่นั่งซ้อนม้าด้านหลังอดชะโงกหน้ามาถามไถ่ดรุณีน้อยไม่ได้

          " มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะอิ๋งเอ๋อร์ " น้ำเสียงห่วงใยส่งหา ทำเอาจิ้นอิ๋งเกือบจะลั่นปากเอ่ยตอบ แต่แล้วเพราะไม่รู้จะเอ่ยบอกสิ่งใดเลยคล้ายอ้าหุบปากงับอากาศอยู่เช่นนั้น เรียกเสียงหัวเราะเจือเอ็นดูของซูฮวาให้ดังขึ้นยามสังเกตเห็น

          " ถอนหายใจบ่อยระวังจะแก่ไวนะเจ้าคะ "

          สุดท้ายเพราะไม่รู้จะปลอบโยนดรุณีน้อยอย่างไร ซูฮวาเลยเอ่ยเตือนแกมหยอกถึงการกระทำของจิ้นอิ๋งก่อนหน้าออกไป จนเด็กสาวที่เชื่อสนิทใจถึงกับเม้มปากเสียสนิทเลยเชียว



ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น

มอบอาหารให้แก่ NPC ในสภา
[159] มอบ ซุปเยื่อไผ่ ให้
[ผู้ติดตามถานเจ๋อ] มอบ ซุปเยื่อไผ่ ให้

[028] มอบ ไก่ขอทาน ให้

สถานะธาตุหลัก : +10 ความสัมพันธ์ [028] ธาตุดินและปีนักษัตรเหมือนกัน
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง



[029] มอบ หมี่ซั่ว ให้

สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [029] ธาตุน้ำ - เราข่มอีกฝ่าย
ลักษณะนิสัยใจกว้าง
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี
[171] มอบ ไส้หมูตุ๋นเสียนไช่ ให้

สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [171] ธาตุน้ำ - เราข่มอีกฝ่าย
สถานะปีนักษัตร : +20 ความสัมพันธ์ [171] ปีมะโรง - ถูกโฉลก
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-9 17:27:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลมอบยอดชาทดแทนน้ำใจ



"เดี๋ยววันนี้เราไปทักทายท่านจื่อเค่อก่อนก็ดีนะแบบนี้จะได้จัดเตรียมสิ่งของด้วยนะเดี่ยวเราก็มาหาอะไรกินก่อนให้เต็มที่เราค่อยไปหลับลั่วหยางอีกทีหนึ่งหาซื้อสิ่งของที่ขาดเหลือด้วยนะเพราะว่าการประลองครั้งนี้ต้าจงเจ้าจงทำให้เต็มที่นะข้าจะคอยเป็นกำลังใจให้เจ้าเอง"

"ได้ครับท่าน อาจารย์ข้าจะทำให้เต็มที่เลย"

"ดีแล้วแต่ว่าแค่ประลองอย่าได้ถึงขั้นฆ่าฟันกันจนถึงตายนะเข้าใจไหม?"

"ข้าเข้าใจแล้วครับท่านอาจารย์

ก่อนที่ทั้งคู่นั้นจะเข้ามายังโรงเตี๊ยมแห่งนี้โดยที่ในมือของจีเทียนเต๋านั้นก็มีผงชาชั้นดีเอามาด้วยเพื่อมอบให้กับท่านจื่อเค่อก่อนจะพบกับอีกฝ่ายกำลังสั่งงานลูกกน้องอยู่นั้นเอง

"สวัสดีครับท่านจื่อเค่อข้าจีเทียนเต๋า เห็นว่าเมื่อวานท่านนั้นมอบสุรามาให้กับครั้งก่อนหน้านั้นมอบเงินทองให้ถึงแม้ว่าท่านจะมอบให้ด้วยความประสงค์ดีแต่ว่าข้าจีเทียนเต๋านั้นจะไม่ตอบแทนท่านคงจะเป็นไปไม่ได้ถึงแม้ว่ายอดชานี้จะไม่ได้มีราคามากขนาดจะตอบแทนความมีน้ำใจของท่านได้ข้าก็ขอมอบให้ท่านอย่าได้ปฏิเสธเลยข้าอยากจะตอบแทนความมีน้ำใจของท่านบ้าง ดั่งคำกล่าวว่าไว้ว่าใครดีกับเราเราก็ควรดีกับเค้าตอบ แล้วที่ข้ามาก็เพื่อจักเตรียมของกินเอาไปแบ่งกินกับพวกแม่นางกับเหวินหยวนที่ตอนนี้รอที่ลั่วอยางแล้ว ข้าอยากให้พวกเค้าได้กินของดีๆกันบ้างเลยคิดว่าของที่ดีที่สุดคงไม่พ้นอาหารจากร้านท่านอย่างแน่นอนเลยต้องขอรบกวนแล้ว"

พร้อมกับที่ อีกฝ่ายนั้นเพียงอมยิ้มชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเป็นหน้าปกติดั่งเดิม


"ไม่เป็นไรหรอกท่านจีเทียนเต๋าข้าไม่ได้ต้องการให้ข้ามาตอบแทนข้าหรอกนะ แต่ก็ขอบคุณสำหรับของฝากนี้ สำหรับอาหารท่านมั่นใจได้เลยว่าโรงเตี๊ยมเราจะทำอาหารให้ท่านได้กินแล้วต้องมีความสุขแน่นอนในราคาที่เหมาะสมกันอย่างแน่นอน"


ใช้ลักษณะนิสัยยติ่งหูยาว

-10ผู้ให้ความสนใจ

+10ความสัมพันธ์กันขุนนางในสภา

หูดี

+5 EXP เมื่อโรลสร้างความสัมพันกับคนอื่นก่อน

+15ความสัมพันธ์กันคนที่คุยด้วย


@Webmaster


มอบไอเทม ชาผิงหนี่วา ให้กับ NPC  171


+15ความสัมพันธ์กันคนชื่อเสียงเดียวกัน

30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-10-10 16:49:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย GeLi เมื่อ 2021-10-10 16:51


 

เควสประจำวัน รับแร่จากหมู่บ้านเซิ่งหุน

ตอนที่ 2 แผนที่อยู่ที่ปาก

 

 

หนึ่งชั่วยามหลังจากเดินทางออกจากนครลั่วหยาง เก้อหลี่ที่รับภารกิจจากพ่อค้าหวังให้ไปรับแร่จากหมู่บ้านเซิ่งหุน หลังจากที่ผ่านด่านหู่เหลากวน เขาก็เดินไปตามทางเรื่อย ๆ จากที่เขาถามทางจากทหารยามประจำประตูด่านหูเหลากวนว่า เบื้องหน้านั้นมีจุดแวะพักหรือไม่ ซึ่งคงต้องขอบคุณทหารยามผู้นั้นที่มีน้ำใจช่วยบอกทางแก่เขา แน่นอนจากที่ทหารยามผู้นั้นบอกมา ไปทางตะวันออกอีกหนึ่งร้อยลี้ก็จะเป็นที่ตั้งของโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง ซึ่งเหมือนจะเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ระหว่างด่านหู่เหลากวนและด่านซื่อสุยกวน และดูเหมือนว่าที่นั่นจะเป็นโรงเตี้ยมที่ใหญ่มากพอจะรองรับผู้คนที่แวะเวียนผ่านไปมามากมาย อีกทั้งยังเป็นโรงเตี้ยมที่หรูหรามากเลยทีเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เก้อหลี่รู้สึกสนใจมากนัก เขาขอแค่มีที่พักให้เขาได้แวะหาอะไรกินเพื่อเสริมแรงในการเดินทางก็เพียงพอแล้ว เพราะในตอนนี้จุดมุ่งหมายของเขาก็คือ การที่ต้องทำงานที่เขารับไว้ให้สำเร็จ ด้วยว่า เขานั้นได้ต่อรองกับพ่อค้าหวังไว้ ด้วยคำท้าที่ดูแล้วแทบจะเป็นไปได้ยากที่จะสำเร็จ กับการที่ต้องเดินทางไปยังหมู่บ้านเซิ่งหุนเพื่อรับแร่จากช่างตีเหล็กแล้วนำกลับมาส่งให้กับพ่อค้าหวังภายในสองวัน เพื่อแลกกับการที่ชายคนหนึ่งที่ทำงานให้พ่อค้าหวังต้องไม่ถูกหักค่าแรง ซึ่งเมื่อเขาคิดตริตรองดูแล้ว มันช่างเป็นความคิดที่กล้าบ้าบิ่นเสียจริง ๆ แต่ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำงานนี้แล้ว ก็คงจะถอยหลังกลับแล้วคืนงานก็คงจะไม่ได้เสียแล้วล่ะ ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินทางต่อไป . . .

 

 

ไม่นานนัก ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งก็เดินทางมาถึงโรงเตี้ยมหลังใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ระหว่างด่านหู่เหลากวนและซื่อสุยกวน มองไกล ๆ แล้วดูเป็นเหมือนกับคฤหาสน์เสียมากกว่า เพราะมันดูใหญ่โตโออ่าเสียจนมิน่าจะมาตั้งอยู่นอกด่านเสียแบบนี้ เมื่อเขาเดินเข้าไปในเขตของโรงเตี้ยมซึ่งดูจะกว้างใหญ่มากเลย ทั้งยังมีลำธารและน้ำตกใสสะอาดตั้งอยู่ ซึ่งเมื่อมองดูผ่านลำน้ำใสนั่นก็จะมองเห็นฝูงปลาที่แหวกว่ายไปมามากมาย แต่ก็มีป้ายประกาศปักไว้อยู่ว่า “เขตให้อาหารปลา ห้ามตกปลา” สงสัยจะเป็นเพราะว่ามีปลาหายากหลายชนิดอยู่กระมัง ในอาณาเขตอันกว้างขวางนี้ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนเดินทางแวะเวียนมาอย่างไม่ขาด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพ่อค้า หรือกระทั่งบรรดาเศรษฐีและขุนนาง นั่นทำให้เก้อหลี่ลองมองดูตัวเองก็แอบยิ้มขำเสียมิได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็กล้าพอที่จะเดินเข้าไปเยี่ยมชมข้างในโรงเตี้ยมเสียให้จงได้ . . .

 

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งค่อย ๆ เดินเข้าไปยังในโรงเตี้ยมอย่างใจเย็น ภายในโรงเตี้ยมนั้นมีการตกแต่งอย่างปราณีตบรรจงแสดงถึงความหรูหราชนิดที่ว่า ชาวบ้านทั่วไปเช่นเขาก็คงมิกล้าเดินเข้ามาในนี้เป็นแน่ โรงเตี้ยมในเวลานี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังสุขสำราญจากการได้รับบริการอันเลิศเลอของโรงเตี้ยมที่คอยปรนเปรอพวกเขาให้มีความสุขมิขาด ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ชายหนุ่มเห็นก็เป็นพวกพ่อค้า เศรษฐีผู้มั่งคั่ง และขุนนางผู้ทรงเกียรติ ซึ่งบรรดาคนใช้ทั้งชายหญิงก็พากันให้บริการแก่พวกเขาอย่างมิขาดตกบกพร่อง จนเรียกได้ว่า ลูกค้าเหล่านั้นแทบจะไม่ต้องขยับตัวเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อชายหนุ่มในชุดนักปราชญ์ที่ดูมอซอเดินเข้ามาทุกสายตาก็มองดูเขาเชิงเหยียด ๆ มีทั้งเสียงกระซิบนินทาด้วยความสงสัยว่า ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใคร ไฉนถึงกล้าเข้ามายังที่แห่งนี้ จะมีปัญญาจ่ายเงินงั้นหรือ เก้อหลี่ไม่ได้ใส่ใจคำพูดและสายตาของพวกเขาเหล่านั้นเท่าไหร่นัก เขาเดินไปนั่งยังโต๊ะไม้ตัวหนึ่งอย่างใจเย็นพลางมองดูบรรยากาศรอบ ๆ ด้วยดวงตาสีน้ำตาลของเขา แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีพนักงานคนใดมาบริการเขาเลย ขณะที่เก้อหลี่กำลังนั่งอยู่เงียบ ๆ คนเดียวที่โต๊ะโดยไม่มีใครสนใจนั้น ก็มีชายร่างสูงใหญ่ท่าทางสุขุม แต่งกายในชุดที่สะอาดเรียบร้อย ดูมีภูมิฐานเดินมายืนอยู่เบื้องหน้าเขา ทำให้เก้อหลี่ต้องมองดูพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย

 

“เจ้าคงจะเป็นบัณฑิต หรือไม่ก็คงเป็นผู้จาริกแสวงบุญสินะ แต่ที่นี่มิใช่โรงทานนะ ถึงกระนั้นหากว่า เจ้าสามารถจ่ายเงินได้ ที่นี่ก็ยินดีต้อนรับและพร้อมให้บริการแก่เจ้า ไม่ทราบว่า เจ้าชื่ออะไรงั้นหรือ แล้วจะพักที่นี่กี่คืนเล่า”

 

ชายผู้นั้นเอ่ยพลางมองดูเขาด้วยดวงตาคมท่าทางและน้ำเสียงของเขาดูเรียบเฉย เก้อหลี่มองดูชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม

 

“ข้าชื่อ เก้อหลี่ เป็นชาวอู๋เว่ย ข้ามิได้คิดจะค้างคืนหรอก เพียงแค่จะแวะพักขาและหาอะไรกินเติมพลังเสียสักหน่อย แล้วค่อยเดินทางต่อ”

 

“เช่นนั้นเองหรือ ท่าทางของเจ้าดูจะไม่ค่อยเร่งรีบเสียเท่าไหร่เลยนะ หึหึ แต่เอาเถอะ เจ้าอยากทานอะไรเล่า ที่นี่เราพร้อมจะบริการอยู่แล้ว”

 

ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางผายมือให้เห็นถึงการบริการภายในโรงเตี้ยม เก้อหลี่เอามือเท้าคางแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าปรัชญาขงจื้อที่เขาร่ำเรียนจะสอนให้เขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่สำหรับเรื่องอาหารนั้น ถือเป็นหนึ่งในคำถามที่ยากที่สุดในการตัดสินใจในชีวิตของเขาเลยทีเดียว

 

“ขอเป็นอาหารอะไรก็ได้ที่ถูกที่สุด และอิ่มท้องละกัน”

 

เก้อหลี่เอ่ยปากพูด ซึ่งคำตอบที่เขาตอบไปนั้นทำให้ชายผู้นั้นยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

 

“อืม . . . ถูกที่สุด และอิ่มท้องงั้นหรือ เก้อหลี่ ที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารริมทางนะ ทุกอย่างที่นี่ล้วนแต่ต้องปราณีตและสมบูรณ์แบบ แต่เอาเถอะ รอสักครู่ละกันนะ”

 

ว่าแล้วมือใหญ่ก็ปรบมือสองที แทนการเรียกให้ชายผู้หนึ่งที่สวมชุดพนักงานของโรงเตี้ยมรีบเดินมายืนอยู่ตรงหน้าทันที

 

“จัดชุดอาหารต้อนรับให้กับนักปราชญ์ผู้นี้ชุดนึง และนำชุดนำ้ชามาบริการแขกเสียก่อน ข้าเคยบอกพวกเจ้าแล้วนะ ไม่ว่าใครจะมายังที่นี่ ก็จงบริการเสีย ส่วนว่า เขานั้นจะมีปัญญาจ่ายหรือไม่นั้น เป็นการตัดสินใจของข้า . . .”

 

ชายผู้นั้นเอ่ยปากสั่งพนักงานผู้นั้นด้วยน้ำเสียงเรียบ พลางมองดูด้วยสายตาเฉยชา นั่นทำให้พนักงานผู้นั้นรีบโค้งตัวประหงก ๆ พร้อมกับกล่าวขออภัยชายผู้เป็นนายของเขา ก่อนจะรีบเดินไปยังครัว เก้อหลี่ที่เห็นเหตุการณ์นั้นเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็พอจะคลายความสงสัยได้ถึงที่มาของชายที่มานั่งสนทนากับเขา

 

“ข้าคิดไว้แล้วเชียวว่า ท่านคงจะเป็นเจ้าของโรงเตี้ยมแห่งนี้ ช่างเป็นเกียรติของข้าเสียจริง ๆ”

 

เก้อหลี่เอ่ยปากพูดอย่างใจเย็น พอดีกับที่พนักงานผู้นั้นนำชุดน้ำชามาวางลงบนโต๊ะ แล้วค่อย ๆ รินน้ำชาส่งให้กับเก้อหลี่และชายผู้เป็นเจ้าของโรงเตี้ยม ชายผู้เป็นเจ้าของโรงเตี้ยมได้ยินคำชมก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาดมรับกลิ่นหอมนุ่มของน้ำชา แล้วค่อย ๆ จิบเบา ๆ ซึ่งเก้อหลี่เห็นดังนั้นก็ทำตามแต่โดยดี กลิ่นของน้ำชาและรสชาติช่างนุ่มละมุนเสียจริง ๆ สมแล้วที่เป็นโรงเตี้ยมที่หรูหราเช่นนี้

 

“เจ้าก็พูดเกินไป ใช่แล้วข้าเป็นเจ้าของที่แห่งนี้ และแน่นอนว่า ข้าต้องต้อนรับลูกค้าทุกคน ตราบใดที่เขาสามารถจ่ายให้ข้าได้”

 

พูดถึงเรื่องราคานั่นทำให้ชายหนุ่มคิดหนักอยู่เหมือนกัน เพราะดูแล้วค่าใช้จ่ายก็คงจะหนักเอาเรื่องเลยทีเดียว หลิวไท่เหวิน ชายผู้เป็นเจ้าของโรงเตี้ยมมองดูคู่สนทนาแล้วก็พอจะรู้อยู่ว่าอีกคนกำลังคิดอะไรอยู่จึงได้พูดเปรย ๆ ออกมาว่า

 

“ข้ารู้ว่า เจ้าคงจะกำลังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายสินะ แต่เอาเถอะ ข้าอาจจะลดให้ได้บ้าง คงเพราะเจ้าเป็นคู่สนทนาที่พูดคุยสนุกพอสมควร ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดอะไรมากมายนักก็รู้เรื่อง เจ้าลองเล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังเสียหน่อยได้รึไม่เล่า ระหว่างที่รออาหาร”

 

เก้อหลี่วางถ้วยชาลงอย่างเบามือ ่ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ให้กับชายอีกคน แล้วเอ่ยปากพูด

 

“ข้าจบจากสำนักปราชญ์ขงจื้อ กำลังจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด เลยแวะมายังนครลั่วหยาง ระหว่างนั้นก็นึกอยากจะหางานทำเสียหน่อย เพื่อหาเงินไว้กลับไปให้ครอบครัว . . .”

 

หลิวไท่เหวินที่กำลังรินน้ำชาไปฟังเรื่องเล่าจากอีกฝ่ายไป ได้ยินดังนั้นก็หันไปมองแล้วยิ้มเล็กน้อย

 

“งานงั้นหรือ ช่วงนี้ยังมิได้มีการสอบจอหงวน . . . หรือเจ้าทำงานในหอตำราหรือทำงานใดเล่า ถึงได้เดินทางมานอกด่านเช่นนี้ . . .”

 

พูดจบ ชายผู้เป็นเจ้าของโรงเตี้ยมก็รินน้ำชาใส่ถ้วยชาของเก้อหลี่ แล้วยื่นให้อีกฝ่าย ซึ่งอีกฝ่ายก็รับมาจิบอย่างนอบน้อม ซึ่งหลิวไท่เหวินก็จิบชาด้วยเช่นกัน เมื่อจิบเสร็จแล้วเก้อหลี่ก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอ่ยตอบ

 

“ข้าทำงานให้กับพ่อค้าหวังน่ะ พอดีข้าดันไปมีเรื่องกับเขาเล็กน้อย จึงต้องทำงานให้เขา ซึ่งข้าต้องทำให้เสร็จภายในสองวัน”

 

“ฮ่า ที่แท้ก็คนของพ่อค้าหวังนี่เอง หนึ่งในสามพ่อค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งแผ่นดิน น่าแปลกเสียจริง ๆ ข้าก็พึ่งเห็นบัณฑิตที่ยอมทำงานที่ใช้กำลังมากกว่าสมองเช่นเจ้านะ”

 

หลิวไท่เหวินเอ่ยก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เก้อหลี่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะตามด้วยเช่นกัน แล้วเอ่ยปากพูดตอบ

 

“ก็จริงอย่างที่ท่านว่า แต่ถึงกระนั้น ในวัยเด็กข้าก็เคยยากลำบาก ถึงแม้ว่าตอนนี้ก็ยังคงลำบากก็เถอะ ที่หมู่บ้านข้า เด็ก ๆ ก็ต้องคอยช่วยเหลืองานต่าง ๆ ของบิดาและมารดา นั่นทำให้ข้าเข้าใจถึงความยากลำบากในชีวิต ดังนั้นงานเช่นนี้ก็ไม่หนักหนานักหรอก”

 

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พยักหน้าเบา ๆ เมื่อเก้อหลี่พูดจบ ซึ่งพอดีกับที่พนักงานชายคนเดิม ได้นำอาหารชุดนึงมาวางไว้ตรงหน้าเก้อหลี่ เป็นบะหมี่เนื้อหลานโจว ซึ่งส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน

 

“เห็นว่า เจ้ามาจากแดนเหนือ คงจะทานบะหมี่ถ้วยนี้ได้ เชิญทานตามสบายเลยนะ”

 

หลิวไท่เหวินเอ่ย ซึ่งเก้อหลี่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพินิจมองดูบะหมี่ถ้วยดังกล่าวอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ ใช้ตะเกียบคีบจับรับประทานบะหมี่อย่างใจเย็น แต่ถึงกระนั้นก็ทานอย่างรวดเร็ว แต่แล้วขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินในรสชาตแสนเลิศเลอของบะหมี่ เขาก็พึ่งสังเกตเห็นว่า ในถ้วยบะหมี่นั้นมีหัวไชเท้าฝานเป็นแผ่นอยู่ในน้ำซุป ซึ่งเขานั้นดันแพ้พืชจำพวกกินรากกินหัว นั่นทำให้ชีวิตในวัยเด็กเขานั้นลำบากเพราะต้องทานอาหารที่ใช้พืชกินรากกินหัวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เมื่อโตขึ้นเขาจึงพยายามเลี่ยงแม้ว่าจะเริ่มมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้างก็เถอะ แต่ในครานี้เขาคงจำเป็นต้องทานมันเสียแล้ว มิฉะนั้นก็คงเป็นการข่มเหงน้ำใจชายผู้เป็นเจ้าของโรงเตี้ยมที่นั่งจิบชามองดูเขาอยู่ ว่าแล้วเก้อหลี่ก็ค่อย ๆ ใช้ตะเกียบคืบหัวไชเท้าฝานสองสามแผ่นที่อยู่ในน้ำซุปมากัดเคี้ยวอย่างใจเย็น อาการแพ้คงจะไม่หนักนะ ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะกลืนลงคอไป . . . เมื่อทานเสร็จแล้ว เก้อหลี่ก็รับน้ำชาที่หลิวไท่เหวินรินให้มาดื่มเสียให้โล่งคอ

 

“ช่างเป็นอาหารที่ปราณีตรสชาติโอชาเสียจริง ๆ”

 

เก้อหลี่เอ่ยปากชมพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบเช่นกันก่อนจะหุบยิ้ม

 

“เจ้าแพ้อาหารจำพวกพืชกินรากสินะ ข้าสังเกตเห็นในแววตาของเจ้าเมื่อตอนที่จะต้องกินหัวไชเท้า ต้องขออภัยเสียจริง ๆ ที่ข้าพึ่งรู้ หวังว่าเจ้าจะไม่ป่วยหนักหรอกนะ”

 

หลิวไท่เหวินเอ่ยปากพูด นั่นทำให้เก้อหลี่ต้องโบกไม้โบกมือแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย

 

“มิเป็นไรหรอกท่าน ข้าแพ้เพียงนิดเดียว มิเป็นไร เอาล่ะถึงเวลาที่ข้าจะต้องเดินทางต่อเสียแล้วล่ะนะ ราคาทั้งหมดนี้เท่าไหร่งั้นหรือ”

 

เก้อหลี่เอ่ย พลางมองดูท่าทีของชายผู้เป็นเจ้าของโรงเตี้ยมว่า เขาจะคิดราคาแก่เขาเช่นไร หลิวไท่เหวินเอามือเท้าคางพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้ม

 

“อืม . . . ในฐานะที่เจ้าเป็นคู่สนทนาที่ดี และข้าดันสะเพร่าเลือกอาหารที่มีวัตถุดิบที่เจ้าแพ้ให้ทาน ดังนั้นเพื่อเป็นการขอโทษ ข้าจะลดราคาให้กับเจ้าละกันนะ ไม่มีแต่อะไรทั้งสิ้น . . .”

 

เก้อหลี่ที่กำลังจะอ้าปากเอ่ยแย้ง เมื่อได้ยินคำพูดในตอนท้ายก็ต้องเงียบปากเสียทันทีแล้วพยักหน้ารับ พลางยิ้มอ่อน หลิวไท่เหวินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดต่ออย่างใจเย็น

 

“เจ้าคงจะเดินทางไปยังหมู่บ้านเซิ่งหุนสินะ ข้าเคยได้ยินบ่อย ๆ จากบรรดาพ่อค้าที่แวะมาใช้บริการโรงเตี้ยมของข้าว่า พ่อค้าหวังมักจะให้คนไปรับแร่จากช่างตีเหล็กที่หมู่บ้านนั้นเป็นประจำ และเจ้าคงจะไม่รู้เส้นทางเท่าไหร่กระมัง งั้นข้าจะชี้แนะให้นะ จงเดินไปยังทางตะวันออกยังด่านซื่อสุยกวน ผ่านป่าซวูซู่ แล้วไปต่อยังเมืองสวี่ซาง และเมืองหรูหนาน มุ่งลงใต้ก็จะถึงหมู่บ้านเซิ่งหุน เจ้าคงจะจำเส้นทางได้นะ”

 

คำบอกเล่าของหลิวไท่เหวินทำให้ดวงตาสีน้ำตาลของเก้อหลี่เป็นประกายออกมาเล็กน้อย เก้อหลี่พยักหน้าก่อนจะโค้งคำนับให้ แล้วยิ้ม

 

“ขอบคุณท่านยิ่งนัก อย่างที่อาจารย์ของข้าเคยกล่าวไว้ บางครั้งแผนที่ก็อยู่ที่ปากของคนเรานี่แล ส่วนเข็มทิศนั้นก็อยู่ที่สมองของเรา เช่นนั้นแล้วข้าขอลา ไว้ขากลับมาข้าจะมาใช้บริการโรงเตี้ยมของท่านอีก . . .”

 

หลิวไท่เหวินพยักหน้าแล้วยิ้มให้เก้อหลี่ แทนการกล่าวลา ชายหนุ่มชาวอู๋เว่ยจ่ายเงินให้ตามราคาที่ตกลงกัน ก่อนจะสะพายย่ามเดินออกมาจากโรงเตี้ยม แต่เพียงไม่ถึงชั่วโมงอาการแพ้อาหารของเขาก็ปรากฎขึ้นอย่างช้า ๆ ผดผื่นที่เริ่มปรากฎออกมาตามแขนขาเริ่มมีอาการคัน ตามมาด้วยอาการวิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ เก้อหลี่เริ่มรู้ถึงอาการแพ้ของตนจึงรีบเดินไปนั่งพักอยู่ยังโคนต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะอาเจียนออกมา ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหายใจถี่ ๆ ยังถือว่าอาการป่วยครั้งนี้เบามาก เมื่อเทียบกับตอนสมัยที่เขายังเด็ก เขาได้ตัดสินใจนั่งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ บรรเทาระงับอาการเจ็บป่วยเสีย แต่ถึงกระนั้นเขาก็งีบหลับไป . . .

 

 

ลักษณะนิสัยรักสงบ

-10 ลดความเครียด

-15 ความเครียดเมื่อโรลนั่งสมาธิ

 

ลักษณะนิสัยขยัน

-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือกิจกรรมใด ๆ ไม่ให้ว่าง

 

ลักษณะนิสัยสุขุม

+20 EXP ทุกครั้งที่โรลอดทนต่อความทรมานและอื่น ๆ ที่คนทั่วไปทนไม่ได้

+5 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน

 

ลักษณะนิสัยหลังตรง

+15 EXP จากการโรลสร้างความน่าเคารพศรัทธาต่อผู้พบเห็น

+15 ความสัมพันธ์แรกเริ่มเมื่อได้ทำความรู้จักสหายใหม่

 

ลักษณะนิสัยแพ้อาหาร

+15 EXP จากการโรลกินอาหารหรือแตะต้องอาหารที่แพ้

+15 ความเครียด เมื่อต้องทานอาหารที่แพ้

 

ลักษณะนิสัยว่องไว

+10 EXP จากการโรลทำงาน
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตะกร้าสาน
เกราะเกล็ดมังกร
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x10
x9
x30
x1
x1
x5
x30
x12
x4
x4
x4
x1
x1
x2
x10
โพสต์ 2021-10-10 20:39:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-10-10 20:40


เหมยซูฮวา | ร่ำเรียนศึกษา
วันที่หนึ่ง
.
.

            วันแรกของการเล่าเรียน ซูฮวาตื่นตั้งแต่ยามเหม่าเพื่อช่วยจัดร้านโรงเตี๊ยมของผู้เป็นอาจารย์ จนยามเฉินสตรีร่างระหงพลันเดินตามเสี่ยวเอ้อร์ที่ถูกเรียกใช้งานจากหลิวจื่อเค่อให้ตามซูฮวามายังเรือนรับรองห้องหนึ่ง ภายในห้องกว้างขวางมีโต๊ะสองตัวตั้งห่างกันประมาณห้าฉื่อ ยังอีกฝั่งของโต๊ะด้านหนึ่งมีผู้เป็นอาจารย์นั่งเปิดดูตำราเล่มหนึ่งในมืออยู่

            หลังสตรีแซ่เหมยค้อมคารวะได้ครั้งหนึ่งพร้อมหลิวจื่อเค่อที่ผินใบหน้ามองหาผงกศีรษะรับการเคารพนั้น นางจึงพาตัวเองนั่งยังอีกฝั่งของโต๊ะอีกตัวที่อยู่เบื้องหน้าของอีกบุรุษ เมื่อนั่งลงได้เสียงทุ้มพลันเอ่ยหาเข้าเรื่องทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเพลา

            " ในวันนี้ข้าจะยังไม่เริ่มสอนเจ้า.. ข้าอยากรู้ว่าเจ้ายังจดจำการอ่านที่ข้าเคยได้สอนให้มากน้อยเพียงใด ยามสอนสิ่งอื่นต่อในวันถัดไปข้าจะได้รู้ว่าควรสอนโดยมีตำราหรือเพียงเล่าให้เจ้าฟังดี "

            หลิวจื่อเค่อกล่าวระหว่างผายมือลงสู่ตำราอีกเล่มที่วางยังโต๊ะเบื้องหน้าของอิสตรี โดยหน้าปกพิมพ์ลายปรากฏอักษรเขียนเรียงเดียวกันกับหนังในมือของตน ซูฮวามองตามไปก็พลันไล่นิ้วตามตัวอักษรที่เขียนปก พลันอ่านออกเสียงฟังชัดเจนให้ผู้เป็นอาจารย์ได้ฟังตั้งแต่หน้าปก

            " รจเลขบทกวี… หนังสือรวมบทกวีแต่งขึ้นจากเหล่านักกวีหรือเจ้าคะ? "

            บุรุษแซ่หลิวแย้มยิ้มพรายอย่างพึงใจที่ดูคล้ายผู้เป็นศิษย์ยังจดจำอักษรและการอ่านได้ ก่อนผงกศีรษะรับหายังคำถามนั้นก่อนเอ่ยต่อให้นางได้เปิดหนังหน้าหนังสือตามที่ตนเปิดค้างเอาไว้และให้ลองอ่านบทกวีในหน้านั้นเสียงดังฟังชัด โดยตัวผู้เป็นอาจารย์จะคอยฟังการอ่านและรับฟังยังบทวิเคราะห์ของเด็กไปด้วยเพื่อให้รู้ว่าเหมยซูฮวาจดจำการอ่านได้แล้วจริง ๆ ซึ่งใช้เพียงเพียงครู่หลังเปิดดูยังหน้าตำราซูฮวาก็เอื้อนเอ่ยเสียงฟังชัด เสียงหวานติดพร่าปลายเอกลักษณ์เสริมเสน่ห์แก่ยังบทกวีได้เป็นอย่างดี เมื่อรวมกับการร่ายนำแปลเป็นร้อยแก้วก็ยิ่งชวนฟังให้เพลิดเพลินไม่น้อยเลยเชียว

            ความคิดถึงในคืนสงบ
            .
            หน้าเตียงนอนแสงจันทร์ส่องนวลใย
            ให้สงสัยน้ำค้างหล่นบนพื้นดิน
            ยกหัวมองแสงจันทร์พลันถวิล
            ก้มหน้าอินคิดถึงถิ่นดินแดนเกิด

            " อันกวีกล่าวหา เกี่ยวกับการนำธรรมชาติเปรยเปรียบความรู้สึกอารมณ์อันคว้างเลือนติดฉงน ยามเหม่อยลยังจันทร์ฉายจึงเลอะเลือนเปื้อนฝันราวเห็นน้ำค้างยอดหญ้าเตรียมรดระลงผืนดิน กระทั่งยกหัวผินมองให้แน่ใจกลับพบเพียงจันทร์ส่อง จึงพลันก้มหน้าผิดหวังหวนคืน… ยังบ้านเกิด "

            กระนั้นหลังได้วิเคราะห์บทกลอนแรกก็ทำเอาซูฮวาสะกิดใจในบางอย่าง ในท้ายกลอนที่กล่าวถึงบ้านเกิดนั้นทำเอาเสียงที่อ่านดังฟังชัดก่อนหน้าแผ่วลงในตอนท้าย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนใสคล้ายเลื่อนมองผู้เป็นอาจารย์เพื่อจับสังเกต แต่อีกฝ่ายนั้นยังคงมองตรงยังตำราในมือตนดังคราแรกก่อนพยักใบหน้ารับและเอ่ยชมกลับไป

            " ดี.. เช่นนั้นต่อที่บทกลอนต่อไปที่หน้า... "

            ด้วยเพราะท่าทีเรื่อยเอื่ยของผู้เป็นอาจารย์หลิวดังที่เคยพบเห็นมาเสมอ ทำให้สตรีแซ่เหมยยอมก้มหน้าอ่านบทกลอนอีกหน ทว่าจะกี่บทกี่กลอนก็คล้ายล้วนเล่าหายังบ้านเกิดหรือผู้เป็นบุพการี ทำให้หญิงสาวมั่นใจแล้วว่าผู้เป็นอาจารย์ไม่แคล้วต้องการรับรู้เรื่องราวที่นางไม่ยอมกลับบ้านเป็นแน่

            ทว่าเพราะตัวนางที่ยังไม่พร้อมเอ่ยเล่าให้ผู้ใดฟังจริง ๆ สุดท้ายการร่ำเรียนในวันนั้นจึงจบลงโดยที่ซูฮวาอ่านกวีและวิเคราะห์บทร่ายเหล่านั้นเป็นร้อยแก้วให้ผู้อาจารย์ฟังเท่านั้น

            .
            " อืม.. ใช้ได้ ไว้พรุ่งนี้ข้าจะเอาตำราของหลักปรัชญามาให้เจ้าร่วมวิเคราะห์ศึกษาด้วยแล้วกัน ...เจ้าไปได้ "

            " ขอบพระคุณท่านอาจารย์หลิวสำหรับวันนี้มากเจ้าค่ะ "



ใช้งาน NPC เหมยซูฮวา [ 159 ]
อัตลักษณ์นิสัยมีไหวพริบ
+2 Point เมื่อโรลเรียนรู้



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-10 21:07:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลพบเจอสหายและศิทย์ของท่านจื่อเค่อ



หลังจากที่จีเทียนเต๋านั้นไปพูดคุยกับสหายที่โรงอุปรากรแล้วตนเองก็ไปรับเหวินหยวนกับแม่นางนั้นที่โรงหมอหลังจากเยี่ยมเยียนต้าจงแล้วนั้นพวกของตนเองนั้นจึงเดินทางมาพักที่โรงเตี๊ยมก่อนที่พวกของตนเองนั้นจะเดินทางไปยังหมู่บ้านซีตี้ต่อไปหลังจากที่เข้ามาโรงเตี๊ยมแล้วนั้น ก็พบกับท่านจื่อเค้อนั่งอยู่บนโต๊ะแต่ว่าในที่โต๊ะนั้นไม่ได้มีอีกฝ่ายแค่คนเดียวแต่กลับเพิ่ม บัณฑิตหนุ่มกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกันนั้น โดยที่คนทั้งคู่นั้นเป็นคนที่ตนเองไม่เคยเห็นหน้าเลยซักครั้งก่อนที่ตนเองนั้นจะเดินเข้าไปทักทายอีกฝ่ายทันที

"สวัสดีครับท่านจื่อเค้อ ยินดีที่ได้เจอท่านนะครับ ยังไงก็ดูแลตัวด้วยนะครับท่านสำหรับเอ่อท่านๆที่เหลือนั้น...."

"สวัสดีท่านจีเทียนเต๋าสบายดีใช่ไหมนั้นสำหรับอีกสองท่านนี้นั้น เป็นสหายของข้าเองแหละกับลูกศิทย์ของข้าเองโดยที่พวกเค้าพึ่งจะไปกับข้าสำหรับดูการประลองที่ผ่านมาเมื่อวานเองข้าเห็นลูกศิทย์ท่านประบองด้วยเหมือนกันตอนนี้เค้าอยู่ไหนแล้วล่ะข้าไม่เห็นเค้าเลย คนนี้สหายของข้าเรียกว่า เหวินยื่อ ก็ได้ส่วนอีกคนนั้นเป็นลูกศิทย์ของข้าเองท่านจะเรียกว่า เหมย ซูฮวาก็ได้นะ "

"เป็นเช่นนี้ถ้างั้นข้าขอเคราวะทั้งคู่ด้วยข้ามีนามว่าจีเทียนเต๋า ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน ลูกศิษย์ข้าต้าจงตอนนี้ได้ไปพักโรงหมอที่บั่วหยางแล้วอีกสักครึ่งเดือนคงจะดีขึ้น ถ้างั้นท่านจื่อเค่อคุยกับสหายกับลูกศิทย์ได้เลยเดี่ยวข้าจะต้องขอตัวก่อน โชคดีทุกท่าน"

"โชคดีท่านจีเทียนเต๋าขอให้ลูกศิทย์ท่านนั้นปลอดภัยออกมาจากโรงหมอได้"

ก่อนที่จีเทียนเต๋านั้นขอตัวออกไปหาพวกของตนเองก่อนจะพักแล้วเตรียมตัวออกเดินทาง


ใช้ลักษณะนิสัย ติ่งหูยาว

-10ผู้ให้ความสนใจ

หูดี

+5 EXP เมื่อโรลสร้างความสัมพันกับคนอื่นก่อน

+15ความสัมพันธ์กันคนที่คุยด้วย

หลังตรง

+15ความสัมพันธ์แรกเริ่มเมื่อรู้จักสหายใหม่ ( NPC159,029)

ถ่อมตน

-15 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม (NPC 029)


-20 ความสัมพันธ์นักษัตรไม่ถูกกัน(NPC159)


มอบไอเทม ชาต้าหงผาให้กับNPC 171


+15 ความสัมพันธ์กันเมื่อเจอคนหัวเดียวกัน

+30 คุณธรรมเมื่อเจอนิสัยเหมือนกัน

(ทั้งสามคนหัวดีหมด)


@Webmaster


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-10-11 18:51:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-10-11 18:52


เหมยซูฮวา | ร่ำเรียนศึกษา
วันที่สอง
.
.

          วันต่อมาของวันที่ซูฮวาได้มาร่ำเรียนชั่วคราวกับผู้เป็นอาจารย์ เนื่องจากเมื่อวานตอนกลับมาจากตัวเมืองนางได้ปลามาเกือบ 20 ตัว ซูฮวาจึงได้แวะเข้าไปยังโรงครัวของโรงเตี๊ยมชิงหมิงเพื่อทำการมอบปลาเก๋าที่ได้มาทั้งหมดตอบแทนสถานที่และอาจารย์ที่เอื้อเฟื้อสละเวลามาช่วยสอนสั่งนาง ซึ่งหลังมอบให้เรียบร้อยพร้อมช่วยเตรียมสถานที่ส่วนโรงเตี๊ยมอีกราวสองเค่อถึงล้างไม้ล้างมือเตรียมไปยังห้องรับรองที่ใช้เรียนเมื่อวานในยามเฉิน

          เมื่อมาถึงก็เป็นอีกคราที่ผู้เป็นอาจารย์นั้นได้รออยู่ในห้อวก่อนแล้ว ทว่าครานี้ไม่ได้นั่งเปิดตำราอ่านรอ แต่กำลังลุกเดินดูชั้นหนังสือที่ถูกบังด้วยฉากกั้นยังบริเวณท้ายห้องอยู่ พลันได้ยินเสียงฝีเท้าแล้วคำเอ่ยคารวะจากผู้เป็นศิษย์ อีกบุรุษก็เอ่ยหาเข้าเรื่องเสียเดี๋ยวนั้น

          " ข้ามาคิดดูเจ้าก็ผ่านการร่ำเรียนกับข้ามาก่อนแล้ว ในการเรียนครานี้ซูฮวามีเรื่องที่อยากรู้หรืออยากให้ข้าสอนเพิ่มหรือไม่ "

          ได้ยินเช่นนั้นซูฮวาก็คล้ายนิ่งค้างไปเล็กน้อย ดวงตาสีอ่อนกวาดมองทั่วห้องก่อนหันหายังชั้นหนังสือของผู้เป็นอาจารย์ราวกำลังนึกตัดสินใจ ก่อนหยุดค้างที่ตัวแผงลูกคิด ทว่ายังไม่ทันเอ่ยกล่าวก็พลันเห็นขลุ่ยไม้ที่วางยังมุมชั้นวางเอาไว้ให้เผลอหยิบไม่รู้ตัว แววตาคมหวานเหลือบมองผู้เป็นอาจารย์ดูประกายไม่น้อย

          " ท่านอาจารย์หลิวเป่าขลุ่ยเป็นด้วยหรือเจ้าคะ? " สตรีแซ่เหมยเอ่ยเรียบเรื่อยแต่แฝงความตื่นเต้นไว้ไม่น้อย พร้อมกันนั้นมือเรียวก็เลื่อนหยิบเอาขลุ่ยขึ้นมาก่อนส่งรอยยิ้มแต้มบางดูมุ่งมั่นว่าอยากเรียนสิ่งที่อยู่ในมือนางตอนนี้

          " เจ้าจะเรียนขลุ่ย? "

          " เจ้าค่ะ! "

          " เช่นนั้นเจ้าอยากเรียนขลุ่ยเพราะอะไร? " หลิวจื่อเค่อขยับมาหันมองอิสตรีพร้อมกอดอกด้วยท่วงท่านิ่งสงบแต่ก็ดูกดดันไม่น้อย ทำเอาซูฮวาที่เห็นเผลอลอบกลืนน้ำลายน้อย ๆ ก่อนเอ่ยกลับหาเสียงแผ่วลง

          " เพราะ.. อยากเรียนเพราะอยากฟังเพลงขลุ่ยเจ้าค่ะ "

          ซูฮวาเอ่ยตอบโดยละประธานในประโยคไว้ในใจทั้งที่ประโยคเต็มคือ อยากฟังเพลงขลุ่ยของอาจารย์ ซึ่งคนตรงหน้าก็คล้ายรู้แกว หรี่ดวงตาหาลูกศิษย์ดูกึ่งดุอยู่ในทีทำเอาสตรีแซ่เหมยผินสายตาหลุบต่ำตั้งท่าสำนึกผิดทั้งที่ถือขลุ่ยอยู่ตรงนั้น ก่อนแว่วเสียงถอนหายใจยาวก่อนผู้เป็นอาจารย์จะกล่าวสอนแก่ลูกศิษย์ไป

          " เจ้าไม่ได้ตอบคำถามของข้าเลย...ซูฮวา "
          .
          " ถ้าหากข้าถามว่า ซูฮวาอยากสร้างบ้านเพราะอะไร "
          " แล้วซูฮวาตอบว่า... หน้าหนาวจะได้หลบลมหนาว หน้าร้อนจะได้หลบลมร้อน อีกทั้งเป็นการแบ่งกั้นโลกส่วนตัวออกจากโลกภายนอก... ชายหญิงจะได้มีเส้นแบ่งที่แตกต่างกัน "
          " อย่างนี้จึงจะเรียกได้ว่าเจ้าได้นำเอาเหตุผลที่ว่าเพราะอะไรจึงอยากสร้างบ้านมาตอบแก่ข้า "
          .
          " เวลานี้ข้าถามเจ้าว่าเพราะอะไรขึงอยากเรียนขลุ่ย เจ้ากลับบอกว่าเพราะอยากฟังเพลงขลุ่ย "
          " การตอบคำถามแบบนี้ก็เหมือนกับการที่ข้าถามเจ้าว่า เพราะอะไรจึงอยากสร้างบ้าน แต่เจ้ากลับตอบว่าอยากสร้างบ้านเพราะอยากได้บ้าน... ซึ่งเท่ากับไม่มีคำตอบใช่หรือไม่... ซูฮวา "

          โดนสอนไปหนึ่งบทสตรีแซ่เหมยก็แทบจะยิ้มไม่ออกเลยเชียว นางพลันก้มหน้าสำนึกผิดอยู่ครู่หนึ่ง พร้อมค่อย ๆ กลั่นกรองคำพูดของผู้เป็นอาจารย์อย่างช้า ๆ ซึ่งบุรุษเบื้องหน้าก็คล้ายไม่ได้เร่งร้อนหรือเอ่ยเค้นสิ่งใดต่อลูกศิษย์ ราวกำลังรออยู่เช่นกันว่านางพร้อมที่จะตอบคำถามของตนอีกครั้งในยามใด และทันทีที่ซูฮวาเงยหน้าสบหาผู้เป็นอาจารย์ด้วยแววตามุ่งมั่น รอยยิ้มของหลิวจื่อเต่อพลันเผยออกบางเบา ก่อนเอ่ยถามอีกหนด้วยน้ำเสียงที่แฝงแววคาดหวังกับคำตอบในนั้น

          " เช่นนั้นลองตอบข้าอีกครา.. เพราะอะไรเจ้าถึงอยากเรียนขลุ่ยงั้นหรือ? "

          " ข้าอยากเรียนเพื่ออยากฝึกสมาธิเจ้าค่ะ ฝึกจากการที่ทั้งต้องจดจำเหล่าตัวโน้ตพร้อมการเป่าตามตัวโน้ตนั้นให้ถูกต้องและไม่ผิดเพี้ยน นอกจากนี้การที่ข้าเล่นเพลงขลุ่ยได้ เสียงดนตรีอาจช่วยขับกล่อมจิตใจของข้าให้ผ่อนคลายมากขึ้นด้วยเจ้าค่ะ.. "

          หลิวจื่อเค่อพยักหน้ารับลงแผ่วสองสามครั้ง ดูเริ่มพอใจกับคำตอบของศิษย์เบื้องหน้า เช่นนั้นแล้วผู้เป็นอาจารย์จึงผละเดินไปหยิบเอาขลุ่ยของตัวเองยังอีกห้องเพื่อเตรียมช่วยสอนให้แก่ซูฮวาตามคำขอก่อนหน้า

          โดยคาดหวังไม่น้อยว่าศิษย์แซ่เหมยผู้นี้หลังเรียนรู้จะได้ผลประโยชน์จากการเรียนตามที่กล่าวออกมาจริง



มอบ ปลาเก๋า 10 ตัว ให้ โรงเตี๊ยมชิงหมิง
.
ใช้งาน NPC เหมยซูฮวา [ 159 ]
ลักษณะนิสัยใจกว้าง
+15 EXP ทุกครั้งที่โรลแบ่งปันข้าวของ บริจาคด้วยความเมตตาให้ผู้อื่น
อัตลักษณ์นิสัยมีไหวพริบ
+2 Point เมื่อโรลเรียนรู้


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้