[เมืองอันติง] สระบัวเชาเฟินเยว่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-10-25 23:10:15 |โหมดอ่าน






สระบัวเชาเฟินเยว่

{ เมืองอันติง }







...มีตำนานเล่าขานมาว่า...
มีสตรีผู้หนึ่งใบหน้างดงามหมดจดแต่ทว่าฐานะยากจน
ตั้งแต่วัยสาวนางไปพบกับคุณชายน้อยแสนซนตระกูลดังแถบเหลียงโจว
คอยดูแลฟูมฟักมาตั้งแต่เด็กจนโต เป็นทั้งพี่สาว เพื่อน และผู้ช่วยชีวิตหนุ่มน้อย
ด้วยความสนิทสนมตั้งแต่เด็กจนโตทำให้เกิดความรักขึ้นมา

...เวลาผ่านไปหลายสิบปี...

สตรีนางนั้นทำงานหนักเก็บหอมรอมริบเงินทองมากมาย
จนพอจะมีกิจการเป็นของตนเองเพื่อไม่ให้น้อยหน้าตระกูลของคุณชายน้อยผู้นั้น
นางเสียเงินทองและสิ่งของไปมากมายเพื่อมาพิชิตใจคุณชายน้อย
แม้แต่ภารกิจยากแสนเข็นนางก็ยินดีช่วยเหลือ
เพื่อให้เขาเห็นคุณค่าของนางบ้างก็ยังดี

จนกระทั่งถึงวันที่นางเพียบพร้อมที่จะไปสู่ขอคุณชายน้อยที่โตเป็นชายหนุ่ม
จึงได้นัดหมายคุณชายผู้ที่รักมายังพื้นที่แห่งนี้เพื่อสารภาพรัก
นางยังไม่ทันได้บอกกล่าวแต่คุณชายคนนั้นกลับชิงบอกเรื่องสำคัญเสียก่อน

"พี่สาว ขอบคุณที่ดีกับข้ามาตลอด
แต่ท่านพ่อได้หมั้นหมายข้ากับคุณหนูอีกบ้านแล้ว
เชิญพี่สาวมางานแต่งงานของข้าด้วยนะครับ"

ขนาดก้อนหินยังแหลกเป็นเม็ดทราย นับประสาอะไรกับหัวใจ
หญิงสาวผู้นั้นเข่าแทบทรุด แต่นางก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนพร้อมยิ้มสู้แล้วบอกว่า

"จ้ะ แล้วพี่สาวจะไปนะจ๊ะ"

วันเวลาผันผ่านคุณชายตระกูลดังมีทายาทกับฮูหยินที่บิดาหมั้นหมาย
ส่วนสตรีนางนั้นที่กล่าวถึงในตอนแรกกลับเปล่าเปลี่ยวหัวใจ
เงิน (สินสอด) ที่สร้างมาค่อยๆ หดหายไป
เนื่องจากนางนำไปบริจากแก่ผู้ยากไร้จนหมดสิ้น
นางใช้ชีวิตสมถะกับหัวใจปอน ๆ ไม่ต่างอะไรกับตอนที่ยังยากจนนัก

ทุกวันนางจะขี่หมูป่าเข้าไปเก็บเห็ด
เป็นภาพที่ผู้คนในเมืองอันติงยุคนั้นพบเห็นอยู่เสมอ
จากหญิงสาว กลายเป็นสาววัยกลางคน จนเข้าสู้วัยชรานางก็ยังคงไร้คู่ครอง
และขี่หมูป่าเข้าไปหาเห็ดทุกวันจนผมหงอกขาว

น่าแปลกนัก นางทั้งจิตใจอ่อนโยนและมีรูปโฉมงดงาม
แต่ทำไมเล่านางจึงยังโสดเป็นสาวแก่ถึกทึน
นาน ๆ ครั้งอดีตคุณชายน้อยที่เข้าสู่วัยกลางคน
กลายเป็นเถ้าแก่ใหญ่จะมาเยี่ยมเยียนฐานะสหายเก่าและถามคำถามนั้นเช่นกัน

“ข้าตาย โดยปราศจากคนที่รักข้า ​แต่ข้าก็อิ่มใจ ว่า... ข้ามีคนที่ข้ารัก”

คือประโยคสุดท้ายที่นางพูดไว้กับเถ้าแก่ใหญ่ก่อนจะจากไปด้วยโรคชรา
ทำให้เขาสะกิดใจว่าหญิงชราผู้นี้หลงรักเขามาตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็กหนุ่มแล้ว

ตั้งแต่วันนั้นเถ้าแก่ใหญ่ก็เปลี่ยนไปหลังจากที่เขารู้ใจตัวเอง
จึงไม่อยากจะขัดใจตัวเอง ที่มันชอบนาง
ไม่ให้ชอบนางก็คงเป็นไปไม่ได้ ยากที่จะคืนกลับแล้ว
เขากลับไปยังสถานที่ที่ตนเคยบอกนางว่ากำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน
แล้วลงมือขุดบ่อขนาดใหญ่ขึ้นมาด้วยตัวเองเพียงลำพัง

เวลาผ่านไปนับปีสระบัวจึงเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
เถ้าแก่ใหญ่แห่งเหลียงโจวได้สั่งช่างฝีมือ
ปั้นรูปปั้นหญิงสาวผู้หนึ่งจากความทรงจำของตัวเอง
นางมีใบหน้างดงาม แต่ทว่ากลับขี่หมูป่าและชูเห็ดขึ้นเหนือหัว
นำมาไว้กลางสระบัวแห่งนี้ และตั้งชื่อสระโดยใช้ชื่อของเขาและนางผสมกัน

แต่บ้างก็ว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นเพียงแค่นิทานหลอกเด็ก
เพราะมีหลายจุดเหลือเกินที่ไม่สมเหตุสมผลกัน





【สระเชาเฟิ่นเยว่】
『 รักที่ยากร้องขอ ปราศจากการทวงถามเหตุผล 』

พื้นที่สาธารณะใจกลางเมืองอันติงอันแสนร่มรื่น
นอกจากชาวเมืองจะนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ
แล้วยังเป็นจุดนัดสังสรรค์ของชาวบ้านที่นำเรื่องอาทรร้อนใจมาปรึกษาหารือกัน
ว่ากันว่าที่กลางสระบัวเคยมีรูปปั้นสตรีนางหนึ่งตั้งอยู่
ทว่ารูปปั้นนั้นได้ถูกทำลายไปด้วยภัยธรรมชาติ



{ วิถีชีวิตคนสันโดษ }

[ดูคู่มือการเก็บทรัพยากรส่วนตัว]

(1) ติดตั้ง "เบ็ดตกปลา" ชนิดใดก็ได้ (สามารถหาซื้อได้จากร้านอุปกรณ์)

(2) เขียนโรลตกปลาตามคู่มือด้านบน
(3) ระบุท้ายโพสต์เลือกปลาที่จะตก โดยแต่ละพื้นที่จะมีปลาแตกต่างกัน

{ โบนัสพิเศษ }
(1) หากเป็นคนลักษณะนิสัยสันโดษ ได้รับโบนัส x2

{ ปลาที่พบบริเวณนี้ }
(1) ปลาลิ่น
(2) ปลาเฉา
(3) ปลากง
* มีโอกาส 0.1% ตกได้ปลามังกร - นิสัยสันโดษ 0.5% *








โพสต์ 2021-10-30 14:30:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          เป็นครั้งแรกที่ซุนหยางเลือกพักระหว่างทางนอกจากจ้าวเพ่ยจะขอขึ้นมา น่าแปลกที่บุรุษผู้นี้รู้ทางไปเสียทั่วจนน่าอิจฉา หญิงสาวมองไปทั่วบริเวณรอบๆก็พบเป็นสระบัวขนาดใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกล พลันจะก่อคำถามแก่ผู้ติดตามอีกฝ่ายก็ลงจากหลังม้าก่อนเธอไปเสียแล้ว

          "มีอะไรหรือ.."

          "เจ้าไม่อยากพักบ้างหรือ.." ซุนหยางตอบจ้าวเพ่ยขณะผูกม้ากับต้นไม้ใหญ่แถวนั้น เขายื่นมือมาให้นางเพื่อจะรับตัวขณะลงจากม้าก็ยิ่งทำให้นางสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปกันใหญ่

          "มีงานต้องส่งแร่เอา ใช่ว่าจะ..หยุดพักได้บ่อย"

          "เอาเถอะ ไปถึงที่หมายก็คงยามเซิน.. เชื่อใจข้าไม่ทำให้เจ้าเสียการงานหรอก"

          จ้าวเพ่ยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินซุนหยางพูดเช่นนั้นนางจับมือหนาเพื่อพาตัวเองลงจากหลังม้าก่อนจะอุ้มเสี่ยวเฮยไปยังหญ้าโล่งแถวนั้น สายตาคมกริบมองไปยังดอกบัวทั้งยกแขนขึ้นราวกับว่าต้องการยืดเส้นหลังจากนั่งบนหลังม้ามานาน

          "อื้มม ฮ๊าา.. อยากได้เกวียนสำหรับนั่งสักคัน ข้าจะได้สบายนอนหลับระหว่างเดินทางได้บ้าง"

          "สบายเจ้า ลำบากข้าน่ะสิ" ซุนหยางกล่าวเช่นนั้นก็ผลักหัวจ้าวเพ่ยจนนางชักสีหน้าไม่พอใจ เขาเห็นว่าเป็นช่วงเวลาพอที่จะพักผ่อนก็เดินกลับไปหาที่ร่มบริเวณมานั่งพักพอให้คลายเหนื่อยลงบ้าง

          อากาศในยามนี้เริ่มเข้าใกล้ความเย็นขึ้นมาทุกที แสงอาทิตย์เองก็ถูกเมฆบดบังเสียจนอากาศคล้ายยามเช้าไปเสียได้ หญิงสาวเองก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่ชอบพักโดยไม่มีเหตุผลเสียด้วยสิ ครั้นจะมองไปหาซุนหยางก็เห็นชายหนุ่มใช้หมวกปิดทั้งหน้าคล้ายว่าจะหลับลงไปแล้ว นางนึกอยากจะเอ็ดผู้ติดตามสักสองสามทีที่ไม่รู้ใจนางซะเลยว่าจ้างเพ่ยชอบเข้าสังคมมากกว่า ทิ้งให้อยู่กับธรรมชาติร้างผู้คนมีแต่ชายหน้าคล้ายโจรภูเขากับแมวดำชีวิตของจ้าวเพ่ยก็ดูน่าเบื่อเสียเหลือเกิน

          สายตาสอดส่องไปทั่วๆก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จ้าวเพ่ยก้าวเดินไปหาผู้ติดตามของนาง มือเรียวจับหมวกฟางขึ้นเห็นใบหน้าที่หลับอยู่ก็ใช้นิ้วจิ้มลงที่จมูกหวังจะปลุก ริมฝีปากสีชาดอ่อนๆเปิดขึ้นเพื่อให้ลิ้นสีชมพูอ่อนเลียรอบริมฝีปากตัวเอง แต่กระนั้นก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ทำเอานางกระฟัดกระเฟียดขึ้นมา ดูเหมือนซุนหยางจะมีภูมิต้านทางขึ้นมามาก หากเป็นครั้งก่อนๆนางทำซะขนาดนี้ต้องรู้สึกอะไรบ้างแหละน่า

          หยอกมากไปก็ไม่เป็นผลดี อดีตโจรโพกผ้าเหลืองเช่นซุนหยางนางก็ไม่รู้ว่าเคยผ่านสตรีใดมาบ้าง นอกจากเหล่านางโลม จ้าวเพ่ยผละตัวออกจากอีกฝ่ายและเหวี่ยงหมวกคืนไปให้จนชายหนุ่มต้องเปิดตาขึ้นเพราะทนแกล้งหลับไม่ไหว จ้าวเพ่ยรวบแขนชุดของนางขณะเดินย่ำไปที่ม้าสีขาวของซุนหยางแล้วดึงเอาคันเบ็ดขึ้นมาทันที

          "ปลุกข้าแค่เรื่องแค่นี้น่ะหรือ"

          "ตื่นตอนนี้ก็ไม่ทันหรอก.. ข้าจะตกปลาเอง คิดว่าหากทำดีขยันสักหน่อยจะให้รางวัลแล้วเชียว" จ้าวเพ่ยบ่นอุบแล้วเดินกลับไปยังบึงบัว ในยามนี้ดอกบัวกลับไม่บานสวยเพราะแสงเข้ามาไม่ถึงเท่าไหร่นัก สองขาก้าวไปตรงริมบึงและเหวี่ยงเบ็ดทันที

          เสี่ยวเฮยเห็นนายตนทำท่าทางแปลกๆก็วิ่งกึ่งกระโดดมาหาทันที แมวตัวดำๆเผยดวงตาสีเหลืองประกายขณะเห็นจ้าวเพ่ยนั่งลงก็กระโดดเหย็งๆแล้วม้วนหน้าหลังราวกับต้องการให้จ้าวเพ่ยเล่นด้วยเสียหน่อย หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยราวกับความงอนหายไปเมื่อเห็นท่าทีอันน่ารักของเจ้าแมวเหมียวตรงหน้า มือเรียวสวยเอื้อมไปเกาคางขณะมองไปยังสายเบ็ดยังนิ่งสงบอยู่ก็ละสายตามาหาแมวทันที ปลายเบ็ดปักกับพื้นดินนุ่มให้ตั้งเอาไว้อย่างนั้น นางก้มลงหาเสี่ยวเฮยและบีบอุ้งเท้าน้อยเบาๆยามที่แมวหงายพุงให้นาง

          "ข้าฝากเจ้าตกปลาต่อด้วยละกัน.. แล้วจะจ่ายค่าเบี้ยหวัดเพิ่มให้"

          "เห็นว่าเจ้าเป็นสตรีนะ" ซุนหยางลุกขึ้นมาเพื่อดึงคันเบ็ดที่จ้าวเพ่ยตกปลาทิ้งไว้มาอยู่กับตัว สมาธิถูกทำลายลงจากเสียงหญิงสาวหัวเราะคิกคักกับแมวก็ทำให้เขาเผลอหันไปตวาดทันที "จะเล่นกันข้างๆข้าอีกนานไหม"

          "อ๊ะ!" จ้าวเพ่ยเผลอร้องขึ้นมาทั้งใช้มือป้องปาก ผ้าผืนยาวปิดมือเอาไว้เผยให้เห็นแต่ตาที่สั่นคลอนเล็กน้อย นางมองไปที่ซุนหยางราวกับเด็กถูกดุแต่ก็จับเสี่ยวเฮยอุ้มขึ้นมากับตัวอยู่ดี "ข้าทำให้เจ้ารำคาญหรือ"

          "..."

          "ก็แค่อยากอยู่เป็นสหาย เจ้าเคยบอกว่าอยู่ที่เงียบๆจะหลับเอาได้นี่นา" นางกล่าวทั้งหลุบตาต่ำลงเล็กน้อย ซุนหยางทำมือจะเขกหัวอีกฝ่ายก็กลายเป็นวางมือลงบนหัวทำให้นางเผลอหัวเราะคิกคักขึ้นมาพอดี

          "ดูสิ.. เจ้านายของเจ้าแพ้ทางสตรีเสียขนาดนี้ คิกๆ" จ้าวเพ่ยวางเสี่ยวเฮยลงบนตักของซุนหยางแล้วจับไหล่อีกฝ่ายบีบเบาๆพอเป็นพิธี "ตกปลาให้ได้เยอะๆล่ะ.. เจ้ายังไม่เคยลิ้มรสฝีมือข้าสักครั้งใช่หรือไม่ หลังเสร็จงานอยากกินอะไรก็บอกข้าได้"

          "แง๊วว!!" เสี่ยวเฮยร้องราวกับจะช่วยย้ำคำพูดของจ้าวเพ่ยแล้วใช้หัวซุกตักอีกฝ่าย หูสีดำน้อยๆกระดิกเมื่อถูกก่อกวนโดยนิ้วหนา แต่ก็นอนกลิ้งไปมาราวกับจะอ้อนผู้ติดตาทของจ้าวเพ่ยไปอีกคน

          "ตกปลาเสร็จก็ออกเดินทางกัน.. ยิ่งเสร็จงานไว.." จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งดันตัวเองจนอกแนบชิดหลังอีกฝ่าย ริมฝีปากสีแดงกระซิบข้างหูอีกฝ่ายเบาๆ "ยิ่งได้พักไว.. ถึงคราวนั้นข้าจะพาเจ้าเข้าหอนางโลมเพื่อผ่อนคลายอีกครั้งก็ย่อมได้.. เอาเป็นนางโลมชั้นเอกที่หน้าตางดงามกว่าข้าดีไหม.."

          พูดจบก็ดันตัวเองให้ลุกขึ้น จ้าวเพ่ยเรียกเสี่ยวเฮยให้ตามตนไป ขณะนางเริ่มวิ่งข้ามสะพานเพื่อเล่นกับแมวอีกครั้ง โดยไม่หันกลับมามองผู้ติดตามของนางว่าจะเกิดอาการอะไรเลยแม้แต่น้อย จ้าวเพ่ยผุดรอยยิ้มขึ้นบนริมฝีปากเล็กน้อยพอได้ทำเช่นนี้ก็สนุกไปอีกแบบเมื่อได้แกล้งอีกฝ่าย นางพาเสี่ยวเฮยวิ่งรอบบึงบัวได้พักหนึ่งก็อุ้มเจ้าแมวน้อยกลับมาหาซุนหยางอีกคราเพื่อขอให้พาออกเดินทางได้เสียที

          เหมือนผู้ติดตามจะอิดออดเล็กน้อยแต่ก็ยอเก็บอุปกรณ์ตกปลาและลุกขึ้นตามจ้าวเพ่ยไป หญิงสาวเองก็เหนื่อยจากการวิ่งเล่นราวกับเด็กก็ใช่ว่าอยากจะเดินทางต่อทันทีทันใด แต่หากไปพบลูกค้าช้าล่ะก็ คงจะถูกทั้งพ่อค้าแร่และพ่อค้าหวังตามตัวทั่วนครเป็นแน่

[ซุนหยาง] ตกปลากง



เอฟเฟคอัตลักษณ์ตัวละคร
มีตัญหา
+2 Point ทุกครั้งที่โรลวางแผนจีบเพศตรงข้าม

งดงาม
+6 Point ทุกครั้งที่โรลเพลย์บริหารเสน่ห์

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2

1

กระทู้

4

ตอบกลับ

1010 หมื่น

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
10100085

VIP Admin

STR
72+0
INT
200+0
POL
200+22
LEA
62+0
CHA
103+0
VIT
88+0
หลี่ มู่
เลเวล 1
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-11-7 23:07:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-11-19 14:48:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
  
วีรชนที่หลับใหล
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-12-9 05:24:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-12-9 05:28


⌜135⌟

บทที่ 23
ชีวิตประจำวันที่อันติง
ฉากที่ 4


          หลังจากที่ไปรับนักเรียนของเฟินเยว่ที่ในเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่มีอะไรให้ซูตงฮั่วทำต่อ ครั้นจะไปขลุกอยู่ที่ลานฝึกยุทธ์ต่อก็ดูจะเป็นภาระของร่างกายมากเกินไป นักสู้ที่ดีไม่เพียงแต่ฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอยังต้องรู้จักผ่อนคลายและดูแลตัวเองอีกด้วย ร่างกายนี้ยังต้องถนอมไว้อีกนานเท่านานจะให้ทรุดโทรมลงไปก่อนวัยอันควรไม่ได้…
         
          ‘จนกว่าจะล้างแค้นสำเร็จ…’
         
          จะไปอยู่ที่บ้านเขาก็ไม่รู้จะทำอะไร ช่วยเพาะปลูกในฤดูกาลนี้คงมีแต่จะเสียเมล็ดพันธุ์ไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ กว่าจะปลูกพืชได้อีกทีก็ย่างเข้าเอ้อร์เยว้ของปีหน้าเลยทีเดียว ครั้นจะลองไปเรียนรู้งานทอก็เกินกำลังเสียเหลือเกิน เขารู้เพียงแค่วิธีสอดด้ายเข้าเข็มแต่นอกเหนือจากนั้นก็ไม่รู้แล้ว จะเก็บตัวเงียบในห้องส่วนตัวก็รู้สึกอุดอู้พาลจะบ่มเพาะนิสัยขี้เกียจสันหลังยาวเสียอีก เช่นนั้นคงเหลืออยู่เพียงอย่างเดียวแล้ว สิ่งที่ถนัดที่สองรองจากการต่อสู้…

.
.
.
         
          “แถวบ้านเจ้าตกปลาได้ที่ไหน?”
         
          ตงฮั่วเอ่ยถามเจ้าของบ้านระหว่างการเดินทางขากลับ เขาวางแผนเอาไว้ก่อนเนิน ๆ เพราะรู้ว่าเมื่อไปถึงคฤหาสน์แล้วสหายสาวคงไม่ว่างเพราะต้องดูแลเจ้าพวกลิงน้อย
         
          “สถานที่ตกปลาหรือเจ้าคะ.. อื้ม.. มีที่สระบัวเชาเฟินเยว่น่ะเจ้าค่ะ แต่ว่าห้ามไปตกที่บ่อเทพเจ้าปลาในเมืองเด็ดขาดเลยนะเจ้าคะ”
         
          “ข้าไม่ย้อนกลับไปตกหรอกน่า..” ได้ยินสหายรีบพูดบอกก็นึกขำ เขาเคยได้ยินอยู่บ้างว่าที่เมืองเกิดของนางมีบ่อปลานำโชคและให้โทษแก่คนที่มาตกปลา แต่คิดไปคิดมาแล้วก็สะดุดใจอยู่หนึ่งอย่าง “สระบัวเชาเฟินเยว่งั้นเหรอ? ชื่อเหมือน… ชื่อเจ้าเลยนะ”
         
          “ก็…” ท่าทีของเด็กสาวดูอึกอักอธิบายลำบากไปพร้อม ๆ กับท่าทีเขินอายในคราวเดียวกัน “ท่านแม่เล่าว่าชื่อข้ามีที่มาจากสระบัวนั้นแหล่ะเจ้าค่ะ”
         
          “อย่างนั้นเองเหรอ ชื่อเจ้าเป็นชื่อของสถานที่งั้นสินะ” ตงฮั่วคิดตามไปจะว่าแปลกไหมก็ไม่หรอก แต่เขายังติดใจอยู่อีกอย่าง “แล้ว ‘เชา’ ในชื่อนั่นล่ะ”
         
          “คืออย่างนี้เจ้าค่ะ สระบัวแห่งนั้นมีตำนานอยู่ว่า.. มีหญิงสาวคนนึงชื่อ เฟินเยว่ นางหน้าตาสะสวยแถมยังโอบอ้อมอารีย์ เป็นที่รักของชาวเมืองแต่ว่านางเป็นคนจนจำต้องสู้ชีวิต นางตกหลุมรักกับเศรษฐีหนุ่มที่มีนามว่า ‘เชา’ แต่ข้าก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าเขาแซ่อะไร แต่ว่าเป็นความรักข้างเดียว ไม่เคยปริปากบอกความในใจจนสุดท้ายชายผู้นั้นไปแต่งงานกับสตรีที่ทางบ้านจัดหามา..”
         
          “งั้นเหรอ สุดท้ายนางก็ไปกระโดดสระบัวฆ่าตัวตายจนเกิดเป็นตำนานรัก …อย่างนั้นสินะ”
         
          สถานที่ที่มีตำนานรักมักจะลงเอยเช่นนี้ ต้องมีใครสักคนตายถึงได้นำชื่อมาตั้ง เป็นโครงเรื่องที่เดาได้ไม่ยาก
         
          “โอ้ ไม่เลยเจ้าค่ะ แม่นางเฟินเยว่คนนั้นไม่ได้กระโดดน้ำฆ่าตัวตายแต่ว่านางนำเงินที่จะหามาเป็นสินสอดให้แก่บุรุษไปแจกจ่ายชาวบ้าน อุ๊ย.. ข้าเล่าตกไปสินะเจ้าคะ คือก่อนที่ชายผู้นั้นจะแต่งงานไปแม่นางเฟินเยว่เก็บเงินเพื่อไปสู่ขอชายผู้นั้นมาเป็นสามีแล้วกะจะสารภาพรักทีเดียวเลยน่ะเจ้าค่ะ แต่กว่าจะเก็บเงินครบก็ไม่ทันเสียแล้ว”
         
          “ห๊ะ! อะไรนะ? สตรีเก็บเงินสู่ขอบุรุษ มีแบบนั้นด้วยเหรอ?”
         
          คนขับเกวียนถึงกับต้องหันหน้ากลับมาไม่มองทาง สตรีสู่ขอบุรุษ.. เขาไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนั้นมาก่อน มันแปลกประหลาดเสียจนเขาไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้อยู่จริง
         
          “เอ่อ.. ข้าได้ยินมาแบบนั้นน่ะเจ้าค่ะ แรก ๆ ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน แปลกดีใช่ไหมล่ะเจ้าคะ เพราะอย่างนั้นทั้งหมดอาจจะเป็นเรื่องแต่งก็ได้เจ้าค่ะ”
         
           “อา.. เข้าใจแล้ว อาจจะไม่ใช่ตำนานที่แท้จริงงั้นสินะ.. อืม.. แล้วยังไงต่อล่ะ นางนำเงินแจกจ่ายชาวบ้านจนชาวบ้านสรรเสริญก็เลยขุดสระบัวแล้วตั้งชื่อตามนาง?”
         
          “เปล่าเจ้าค่ะ คนที่ขุดสระบัวก็คือชายหนุ่มที่แต่งงานไปนั้นแหล่ะเจ้าค่ะ” ถึงตรงนี้ทำให้ตงฮั่วร้อง ‘อ้าว’ ออกมาอีกครั้ง ดูท่าตำนานของสระบัวแห่งนี้จะใช่ตรรกะของวรรณกรรมทั่วไปไม่ได้จริง ๆ และท่าทีของเขาทำให้เด็กสาวที่ซ้อนท้ายเกวียนต้องหัวเราะออกมาก่อนจะเล่าต่อ “หลังจากนั้นเวลาผ่านไปหลายสิบปี แม่นางเฟินเยว่ก็แก่ตายเจ้าค่ะ ก่อนนางตายได้พบกับชายหนุ่มที่ชื่อเชาอีกครั้งและได้สารภาพความในใจออกไป และความจริงก็มาเฉลยว่าแท้จริงแล้วคุณชายท่านนั้นก็ชอบแม่นางเฟินเยว่เหมือนกัน แต่ด้วยความต่างของอายุจึงคิดว่านางมองเขาเป็นแค่น้องชาย สุดท้ายไม่อยากขัดกับทางบ้านก็เลยยอมแต่งงานน่ะเจ้าค่ะ หลังจากที่แม่นางเฟินเยว่เสียชีวิตไปชายหนุ่มผู้นั้นก็ได้ขุดสระบัวเพื่อเป็นอนุสรณ์ความรักที่ไม่สมหวัง.. ประมาณนั้นล่ะเจ้าค่ะ”
         
          “โธ่เอ๊ย เจ้าสองคนนั้นนี่”
                  
          ได้ฟังตำนานกันน่าปวดหัวและปวดตับก็ทำเอาเด็กหนุ่มกลั้วหัวเราะเสียงเข้ม บอกไม่ถูกเลยว่าที่ไม่สมหวังนั้นสมควรแล้วหรือเปล่า รักใครชอบใครก็ควรจะพูดออกไปตรง ๆ สิ! ที่เขาคิดแบบนั้นได้เพราะว่าได้เอ่ยความในใจออกไปแล้ว หากยังไม่ทำก็คงไม่กล้าจะดูแคลนคนทั้งสองที่ไม่ทราบว่ามีชีวิตอยู่จริงในประวัติศาสตร์ไหม
         
          “ถ้าไม่นับเรื่องความรักอะไรนั่น… จะว่าไป แม่นางเฟินเยว่ก็ดูคล้ายกับเจ้าเลยนะ ทั้งชื่อ ที่มา นิสัย หน้าตา”
         
          “หน่ะ.. หน้าตาด้วยหรือเจ้าคะ ข้าว่าไม่หรอกเจ้าค่ะ แหะ ๆ”
         
          เฟินเยว่ตอบติดประหม่า ท่าทางไม่มั่นใจในความงามของตัวเองเอาเสียเลย ทำไมกันนะ? มันเป็นสิ่งที่บุรุษอย่างเขาไม่เข้าใจ จะบอกว่าเพราะรอยฝ้ากระบนใบหน้าอย่างนั้นหรือ? อาจใช่ก็ได้เพราะมีมันอยู่จึงทำให้ดวงหน้าจิ้มลิ้มหมองลง แต่มาจนถึงป่านนี้เขามองข้ามสิ่งไร้สาระเหล่านั้นไปหมดแล้ว เขาไม่รู้หรอกว่าสาวที่สวยที่สุดในต้าฮั่นหน้าตาเป็นอย่างไร แต่สำหรับเฟินเยว่แล้วได้เท่านี้ก็งดงามเป็นธรรมชาติมากในสายตาเขา
         
          “มั่นใจในตัวเองหน่อยซี่” เด็กหนุ่มขยับไปกระซิบบอกกับคนที่นั่งอยู่ด้านหลังไม่ให้เด็กน้อยที่มาด้วยได้ยิน “เจ้าเองก็น่ารัก” ก่อนที่จะกลับมานั่งหลังตรงแล้วขับเกวียนไปตามเดิม ปล่อยให้เด็กสาวผู้นั้นนั่งเขียมหน้าแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงสุก
.
.
.

          จบการย้อนความเรื่องราวเมื่อสองเค่อก่อน ตอนนี้เด็กหนุ่มคิ้วพยัคฆ์ได้มาเยือนสระบัวดังกล่าวพร้อมกับคันเบ็ดและถังปลา สายตามองหาทำเลในรอบ ๆ ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีคนมาตกปลาทั้ง ๆ ที่สระบัวแห่งนี้ทั้งร่มรื่นและเงียบสงบ คงจะมีเพียงแค่สิงสาราสัตว์ตัวน้อยตัวนิดที่อาศัยที่แห่งนี้เป็นที่หลับนอน ศัตรูตัวฉกาจเห็นทีคงจะเป็นเจ้าแมวเจ้าถิ่นเสียแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา…
         
          อากาศหนาวแบบนี้ไม่จำเป็นต้องหาร่มไม้ไว้หลบแดด จะนั่งตรงไหนก็ได้ ตงฮั่วจึงเลือกนั่งตกปลาในมุมที่คาดว่าผู้คนจะไม่พลุกพล่าน ทอดสายเบ็ดไปพร้อมกับผ่อนคลายอารมณ์ไปกับสายน้ำ รอเวลาให้ปลาเข้ามากินเหยื่อจนถึงยามเย็นตะวันใกล้ลับลาจึงกลับไปบ้านพร้อมกับปลาเต็มถัง
         
          ขาเดินกลับไม่ทันได้ดูทางปลายเท้าเตะเข้ากับบางสิ่งที่กองอยู่บนพื้น
         
          “อะไรวะ?”
         
          เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมองของที่อยู่บนพื้นก่อนจะใช้เท้าเขี่ยดูของดังกล่าว มันคืออะไรก็ไม่รู้ดูแล้วน่าสงสัย ตงฮั่วมองซ้ายมองขวาหาว่ามีใครเป็นเจ้าของสิ่งนี้หรือไม่ แต่หาอยู่นานก็ไม่พบเจอใคร จะว่าไปเขามาตกปลาตั้งนานก็ไม่พบกับคนผู้อื่นอีกด้วย สงสัยว่าของเหล่านี้จะไม่มีเจ้าของเสียกระมัง
         
          “เอาไปด้วยก็แล้วกัน”
         
          เขาพูดพึมพำติดนิสัยพูดคนเดียวก่อนที่จะหยิบของ ‘สิ่งนั้น’ กลับบ้านไปด้วย

.
.
.


ใช้งาน [152] ซู ตงฮั่ว [มาร]

ลักษณะนิสัยรักสันโดษ
+3 Point เมื่อโรลเพลย์ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ
-----------------------------------------------
ตก ปลากง
โบนัสตกปลา x2
-----------------------------------------------
เก็บ น้ำหนิวเอ้อเฉ่า x5




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-12-13 17:35:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
   
⌜137⌟
     
บทที่ 23
ชีวิตประจำวันที่อันติง
ฉากที่ 6

          เช่นเดิมเหมือนทุก ๆ ยามเย็นที่เด็กหนุ่มคิ้วพยัคฆ์จะหิ้วถังปลามาตกปลายังสระบัวที่มีตำนานอันแสนพิลึก ก่อนหน้านี้เขาได้คุยกับเด็กสาวเจ้าของบ้านเรื่องการทำอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัยหนาว รายการอาหารที่จะทำดูเหมือนว่าต้องใช้งบประมาณร่วม ๆ หนึ่งล้านอีแปะ เป็นตัวเลขที่เห็นแล้วชวนลมจับ แต่สำหรับคนที่มีเงินขึ้นมาแล้วจำนวนเงินดังกล่าวไม่ได้มากมายเกินกว่าจะหามาชดเชยได้จากการทำงาน ทว่าหากแบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้ก็อยากจะแบ่งเบา เขาจึงเสนอทางออกหนึ่งคือการตกปลาในสระบัวขึ้นมาทำอาหารเลี้ยงประชาชนผู้ยากไร้
         
          และก็เช่นเคยเหมือนเช่นทุกวัน แม้จะมีผู้ที่มาเยี่ยมเยียนสระบัวแห่งนี้แต่ทว่าไร้ผู้คนมาตกปลา จะมีก็เพียงแต่เหล่าผู้อาวุโสที่ออกมาเดินออกกำลัง และเด็ก ๆ ที่มาวิ่งเล่น หรือว่าความเชื่อที่ว่าห้ามตกปลาจิ๋นหลี่อวี๋ในบ่อปลากลางเมืองจะลามมาถึงสถานที่แห่งนี้ด้วย
         
          ‘เหอะ ไร้สาระ’
         
          เด็กหนุ่มสบถในใจ ถึงจะมีความเชื่อดังกล่าวสืบต่อมาแต่ในสระบัวเชาเฟินเยว่เป็นที่อยู่อาศัยของปลาสวยงามเสียที่ไหน จะมีก็เพียงแต่ปลากง ปลาลิ่น ปลาเฉาที่แหวกว่ายอยู่ในสายธาร ครั้นจะบอกว่าแถวนี้มีโจรผู้ร้ายกบดานอย่างเช่นลำธารหนึ่งใกล้เมืองฉางอันก็ไม่ใช่ หากสถานที่นี้อันตรายก็ไม่น่าจะมีผู้อาวุโสและเด็กมาวิ่งเล่น
         
          จะว่าไปตอนที่คุยกับเด็กสาวเรื่องปลาที่จะใช้ทำอาหาร แม้ว่าเฟินเยว่จะไม่เรื่องมากและดูเกรงอกเกรงใจอยู่ไม่ขาดสายเมื่อทราบว่าเขาอาสาตกปลาให้ ดูเหมือนว่านางจะอยากได้ปลากงมาทำอาหารมากกว่าปลาลิ่นและปลาเฉาที่ตัวใหญ่กว่าเป็นเท่าตัว ด้วยความเป็นคนง่าย ๆ ทานอะไรก็ได้จึงคิดสวนทางว่าทำไมถึงไม่เน้นให้ตกปลาตัวใหญ่แล่ที่เนื้อออกมาได้ตัวนึงทำอาหารได้ตั้งหลายจาน แต่นางก็บอกว่าเนื้อของปลาลิ่นและปลาเฉาไม่เหมาะสำหรับการทำอาหาร ถึงจะดูเรื่องมากแต่ในเมื่อทางนั้นว่าอย่างนั้นก็คงต้องทำตามและตกเอาปลากงขึ้นมาเพียงอย่างเดียว แต่หากมีปลาชนิดอื่นโชคร้ายมาติดเบ็ดเขาก็จะปล่อยมันไป
         
          และด้วยการตกปลาในครั้งนี้เพื่อการทำอาหารเลี้ยงคนจำนวนมากมิใช่เพื่อการผ่อนคลายอารมณ์อย่างเช่นทุกครั้ง ตงฮั่วจึงนำถังใส่ปลามาเพิ่มมากกว่าหนึ่งถึง โดยคิดว่าคราวนี้นี่แหล่ะจะได้ปลามากกว่าครั้งไหน ๆ แต่บางคราวก็แอบคิดว่าหากมีแหจับปลาก็คงดีจะได้จับปลาคราวละมาก ๆ หากคิดจะทำเป็นอาชีพเสริม
         
          เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามปลาที่ได้ก็เต็มถังแรก เพราะว่าไม่ค่อยมีผู้มาตกปลาในสระบัวเลยกระมังปลาจึงชุกชุม แต่ยังไม่เพียงพอเขายังคงต้องการมันมากกว่านี้ดังนั้นคงต้องรออีกครึ่งชั่วยามถึงจะได้เวลากลับบ้าน แต่เมื่อตกปลาถังที่สองความรู้สึกผิดปกติก็ได้เกิดขึ้น ยิ่งเขาตกปลาได้มากเท่าไรแต่ปลาก็ไม่เคยเต็มถังอีกใบเลย ลมหนาวพัดผ่านจนสันหลังเย็นวาบ หรือว่านี่คืออาถรรพจนเป็นเหตุผลที่ว่าชาวเมืองอันติงไม่ยอมมาตกปลา ณ สถานที่แห่งนี้กัน
         
          ‘บะ.. บ้าน่า จะเป็นไปได้ยังไง เรื่องผีสางมีจริงซะที่ไหน!’
         
          คนใจกล้าพยายามข่มใจไม่ให้กลัว เทียบกันแล้วเขาควรจะกลัววิญญาณอาฆาตของโจรผู้ร้ายที่เคยสังหารไปรายทางเสียกว่าอาถรรพของสระบัว แต่เมื่อสังเกตถึงความประหลาดจนผิดวิสัยก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปต่าง ๆ นานาจนต้องข่มจิตทำสมาธิจ้องปลายสายเบ็ดไว้ก็เพียงพอ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเขาแข่งกับสิ่งที่มองไม่เห็นก็ยิ่งรู้ซึ้งได้ว่าตนไม่มีวันชนะ ไม่เพียงแค่ตกปลาถังที่สองไม่เต็มไม่พอ ปลาถังแรกที่ตกได้ยังพร่องลงไปจนต้องคอยมาเติมเต็มใหม่แทบทุกครั้ง
         
          จิตที่ฝึกฝนการต่อสู้มานานแรมปีจับได้ว่ามีสายตานับสิบคู่จ้องมองเขาผ่านแมกไม้ในมุมมืด ไม่ใช่สายตาประสงค์ร้ายแต่ก็หาใช่ความประสงค์ดี คราวนี้เด็กหนุ่มลองเปลี่ยนจากการใช้สมาธิที่สายเบ็ดมาที่ถังปลาด้วยความท้าทายอำนาจมืด เมื่อเปลี่ยนจุดสนใจมาที่ถังปลา ปลาที่ตกมาได้ก็ไม่หายอีก แต่เพียงแค่เขาหักเหสมาธิมาที่สายเบ็ดตอนตกปลาขึ้นมา ปลาในถังก็ได้หายไปหนึ่งตัว
         
          แต่ก็ใช่ว่าจะไร้เบาะแสไปเสียทั้งหมด ในกรอบสายตาที่หันกลับมามองถังปลา เขาเห็นเงาดำแว้บ ๆ มาขโมยปลาในถังแล้วหนีหายไปที่พุ่มไม้อย่างรวดเร็ว เงานั้นไม่ใหญ่โตดูคล้ายกับว่าเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ความสงสัยก่อตัวขึ้นจนบดบังความกลัวแสนกระจ้อยร่อยลงไปจนมิด ตงฮั่วปักเบ็ดไว้ที่คันดินขอบสระก่อนจะหยัดกายขึ้นเดินไปดูหลังพุ่มไม้นั้น
         
          “แฟ่!!”
         
          เสียงขู่ดังขึ้นเมื่อเขาแหวกพงหญ้ารกสูง แมวดำแม่ลูกอ่อนนมห้อยย้อยขู่เขาจนขนพองฟองฟู่ยืนจังกล้าอย่างไม่กลัวเกรงมนุษย์ ตรงนั้นมีลูกแมวตัวเขื่องเกือบเท่าตัวมันกำลังแทะกินปลาหลักฐานครบมือ ถัดไปอีกไม่ไกลจะเห็นลูกแมวน้อย ๆ ที่เพิ่งเกิดอีกหลายตัวกระดุ๊กกระดิ๊กอยู่ในโพรงไม้ผุพัง
         
          “อ้อ.. แมวนี่เอง”
         
          ไม่เพียงแค่ครอบครัวแมวนี้เท่านั้น แต่เมื่อสังเกตดูรอบ ๆ บริเวณยังมีแมวจรอีกหลายชีวิตหลบอยู่ สายตาของมันพุ่งมองมายังมนุษย์ด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ และดูเหมือนกับว่าเย็นนี้พวกมันจะมีปลากินกันจนอิ่มท้องแทบทุกตัวแล้ว เป็นบทสรุปคดีปลาหายไปได้อย่างง่ายดาย
         
          “....”
         
          เด็กหนุ่มไร้ซึ่งคำพูดจาเสวนาทั้งกับตนเองและเจ้าเหมียวเหล่านั้น ในเมื่อปลาถูกแมวขโมยแทะกินไปแล้วก็คงต้องปล่อยเลยตามเลยจะเอาความกับพวกมันไปก็ไม่ได้ประโยชน์อันใด มีแต่จะพลาดพลั้งเจ็บเนื้อเจ็บตัวกลับบ้านไปพร้อมกับยันต์ห้าแถวเสียเปล่า ๆ ปลี้ ๆ จึงได้แต่คิดหาทางแก้ไขและระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่านี้
         
          สุดท้ายก็ใช้เวลาตกปลามากกว่าเดิมที่คาดการณ์ไว้แต่ก็ได้ปลากงมาเต็มสองถังอยู่ดี ตะวันใกล้จะลาฟ้าและหวนคืนสู่ผืนปฐพีเข้าเต็มที รีบกลับบ้านเสียดีกว่าจะมองถนนหนทางไม่เห็น
   
.
.
.


ใช้งาน [152] ซู ตงฮั่ว [มาร]

ลักษณะนิสัยรักสันโดษ
+3 Point เมื่อโรลเพลย์ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ
-----------------------------------------------
ตก ปลากง
โบนัสตกปลา x2



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-12-19 22:26:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-12-19 22:45

      
⌜149⌟

บทที่ 26
ปลูกผักตกปลาในฤดูหนาว
ฉากที่ 2

          หลังจากที่ทำงานสวนกันเสร็จเรียบร้อยซูตงฮั่วก็ขอปลีกตัวออกมาทำกิจกรรมยามว่างแบบที่คนรักสันโดษชื่นชอบนั่นก็คือการตกปลา การได้อยู่ใกล้ชิดกับสตรีที่ชอบนั้นก็ดีอยู่ แต่ตนคิดว่าต่อให้ชอบพอกันอย่างไรก็ควรยังต้องมีระยะห่างและมีเวลาเป็นของตนเอง ซึ่งนั้นก็น่าจะดีที่สุดแล้วสำหรับการอยู่รวมกัน หากต้องตัวชิดกันไปตลอดเวลามีหวังคงไม่ต้องได้ทำอะไรกันพอดี และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ
         
          …ตอนนี้เขาและนางยังเป็นเพียงแค่สหาย…
         
          ภาพของเด็กหนุ่มตัวโตที่มาจากต่างถิ่นมือข้างหนึ่งถือถังปลาอีกข้างถือคันเบ็ดดูจะเป็นภาพที่ชินตาผู้เฒ่าผู้แก่และเด็ก ๆ ชาวอันติงบ้างแล้ว แม้จะไม่เคยได้พูดคุยสนทนาแต่ข่าวที่พูดกันปากต่อปากทำให้ชาวบ้านต่างรู้ว่าเขาคือ ‘คนงาน’ จากคฤหาสน์ตระกูลซุนที่เคยรุ่งเรือง ถึงคำกล่าวจะผิดไปบ้างแต่ตงฮั่วไม่ได้สนใจ ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนงานก็ยังดีกว่าถูกลือไปว่าเป็นบุรุษที่ไปขออาศัยบ้านสตรีจนเกิดเป็นชื่อเสียงเสียหาย
         
          เอาล่ะเลิกคิดถึงเรื่องว่าใครจะว่าอย่างไร มาสนใจอยู่แต่การตกปลาดีกว่า แน่นอนว่าคราวนี้เขาก็มาตกปลากงอีกเช่นเคยเพราะง่ายต่อการนำไปประกอบอาหารมากที่สุด ปลาคราวก่อนที่ตกไปถูกนำไปเลี้ยงแขกในงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ส่วนหนึ่ง แม้ว่าเด็กหนุ่มจะขอปลีกตัวออกไปเก็บตัวในช่วงงานเลี้ยงทว่าก็ยังพอจะได้ยินคำชมย้อนหลังจากเหล่าสหายรุ่นพี่มาว่า อาหารในงานรสชาติอร่อยแถมวัตถุดิบยังสดใหม่รสชาติดี ตนนั้นอยากจะยืดอกด้วยความภูมิใจแล้วประกาศบอกไปว่า ‘ปลาน่ะข้าตกมาเองแหล่ะ!’ เสียจริง ทว่านิสัยเขาไม่ใช่คนทะนงตัวแต่อย่างใดจึงได้แต่ยิ้มรับในใจ
         
          คราวที่แล้วเขาได้บทเรียนมาว่าต้องระมัดระวังแมวขโมยให้มาก จึงนำถังปลามาตั้งไว้ด้านหน้าแทนที่จะวางไว้ข้างตัว ถึงจะเกะกะไปสักหน่อยแต่หากว่าปลาที่ตกมาได้ไม่แหว่งหายไปก็น่าจะดีว่า
         
          เวลาเคลื่อนผ่านไปนับชั่วยามปลากงก็ถูกตกขึ้นมาตามสายเบ็ดจากหนึ่งตัว สองตัว สามตัว จนเต็มถัง แม้ว่าเขาจะตกปลาจากสระบัวแห่งนี้มามากแต่ก็ดูเหมือนว่าปลาในสระจะยังมีให้ตกอยู่อีกเรื่อย ๆ แต่หากถึงฤดูผสมพันธุ์ของปลาคงต้องเพลา ๆ การตกปลาลงเสียหน่อยเพื่อไม่ให้ปลาในสระสูญพันธุ์ไปหมดจนต้องเปลี่ยนสถานที่ตกไปต่างเมือง.. ใช่แล้ว ไม่มีอะไรมายับยั้งการตกปลาของเขาได้หรอก!
         
          เมื่อได้ปลากงจนเต็มถังแล้วก็ได้เวลากลับบ้าน เด็กหนุ่มรู้สึกสายตานับสิบที่เรืองแสงวาวมาจากในพุ่มไม้ เขารู้ดีว่าสายตาพวกนั้นคือแมวจนในเมืองนี้ น่าเสียดายที่ในวันนี้พวกมันไม่มีโอกาสได้ขโมยปลาไปกินเป็นมื้ออาหาร ตงฮั่วไม่ใช่คนขี้สงสารแต่ดูเหมือนว่าจะติดนิสัยคนใจดีจากเด็กสาวที่อาศัยอยู่ด้วยกันมากไปหน่อย จะมอบปลาที่ตกได้ให้แมวสักสามสี่ตัวคงไม่เป็นไร ถือว่าให้รางวัลที่วันนี้พวกมันไม่มายุ่งย่ามกับเขาก็แล้วกัน…

        
.
.
.


ใช้งาน [152] ซู ตงฮั่ว [มาร]

ลักษณะนิสัยรักสันโดษ
+3 Point เมื่อโรลเพลย์ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ
-----------------------------------------------
ตก ปลากง
โบนัสตกปลา x2

         



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้