[เมืองเฉินหลิว] ร้านบะหมี่สามหาว - สาขาเฉินหลิว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-9-23 14:05:05 |โหมดอ่าน

ร้านบะหมี่สามหาว - สาขาเฉินหลิว
{ เมืองเฉินหลิว }








【ร้านบะหมี่สามหาว - สาขาเฉินหลิว】

ร้านบะหมี่สามหาว สาขาเฉินหลิว ก่อตั้งขึ้นโดยสามพี่น้องตระกูลหาว
ขายบะหมี่โอชารสนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น
บะหมี่ผัดเต้าหู้ บะหมี่เนื้อวัว บะหมี่ฉีซาน บะหมี่น้ำกุ้งทะเล
ร้านนี้เป็นร้านสาขาที่ 2 โดยสาขาแรกอยู่ที่ฉางอัน
บะหมี่ที่นี่ทำออกมาเหมือนกันหมดทุกชาม
ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ หรือหน้าตาการตกแต่ง

ราวกับว่าพ่อครัวมีการชั่งตวงวัดทุกอย่างตามสูตรมาอย่างเป๊ะ ๆ

ทุกท่านสามารถมาโรลเพลย์ทำงานพาร์ทไทม์ประจำวัน
ค่าจ้าง: 120 อีแปะ - 5 EXP (รายวัน)




เถ้าแก่: หาว ปัง
อุปนิสัย:
ชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึม พูดน้อย ไม่ค่อยสันทดด้านการบริการที่หน้าร้าน
เขามักจะทำงานอยู่แต่ในครัว หาวปังเป็นผู้พึงพอใจในสิ่งสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก
เขามักจะจัดร้านอย่างเป็นระเบียบ และมีวินัยในการทำบะหมี่แต่ละชามเป็นอย่างมาก
เขาจะไม่พอใจเลยหากเห็นว่ามีต้นหอมซอยในชามบะหมี่เกินมา
หรือขาดไปแม้แต่ท่อนเดียวจากที่วางไว้









 เจ้าของ| โพสต์ 2021-10-4 01:02:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
  
.: แขกที่สัญจรมาโรงอุปรากร :.

กติกาการโรลเพลย์สนทนาทำความรู้จักขุนพลสัญจรผ่านมา
(1) 1 โรลเพลย์ สามารถเจอได้แค่ 1 คนเท่านั้น ยกเว้นมีระบุว่า xx นั่งกับ xx
(2) ในโรลเพลย์สร้างสถานการณ์พบเจอครั้งแรกได้อิสระ โดยไม่แหกนิสัย NPC
(3) นอกจากทำความรู้จัก พูดคุย ใน 1 โรลเพลย์สามารถมอบของขวัญให้ 1 ชิ้นเท่านั้น
(4) การชักชวนเข้ากองกำลัง บาง NPC ไม่จำเป็นต้องหัวใจเต็ม 10 ดวงเสมอไป นอกจากอยู่ที่การให้ของแล้ว การพูดคุย โรลทิ้งท้ายไว้ และ กำกับว่า "ชักชวน"
ทางทีมงานจะมาคอมเม้นท์ว่าชวนสำเร็จหรือไม่ ถ้าสำเร็จคุณจะได้โต้วาทีกับเขา ถ้าชนะแสดงว่าเขายอมรับใช้คุณ


ความสำคัญก่อนโรลสร้างความสัมพันธ์ NPC
(1) สำคัญมาก ที่คุณจะต้องตรวจเช็ค (ลักษณะนิสัยขัดแย้งกันหรือไม่ สามารถเช็คได้จากที่นี่ คลิก)
(2) รองลงมา ตรวจเช็ต ธาตุวันเกิด และ ปีนักษตร ชงกันหรือไม่ สามารถเช็คได้ที่นี่ (คลิก)
(3) ทุก ๆ การโรลเพลย์ที่มีความขัดแย้งในด้านนิสัย และ ธาตุหรือปีนักษัตรชงกัน เนื้อหาโรลเพลย์คุณจะต้องสร้างให้สมเหตุสมผล
เมื่อความสัมพันธ์ต้องลบลงในโรลเดียวกับจีบ ที่ความสัมพันธ์เพิ่ม โดยการครีเอทสร้างสถานการณ์โรลเพลย์ไม่ถึงกับทะเลาะ ขัดแย้งกัน
แต่ให้คุณเผลอทำอะไรที่ไม่ดี หรือใช้คำพูด หรือ บางอย่างเกี่ยวกับนิสัย ตัวคาร์คุณในโรลนั้นด้วย เพื่อให้มีความเมคเช้นส์ในการลดความสัมพันธ์




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-10-11 11:11:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เทศกาลฉงหยาง
นัดหมายผู้อาวุโส
.
.

          วันต่อมาหลังจากผ่านงานประลองประชันพลังที่ลั่วหยาง จิ้นอิ๋งตื่นขึ้นมาในยามเหม่ามาบนตั่งด้วยสีหน้าตียุ่งคล้ายกำลังสับสน กระทั่งตั้งสติได้ว่านอนอยู่ที่ไหนดวงหน้าหวานพลันแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ แม้ไม่ได้รู้สึกชอบพออะไรกับบุรุษแซ่กัวไปมากกว่าสหาย แต่การมาค้างอ้างแรมในบ้านบุรุษก็เป็นสิ่งที่เด็กสาวพอจะรู้ตัวว่าไม่สมควรเป็นที่สุด

          ทำให้หลังจากตื่นขึ้นมาพร้อม ๆ กับกัวเจีย ทั้งคู่ก็ต่างเร่งเตรียมตัวเพื่อเข้าตัวเมืองในอีกครึ่งชั่วยามต่อมาเพื่อเอาตำราของบุรุษแซ่กัวส่งให้สหายในเมืองเฉินหลิวต่อไป ซึ่งสหายที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นสวินกงต๋าที่มีสีหน้างุนงงเล็กน้อยยามเมื่อได้รับของจากกัวเจีย ทว่าสักพักก็แย้มยิ้มขึ้นและเอ่ยขอบคุณขึ้นมาหลังพบพานจิ้นอิ๋งที่ตามเข้ามาในเมืองไปด้วย
          .
          .
          จนธุระของอีกบุรุษเสร็จสิ้น เด็กสาวที่ไม่ค่อยได้เที่ยวชมยังตัวเมืองเฉินหลิวนักพลันเอ่ยชวนขอให้กัวเจียได้อยู่เดินในเมืองกับนางเสียก่อนที่จะไปส่งยังกระท่อมอีกที

          " ไว้ข้าจะเลี้ยงบะหมี่ให้นะเจ้าคะ " ดรุณีน้อยเอ่ยหนักแน่นให้สัญญาก่อนก้าวเท้ารวดเร็วไปยังแผงขายขนมหนึ่งที่ล่อตานางตั้งแต่เมื่อครู่

          หลังสอบถามราคาที่แสนย่อมเยา จิ้นอิ๋งก็เลือกซื้อขนมเซาปิ่งที่ไม่ได้กินนานขึ้นมาจับจ่าย แต่แล้วสายตาพลันทอดมองเห็นขนมประจำเทศกาลฉงหยางเข้าให้ดวงตาสีนิลพลันเบิกขึ้นราวกับเพิ่งนึกได้ว่าใกล้ถึงวันเทศกาลเก้าคู่หรือเทศกาลผู้สูงอายุขึ้นมาแล้ว ในหัวหวนนึกถึงครอบครัวที่ไม่รู้อยู่ทางใต้สุดที่เมืองใดแววตาก็พลันไหววูบขึ้นมาระหว่างมองนิ่งยังขนมชิ้นนั้น

          " เป็นอะไรงั้นหรืออาอิ๋ง " น้ำเสียงทุ้มจากอีกบุรุษที่ดังข้างกายเรียกสติให้จิ้นอิ๋งหันไปสบตากับอีกฝ่าย ก่อนนางพลันส่ายศีรษะกลับหาแผ่วเบา

          " แค่.. จะถึงเทศกาลฉงหยางแล้วน่ะเจ้าค่ะ ข้าลืมเสียสนิทเลย กัวเจียมีครอบครัวหรืออาจารย์ที่จะเชิญไปปีนเขาหรือไม่เจ้าคะ? " จิ้นอิ๋งพลันเอ่ยชวนคุยขึ้นมาเพื่อไม่ให้บรรยากาศกลับไปเศร้าซึมขึ้นมา พร้อมในใจนางก็พยายามเอ่ยให้กำลังใจตัวเองว่าอย่างน้อยคนที่บ้านก็ยังปลอดภัย ไม่มีอะไรวิเศษไปมากกว่านี้แล้ว

          .
          โดยระหว่างที่ทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับวันเทศกาล ก็พากันเดินมาจนถึงร้านบะหมี่สามหาวชื่อดังพอดี ดรุณีน้อยพลันมองหาที่นั่งที่ภายในร้านแทบแน่นขนัดด้วยผู้คน จนได้โต๊ะแล้วก็เอ่ยความเห็นต่อถึงคำตอบของอีกฝ่ายที่บอกก่อนหน้าว่าไม่มีผู้ให้ร่วมงานปีนเขาพร้อมเอ่ยย้อนถามถึงจิ้นอิ๋งกลับมาด้วย

          " ไม่มีจริงหรือเจ้าคะ.. ความจริงตัวข้าก็ไม่เชิงมีเสียทีเดียว กระนั้นถ้าจะให้เชิญผู้อาวุโสที่สามารถไปร่วมงานได้ก็คงมีคนหนึ่ง แต่อีกฝ่ายน่าจะอยู่ที่หมู่บ้านเซิ่งหุนเลยน่ะเจ้าค่ะ "

          จิ้นอิ๋งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความกังวลเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตามองหาเสี่ยวเอ้อร์ของร้านเพื่อเตรียมสั่งอาหาร แต่แล้วสักพักแทนที่จะได้เสี่ยวเอ้อร์มาหายังโต๊ะ กลับปรากฏเด็กสาวหน้าตาน่ารักน่าชังมายืนยิ้มแก้มกลมข้างโต๊ะเสียอย่างนั้น ทำเอาจิ้นอิ๋งเผลอส่งยิ้มกว้างเจือเอ็นดูส่งหาไม่ต่างกัน และยิ่งคล้ายนางส่งรอยยิ้มหา เด็กน้อยตรงหน้าก็ยิ่งส่งเสียงหัวเราะดูเอียงอายเล็กน้อย ก่อนจะยื่นหน้าเข้าใกล้อีกเพียงนิดและผงกหัวเล็กเสียหลายรอบเหมือนกับเข้าใจในบางอย่างขึ้นมา

          " พี่สาวทำถุงหอมเตรียมวันงานเทศกาลฉงหยางแล้วหรือเจ้าคะ? ข้าได้กลิ่นในตอนเดินผ่านเมื่อครู่น่ะเจ้าค่ะ บอกข้าได้หรือไม่เจ้าคะว่าพี่สาวหามาจากที่ใด? ข้าชอบกลิ่นถุงหอมนี้มากเลยล่ะเจ้าค่ะ "

          น้ำเสียงเล็กเอ่ยเจื้อยแจ้วชวนเอ็นดูไม่น้อย ทำเอากัวเจียที่เฝ้าเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนหน้าพลันเลิกคิ้วส่งหา รอยยิ้มพรายแย้มออกก่อนจะเอ่ยแทรกสองสตรีต่างวัยด้วยน้ำเสียงกลั้วขำขึ้นมา

          " ข้าเกรงว่าถุงหอมที่เจ้าอยากได้คงหาไม่ได้ง่าย ๆ หรอกกระมังแม่นางน้อย "

          สิ้นเสียงกัวเจียเด็กสาวก็คล้ายเผยสีหน้าราวกับไม่อยากยอมรับคำพูดของบุรุษแซ่กัวที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่รู้สายังอีกฝั่งของโต๊ะ ให้จิ้นอิ๋งแทบจะส่งสายตาดุหาที่ไปตัดรอดคำกล่าวของเด็กน้อยเสียอย่างนั้น แต่แล้วก็พลันมีเสียงของอีกบุรุษดังแทรกมาเสียก่อนทำให้เด็กหญิงแปลกหน้าผู้นั้นรีบผละถอยเว้นระยะห่างกับจิ้นอิ๋งออกมาแทบจะทันที

          " หวังอี้.. ข้าเคยสอนว่าอย่างไรเรื่องมารยาทกับคนไม่รู้จัก "

          " ต้องทักทายแนะนำตัวก่อนเจ้าค่ะ.. สวัสดีเจ้าค่ะพี่สาวและพี่ชาย ข้ามีนามว่าหวังอี้ ข้าขออนุญาตทราบนามของพวกท่านได้หรือไม่เจ้าคะ " เด็กสาวพลันเอ่ยตอบรับหาบุรุษที่เอ่ยทักหาแข็งขัน ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวและคำถามส่งหาจิ้นอิ๋งที่ตอนนี้แทบจะมองตามบุรุษที่มาเยือนคนใหม่เสียตาโต ปากก็พลันกล่าวตอบชื่อตัวเองเสียงสั่นให้แก่เด็กน้อยไปไม่รู้ตัว

          " กู่.. กู่จิ้นอิ๋งเจ้าค่ะ "

          " กัวฟ่งเสี้ยว " อีกบุรุษที่โดนเอ่ยถามตอบกลับเสียงเรียบหลังเห็นอิสตรีที่มาด้วยกล่าวตอบไปก่อนเช่นนั้น

          " ยินดีที่ได้พบท่านทั้งสองนะเจ้าคะ... ข้ารู้จักพี่สาวกู่แล้วเจ้าค่ะ พูดคุยด้วยได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะท่านอาจารย์ "

          กลายเป็นจุดรวมสายตาคือเด็กน้อยที่เอ่ยถามเสียงซื่อกับผู้เป็นอาจารย์อย่างกระตือรือร้น ทำเอาจิ้นอิ๋งที่นึกเอ็นดูไม่น้อย อยากช่วยเหลือขึ้นมาหลังเห็นสายตาของผู้มีพระคุณที่ไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่กำลังมองศิษย์ตัวเล็กด้วยแววตาคมกริบ ซึ่งนางก็พลันเร่งรีบผุดลุกค้อมตัวทักทายทั้งคู่พลางผายมือให้เชิญนั่งร่วมกัน

          " สวัสดีเจ้าค่ะท่านจอมยุทธ์หลิว ไม่นึกว่าจะได้เจอท่านที่นี่… คือ.. ตอนนี้ก็รู้จักแม่นางน้อยหวังแล้ว ..อย่างไรก็นั่งด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ โต๊ะอื่นก็เต็มหมดแล้วน่ะเจ้าค่ะ "

          ดรุณีน้อยพยายามไกล่เกลี่ยให้อีกบุรุษผู้มีพระคุณคลายสีหน้าเรียบตึงลงไป ซึ่งอีกคนก็เพียงเลื่อนสายตามองกลับหาจิ้นอิ๋งนิ่ง ก่อนจะพยักใบหน้ารับแผ่ว ทว่าในตอนที่จิ้นอิ๋งตั้งใจจะลุกไปนั่งเคียงกับกัวเจียให้สองศิษย์อาจารย์นั่งด้วยกัน เด็กสาวกลับเอ่ยอ้อนขออาจารย์เสียงแผ่วเพื่อนั่งข้างจิ้นอิ๋ง และกลายเป็นความใจอ่อนของดรุณีน้อยแทนที่ช่วยเอ่ยเสริมไปด้วย ในตอนนี้เลยกลายเป็นสองบุรุษและสองสตรีนั่งเคียงกันคนละฝั่งของโต๊ะ โดยมีกัวเจียที่ตอนนี้นิ่วคิ้วตีหน้ายุ่งพร้อมกับมองหาจิ้นอิ๋งที่นั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะราวกับต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับคนที่อิสตรีเรียกขานจอมยุทธ์ไปเมื่อครู่ในตอนนี้

          " จริงด้วย! กัว.. ฟ่งเสี้ยวนี่คือผู้มีพระคุณของข้าที่เคยช่วยเหลือจากโจรโพกผ้าเหลืองเมื่อเดือนก่อนเจ้าค่ะ ส่วนทางนี้สหายสนิทของข้าเองเจ้าค่ะท่านจอมยุทธ์หลิว "

          " กัวฟ่งเสี้ยว ยินดีที่ได้รู้จักท่าน " กัวเจียเอ่ยแนะนำตัวอีกหนอย่างสุภาพพร้อมค้อมศีรษะหาเสียก่อน

          " หลิวจื่อกง ยินดีที่ได้รู้จักท่านเช่นกัน " จอมยุทธ์หลิวพลันเอ่ยตอบกลับสั้น ๆ แต่ก็แฝงความสุภาพในเนื้อเสียงหลายส่วนหาสหายของคนที่เคยได้ช่วยเหลือเช่นกัน

          คล้ายบรรยากาศบนโต๊ะจะรายล้อมด้วยความเงียบไปครู่หลังสิ้นคำแนะนำตัวกันและกัน ชวนให้บรรยากาศอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ทำให้จิ้นอิ๋งเร่งชูแขนสูงเรียกเสี่ยวเอ้อร์ให้มารับเมนูรวดเร็วเป็นการขัดบรรยากาศ จะมีก็แต่เด็กน้อยหวังอี้ที่ไม่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศเหล่านั้นเริ่มสอดสายตามองตามชุดของจิ้นอิ๋งราวกับจะหาถุงหอมที่ต้องการจนแว่วเสียงหัวเราะแผ่วจากจิ้นอิ๋งก่อนนางจะเอ่ยความจริงแก่เด็กน้อยข้างกายไปในที่สุด

          " พี่สาวไม่มีถุงหอมหรอกนะเจ้าคะแม่นางน้อย ต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ " และเพราะจิ้นอิ๋งเป็นฝ่ายยืนยันมาเช่นนั้น เด็กสาวถึงยอมผละสายตาออกมา พอดีกับที่เสี่ยวเอ้อร์ของร้านมารับเมนูพอดี

          จิ้นอิ๋งพลันเอ่ยอาสาจะเลี้ยงอาหารมื้อนี้ให้เอง เพราะอย่างไรหลิวจื่อกงก็เป็นผู้ที่เคยช่วยเหลือตนมาก่อน ทว่าหลังทั้งสามเอ่ยเมนูออกไปได้แล้ว เด็กสาวตัวน้อยของกลุ่มกลับมีสีหน้าที่คิดไม่ตกอยู่นานและไม่ยอมเอ่ยสั่งอาหารเสียทีทำเอาเสี่ยวเอ้อร์เริ่มจะยิ้มเย็นเพราะยังมีคนอีกเยอะภายในตัวร้าน จิ้นอิ๋งจึงเร่งเอาขนมเซาปิ่งที่เพิ่งซื้อมาส่งยื่นให้แก่หวังอี้เสียก่อน เด็กน้อยถึงแย้มรอยยิ้มดีใจก่อนรับของมาพร้อมเอ่ยขอบคุณคนให้อย่างสุภาพทำเอาจิ้นอิ๋งเผยรอยยิ้มตามไปด้วย

          จนสุดท้ายหวังอี้ตัวน้อยที่กำลังแกะขนมเซาปิ่งทานก็เอ่ยปฏิเสธที่จะสั่งอาหารจนเสี่ยวเอ้อร์พยักใบหน้ารับและจากไปสั่งเมนูมาให้ ปล่อยให้จิ้นอิ๋งต้องกลับมารับมือกับสองบุรุษที่ยั่งเงียบข้างกันจนรู้สึกเอ่ยกล่าวอะไรไม่ถูกขึ้นมา

          " คือ.. ท่านจอมยุทธ์หลิวไปรับแม่นางน้อยหวังเป็นศิษย์ได้อย่างไรหรือเจ้าคะ "

          " เป็นลูกของคนรู้จักฝากเลี้ยงน่ะ "

          อีกฝ่ายตอบรับเพียงเท่านั้นก่อนรินชาที่โดนเสิร์ฟลงถ้วยและยกขึ้นจิบ โดยเด็กน้อยที่เคี้ยวขนมเซาปิ่งเสียแก้มตุ่ยก็พลันเร่งวางขนมในมือลงบนจานว่างที่เสี่ยวเอ้อร์ใจดีนำมาวางให้ ก่อนปัดมือเล็กน้อย  ๆ พอให้ไม่เปื้อนขนม และจับกาใส่ชามายกรินลงถ้วยชาให้แก่เหล่าคนที่โตกว่าบนโต๊ะ

          " ข้ารินชาให้นะเจ้าคะพี่สาว ..พี่ชายกัวด้วยนะเจ้าคะ "

          เด็กน้อยเอ่ยกระตือรือร้นพลางรินชาเผื่อไปยังกัวเจียให้พอแย้มรอยยิ้มจางออกมาได้ ซึ่งหลิวจื่อกงที่เห็นก็พลันวางถ้วยเปล่าให้เด็กสาวหวังอี้ได้รินให้ตามมารยาทเช่นเดียวกัน เรียกเสียงชื่นชมให้ดังจากจิ้นอิ๋งที่เด็กสาวดูรู้ความถึงเพียงนี้ ก่อนบนโต๊ะจะเริ่มมีแค่เสียงของสองสตรีที่เอ่ยถึงขนมเซาปิ่งที่ถูกนำมาทานอีกหน กระทั่งบะหมี่เนื้อวัวและหมี่ซั่วนำเสิร์ฟ จิ้นอิ๋งก็ยังโดนหวังอี้อ้อนขอให้ป้อนบะหมี่ตนด้วย นางจึงต้องคอยดูแลเด็กสาวไปก่อน ให้อีกสองบุรุษต่างทานอาหารของตนไป

          กระทั่งเสร็จสิ้นพร้อมกับที่จิ้นอิ๋งช่วยเช็ดมือเช็ดปากให้จนหวังอี้มือไม้หน้าตาสะอาดสะอ้านเช่นเดิม เด็กสาวพลันเอ่ยขอบคุณจิ้นอิ๋งกลับไปพร้อมดวงหน้าที่ประดับรอยยิ้มกว้างชวนเอ็นดู

          " ขอบคุณพี่สาวกู่มากเลยเจ้าค่ะ "

          " ขอบคุณสำหรับมื้ออาหารเช่นกันแม่นางกู่ เช่นนั้นพวกข้าคงต้องขอตัวลาก่อน ขอบคุณท่านทั้งสองที่ให้ร่วมโต๊ะ.. หวังอี้กลับกันเถิด " หลิวจื่อกงที่คล้ายมีธุระที่ต้องคอยดูแลศิษย์ตัวน้อยผู้นี้ต่อพลันเอ่ยลากลับไปและเตรียมผุดลุก โดยมีหวังอี้มีสีหน้าอิดออดไม่น้อยที่จำต้องจากพี่สาวที่รู้สึกถูกชะตาผู้นี้ไป

          ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งคู่จะลุกออกโดยมีกัวเจียคอยเอ่ยลาส่ง จิ้นอิ๋งที่เพิ่งนึกได้เรื่องเทศกาลหลังไม่ต้องพะวงดูแลเด็กตัวน้อยข้างตัวแล้วก็โพล่งเอ่ยหาจอมยุทธ์หลิวไปเสียก่อนที่อีกคนจะจากไป พร้อมผุดลุกค้อมตัวทำมือคารวะอย่างจริงจัง

          " ช้าก่อนเจ้าค่ะท่านจอมยุทธ์หลิว.. คือ… อีกไม่กี่วันก็ถึงเทศกาลฉงหยางแล้ว และท่านก็เป็นผู้ที่เคยช่วยเหลือข้ามากมาย มีพระคุณต่อข้ามากนักที่ทำให้ข้ารอดจากเหล่ากลุ่มโจรจนอยู่มาถึงตอนนี้… "
          .
          " อย่างที่ทราบว่าท่านพ่อท่านแม่ของข้าก็ไม่ได้อยู่ด้วยกับข้าแล้ว ข้าจึงขอนับท่านต่างผู้อาวุโสผู้หนึ่งและเชิญไปร่วมปีนเขาด้วยกันได้หรือไม่เจ้าคะ? "




กู่จิ้นอิ๋ง ขอเชิญผู้เปรียบดั่งผู้อาวุโส [102] หลิว ไท่
ร่วมเทศกาลฉงหยางเพื่อปีนเขาในช่วงเช้าร่วมกัน

ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
.
กัวเจีย
หลิวจื่อกง
หวังอี้
[028] มอบ บะหมี่เนื้อวัว ให้

สถานะธาตุหลัก : +10 ความสัมพันธ์ [028] ธาตุดินและปีนักษัตรเหมือนกัน
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง




[102] มอบ หมี่ซั่ว ให้

สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [102] ธาตุน้ำ - เราข่มอีกฝ่าย
สถานะปีนักษัตร : -15 ความสัมพันธ์ [102] ปีเถาะ - ไม่ถูกโฉลก
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง


[146] มอบ ขนมเซาปิ่ง ให้

สถานะธาตุหลัก : +20 ความสัมพันธ์ [146] ธาตุไฟ - เกื้อหนุนเรา
สถานะปีนักษัตร : +20 ความสัมพันธ์ [146] ปีมะโรง - ถูกโฉลก
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง
ลักษณะนิสัยรู้จักให้อภัย
-10 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-11 22:06:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-10-11 22:11

      
⌜91⌟
         
บทที่ 16
จุดหมายคือเฉินหลิว
ฉากที่ 1
                    
          รุ่งสางของอีกวันเหล่านักเดินทางทั้งสามที่ยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งก็ออกเดินทางด้วยรถม้าหลังจากที่ทานอาหารเข้ากันแล้ว สำหรับปลายทางเป็นที่ใดกันอย่างนั้นหรือคงต้องเท้าความถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้…
         
          ...ณ โรงเตี๊ยม อี้เถา เวลายามไห้ ของคืนวันที่สิบ เดือยสือเยว่ จงผิงศกปีที่หนึ่ง...
         
          เด็กสาวผมเปียกลับมาถึงโรงเตี๊ยมหลังจากที่เดินหาสหายบัณฑิตอยู่นานที่ตลาดลั่วหยาง แต่ก็ไร้วี่แววมีเพียงแค่ความเงียบและความคึกครื้นของสถานบริการยามค่ำคืนอย่างหอนางโลมเท่านั้นที่ยังมีแสงสีและเสียงบรรเลงเพลงขับกล่อมออกมา อันที่จริงงานแจกปลาน่าจะจบไปนานแล้วเพราะของแจกใครก็ชอบ เผลอ ๆ ตั้งแผงเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยามปลาก็หมดเกลี้ยงไปเสียแล้วกระมัง
         
          ไม่รู้ว่ายามนี้สหายหนุ่มทั้งสองจะนอนหลับกันไปแล้วหรือยังอาจจะต้องลองเคาะห้องดู
         
          ก๊อก ๆ
         
          “ขอโทษที่รบกวนนะเจ้าคะ คุณชายเหลียง ตงฮั่ว.. หลับไปแล้วหรือยัง”
         
          เฟินเยว่แนบหน้าคุยกับประตูระยะประชิดด้วยความไม่อยากให้เกิดเสียงดังรบกวนห้องข้างเคียง ฉับพลันประตูบานหนาก็เปิดผางออกทำให้เด็กสาวที่แนบหน้าลงไปนั้นหน้าทิ่มถลาเข้ามา
         
          “ว้าย!”
         
          “เฮ้ย!!”
         
          คนเปิดเองก็ตกใจรีบกระโดดถอยหลังหนีไปด้วยสัญชาติญาณจนทำให้ร่างของเด็กสาวเข่ากระแทกพื้น
         
          “อู้ยยยย” เฟินเยว่ยันมือกับพื้นเอาไว้ได้ทันหน้าก็เลยไม่ทิ่มลงไป ส่วนเข่าเจ็บนิดหน่อยยังดีที่ท่อนล่างสวมใส่ทั้งกางเกงและกระโปรงยาวถึงสองชั้นจึงช่วยลดแรงกระแทกอยู่มากโข เด็กสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองคนที่เปิดประตูรับ “อ้าว ตงฮั่วยังไม่นอนหรือเจ้าคะ?”
         
          “ข้านอนมาทั้งวันแล้ว จะให้นอนอีกอย่างนั้นหรือ” เด็กหนุ่มค่อย ๆ ย่อตัวลงไปประคองสาวน้อยขึ้นมา แม้บาดแผลจะทุเลาลงไปมาก แต่ก็ยังเคลื่อนไหวรวดเร็วในทันทีเลยไม่สะดวก “เป็นอะไรไหม เจ็บมากหรือเปล่า?”
         
          “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าใส่กางเกงไว้ข้างในเลยไม่เจ็บมากเจ้าค่ะ”
         
          พูดแล้วก็เปิดกระโปรงขึ้นมาให้อีกฝ่ายดูว่าเห็นไหม มีกางเกงขายาวอยู่ข้างในจริง ๆ แหล่ะ ไม่ได้โกหกจริง ๆ นะ
         
          “เหวอ!! ทำอะไรของเจ้าเนี่ย เป็นผู็หญิงทำไมต้องให้ข้าคอยมาอบรมมารยาทถึงหลายรอบด้วยเล่า!”
         
          เป็นฝ่ายตงฮั่วที่ยกสองมือขึ้นปิดตาราวกับเป็นสาวน้อยแรกแย้มเสียแทน
         
          “อ๊ะ! ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ” เฟินเยว่รีบดึงกระโปรงลงก่อนที่จะยิ้มกว้างหนีความผิดเสียจนเห็นฟันขาวเรียงตัวกันเป็นระเบียบ “ว่าแต่คุณชายเหลียงไปไหนหรือเจ้าคะ?”
         
          “เขาไปอาบน้ำน่ะ คนอะไรก็ไม่รู้อาบน้ำนานเป็นบ้า แถมยังอาบทุกวันเลยด้วยผิวแห้งกันพอดี”
         
          เด็กหนุ่มคิ้วพยัคฆ์บุ้ยหน้าบ่นอุบอิบ ไม่เพียงแต่อาบน้ำนานแต่ยังพอกหน้าเสียขาวด้วยผักบด ไม่รู้จะทำไปเพราะอะไร สู้เอาของพวกนั้นมากินดีกว่า
         
          “นินทาอะไรข้าได้ยินนะ”
         
          น้ำเสียงดุที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างสองเพศดังขึ้นด้านหลัง ดูเหมือนว่าคนที่กำลังพูดถึงจะอาบน้ำเสร็จแล้วกลับมาที่ห้องพอดี ใบหน้าสวยหวานราวกับอิสตรีบูดบึ้งแต่ก็ยังดูงามตา จนบางทีก็สับสนเหมือนกันว่าตกลงอีกฝ่ายนั้นเป็นเพศอะไรกันแน่ ชายหนุ่มเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูตามหลัง ฝั่งคนนินทาเพียงแค่ไหวไหล่ทำทีไม่รู้สึกผิดหรือสะทกสะท้าน
         
          “กลับมาแล้วหรือแม่นางซุน งานเป็นอย่างไรบ้างล่ะ”
         
          “ก็ดีเจ้าค่ะ ดีที่ไม่มีปัญหาอะไร ทางฝั่งคุณชายเหลียงล่ะเจ้าคะ”
         
          “รู้สึกเหมือนได้ทำความดี ๆ นะ แม้ว่าข้าจะไม่ได้ตกปลาเองเท่าไรก็เถอะ” ชายหนุ่มกลั้วหัวเราะ เขาเดินไปนั่งหน้ากระจกเช็ดผมที่เปียก ปากก็พูดเล่าเหตุการณ์ “แจกปลาไปครบทั้งหมดสี่ร้อยตัวเลยล่ะ แล้ววันนี้ก็ยังเจอคนที่แปลก ๆ หลายคนเลยด้วย”
         
          “แปลก ๆ หรือเจ้าคะ? หวังว่าคงไม่เจอคนที่ไม่ดีหรอกใช่หรือไม่เจ้าคะ”
         
          สาวน้อยมองสหายหนุ่มด้วยสายตาเป็นห่วง นางรู้ว่าในสังคมมีทั้งคนดีและเลว หลายคนก็แก่งแย่งแข่งขันกัน ไม่รู้ว่าจากการทำความดีนี้จะไปก่อปัญหาให้ใครเข้าหรือเปล่า
         
          “ไม่ใช่หรอก ๆ ” บัณฑิตหนุ่มหันกลับมาโบกมือปัด ๆ “เอาอย่างเช่น.. คนแรกเป็นชายสวมหน้ากากที่มีชื่อว่าหยินหยาง เขาสนทนาเชิงปรัชญาราวกับว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของโลกแต่ไม่ใช่คนเหมือนกับเราอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็นะ.. พวกปราชญ์ที่ศึกษาตำรามาเยอะบางคนก็อาจจะหลุดโลกไปบ้าง”
         
          “สวมหน้ากากอย่างนั้นเหรอ?”
         
          อยู่ ๆ เด็กสาวก็นึกถึงบุคคลสำคัญหนึ่งคนนั่นก็คือ ซุนเฮยหลง เขาเป็นพี่ชายรูปงามของเฟินเยว่แต่ไม่รู้ทำไมจึงชอบใส่หน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้าครึ่งซีก จนพี่เอียนฟงคอยแซวว่าที่ท่านพี่ต้องปิดบังใบหน้าก็เพราะว่าหล่อเกินไปเดินตลาดลำบากแต่สาวน้อยก็เข้าใจว่านั้นเป็นเพียงแค่คำแซว..
         
          “คุณชายหยินหยางอย่างนั้นหรือเจ้าคะ เป็นแซ่หยินแต่ถูกตั้งชื่อว่าหยางหรือเปล่านะ บิดามารดาของท่านผู้นั้นตั้งชื่อบุตรได้ล้ำมาก ข้าชอบจังเลยเจ้าค่ะ”
         
          “หรือชื่อนั้นอาจจะเป็นนามปากกา พวกกวีทั้งหลายมีเยอะไปที่ตั้งนามปากกาของตนประมาณนั้น”
         
          “อย่างนี้นี่เอง..”
         
          “แล้วก็ เขาฝากสิ่งนี้ไว้ให้เจ้าด้วยนะ บอกว่าเป็นรางวัลที่ทำความดีในยามกลียุคเช่นนี้”
         
          พูดจบต้าซิ่นก็ยื่น 'ห่อ' ที่หยินหยางฝากเอาไว้ให้ เขาไม่เปิดออกด้วยมารยาทจึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร
         
          “เอ๋ เขาให้ของมาด้วยหรือเจ้าคะ”
         
          เฟินเยว่รับมาถือเอาไว้แล้วมองห่อที่อยู่ในมือ ตัดสินใจว่ายังไม่เปิดออกในตอนนี้รอให้ถึงห้องแล้วค่อยเปิดจะดีกว่า น่าเสียดายที่นางไม่ได้พบกับอีกฝ่ายด้วยตัวเองจะได้ขอบคุณเขาถูก
         
          “แล้วก็มีแม่นางอีกคนที่ให้ของมา นางเป็นหญิงงามแต่ดูท่าทางจะเท้ามีปัญหาสักอย่าง น่าเสียดายไม่ได้ถามชื่อ นางให้ชาผิงลี่หนี่วามาให้ เป็นของดีเหลียงโจวเจ้าน่าจะเคยดื่มบ่อยใช่หรือไม่”
         
          “ไม่ค่อยได้ดื่มหรอกเจ้าค่ะ พอดีว่าข้าไม่ค่อยมีเงินก็เลยได้ดื่มแต่ชาธรรมดา” เฟินเยว่หัวเราะแหะกับความยากจนของตนเองแต่ว่าเด็กสาวก็ไม่ได้คิดอะไรมาในเรื่องนั้น “แต่ว่าดีจัง พอทำความดีให้ผู้อื่นแล้วได้ความดีกลับมาแบบนี้ ถ้าทำความดีให้แก่กันไปกันมาแบบนี้สังคมน่าจะน่าอยู่ขึ้นมากโขเลยนะเจ้าคะ”
         
          “....”
          คำพูดของเด็กสาวดูจะแทงใจของเด็กหนุ่มซีเหออยู่บ้างเล็กน้อยแม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกันเท่าไร หากเปลี่ยนจากการทำความดีเป็นล้างแค้น หลักการก็เหมือนกันนั่นก็คือล้างแค้นกันไปกันมาไม่มีที่สิ้นสุด ถึงจะรู้ในข้อนั้นดีแต่ตงฮั่วก็ไม่อาจดับไฟแค้นในใจได้สนิท
         
          “ตงฮั่วเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ?”
         
          เห็นสหายเอาแต่จ้องมาแต่ปิดปากเงียบสนิทก็เลยนึกสงสัย
         
          “หืม ไม่นี่พวกเจ้าคุยกันต่อสิ ข้ารอฟังอยู่”
         
          เด็กหนุ่มยิ้มให้เป็นรอยยิ้มที่ดูเจื่อน ๆ แต่ต้าซิ่นที่ไม่ได้มองหน้าเขาก็ไม่รู้แล้วเล่าเรื่องต่อ
         
          “แล้วก็มีสาวงามอีกคนที่อ้างว่าเป็นสหายรู้จักกับผู้ชนะการประลองที่ชื่อเทียนโจว แต่มุกมาขอปลาเพิ่มแบบนี้วันนี้ข้าก็ได้ยินมาหลายคนแล้วล่ะ”
         
          “อ๋า.. การประลองอย่างนั้นเหรอเจ้าคะ..”
         
          เด็กสาวอุทานเสียงแผ่ว เฟินเยว่แทบจะลืมเรื่องนั้นไปแล้วว่าเคยมีจอมยุทธ์ตู้มาขอให้เข้าประลองแทนเขาด้วย แต่ว่าสาวน้อยไร้วรยุทธ์มีดีแต่กำลังอย่างนางคงไม่อาจชนะใครได้หรอก ถึงจะทำลายหวังของชาวเจียซิ่วไปแต่นางก็คิดว่าให้คนอื่นลงแข่งนั่นแหล่ะดีแล้ว ถ้านางลงไปก็ไปเกะกะที่เขาเปล่า ๆ
         
          “ผู้ที่ชนะเนี่ย.. น่าจะแข็งแกร่งน่าดูเลยสินะเจ้าคะ”
         
          “น่าจะนะ.. เห็นชาวบ้านลือกันว่าชายผู้นั้นวรยุทธ์สูงส่ง ล้มผู้พิชิตคนเก่าเมื่อปีที่แล้วเพียงแค่ไม่กี่เพลงมวย ทำคนลงขันพนันเสียเงินกันไปหลายเติบเลยเชียวแหล่ะ”
         
          “ว้าว.. สุดยอดไปเลยนะเจ้าคะ อื้ม.. รู้สึกว่าเสียดายอยู่หน่อย ๆ ที่มาไม่ทันเสียแล้วสิ ถ้าเป็นตงฮั่วคงอยากจะดูสินะเจ้าคะ”
         
          “ไม่อ่ะ งานพวกนั้นคนเยอะน่ารำคาญแย่”
         
          ตงฮั่วก็ยังคงเป็นตงฮั่วคนที่ไม่ชอบเข้าสังคมอยู่ดี ตรงนี้แหล่ะที่เขาน่าเอ็นดู
         
          “แล้วก็คนสุดท้ายเป็นชายตัวสูงใหญ่ราวกับนักรบนามว่าเหลาหู่ ท่าทางดูเร่งรีบจึงไม่ได้สนทนากันมาก แต่ว่าชายผู้นั้นกล่าวไว้ว่าหากมีปัญหาอันใดไปขอความช่วยเหลือจากเขาได้ที่เหลียงโจว”
         
          “เหลาหู่อย่างนั้นเหรอ? ดูท่าว่าเจ้าจะได้คบค้ากับคนใหญ่คนโตเสียแล้วสิ”
         
          ตงฮั่วเอ่ยแซว เขาไม่รู้หรอกว่าเหลาหู่คือใครอาจจะเป็นขุนพลสักคนของแม่ทัพเหลียงโจว
         
          “แหม ตงฮั่วล่ะก็ จะไปคบค้าอย่างไรล่ะเจ้าคะ ข้ายังไม่รู้จักอะไรท่านผู้นั้นเลย.. ถึงมีเรื่องปัญหาเกิดขึ้นจริงก็คงไม่ไปรบกวนเป็นภาระท่านผู้นั้นหรอกเจ้าค่ะ”
         
          “นอกนั้นก็ไม่มีแล้วล่ะ แจกจ่ายปลาครบจบสมบูรณ์ดี”
         
          “ดีจังเลยเจ้าค่ะ” เด็กสาวคลี่ยิ้มหวานจนตาปิด วันนี้มีแต่เรื่องดี ๆ จนทำให้หัวใจพองโต ส่วนเรื่องไหนที่ไม่ได้นางก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ “จริงด้วยสิ ข้ามีอะไรจะให้ดูด้วยล่ะเจ้าค่ะ”
         
          เฟินเยว่เปิดกระบอกไม้ไผ่ที่เก็บโฉนดมาอวดสหายทั้งสองพร้อมทั้งยิ้มกว้าง สหายทั้งสองสุมหัวกันเข้ามามุงดูแผ่นกระดาษดังกล่าวที่ประทับตราราชการเรียบร้อย
         
          “โอ้ นี่เจ้าไถ่โฉนดที่ดินบ้านคืนมาแล้วหรือแม่นางซุน”
         
          “เห ไปทำเรื่องทำไมไม่เรียกข้าเลย อย่างน้อยเจ้าต้องให้ข้าเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเจ้าด้วยซี่”
         
          “อ๊ะ ขอโทษด้วยเจ้าค่ะ พอดีว่าข้าใจร้อนไปหน่อย แหะ ๆ แต่ว่าตอนนี้ข้าก็ไถ่บ้านกลับคืนมาได้แล้วล่ะเจ้าค่ะ”
         
          “ดีเลย ถ้าอย่างนั้นจุดหมายต่อไปคืออันติงหรือเปล่านะ”
         
          “แหะ.. ยังกลับไปไม่ได้น่ะเจ้าค่ะ เห็นเขาว่าต้องยื่นเรื่องใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนน่ะเจ้าค่ะ ช่วงนี้เราก็คงต้องนอนโรงเตี๊ยมกันไปก่อน ถ้าทั้งสองไม่รังเกียจล่ะก็เมื่อบ้านเสร็จแล้วก็อยากจะให้มาอยู่ด้วยกันนะเจ้าคะ”
         
          “บ้านเหรอ...” ต้าซิ่นหวนนึกถึงบ้านเกิดเรือนนอนของตนเอง หากช่วยแผ่นดินได้แล้วเขาคงจะต้องกลับไปดูแลธุระกิจที่บ้านแทนน้องสาวที่รับหน้าอยู่ และต้องอยู่กับแรงกดดันทุกวันในภาระที่ลูกชายคนโตต้องแบกรับอย่างการแต่งหาสะใภ้เข้าบ้านสักคน หากเป็นไปได้เขาก็อยากจะบอกกับบิดามารดาเหลือเกินว่าไม่มีหญิงใดในแผ่นดินที่เข้าตานอกจากตนเองตอนแต่งหญิงแล้วล่ะ คิดไปก็เหนื่อยใจ ขอหนีบ้านไปอีกสักพักใหญ่ ๆ ก็แล้วกัน “ได้สิ ข้าคงต้องรบกวนแม่นางซุนแล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้เก่งงานบ้านแต่หากให้ช่วยเหลืออะไรก็บอกได้เลยนะ”
         
          “อูย ข้าไม่รบกวนขอให้คุณชายเหลียงช่วยดูแลหรอกเจ้าค่ะ”
         
          “ไม่ได้ ๆ อยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยกันนั่นแหล่ะใช่ไหมคุณชายซู”
         
          “หืม.. ใครว่าข้าจะไปอยู่บ้านนาง?”
         
          ตงฮั่วกอดอกมองทั้งสองที่สนทนากันออกรสตั้งนานแต่ตนไม่มีบทแทรก เฟินเยว่สีหน้าสลดเมื่อสหายปฏิเสธขอแยกทาง ดวงตากลมช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนเขา
         
          “ตงฮั่วจะไม่มาอยู่ด้วยกันหรือเจ้าคะ”
         
          “ใครว่าข้าจะไม่อยู่ด้วยกันเล่า!”         
         
          เด็กหนุ่มรีบหลับหูหลับตาเถียงทันควัน พอเห็นสหายสาวทำหน้าหงุงใจชายหนุ่มก็อ่อนยวบ
         
          “หุหุ พอเป็นแม่นางซุนชวนค่อยปากตรงกับใจได้เสียทีนะ พ่อคนปากหนัก”
         
          ต้าซิ่นคลี่พัดปิดครึ่งใบหน้าสายตาจิ้งจอกเอ่ยแซวดูเจ้าเล่ห์เป็นอย่างยิ่ง
         
          “แหะ ๆ โล่งอกไปที ดีใจจังที่ตงฮั่วตอบตกลง จะว่าไป.. ตอนที่ข้าไปส่งแร่ที่เซิ่งหุนก็เลยแวะไปเยี่ยมคุณชายหลิวในถ้ำด้วยล่ะเจ้าค่ะ แต่ว่าไม่เจอ ศิษย์เขาที่ชื่อว่าอี้หลิงออกมาต้อนรับแทนแล้วก็แจ้งว่าคุณชายหลิวเดินทางไปเฉินหลิวน่ะเจ้าค่ะ ตงฮั่วรู้จักกับคุณชายอี้หรือไม่เจ้าคะ”
         
          “ไม่น่ะ รู้แค่ว่าพี่จื่อกงมีลูกศิษย์ในหมู่บ้านแต่ว่าข้าไม่เคยเจอหรอก อืม… เฉินหลิวงั้นเหรอ” เด็กหนุ่มหยุดคิดไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหันมาสนทนากับเด็กสาว “ถ้าอย่างนั้นระหว่างที่รอบ้านเจ้าเราไป….”
         
.
.
.
         
          ...จบการย้อนความเหตุการณ์เมื่อคืน...
         
          แม้เสียงท้ายประโยคของตงฮั่วจะกลืนหายไปจากการภาพตัด แต่ก็คงจะทราบได้ไม่ยากว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มกำลังจะเอ่ยออกมานั้นคือเรื่องอะไร
         
          รถม้าจากลั่วหยางมาถึงเฉินหลิวไม่สายมากแต่ทั้งสามก็แวะหาอะไรทานกันก่อนเพราะใกล้เที่ยงวัน
         
          “บะหมี่สามหาวมีที่เฉินหลิวด้วยเหรอเนี่ย”
         
          ตงฮั่วอ่านป้ายร้านที่เขียนตัวอักษรเป็นระเบียบราวกับหมึกพิมพ์ ไม่เพียงเท่านั้นหน้าร้านทุกอย่างยังถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถันไม่ได้เรียบง่ายอย่าง
         
          “แปลกดีนะเจ้าคะมีร้านสาขาด้วย แปลว่าชื่อเสียงคงจะโด่งดังน่าดูเลยทีเดียว” เด็กสาวพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะผินใบหน้าไปมองสหายที่ยังคงมองป้ายอยู่ “คิดถึงตอนที่ฉางอันเลยนะเจ้าคะ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราทานมื้อเที่ยงกันที่นี่ดีหรือไม่เจ้าคะ”
         
          “ก็ได้นะ ข้าคอแห้งรู้สึกอยากจะทานบะหมี่น้ำจัง”
         
          “...ข้าไม่มีปัญหาหรอก”
         
          “ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะเจ้าค่ะ”
         
          แล้วทั้งสามก็พากันเข้าไปนั่งในร้านบะหมี่สามหาสาขาเฉินหลิว จะว่าด้วยความบังเอิญหรือไม่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่ดูเหมือนว่าจะได้พบพานกับบุคคลที่ตามหาเร็วกว่าที่คิด
         
          “อ้าว พี่จื่อกง มากินบะหมี่อยู่ที่นี่เองรึ? แล้วเด็กนี่ใคร? ลูกลับ ๆ รึ?”
         
          พูดจบเด็กหนุ่มก็เข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับสหายรุ่นพี่โดยไม่รีรอที่จะขออนุญาตปล่อยให้เฟินเยว่และต้าซิ่นยืนเก้ ๆ กัง ๆ กันสองคนเพราะว่ายังไม่สนิท มือชี้หน้าเด็กหญิงที่นั่งร่วมโต๊ะ เด็กน้อยคนนั้นรีบนั่งหลังตรงทำตาโตอย่างไม่คุ้นชินเมื่อได้พบคนสนิทของอาจารย์ แถมพี่ชายคนนี้ยังคิ้วดุอย่างกับเสือแผลเป็นก็เต็มตัวทำให้เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกเกร็งไปหมด
         
          “...เสวียนจิน” จอมยุทธ์หลิวเอ็ดตงฮั่วไปก็ขำไป กล้ามาแซวได้อย่างไรว่าเขามีลูกลับ ๆ เจ้าเด็กคนนี้ก็ยังปากดีไม่มีเปลี่ยน ก่อนที่ชายหนุ่มจะปรับสีหน้าทักทายคนที่มาใหม่ “อะแฮ่ม.. สวัสดี ข้าหลิวจื่อกง ส่วนแม่นางน้อยที่มาด้วยกันคือหวังอี้ศิษย์ของข้าเอง ไม่ใช่ลูกลับ ๆ นะเสวียนจิน” ท้ายประโยคที่พูดกับตงฮั่วเจือน้ำเสียงอำมหิตขึ้นเล็กน้อย
         
          “วะ..หวัง อี้ เจ้าค่ะ”
         
          เด็กหญิงแนะนำตัวเสียงตะกุกตะกัก พยายามไม่ก้มหน้างุดยังคงกลัวพี่ชายคนข้าง ๆ อยู่
         
          “สวัสดีเจ้าค่ะคุณชายหลิว” เฟินเยว่ค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม นางควรจะแนะนำบัณฑิตเหลียงให้อีกฝ่ายได้รู้จักด้วยเพราะเพิ่งได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรก “ทางนี้คือคุณชายเหลียงต้าซิ่น เป็นบัณฑิตจากไท่หยวนเจ้าค่ะ”
         
          “คาราวะท่านหลิวจื่อกง ข้าเหลียงต้าซิ่น บัณฑิตจากไท่หยวนขอรับ” หนุ่มหน้าหวานยกสองมือผสานกลางอกก่อนจะค้อมศีรษะลงคำนับด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย “คุณชายแซ่หลิวหรือว่า...”
         
          หลิวจื่อกงเพียงยิ้มมุมปากก่อนจะยกมือขึ้นปรามเชิงบอกว่าอย่าพูดเช่นนั้นเลย แต่ก็คล้าย ๆ กับยอมรับไปในทีว่าเขาสืบสายมาจากหน่อเนื้อฮ่องเต้องค์เก่ามาด้วยเช่นกัน
         
          “ยินดีที่ได้รู้จักท่านบัณฑิต เชิญพวกท่านนั่งร่วมโต๊ะกับเราก่อนเถิด”
         
          หลิวจื่อกงยิ้มบอกทั้งสองแม้จะดูสุภาพเป็นกันเองแต่สำหรับเฟินเยว่แล้วก็ยังรู้สึกเกร็งออกไม่หายจากรังสีผู้ดีมีสกุลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เมื่อได้รับอนุญาตเด็กสาวและผู้ติดตามของนางจึงเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับอีกฝ่ายจนแน่นขนัด เฟินเยว่เข้าไปนั่งแทรกระหว่างตงฮั่วและเด็กหญิงที่ดูจะกลัวพี่ชายตัวใหญ่คนนั้นจนลืมทานบะหมี่ต่อ

          คุณชายหลิวหันไปทางสหายรุ่นน้องและลูกศิษย์หญิงตัวน้อยที่ติดจะเกร็ง ๆ จึงหรี่ตาแซวออกไป
         
          “เสวียนจิน รังแกเด็กหรือหืม?”
         
          “เปล่าสักหน่อย ลูกผู้ชายอย่างข้าไม่รังแกเด็ก สตรี และคนชราหรอกนะ”
         
          “แต่ก็ต่อยตีกับคนอื่นไปทั่ว?”
         
          “แน่นอน! ถ้ามันเป็นคนชั่วล่ะก็  เพราะงั้นเจ้าไม่ต้องกลัวข้าหรอก”
         
          เด็กหนุ่มชะโงกหน้าผ่านเด็กสาวไปบอกสาวน้อยอีกคน เห็นท่าทางนั้นผู้เป็นรุ่นพี่ก็กลั้วหัวเราะเอ็นดู รุ่นน้องของเขาก็ยังเลือดร้อนไม่มีเปลี่ยนกับพวกคนชั่วในแผ่นดิน แม้ไม่ต้องถามแต่ท่าทางว่ารอยแผลใหม่ก็น่าจะเกิดจากการนั้นด้วยเช่นกัน ดูท่าว่าแม้จะอยู่กับสาวน้อยซุนเฟินเยว่แต่ก็คงรั้งความหัวร้อนของรุ่นน้องไว้ไม่อยู่
         
          “ไม่ต้องกลัวพี่เขาหรอกนะจ๊ะ ถึงหน้าตาจะน่ากลัวนิดหน่อยแต่ว่าตง.. คุณชายซูน่ะเป็นคนดีมากเลยนะ” เฟินเยว่เห็นแล้วก็เอ็นดู ตอนเช้าก่อนออกเดินทางนางซื้อขนมติดมาด้วยเลยอดที่จะให้เด็กหญิงไม่ได้ นางเปิดกระเป๋าแล้วยื่นขนมไหมเงินไปให้ “พี่มีขนมมาด้วย ไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า”
         
          “อ๊ะ! ขนมไหมเงิน” เด็กหญิงยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อเห็นของโปรด แม้ไม่ต้องพูดว่าชอบแค่มองด้วยสายตาก็รู้แล้วว่าถูกใจเป็นอย่างมาก “ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สาว!” พอเน่งน้อยเริ่มจะปรับตัวได้ดูแล้วนางเป็นเด็กหญิงที่สดใสและฉะฉานไม่เบา ด้วยความเอ็นดูนั้นเฟินเยว่อยากจะให้นางเติบโตขึ้นเป็นเด็กดีต่อไปแบบนี้จริง ๆ ….
         
          หลังจากที่นั่งไปเสี่ยวเอ้อร์ก็เข้ามารับรายการอาหาร เฟินเยว่สั่งบะหมี่ผัดเต้าหู้เหมือนเดิม ตงฮั่วสั่งบะหมี่ฉีซาน ส่วนต้าซิ่นสั่งบะหมี่น้ำกุ้งทะเล เพียงครู่เดียวบะหมี่ก็มาส่ง เฟินเยว่ที่เป็นสายอาหารรู้สึกประทับใจการจัดจานของที่นี่เป็นอย่างมาก ทำได้อย่างไรกันนะ แม้แต่ตอนยกมาส่งน้ำแกงก็แทบจะไม่กระฉอกเปื้อนขอบชามเลย ต้นหอมก็จัดอยู่ในตำแหน่งที่ดูดีไม่กระจัดกระจาย แถมเส้นยังเรียงตัวสวยงามเป็นระเบียบไม่พันยุ่งเหยิงอีกต่างหาก
         
          “แล้วเป็นอย่างไรมาอย่างไรถึงได้มาที่นี่กันได้หรือ?”
         
          หลิวจื่อกงเอ่ยถาม ด้านรุ่นน้องของเขาก็ตอบทั้งที่ยังสูดเส้นพรืด ๆ
         
          “บังเอิญเฉย ๆ น่ะ”
         
          “ใช่หรือเจ้าคะ?”
                    
          เฟินเยว่หรี่ตามอง จำได้ว่าเมื่อคืนมีใครบางคนไม่ได้พูดออกมาแบบนี้ ตงฮั่วก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ฝ่ายรุ่นพี่ที่สนิทกันก็กลั้วหัวเราะ ไม่ว่าจะฉลาดหรือไม่แต่ก็อ่านออกแทบจะในทันที
         
          “มาท่องเที่ยวระหว่างที่เยว่.. แม่นางซุนรอบ้านซ่อมเสร็จ”
         
          ตอบแบบนั้นก็ถูก เอาเป็นว่าอนุมัติให้ถูกก็แล้วกัน
         
          “บ้านอย่างนั้นหรือ เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะ”
         
          “เจ้าค่ะ บ้านข้าอยู่อันติงเพิ่งไถ่ถอนคืนมาได้ ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินงานน่ะเจ้าค่ะ อาจจะต้องยกเครื่องใหม่เสียยกใหญ่เชียว เอาไว้ถ้าเสร็จเมื่อไรจะส่งจดหมายไปหาคุณชายหลิวให้มาเยี่ยมเยียนนะเจ้าคะ”
         
          “ได้สิ ข้ายินดี จะรอจดหมายชวนนะแม่นางซุน”
         
          “แล้วพี่จื่อกงล่ะทำไมถึงมาที่เฉินหลิว ไม่กลัวถ้ำโดนขะ---..” พูดยังไม่ทันจบเด็กหนุ่มก็ถูกเฟินเยว่สะกิดขาว่าเลิกแซะเขาได้แล้ว “อะไรเล่า?”         
         
          การสนทนากับรุ่นน้องแต่ละทีหลิวจื่อกงจำต้องสูดหายใจทำสมาธิเข้ายกใหญ่ แม้สหายรุ่นน้อยจะเคยบอกว่าตัวเขานั้นมักจะเป็นคนข่ม แต่อันที่จริงเจ้าเด็กปากแซ่บจอมโลกมืดคนนี้ต่างหากที่ข่มเสียแทบไม่เกรงใจความเป็นอดีตเชื้อพระวงศ์เอาเสียเลย แต่กระนั้นบุรุษก็ไม่ได้ถือสา เพราะเขาเองก็แทบจะไม่มีใครมากล้ากวนใจนอนจากเจ้าเด็กคนนี้ จะว่าเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่งก็ได้ ปากจิกกัดแต่ใจรักกันดี
         
          “ข้ามารับหวังอี้ไปดูแลน่ะ บิดาของนางมาทำการค้าแล้วก็ตั้งใจจะฝากฝังให้ข้าดูแลสอนวิชาจึงนัดกันมาพบที่เฉินหลิว”
         
          “เช่นนั้นเอง”
         
          เฟินเยว่เหลือบมองเด็กหญิงหายจากอาการประหม่า ตอนนี้นางทานบะหมี่หมดชามแล้วและกำลังแกะห่อขนมทานต่อ
         
          “แค่มารับหรือ แล้วจากนี้จะไปไหนต่อ?”
         
          “ไม่คิดว่าเจ้าจะสนใจนะ”
         
          “ก็ไม่ได้สนใจ”
         
          ตงฮั่วไหวไหล่เมื่อไม่ได้รับคำตอบ เห็นสองคนนี้คุยกันทีไรเฟินเยว่ก็เหงื่อตกทุกที นางจึงเป็นฝ่ายถามแทน
         
          “จากนี้คุณชายหลิวจะไปไหนต่อหรือเจ้าคะ”
         
          “คิดว่าจะไปแถบ ๆ เจียงนาน อาจจะเริ่มออกเดินทางในวันพรุ่งนี้” หลิวจื่อกงขยับยิ้มตอบอย่างสุภาพ “แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นั่นนานหรือไม่ หากแม่นางซุนส่งจดหมายเชิญมาไม่ต้องระบุพิกัดขอข้าไว้ คิดว่าม้าเร็วน่าจะสืบข่าวรู้และส่งจดหมายมาถึงมือเอง”
         
          “เช่นนั้นเอง เจียงหนานสินะเจ้าคะ”
         
          ได้ยินคำว่าเจียงหนานเด็กสาวก็ยิ้มแห้ง ไม่มีอะไรที่เจียงหนานที่ไม่ดี ทะเลสาบสวย บ้านเมืองดูสงบร่มรื่นยิ่งกว่าภาคเหนือมากนัก ติดอย่างเดียวคือเด็กสาวยังคงหวาดระแวงอันธพาลที่ชื่อว่าอ้ายต้าว
         
          ทั้งห้าทานบะหมี่กันไปพลางสนทนากันไปพลางจนทุกคนทานหมด เฟินเยว่อาสาจะจ่ายค่าบะหมี่เลี้ยงทุกคนเนื่องจากนางเป็นกระเป๋าเงินของกลุ่มอยู่แล้ว และอยากจะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายให้ทางฝั่งของสหายรุ่นพี่อีกด้วย
         
          “เกรงใจจริง ๆ แม่นางซุนไม่ต้องเลี้ยงพวกข้าหรอก”
         
          “พี่จื่อกงอย่าขัดใจนางเลย แม่นางซุนนางเพิ่งได้ลาภก้อนโตมาปล่อยให้นางได้ทำตามใจเถอะ”
         
          “ใช่เจ้าค่ะ โปรดให้ข้าได้เลี้ยงอาหารมื้อนี้เถอะนะเจ้าคะ”
         
          “ถ้าพวกเจ้าทั้งสองกล่าวเช่นนั้นก็ไม่เกรงใจแล้ว ขอบคุณมาก ขอรบกวนด้วย”
         
          “ขอบคุณที่เลี้ยงอาหารมื้อนี้นะเจ้าคะพี่สาว
         
          ถึงจะพูดว่าไม่เกรงใจแต่ดูแล้วจอมยุทธ์หลิวก็ยังติดเกรงใจในน้ำเสียงอยู่ดี สุดท้ายเด็กสาวก็ได้จ่ายค่าบะหมี่เด็กกับหมี่ซั่วที่ไร้ส่วนผสมของถั่วเหลืองให้แก่หลิวจื่อกง
         
          เมื่อทานอาหารกันเสร็จก็ออกมานอกร้าน เอ่ยคำล่ำราแล้วแยกทางกันไป         
.
.
.

   

ตัวละครหลัก ซุน เฟินเยว่

ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
+15 EXP จากการโรลทำงาน หรือ โรลเดินทางช่วงค่ำ (เรียลไทม์)

เอฟเฟคความสัมพันธ์
[102] หลิว ไท่ [มาร] มอบ หมี่ซั่ว
-15 ความสัมพันธ์จาก ธาตุดิน ข่ม ธาตุน้ำ
-15 ความสัมพันธ์จาก ปีระกา ชงกับ ปีเถาะ
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน (รักสงบ)
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน (เห็นอกเห็นใจ)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย (หูดี)
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร

[146] หวัง อี้ [มาร] มอบ ขนมไหมเงิน
+20 ความสัมพันธ์พิเศษจาก ธาตุไฟ เกื้อหนุน ธาตุดิน
+20 ความสัมพันธ์พิเศษจาก ปีระกา ถูกโฉลกกับ ปีมะโรง
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร

[152] ซู ตงฮั่ว [มาร] มอบ บะหมี่ฉีซาน
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร

[NPC ในสังกัด] เหลียง ต้าซิ่น มอบ บะหมี่น้ำกุ้งทะเล



ใช้งาน [152] ซู ตงฮั่ว [มาร]

ลักษณะนิสัยรักสันโดษ
-10 ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

อัตลักษณ์แข็งแรง
+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจ

อัตลักษณ์แผลเป็น
+5 ความสัมพันธ์กับผู้ที่สนใจ

+10 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี
















         


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-12-27 16:11:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ความอยากก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงส่งนั้นนับวันยิ่งสูงขึ้น หลังจากที่ตนได้พบกันเฒ่าผู้ชี้ดวงให้ตนได้ทราบจึงมีความอยากกระหายในความฝันนั้นมากกว่าเดิม เนื่องจากตนได้ลำบากมาค่อนชีวิตที่เกิดมา บิดา และ มารดาตนต้องตายจากไปทำให้เป็นกำพร้าแต่ยังเด็กยิ่งทวีความแค้นมากขึ้น

“ สักวันเถิด!! ข้าจะต้องแก้แค้นแทนบิดามารดาข้าให้จงได้! ”

ตนสบถคำพูดออกมาเบาๆด้วยพลังอันเคลียดแค้นยิ่งนัก ก่อนที่จะแวะพักยังร้านบะหมี่แห่งหนึ่งเพื่อพักผ่อนหาข้าวหาปลากินเสียก่อน ก่อนจะออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าสู่แดนซวี่โจว.

         ณ ร้านบะหมี่แห่งนั้นตนสั่งกับบะหมี่มา5ถ้วยใหญ่เต็มที่เพื่อจะได้ลองท้องเอาไว้ออกเดินทางยาวจักได้ไม่เหนื่อย

“ เออเสี่ยวเอ้อ ช่วยเอามาเยอะๆหน่อยนะพอดีข้าหิวนะ ^^ ”

ตนเอ่ยทักต่อเสี่ยวเอ้อที่มารับเอาเมนูอาหารนั้นไป ก่อนที่เสี่ยวเอ้อจะกลับเข้าไปในครัวเพื่อจัดทำเมนูมาส่งแด่อี้กวางที่กำลังจับเก็บชุดข้าวของให้คงที่เพื่อจะได้ออกเดินทางไกลนั้นเอง

ทันใดในขณะนั้นที่อี้กวางกำลังเพินเพลินกับอาหารในโต๊ะที่กำลัง ว้ายย ! ! . ก็เกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้นในร้านบะหมี่แห่งนั้น อี้กวาง เหลือบมองควับ! ก็พบกับเหตุการณ์ที่สาวงามคนหนึ่งโดนฉุดกระชากจากชายร่างยักษ์ผู้หนึ่ง เพื่อที่ชายผู้นั้นจะได้นำตัวนางไปทำสวาทด้วย . คนในร้านต่างพากันจะช่วยเหลือ แต่ด้วยความที่ชายผู้นั้นมีกระบี่อยู่ในกำมือ เลยทำให้ใครไม่กล้าเข้าใกล้แต่ !!! ดันมีชายคนหนึ่งพุ่งตัวพร้อมกับดาบในกำมือหวังจะไปฆ่าโจรผู้นั้นให้ตายเสียแต่ !! ด้วยความที่โจรผู้นั้นวรยุทธดีกว่า ไม่กี่เพลงชายคนที่กระโจมใส่นั้นเป็นอันต้องจบชีวิตลงด้วยกระบวนเพลงอาวุธไม่กี่ท่าของโจรคนนั้น เสียงร้องไห้จากสาวผู้นั้นได้ดังขึ้นทันที

“ ไม่ได้การละ! มันบังอาจมากไอ่เจ้าโจรสวาท กล้าทำเช่นนี้เลยหรือ ! ”

ตนยืนขึ้นคว้าเอาทวนข้างกายตนขึ้นมาทันที ก่อนที่ตนจะพุ่งกระโจมใส่โจรผู้นั้นไม่ให้ตั้งตัวได้ ตนตวาดปลายทวนแหลมคมชี้ใส่แลได้พุ่งหาโจรผู้นั้นอย่างเร็วเมื่อโจรเห็นเช่นนั้นก็ตกใจยังมิทันได้เอื้อมดาบจะป้องกันก็โดนปลายแหลมของทวนอี้กวางเสียบเข้าตรงกลางที่บริเวณอกข้างซ้ายสิ้นใจตายคาที่ลงกับพื้น หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นอันสงบสุข โจรผู้นั้นสิ้นใจไปแล้ว แต่แม่นางคนนั้นกลับนั่งทรุดลงกับพื้นอย่างใหญ่พร้อมกับร้องไห้ต่อชายคนที่ตอนแรกพุ่งตัวเข้าช่วยนั้นแต่กลับโดนฆ่าไปแล้วนั้น หลิวอี้ ที่เห็นเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปถามนาง

" แม่นางเจ้าปลอดภัยแล้วนะ "

" ขอบคุณนะเจ้าค่ะ แต่ไม่มีประโยชน์อันใดแล้วละ ! "

เสียงร้องไห้ดังขึ้นมาทันทีหลังสิ้นประโยชน์นั้นก่อนที่นางจะโน้มตัวลงไปกอดร่างชายที่ชุ่มไปด้วยเลือดผู้นั้น ดั่งเช่นนี้จึงทำให้ตนรับรู้ได้ว่าทั้งสองคนนั้นเป็นคู่สามีภรรยากันนั้นเอง

" ท่านพี่ !! แล้วข้ากับลูกจักอยู่อย่างไรเล่า ฮือ "

ตนที่เห็นเช่นนั้นจึงรู้สึกสงสารนาง จึงได้กล่าวไปว่า

: ทำใจเสียเถิดนะแม่นางสามีเจ้าสิ้นไปแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะ

นางได้ฟังเช่นนั้นก็ค่อยๆวางร่างไร้ชีวาของสามีนางลงก่อนจะโน้มตัวคำนับอี้กวาง อี้กวางก็คำนับตอบนาง ก่อนที่จะเดินไปจ่ายตังค์กับเจ้าของร้านแล้วเดินออกไปพร้อมข้าวของตัวเองขึ้นหลังม้าแล้วควบออกไปเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองซวี่โจวทันที

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนสามพยัคฆ์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x1
x1
x1
x5
x1
x2
x1
x1
x10
x1
x10
x29
x8
x2
x4
x4
x5
x1
x1
โพสต์ 2022-8-18 23:43:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลพบเจอสหายใหม่ที่เมืองเฉินหลิว



หลังจากที่จัดการมื้อเที่ยงของตนเองไปพวกของจีเทียนเต๋าก็ได้เดินทางเข้าไปยังเมืองเฉินหลิวที่ตนเองนั้นต้องการเดินทางออกมาแสวงหาผู้คนที่จะตนเองนั้นจะพอร่วมมือได้สำหรับการปูทางให้ตนเองช่วยเหลือผู้คนได้ให้มากขึ้นแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่คนเดียวก็ตามที พร้อมกับการที่ทั้งคู่นั้นเดินเข้าไปยังร้านบะหมี่เพื่อหาอะไรรองท้องเสียหน่อย เนื่องจากนิสัยชอบกินของจีเทียนเต๋าทำให้ต้องแวะร้านอาหารบ่อยๆเพื่อกินให้สมใจตนเองแต่ว่าเพียงแค่ทั้งคู่เข้ามานั้นก็เจอกับ บัณฑิตผู้หนึ่งที่ตอนนี้นั้นกำลังนั่งจิบชาอยู่อย่างสบายใจ ด้วยความที่เป็นคนชอบคบหาสมาคมกับผู้คนนั้นจีเทียนเต๋าก็ได้เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับที่แนะนำตัวเองไปด้วย

"คาราวะขอรับขออภัยถ้าข้ามารบกวนเวลาจิบชาของท่านแต่ว่าข้านั้นมีนิสัยชอบคบหาสมาคมกับทุกคนชอบทำความรู้จักกับทุกคนถ้าไม่รังเกียจก็ขอให้ข้าคนนี้ได้รู้จักท่านด้วยนะขอรับ"

"มิกล้าข้าไม่ได้เป็นคนที่ยิ่งใหญ่หรือว่าเป็นคนที่สูงส่งอันใดทำไมพวกเราจะทำความรู้จักกันไม่ได้ล่ะถ้าท่านต้องการทำความรู้จักกับข้าข้าก็ยินดีเหมือนกันที่จะได้ทำความรู้จักกับท่านเหมือนกัน"

"ฮ่าๆถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณท่านมากข้ามีนามว่าจีเทียนเต๋าได้ผ่านมาที่เมืองเฉินเหลิวแห่งนี่ก็เพื่อลองเผยแผ่ศาสนาดูไม่ต้องรีบมองข้าแบบนั้นข้าไม่ใช่ศาสนาที่ชั่วร้ายอะไรหรอก ท่านอาจจะเคยได้ยินหรือว่าไม่เคยก็ได้แต่ว่าศาสนาไท่หมินลู่นั้นไม่ใช่ศาสนาที่ไม่ดีหรอกนะว่าแต่ว่าท่านมีนามว่าอะไรกันข้าจะได้เรียกท่านถูกข้ารู้สึกว่าพวกเรานั้นมีบางสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างแน่นอน"

"อืม…ที่ผ่านมา ข้าก็หวังว่าศาสนาท่านจะเป็นศาสนาที่ดีข้านั้นมีนามว่า เซียนเหอข้านั้นจะรอดูเลยล่ะกันถ้าไงพวกเราก็มานั่งโต๊ะคุยกันดีกว่านะมายืนคุยกันแบบนี้มันจะเมี่อยมานั่งคุยกันดีกว่า"

"ขอบคุณท่านเซียนเหอมาก มาต้าจงมานั่งกับท่านเซียนเหอกัน"

"ขอรับท่านอาจารย์"

หูดี
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
หลังตรง
+15 ความสัมพันธ์กับสหายใหม่

+20 ความสัมพันธ์ธาตุเกื้อหนุนกัน
+15 ความสัมพันธ์กันเมื่อเจอคนหัวดี
+30 คุณธรรม

มอบไอเทม ชาปี้หลัวซุน ให้กับ NPC 081


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2022-8-19 22:54:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลปรับทุกข์กับท่านเซียนเหอ



"สำหรับวันนี้ข้าก็คงจะต้องรบกวนท่านเซียนเหอ จริงๆนะขอรับสำหรับการที่ท่านนั้นให้พวกข้านั้นมากินอาหารร่วมโต๊ะเดียวกับท่านด้วยแบบนี้"

"ไม่ขนาดนั้นหรอกท่านจีเทียนเต๋าก็อย่าพูดเหมือนข้านั้นเป็นคนสูงส่งอะไรแบบนั้นเลยข้านั้นก็ไม่ใช่คนที่สูงส่งอะไรแบบที่ท่านว่ามาหรอกนะ"

"อ่า…เอางั้นก็ได้เอาตามที่ท่านเซียนเหอนั้นต้องการเลยสำหรับข้านั้นรู้สึกดีที่ได้มาพบท่าน ณ ที่นี้เหมือนกันข้านั้นอาจจะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือแต่ว่าข้านั้นอยากให้ท่านนั้นมองดูที่การกระทำของข้าในอนาคตได้เลยข้านั้นรู้สึกผิดกับสหายคนหนึ่งมากที่เค้านั้นได้เชื่อใจข้าแต่ว่าข้านั้นกลับที่ไม่สามารถตอบแทนความเชื่อใจที่เค้านั้นมีให้กับข้าได้ แต่ว่าข้านั้นก็จะแสดงให้เค้าเห็นว่าข้านั้นเปลี่ยนไปกลายเป็นคนที่พึ่งพาได้มากกว่านี้ คนที่อ่อนแอนั้นไม่ใช่ว่าเค้าจะต้องเป็นคนที่อ่อนแอตลอดไปเค้าแค่ยังไม่ใช่คนที่แข็งแรงในวันนี้ก็เท่านั้นข้านั้นจะกลายเป็นคนที่แข็งแรงให้สหายของข้าคนนั้นได้เห็นเองว่าข้านั้นเปลี่ยนไปแล้ว!!!"

เซียนเหอนั้นเงียบไปสักพักก่อนที่จะยิ้มพร้อมกับยกจอกน้ำชาขึ้นมา

"ข้านั้นก็ขอเอาใจช่วยท่านจีเทียนเต๋าในการที่จะตามไปปรับความเข้าใจกับสหายของท่านได้อย่างสำเร็จลุล่วงเหมือนกันข้าเชื่อว่าคนเราถ้าเกิดได้มีโชคได้เป็นสหายกันแล้วมันก็ยังคงเป็นสหายกันต่อไปเรื่องราวที่ผิดใจกันมันจะเป็นบททดสอบสายสัมพันธ์ของพวกท่านอย่างแน่นอน ข้าคิดเช่นนั้น"

"ขอบคุณท่านเซียนเหอมากขอรับข้าก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นขอให้วันนี้นั้นเป็นวันที่ดีสำหรับท่านนะขอรับ"

"เป็นวันที่ดีสำหรับท่านเหมือนกันนะท่านจีเทียนเต๋า"

พร้อมกับที่ทั้งคู่นั้นพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองโดยที่จีเทียนเต๋านั่นจะคอยสอบถามเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองเฉินหลิวแล้วก็บริเวณรอบๆเมืองรวมถึงทั้งภูมิภาคกวนจงตะวันออกว่าตอนนี้นั้น เป็นอย่างไรบ้างนั้นเอง

หูดี
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย

+20 ความสัมพันธ์ธาตุเกื้อหนุนกัน
+15 ความสัมพันธ์กันเมื่อเจอคนหัวดี
+30 คุณธรรม

มอบไอเทม ชาปี้หลัวซุน ให้กับ NPC 081
@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2022-8-21 23:03:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลพูดคุยถึงสภาพเมืองเฉินหลิว



สำหรับตอนนี้นั้นจีเทียนเต๋ากับต้าจงกำลังนั่งรับฟังท่านเซียนเหอที่ตอนนี้นั้นกำลังบรรยายสภาพความเป็นอยู่ของชาวเมืองเฉินหลิวที่ตอนนี้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง

"ตอนนี้นั้นชาวเมืองเฉินหลิวก็ยังถือว่าสามารถใช้ชีวิตที่ปกติได้บ้างแต่ว่ามันก็ยังไม่สงบสุขขนาดนั้นหรอกนะท่านมันก็คือวิถีชีวิตที่ดีแต่ว่าข้านั้นก็เชื่อว่ามันจะดีขึ้นกว่านี้ถ้าพวกโจรผ้าเหลืองนั้นหมดไปจากแผ่นดินได้คงจะดีกว่านี้อย่างแน่นอน"

"ที่ท่านว่ามานั้นมันก็จริงข้าก็คิดว่าถ้าเกิดพวกโจรโพกผ้าเหลืองนั้นหมดไปจากแผ่นดินจริงๆล่ะก็มันก็คงจะดีไม่น้อยเลยแต่ว่าท่านก็อย่าลืมว่าที่พวกโจรผ้าเหลืองมันสามารถมีอำนาจได้มากขนาดนี้ล่ะก็ส่วนสำคัญก็มาจากราชสำนักด้วยที่ต้องรับผิดชอบการกระทำที่ทำให้พวกโจรผ้าเหลืองนั้นสามารถมีกำลังมากมายขนาดนี้จนยึดเมืองได้"

"มันก็ส่วนหนึ่งจริงๆนั้นแหละตามความเห็นของข้าล่ะนะ"

"ข้าก็ไม่ได้อยากโทษทางราชสำนักเท่าไหร่หรอกขอรับแต่ว่ามันก็คือความจริงว่าที่ปัญหาพวกนี้ที่เกิดขึ้นมานั้นมันก็คือทางราชสำนักเป็นหลักถ้าราชสำนักดีสามารถทำให้ประชาชนมีความสุขมีชีวิตที่ดีได้คงไม่มีใครที่อยากจะไปเป็นโจรกันเท่าไหร่หรอกขอรับ พวกโจรผ้าเหลืองนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากเหล่าชาวบ้านที่อดอยากแล้วก็หิวโหยไม่มีแม้แต่อาหารที่จะกิน ข้านั้นไม่อยากจะเห็นอะไรแบบนี้เท่าไหร่หรอกนะท่านเซียนเหอมันเจ็บช้ำมันปวดใจไม่รู้ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้กัน"

"ข้าก็พอรู้มาบ้างว่าพวกโจรภูเขานั้นบางส่วนที่ขึ้นไปเป็นโจรกันก็เป็นเพราะว่าได้รับความอยุติธรรมจากทางราชสำนักแล้วก็เพราะโดนเหล่าขุนนางหรือพวกเจ้าเมืองนั้นบีบบังคับคนเหล่านั่นให้เลือกเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับแบบนี้ได้ แต่ว่าในเมื่อคนเหล่านั้นทำผิดพวกเค้าก็ต้องรับโทษในสิ่งที่พวกเค้านั้นได้กระทำไปไม่มีคนผิดคนไหนที่จะไม่ต้องรับโทษกับความผิดที่ตนเองนั้นได้กระทำไปหรอกนะท่านจีเทียนเต๋า"

พร้อมกับที่ทั้งคู่นั้นยังคงพูดคุยกันแบบนี้ไปเรี่อยๆ…


หูดี
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย

+20 ความสัมพันธ์ธาตุเกื้อหนุนกัน
+15 ความสัมพันธ์กันเมื่อเจอคนหัวดี
+30 คุณธรรม

มอบไอเทม ชาปี้หลัวซุน ให้กับ NPC 081
@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2022-8-22 23:03:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลจิบชากับสหาย



"จอกนี้ข้าขอดื่มให้กับท่านเซียวเหอ ในความเป็นจริงแล้วข้านั้นถือว่าช่วงนี้คือการช่วงแห่งการช่วยเหลือผู้คนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากอาจจะมีบ้างที่ตอนนี้นั้นผู้คนกำลังแบ่งพรรคแบ่งพวกกันว่านี้คือคนตระกูลข้า ข้าจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือเค้าหรือว่านี้ไม่ใช่คนของตระกูลข้าข้าก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือเค้าการกระทำแบบนี้นั้นไม่ได้ช่วยให้ สถานการณ์ของบ้านเมืองตอนนี้นั้นดีขึ้นมาเลยแต่ว่าข้านั้นก็พอเข้าใจว่าคนเรานั้นมีความเห็นแก่ตัวอยู่ทุกคนเพราะแบบนั้นมันเลยจะเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นมามันก็ไม่ผิดนัก"

"ถ้าทุกคนทำได้แบบท่านมันก็คงจะดีแต่ว่าเห้อช่างมันเถอะข้านั้นไม่ได้อยากที่จะพูดว่าร้ายใครหรือว่าพูดทำให้คนใดต้องลำบากกับคำพูดของข้าหรอกนะ"

"คำพูดของพวกเรานั้นจะเป็นกระบอกเสียงให้กับเหล่าชาวบ้านที่ตอนนี่นั้นกำลังต้องการความช่วยเหลือจากพวกเรานะขอรับถึงแม้ว่าตอนนี้นั้นคำพูดของพวกเรามันอาจจะไร้น้ำหนักไร้ความเชื่อถือแต่ข้านั้นเชื่อว่าในอนาคตคำพูดของพวกเรานั้นจะสามารถช่วยเหลือพวกเค้าได้อย่างแน่นอน ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปถ้าเรานั้นทำเต็มที่ข้านั้นไม่อยากที่จะมานั่งเสียใจกับการที่ไม่ได้ทำ ข้านั้นยอมเสียใจกับการที่ได้ทำดีกว่ามาเสียใจกับการที่ไม่ได้ทำ ชีวิตนี้ไหนๆข้าก็เกิดขึ้นมาบนแผ่นดินนี้คงไม่เป็นใช่ไหมขอรับที่ข้านั้นจะตอบแทนบุญคุญแผ่นดินนี้!!!"

"ข้าดีใจที่ได้พูดคุยกับท่านจริงๆนะท่านจีเทียนเต๋าเห้อ เมื่อไหร่กันนะที่ทุกคนจะสามารถใช้ชีวิตกันได้สงบสุขกันเสียทีไม่ต้องใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงว่าพวกโจรผ้าเหลืองจะมาปล้นตอนไหนหรือว่ามาบุกเมืองตอนไหนจะมีใครที่กำจัดพวกโจรโพกผ้าเหลืองเหล่านั้นได้กันนะ"

"เรื่องนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าเชื่อว่าในอนาคตที่ไม่ไกลนี้พวกโจรผ้าเหลืองจะต้องถูกผู้คนทั้งแผ่นดินนั้นลุกขึ้นมาสู้มาจัดการกับพวกมันอย่างแน่นอนไม่มีทางที่พวกมันนั้นจะได้เติบโตไปมากกว่านี้ความเกลียดชังที่ผู้คนมีต่อมันนั้นช่างมากมายขึ้นเรี่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยถอยลงไปซักนิดคงไม่นานนักที่พวกผ้าเหลืองนั้นจะต้องไปชดใช้กรรมที่พวกมันก่อไว้อย่างแน่นอนขอรับ"

พร้อมกับที่เซียนเหอนั้นมองอีกฝ่ายก่อนจะยกน้ำชาขึ้นจิบพร้อมกับมองอีกฝ่ายไปด้วย


หูดี
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย

+20 ความสัมพันธ์ธาตุเกื้อหนุนกัน
+15 ความสัมพันธ์กันเมื่อเจอคนหัวดี
+30 คุณธรรม

มอบไอเทม ชาปี้หลัวซุน ให้กับ NPC 081
@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2022-9-8 22:36:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลพบคุยสหายเพื่อเพิ่มกำลังใจ



ตอนนี้นั้นจีเทียนเต๋ากำลังเข้ามาพักเอาแรงก่อนเป็นอันดับแรกโดยที่ตอนแรกนั้นตนเองต้องการไปช่วยเหลือเหล่าชาวบ้านเลยแต่ว่าตอนนี้นั่นตนเองจำที่จะต้องหาผู้คนที่จะมาเป็นคนช่วยคิดให้กับตนเองนั้นในการที่จะหาทางช่วยเหลือเหล่าชาวบ้านโดยที่ตนเองนั้นถ้าต้องรีบดำเนินการที่จะช่วยเหลือเหล่าชาวบ้านโดยการต้องการแผนการของคนที่มีความรู้ซึ่งตอนนี้ตนเองนั้น นึกถึงแต่ท่านเซียวเหอที่ตอนนี้นั้นพอจะช่วยตนเองได้แต่ว่าตนเองนั้นก็ไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายนั้นจะช่วยตนเองไหมจึงทำได้เพียงแค่โยนหินถามทางไปก่อนเสียตตอนนี้

"คาราวะท่านเซียวเหอข้านั้นรอท่านมานานเลยล่ะขอรับข้านั่นนึกว่าท่านจะไม่มาเสียแล้วแบบนี้พอดีข้านั้นอยากที่จะพูดคุยกับท่านไปบางเรื่องน่ะขอรับพอดีว่าข้านั้นกำลังมีเรื่องที่ค่อนข้างกลุ้มใจเลยทีเดียวสำหรับตอนนี้ข้านั้นอยากรู้ว่าถ้าเกิดสิ่งที่ท่านทำไปนั้นมันยากลำบากแต่ว่าสิ่งนั้นมันคือความฝันของท่านมาทั้งชีวิตท่านจะยอมแพ้กับมันหรือว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือขอรับ?"

"สำหรับคำถามนี้คำตอบของข้านั้นก็คงจะต้องบอกว่าข้านั้นจะทำมันให้อย่างดีที่สุดแน่นอนต่อให้ความฝันนั้นมันจะต้องผ่านความยากลำบากมากมายเพียงไหนข้าก็จะต้องก้าวเดินต่อไปอยู่ดีถ้าข้าไม่กล้าก้าวเดินต่อไปหรือว่าหยุดความฝันเพียงเพราะว่าเจอความยากลำบากแค่นี้แล้วล่ะก็ข้าคงจะไม่สามารถทำอะไรได้อย่างแน่นอนแบบนั้น"

"ขอบคุณสำหรับคำตอบของท่านเซียวเหอขอรับอย่างนั้นสินะข้านั้นจะต้องก้าวเดินต่อไปต่อให้ทางข้างหน้านั้นมันจะเป็นนรกก็ตามทีแบบนั้นข้าก็จะก้าวเดินต่อไปอย่างอน่นอนขอรับ"

พร้อมกับที่เจ้าตัวนั้นยิ้มอย่างมีความหมายสำหรับการที่ตนเองนั้นจะมีแรงฮึดสพหรับการที่จะทำการช่วยเหลือเหล่าชาวบ้านต่อไปอย่างแน่นอนเพราะว่ามันคือหน้าที่และความฝันความรับผิดชอบของตนเองในการที่จะต้องช่วยเหลือพวกเค้าเหล่านั้นให้จงได้ถึงแม้ว่ามันจะแลกมาด้วยอะไรก็ตามที



หูดี
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
+20 ความสัมพันธ์ธาตุเกื้อหนุนกัน
+15 ความสัมพันธ์กันเมื่อเจอคนหัวดี
+30 คุณธรรม
มอบไอเทม ชาปี้หลัวซุน ให้กับ NPC 081
@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้