แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Tianzhou เมื่อ 2021-10-14 20:29
ราชสีห์จรจัด เที่ยวเทศกาล เทียนโจวได้เดินทางเรื่อยมาจากหมู่บ้านหงชุนจนในที่สุดทั้งคู่ก็ได้มาถึงยังเมืองหนานชาง แต่เมื่อเทียนโจวได้เดินทางถึงยังย่านการค้า ที่แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่สัญจรไปมาอย่างคับคั่ง ถนนหนทางต่างถูกประดับประดาอย่างงดงามจนหน้าประหลาดจนเทียนโจวนั้นเกิดความสงสัย ก่อนที่คำตอบของความสงสัยจะออกมาจากหญิงสาวที่อยู่ข้างๆตน “วันนี้คงเป็นวันเทศกาลฉงหยางสินะ” ปิงจวนกล่าวออกมาพร้อมกับหันไปมองรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจ เทียนโจวนั้นจำได้พลางๆว่าตอนเด็กเหมือนเขาจะเคยมาเทศกาลเหล่านี้อยู่บ้างแต่เรื่องเหล่านั้นก็ผ่านพ้นมาหลายปีจนลืมเลือนไปแล้ว “เทศกาลฉงหยาง เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในวันที่ 9 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน มาจากตำรา อี้จิง ซึ่งระบุว่า 阴 ก็คือเลข 6 阳 ก็คือเลข 9 ดังนั้น 重阳 ก็คือเลข 99 นั่นเอง (阴阳 คือ 69) ในเรื่องตัวเลข คนจีนถือว่า เลขคี่เป็นเลข 阳 เลขคู่เป็นเลข 阴 ซึ่งเลข 9 เป็นเลข 阳 ที่ใหญ่ที่สุด ถือว่าเป็นเลขมงคลที่มีความหมายดีที่สุด ทั้งมีความหมายว่าอายุยืนยาว และสามีภรรยารักกันอยู่ด้วยกันยาวนานจนแก่เฒ่า วันที่ 9 เดือน 9 ตามปฏิทินทางจันทรคติ ตรงกับเทศกาลฉงหยางตามประเพณีของจีน เทศกาลฉงหยางเรียกได้อีกว่า “เทศกาลเก้าคู่” “เทศกาลผู้สูงอายุ” คนโบราณคิดว่าวันนี้เป็นวันมงคลที่ควรค่าน่ายินดี อีกทั้งฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นฤดูทองของการเก็บเกี่ยวพืชผลในแต่ละปี ดังนั้นจึงได้เริ่มมีการฉลองเทศกาลนี้มานานมากแล้ว ดังนั้นราชสำนักจึงกำหนดวันนี้ให้เป็นวันเทศกาลผู้สูงอายุ เพื่อปลุกกระแสสังคมให้เคารพรักและดูแลผู้สูงอายุ กิจกรรมการเฉลิมฉลองเทศกาลผู้สูงอายุมีมากมายหลายอย่าง อันดับแรกเทศกาลผู้สูงอายุมีประเพณีการปีนเขา “金秋九月,秋高气爽 – เดือนเก้าในฤดูทองแห่งใบไม้ร่วง อากาศปลอดโปร่งแสนสบาย” การปีนเขาในเทศกาลนี้มุ่งหวังให้เกิดความปลอดโปร่งโล่งใจ มีเป้าหมายให้ออกกำลังกายห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ และมีธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการปีนเขาคือการกินขนมฉงหยาง คำว่า “糕 – เกา – ขนม” เสียงพ้องกับ “高– เกา – สูง” เพราะฉะนั้นการกินขนมฉงหยางจึงมีความหมายที่เป็นมงคลหมายถึงย่างก้าวที่สูงขึ้น เทศกาลฉงหยางยังมีธรรมเนียมการชมดอกเบญจมาศ ดังนั้นเทศกาลฉงหยางจึงเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่าเทศกาลดอกเบญจมาศ สมัยโบราณยังมีธรรมเนียมนิยมทัดใบจูอวี๋ ดังนั้นเรียกได้อีกว่าเทศกาลจูอวี๋ ใบจูอวี๋ใช้ปรุงยา ใช้ดองเหล้าเพื่อบำรุงร่างกายให้ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ” ปิงจวนพลันกล่าวอธิบายออกอย่างคล่องแคล่ว นี่เองก็เป็นสิ่งที่เธอได้อ่านมาจากตำราหลายๆชีวิตที่ผ่านมาในชีวิต “ขอบคุณที่บอกแต่ข้ามิใส่ใจ หากมันเป็นงานเทศกาลจริงเจ้าสนใจเดินชมกับข้ารึไม่” เทียนโจวกล่าวออกมาก่อนจะไปจับมือของปิงจวนที่อยู่ข้างเคียง “...ได้สิ” ปิงจวนนั้นแอบงอนเทียนโจวเล็กน้อยที่อีกฝ่ายมิได้สนใจที่เธอได้กล่าวออกมาเลย แต่นั่นก็มิใช้เรื่องใหญ่ เธอจึงเลือกที่จะปล่อยมันไปและเดินชมงานเทศกาลร่วมกับเทียนโจวและเจ้าเขี้ยวเงิน ทั้งสองคนเดินชมงานไปเรื่อยเพลิดเพลินกับบรรยากาศในงานอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะเห็นคนกลุ่มหนึ่งต่างปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ฟ้าด้วยกันมากมาย “พวกเราไปลองสิ่งนั้นกันไหม?” เทียนโจวกล่าวออกมาก่อนจะจูงมือปิงจวนเดินเข้าไปยังจุดขายโคมโดยมิรอฟังคำตอบเธอเลย ปิงจวนได้แต่ถอนหายใจและทำตาม แต่นี่ก็มิใช่ครั้งแรกที่เธอโดนแบบนี้เสียหน่อย “ข้าขออันหนึ่ง” เทียนโจวยื่นเงินให้กับพ่อค้าโคม ก่อนที่ตนจะได้รับโคมลอยมาหนึ่งอันพร้อมกับการ์ดคำอธิษฐาน “ข้าฝากเจ้าเขียนหน่อยสิ ข้าขี้เกียจ” เทียนโจวยื่นการ์ดให้กับปิงจวนที่อยู่ข้าง ปิงจวนนั้นรับการ์ดมาพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อยในขณะที่เทียนโจวกำลังหัวเราะออกมา ปิงจวนยืมหมึกจากร้านก่อนจะเขียนคำอธิษฐานลงไปในกระดาษ [ขอให้เราสองอยู่ด้วยกันตลอดไป] ปิงจวนเขียนออกมาพร้อมความเขินอาย ก่อนจะยื่นให้กับเทียนโจว เทียนโจวหยิบการนั้นมาติดกับโคมโดยไม่มิแต่จะอ่าน ก่อนจะเริ่มจุดโคมไฟ แล้วจับมือของปิงจวนมาสัมผัสกับโคม “ปล่อยพร้อมกันนะ” “ได้” “3 2 1..” โคมลอยของทั้งสองได้ปล่อยโคมลอยขึ้นเหนือเหนือท้องนภาในยามค่ำคืน แสงอ่อนๆท่ามกลางความมืดนั่นชั่งเป็นภาพที่สวยงามไปอีกแบบอย่างหน้าประหลาด “พวกเราไปเดินชมเถอะ!” เทียนโจวกล่าวออกมาก่อนจะจูงมือหญิงสาวเดินชมงานต่อ ในวันนี้เทียนโตวนั้นทำตัวราวกับเด็กน้อยอีกครั้ง งานเทศกาลเหล่านี้คนเป็นทาสมามิเคยได้สัมผัสเลยตลอดหลายปี การมาเที่ยวชมอะไรแบบนี้จึงเป็นความสุขที่มิอาจกล่าวออกมาได้ “นั่นร้านอะไรน่ะ” เทียนโจวกล่าวออกมาก่อนจะดูด้วยความสงสัย สายตาเริ่มกวาดมองสิ่งของต่างๆภายในร้านก่อนที่สายตาของเทียนโจวจะไปหยุดอยู่ที่ไข่มุกสีเขียวอันหนึ่ง “ข้าต้องการซื้อสิ่งนี้” “12000 ตำลึงเงินขอรับ” พ่อค้าพลันกล่าวออกมาในขณะที่เทียนโจวได้ชี้นิ้วไปยังไข่มุกนั้น เทียนโจวหยิบถุงเงินยื่นให้กับพ่อค้าก่อนจะหยิบของที่ตนต้องการมา แล้วเดินออกจากร้านไป ช่วงเวลาแห่งการณ์เดินชมล่วงเลยผ่านไป ทั้งคู่ได้ตัดสินใจที่จะเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมือง “วันนี้สนุกมากจริงๆ” เทียนโจวกล่าวออกมาอย่างมีความสุข เช่นเดียวกับปิงจวนที่ยิ้มออกมาหลังจากได้เที่ยวชมงานร่วมกับเทียนโจวตลอดค่ำคืน “ใช่แล้วสนุกมากจริงๆ แล้วก็ข้ามีอะไรจะให้เจ้าด้วยเทียนโจว” ปิงจวนหยิบเอากระปุกยาสมานแผลออกมาให้เทียนโจว “ข้าซื้อมันมาให้เจ้า เห็นว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บบ่อย” ปิงจวนกล่าวออกมาก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำที่โรงเตี๊ยมได้เตรียมไว้ให้ “ขอบใจเจ้ามาก” เทียนโจวรับเอากระปุกยามาก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำหลังจากที่ปิงจวนอาบเสร็จ หลังจากที่เทียนโจวออกมาก็เริ่มทายาสมานแผลที่ตนได้รับมาเมื่อครู่ ส่วนปิงจวนนั้นก็นั่งอ่านตำราอย่างเพลิดเพลินตามปกติ เทียนโจวเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่ควรพักผ่อนแล้วก็ได้กระโดขึ้นเตียงของตนอย่างรวดเร็วก่อนจะเริ่มหลับตาลงนอนในคืนนี้ ซื้อโคมลอย 15 ตำลึงเงิน ซื้อมุกพณาหวาซี 12000+7% = 12840 จ่ายเป็น 1000 ตำลึงทองกับ 2840 ตำลึงเงิน รวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด 1000 ทองกับ 2855 เงิน ใช้ยาสมานแผล 1 กระปุก เอฟเฟคพิเศษจากกิจกรรม เดินชมเทศกาล +5 EXP เขียนคำอธิษฐานและปล่อยโคมลอยกับคู่เดท +10 EXP นัดเดทกับ NPC เดินเทศกาล +35 ความสัมพันธ์ รวมทั้งสิ้น +15 EXP กับ +35ความสัมพันธ์กับปิงจวน(ไม่รวมเอฟเฟคตัวละคร) เอฟเฟคตัวละคร | ความสัมพันธ์ (ปิงจวน) | +15 กับคนที่ให้ความสนใจ (แข็งแกร่งดุจเซี่ยงอวี่) +15 กับคนที่คุยด้วย (หูดี) +20 ปีนักษัตรถูกโฉลกกัน (ชวด > ฉลู) -20 กับคนที่สนทนาด้วย (ฟันเขี้ยว) -10 กับคนที่มีนิสัยหนอนหนังสือ (สายตายาว) +5 กับคนที่สนใจ (มีแผลเป็น) -5 กับขุนนางในสภา (หยิ่งยะโส) | ผลรวม | +25 |
เอฟเฟคตัวละคร ปิงจวน | Points | +2 จากการโรลเรียนรู้(ทะเยอทะยาน) +4 เมื่อโรลเรียนรู้(หนอนหนังสือ) +1 จากการโรลเรียนรู้ (ว่องไว) | ผลรวม | +7 |
|